จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,653



ไข่จำนวนหลายร้อยหลายพันฟอง กำลังยุบพองประหนึ่งสไลม์


ขณะจ้องมองไข่ที่แต่ละฟองใหญ่กว่าขนาดตัว แอ็กนัสหวนนึกถึงบทสนทนาระหว่างตนกับเซพาเดีย


อันที่จริง เซพาเดียพูดกับตัวเอง


บาเอลผู้ยิ่งใหญ่


ข้าศรัทธาในมหาบาเอลเพียงผู้เดียว


ข้าจะร้องเพลงสดุดีแด่พระองค์ แม้จะถูกพระองค์ทอดทิ้งก็ตาม


ว่าแต่… นิยามของการ ‘ถูกทอดทิ้ง’ คือตรงไหน?


ถูกฆ่า ถูกลบความทรงจำขณะถูกฆ่า ถูกคืนชีพขึ้นมาเป็นของเล่น ฆ่าอีกครั้ง ลบความทรงจำอีกครั้ง คืนชีพอีกครั้ง


เซพาเดียยอมรับการเวียนว่ายตายเกิดอันโหดร้ายเช่นนี้ด้วยความปีติ?


พนันได้เลยว่าไม่ใช่


“ไอ้โง่เอ้ย…”


หลังจากหยุดหายใจไปชั่วขณะ แอ็กนัสสบถคำหยาบ


มันไม่ได้สงสารเซพาเดีย


อีกฝ่ายคืออสูรที่ไม่สมควรได้รับความสงสาร


แอ็กนัสไม่ได้คิดจะปกป้องอะไรเซพาเดีย


เพียงแต่ฝ่ายที่น่ารังเกียจมากกว่าคือบาเอล


ฉากหนึ่งผุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว


ในช่วงเวลาที่เซพาเดียต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด


บาเอลที่มาหาราวกับรออยู่แล้ว ลงมือโจมตีใส่เซพาเดียอย่างป่าเถื่อน


เป็นการฆ่าให้เจ็บปวดทีละนิดไปพร้อมกับเปิดเผยความจริง


บาเอลค่อยๆ เปล่งทีละคำราวกับดื่มด่ำความสุขอันล้นปรี่


เซพาเดียถูกทรยศอย่างไรบ้าง


ถูกฆ่าเป็นครั้งที่เท่าไร


ถ้าเกิดใหม่ก็จะลืมช่วงเวลานี้ไป


เริ่มต้นทุกสิ่งจากศูนย์อีกครั้ง


ทำไมบาเอลต้องทำเช่นนี้?


ไม่จำเป็นต้องคิดหาคำตอบให้ปวดหัว


การหาเหตุผลให้พฤติกรรมของบาเอล คือความพยายามอันไร้ความหมาย


มันทำไปเพื่อแสวงหาความสุข และรูปแบบความสุขที่บาเอลปรารถนามักโหดร้ายป่าเถื่อน


ก็เท่านั้นเอง


เหมือนกับพวกเด็กเกเรที่ชอบแกล้งเพื่อนในละแวกบ้าน


“บาเอล… ฆ่าเซพาเดียครั้งแล้วครั้งเล่า”


“ใช่”


เบ็ตตี้ช่วยยืนยันข้อสรุปของแอ็กนัส


เซพาเดียสามารถฟักไข่และคืนชีพได้อย่างไร้สิ้นสุดเลยหรือ?


ทำไมถึงถูกลบความทรงจำ? มีความสัมพันธ์กับบาเอลยังไง? และอีกมาก


แอ็กนัสสงสัยในหลายประเด็น แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป


การไม่ข้องเกี่ยวกับบาเอลด้วยประการทั้งปวง จะเป็นผลดีกับสุขภาพจิตมากกว่า


ถ้าถามว่าแอ็กนัสอยากรู้เรื่องใดในตอนนี้ คำตอบไม่ซับซ้อน


ตัวตนที่แท้จริงของเบ็ตตี้


“เธอเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงรู้จักที่นี่?”


เส้นทางสู่กรงเลี้ยงเม็มฟิส


นอกจากนั้นยังเป็นจุดฟักไข่ของเซพาเดีย ถือเป็นสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งในนรก


ทว่า แอ็กนัสกับเบ็ตตี้ซึ่งถูกเวทมนตร์เปลี่ยนตำแหน่งแบบสุ่ม กลับถูกส่งมาที่นี่ทั้งคู่


นอกจากนั้น เธอยังล่วงรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเซพาเดียกับบาเอล


ย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดา


“อดีตผู้ทำพันธสัญญากับบาเอล…?”


เด็กสาวผู้มิอาจละสายตาจากตนตั้งแต่วินาทีแรกที่พบหน้ากัน


เมื่อแอ็กนัสถามด้วยความสงสัย เบ็ตตี้พยักหน้ารับอ่อนโยน


“ใช่”


ของเล่นที่ถูกทิ้ง


ผลงานล้มเหลวที่ไม่หลงเหลือความสนุก


พรึบ!


เบ็ตตี้ถอดเสื้อคลุมที่เธอสวม


เผยให้เห็นเรือนร่างอันเปลือยเปล่า


ร่างกายที่เป็นกระดูกสีขาวตั้งแต่ใต้ไหปลาร้าจนถึงกระดูกเชิงกราน


อาการหนักกว่าแอ็กนัสพอสมควร


“ข้าคือรุ่นพี่ของเจ้า”


“…ไม่เห็นน่าอวดตรงไหน”


แอ็กนัสจ้องเบ็ตตี้ด้วยสีหน้าตกตะลึงสักพัก ก่อนจะรีบส่ายหน้า


จากนั้นก็โยนเสื้อคลุมของเธอกลับคืนไป


เบ็ตตี้ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง


กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่ผู้คนจะขยะแขยงร่างกายของเธอ


เบ็ตตี้แค่ต้องการส่งสารถึงแอ็กนัสด้วยวิธีที่เร็วที่สุด


ขณะสวมผ้าคลุมกลับไป ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างเล็กน้อย


“เสียสติไปแล้วรึไง? เป็นผู้หญิงอย่าถอดเสื้อผ้าส่งเดชสิ…”


นั่นเพราะเบ็ตตี้ได้ยินแอ็กนัสพึมพำแผ่วเบา


แม้น้ำเสียงจะเจือความฉุนเฉียว แต่ความจริงใจอยู่ในระดับใกล้เคียงกริด


มันยอมรับสัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจอย่างเธอในฐานะมนุษย์


คล้ายกับว่า เบ็ตตี้มองเห็นธาตุแท้ของชายคนนี้


นี่คงเป็นสาเหตุที่บาเอลทอดทิ้งเขา…


เบ็ตตี้โล่งอกที่เธอสามารถถ่ายทอดวิชาให้แอ็กนัสได้อย่างสบายใจ


“เจ้าจะต้องเป็นทายาทของข้า”


“หา? พูดจาเหลวไหลอะไร…”


“บาเอลทั้งโหดร้ายและรอบคอบ”


“ไม่มีใครไม่รู้บ้าง…”


“มากกว่าที่เจ้าคิด”


“…”


“ต้องจำใส่ใจเอาไว้ว่า หากทำพันธสัญญากับบาเอลไปแล้ว สิ่งที่ถูกช่วงชิงมิใช่ร่างกาย แต่เป็นดวงวิญญาณ”


ร่างกายที่สูญเสียดวงวิญญาณจะกลายเป็นเพียงเปลือก


แอ็กนัสกลายเป็นกระดูกสีขาวเพราะดวงวิญญาณค่อยๆ หลุดออกจากร่างทีละนิด


กล่าวคือ การผุกร่อนของร่างกายเกิดจากการหลุดออกไปของดวงวิญญาณ


“แม้แต่ในวินาทีนี้ ดวงวิญญาณของเจ้าก็ถูกโอนถ่ายไปยังบาเอล หากวันใดมันกลายเป็นของบาเอลโดยสมบูรณ์ ร่างกายของเจ้าก็จะไม่ใช่ของเจ้าอีกต่อไป”


เริ่มถูกบาเอลควบคุม


ถูกใช้งานโดยไม่สนใจเจตจำนงของร่างกาย


ในกรณีของผู้เล่นอย่างแอ็กนัส มันจะถูกบังคับให้ทำภารกิจ


หากทำไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับบทลงโทษรุนแรง


“ไม่ใช่เยี่ยงศิษย์อาจารย์ แค่สืบทอดความรู้ของข้าไปก็พอ มันจะช่วยยับยั้งภาวะวิญญาณหลุดออกจากร่าง”


โชคชะตาไม่คาดฝัน


ช่วงเวลาที่ผู้เล่นทุกคนใฝ่ฝัน ลอยมาอยู่ตรงหน้าแอ็กนัสแล้ว


ไม่ว่าใครก็คงอ้าสองแขนโอบกอดด้วยความยินดี


แต่แอ็กนัสกลับไม่พอใจ ท่าทีค่อนไปทางหวาดระแวง


“ทำไมถึงเป็นฉัน?”


แอ็กนัสไม่ได้กำลังสงสัยเบ็ตตี้ แต่เป็นตัวเอง


ครั้งหนึ่งมันเคยเผชิญ ‘โชคชะตาไม่คาดฝัน’ กับบาเอล จนสูญเสียโอกาสในชีวิตไปมากมาย


แอ็กนัสทราบดีว่าตนเป็นมนุษย์ที่น่าสมเพชเพียงใด


มันกำลังกลัวว่าตัวเองจะทำพลาดซ้ำสอง หากเผลอคว้ามือของใครบางคนที่หยิบยื่นให้แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง


เบ็ตตี้เอียงคอฉงน


ผมสั้นกระเซิงเข้ากับใบหน้าไร้เดียงสาเป็นอย่างดี


“เพราะเจ้าถูกบาเอลทอดทิ้ง”


แค่นี้…?


แอ็กนัสที่พยายามตีความประโยคของเบ็ตตี้ ปิดปากเงียบไปสักพัก


“แล้วข้าจะแวะไปหา”


หลังจากให้คำมั่นสัญญา เบ็ตตี้เดินต่อไปข้างหน้า


ไม่มีประโยชน์ที่จะทำลายไข่ของเซพาเดีย เธอจึงเดินผ่านไปและมุ่งหน้าสู่หุบเขาลึก


นั่นคือทิศทางที่เม็มฟิสถูกขัง


‘สมมติฐานของเราถูกต้อง’


วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการบั่นทอนกำลังรบของบาเอล คือการกำจัดเม็มฟิสให้หมด


เม็มฟิสมีทักษะสุดโกงอย่าง ‘กลายเป็นของเหลว’ ซึ่งสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังมีกำแพงไฟฟ้าและการช่วงชิงค่าสถานะศัตรู


ทั้งแข็งแกร่งและรับมือได้ยาก


ยิ่งเป็นเม็มฟิสที่ถูกบาเอลทารุณ พวกมันยิ่งขาดสติ


เปี่ยมไปด้วยความก้าวร้าว แตกต่างจากโนเอะของกริด


หากบาเอลปล่อยให้ทุกตัวออกอาละวาด ความเสียหายจะมิอาจกะเกณฑ์ได้เลย


“…”


เบ็ตตี้เดินนำหน้า แอ็กนัสเดินตามหลัง


แอ็กนัสมองว่าฝีก้าวของเบ็ตตี้ดูหนักๆ ชอบกล


เด็กๆ ที่ถูกทรมานมาตั้งแต่เกิด


คงเจ็บปวดที่ต้องฆ่าเม็มฟิสสินะ…


“ฝีก้าวของข้าไม่ได้หนัก”


“…?”


“หัวใจของเจ้าเองต่างหาก ที่ฉายอยู่บนฝีก้าวของข้า”


เบ็ตตี้กล่าวพลางมองหน้าแอ็กนัสสะท้อนผ่านผิวมันวาวของหินดำ


“เลิกพูดจาเหลวไหลสักที”


แอ็กนัสที่เกิดอาการประหม่า รีบเบือนหน้าหนี


มันไม่กล้าสบตากับเบ็ตตี้ที่จ้องตนผ่านภาพสะท้อนบนหินดำ


ความเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศอีกครั้ง


ทั้งสองเดินไปตามแนวกำแพงหินดำสักพัก จนกระทั่งมาถึงปากทางเข้าดันเจี้ยนขนาดมหึมา


โครงสร้างคล้ายเขาวงกต ทางเดินวกวนจนทำให้หลงทิศ คล้ายกับมีเวทมนตร์บางอย่างดลบันดาลจิตใจ


เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทั้งที่เดินตามหลังบาเอล แต่มันกลับจำทางไม่ได้


คล้ายกับประสาทสัมผัสถูกทำให้พร่ามัว


แอ็กนัสเกิดความลังเลหลายครั้ง ส่วนเบ็ตตี้ยังคงก้าวขาไม่หยุด


“ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้ทาง แต่หัวใจของเจ้ากำลังลังเล”


เลิกพูดจาเหลวไหลสักที…


ขณะแอ็กนัสทำเป็นเมิน


“เมี๊ยว!”


เสียงร้องแหลมเล็กของแมวดังขึ้นในระยะใกล้


มีเม็มฟิสหลุดออกมา?


แอ็กนัสรีบเสกบาเรียกระดูกด้วยสีหน้าดำมืด


มันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงสร้างโล่ มิใช่ดาบ


หมับ!


เม็มฟิสที่พุ่งเข้าใส่ หยุดความเคลื่อนไหวกะทันหัน


นั่นเพราะมันถูกมือเล็กๆ ของเบ็ตตี้คว้าศีรษะเอาไว้


สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ เม็มฟิสกำลังอยู่ในร่างของเหลว


‘เธอเสริมธาตุให้ร่างกาย…?’


แอ็กนัสชื่นชมสักพัก ก่อนจะเงยหน้า


ขนของเม็มฟิสนุ่มฟูผิดปรกติ


ใบหน้าอวบอ้วนหล่อเหลา ปราศจากรอยแผลเป็น


เม็มฟิสที่ถูกบาเอลทรมานจะมีสภาพน่ากลัว ร่างกายเสียโฉมโดยสิ้นเชิง


เหตุผลไม่ซับซ้อน


เม็มฟิสที่ถูกเบ็ตตี้คว้าไว้ ไม่ใช่เม็มฟิสของบาเอล แต่เป็นโนเอะ


“อย่าทำร้ายเผ่าพันธุ์ข้า!”


ถิ่นของเม็มฟิสคือนรก


มีเพียงนรกเท่านั้นที่พวกมันสามารถใช้พลังได้เต็มพิกัด


เป็นธรรมดาที่โนเอะจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อปราศจากโซ่ตรวน


กล่าวคือ มันสามารถอยู่ห่างจากเจ้าของได้ไกล


โนเอะซึ่งมีเจ้าของจิตใจดีและได้รับอิสรภาพอย่างเต็มที่บนโลก ยิ่งติดปีกโบยบินเมื่อได้ลงมายังนรก


หลังจากถูกเวทมนตร์สุ่มตำแหน่ง


โนเอะบังเอิญได้ยินเสียงร้องของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์และรีบบินมาหา


แน่นอนว่ากริดอนุญาต


“ก…กลับไป! ข้าไม่ยอมให้เข้าไปลึกกว่านี้!”


เป็นธรรมดาที่โนเอะจะหวาดกลัวเบ็ตตี้ ผู้ตกแต่งห้องนอนด้วยร่างสตัฟฟ์ของเม็มฟิส


แต่ถึงอย่างนั้น มันฝืนดึงความกล้าหาญออกมาเผชิญหน้า


แม้จะสั่นเทา แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการโตเต็มวัย


เจตจำนงที่จะต่อสู้


เบ็ตตี้ลูบหน้าผากกลมกลึงของโนเอะ


“ไม่ต้องห่วง ข้ามาเพื่อช่วย”


“…!”


โนเอะและแอ็กนัสต่างประหลาดใจ


เพราะพวกมันคิดตรงกันว่า เบ็ตตี้มาเพื่อฆ่าเม็มฟิส


อันที่จริง นอกจากการฆ่า ทั้งสองก็ยังคิดหาวิธีช่วยทางอื่นไม่ออก


เม็มฟิสที่ถูกขังด้านใน สูญเสียจิตใจไปนานแล้ว


การปล่อยไว้จะมีแต่สร้างโทษ


ไม่แคล้วถูกพวกมันคอยพันแข้งพันขาในอนาคต


เบ็ตตี้อธิบายกับทั้งสองที่ผุดความสงสัย


“ข้าช่วยเด็กๆ ข้างในได้… ต้องขอบคุณการเสียสละของเด็กคนอื่น”


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ‘เด็กคนอื่น’ ในที่นี้หมายถึงเม็มฟิสในห้องแล็บของเบ็ตตี้


เม็มฟิสที่กลายเป็นตัวอย่างกายวิภาค


เบ็ตตี้ได้รับข้อมูลและความรู้มากมายผ่านเด็กคนนั้น


เธอรู้วิธีสงบสติเม็มฟิสที่ถูกขังในกรง


รู้วิธีฟื้นฟูเหตุและผลกลับคืนมา


“เหมียว…”


โนเอะที่ซาบซึ้ง ถึงกับน้ำตาคลอ


เจ้าตัวอาจไม่ทราบ แต่โนเอะเติบโตขึ้นมากอย่าง


ตอนนี้สามารถเอาชนะความกลัวซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ร้าย


ในอนาคต ต่อให้เผชิญหน้ากับมังกร แต่โนเอะก็จะอดทนได้มากขึ้น


ครืน!


เมื่อเดินมาถึงจุดหนึ่ง เบ็ตตี้ท่องคาถาบางอย่าง ส่งผลให้ประตูห้องหินเปิดออก


พื้นที่กว้างขวาง… แต่มองเห็นไม่ชัด…


มืดมาก


กลิ่นเหม็นเน่ากำลังอบอวลไปทั่วโลกอันดำมืด ซึ่งปราศจากแสงสว่างแม้แต่หนึ่งจุด


เหมือนกับกลิ่นเนื้อเน่า…


เพียงไม่นาน สายตาที่เริ่มปรับตัวเข้ากับความมืดได้ ค่อยๆ เผยความจริง


เม็มฟิสในกรงเหล็ก ผิวหนังของพวกมันเน่าเปื่อยหลายจุด


ดวงตาทั้งสองข้างเน่าไปถึงแก่น ร่างกายผอมซูบไม่ต่างจากมัมมี่


ปากและแขนขาถูกล่าม ร่างกายถูกแขวนไว้บนกรงเหล็ก


เม็มฟิสที่มีแขนขาไม่ครบสามารถพบเห็นได้ทั่วไป


เด็กๆ ที่บริเวณใบหูหรือลำคอถูกเชื่อมกับเข้าแขนขาของสัตว์ชนิดอื่น มิอาจขยับร่างกายได้ดังใจเนื่องจากอวัยวะเหล่านั้นไม่ฟังคำสั่ง


“…”


เบ็ตตี้กระซิบกับโนเอะที่ยืนกำลังตัวสั่น


“ไม่ต้องกังวล”


______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00