จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,650



การที่คนสนิทของบาเอลมักเป็นพวกหัวสูง ส่วนหนึ่งเพราะทะนงตนว่าเป็นประวัติศาสตร์เดินดิน


สมัยที่นรกยังเป็นสรวงสวรรค์ของคนตาย


คนสนิทบาเอลเคยผ่านสงครามมาแล้วทุกรูปแบบ


ระหว่างศึกกับกองทัพเบริอาเช่ พวกมันที่อยู่ฝ่ายสนับสนุนบาเอลเคยเฉียดตายอยู่หลายครั้ง


แม้จะไม่กล้าปะทะกับเบริอาเช่ตรงๆ แต่อย่างน้อยก็มีส่วนร่วมในจุดจบของเธอ


เป็นธรรมดาที่จะหยิ่งผยอง เหตุการณ์หลังจากนั้นกลายเป็นไม่สลักสำคัญไปเสียหมด


พวกมันมิได้สมองเสื่อมแต่อย่างใด


เพียงแต่พลังของเบริอาเช่นั้นน่าสะพรึงประหนึ่งฝันร้าย เมื่อผ่านนรกที่แท้จริงมาได้ พวกมันก็ไม่คิดเกรงกลัวสิ่งใดอีก


‘ความกลัว’ ในวินาทีนี้จึงค่อนข้างพิเศษ


‘ปิอาโร่ อัครสาวกแห่งเทพโอเวอร์เกียร์…’


‘ฝีมือทัดเทียมเทพ… เอาชนะไม่ได้แน่’


จริงอยู่ ใช่ว่าเทพทุกตนจะทรงพลัง


เฉกเช่นที่อสูรกระจอกบางตนถูกล่าโดยมนุษย์ เทพก็สามารถกลายเป็นเหยื่อ


แต่เทพส่วนใหญ่มักมาพร้อมพลังในการสร้างปาฏิหาริย์


อาศัยรากฐานจากความศรัทธาของผู้คน เหล่าเทพสามารถทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย


ปิอาโร่กำลังทำสิ่งนั้น


ก่อนจะควบคุมไฟสำเร็จ ปิอาโร่อ่อนแอจนน่าขบขัน แต่หลังจากนั้นกลับโจมตีได้หนักหน่วง


เป็นพลังทำลายอันน่าทึ่ง ชนิดที่ไม่มีทางเกิดจากสมรรถภาพร่างกายปิอาโร่เพียงอย่างเดียว


นั่นคือเหตุผลที่พวกมันต้องประเมินปิอาโร่ใหม่


‘สู้ตรงๆ ไม่ชนะแน่… แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ทางออก’


เหล่าคนสนิทบาเอลต่างมองตากัน


ทุกสิ่งเกิดขึ้นในพริบตา


สมกับที่เป็นอสูรติดตามบาเอลมานานนับพันปี พวกมันวิเคราะห์สถานการณ์ได้เฉียบขาด


ทุกตนตระหนักว่า ปาฏิหาริย์ของปิอาโร่เกิดจากการยืมพลัง ‘ธรรมชาติ’


จึงวางแผนจัดการกับมนุษย์ที่เพิ่งมาสมทบพร้อมกับเสกลมฝน จากนั้นค่อยหาวิธีดับไฟของปิอาโร่


ไม่มีใครกังวลว่าจะถูกปิอาโร่ขัดขวาง


แม้พายุตรงหน้าจะเกิดจากลมฝน แต่ถ้าแฝงไว้ด้วยคุณสมบัติของธาตุ ย่อมต้องถูกแทรกแซงด้วยปราณอสูร


หากฝ่าพายุเข้าไปฆ่าไอ้หน้าใหม่สำเร็จ ทุกสิ่งก็จะง่ายขึ้น…


เหล่าคนสนิทบาเอลที่ตกลงแผนการโดยไม่ต้องสนทนา เริ่มกระจายตัว


บางตนดำดิน บางตนกระโดดขึ้นฟ้าเพื่อขี่ม้ามายา


ฮี่~


ม้ามายาหดคอทันที


มันพยายามสลัดอสูรที่ขึ้นมาขี่หลัง


ในเวลาเดียวกัน อสูรตนดังกล่าวตัดสินใจใช้ไฟ


ทุ่งข้าวที่ไม่สมควรจะมีอยู่ในนรก


มันกระตุ้นเพลิงสีฟ้าของม้ามายา เพื่อแผดเผาทุ่งข้าวสีทองซึ่งสร้างผลในเชิงบวกให้ปิอาโร่


โดยทำนายว่า ปิอาโร่จะต้องเคลื่อนย้ายลมฝนมาดับไฟ


และนั่นจะช่วยเปิดทางให้พวกพ้องที่เหลือ สามารถฝ่าเข้าไปจู่โจมมนุษย์หน้าใหม่ได้ไม่ยาก


‘เจ้านั่นควบคุมไฟได้เชื่องช้า คงไม่มีทางเลือกนอกจากควบคุมลมฝนมาดับไฟแทน…’


ทันใดนั้น ความคิดของอสูรหยุดลงกะทันหัน


เหตุเพราะอาวุธชิ้นหนึ่งกำลังพุ่งเข้าหาประหนึ่งอสนีบาต เฉียดคู่ดวงตาขึ้นไปกระแทกหน้าผาก


เป็นอาวุธรูปร่างพิสดาร


ส่วนปลายคล้ายสามง่ามที่โค้งงอ ราวกับใช้เพื่อขูดและเกี่ยวเข้าไปในเนื้อหนังของเหยื่อ


มันคือคราด


แต่อสูรไม่รู้จักอุปกรณ์ทำนา


‘มนุษย์ใช้อาวุธป่าเถื่อนเช่นนี้ด้วยหรือ?’


อาวุธที่สามารถขูดเนื้อหนังและควักเครื่องในเหยื่อ…


ในพักหลัง มันได้ยินว่าบนโลกกึ่งกลางเต็มไปด้วยมนุษย์ที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าอสูร


คิดถึงตรงนี้ คนสนิทบาเอลรีบบิดตัว


คราดของปิอาโร่กระแทกเข้าที่ศีรษะจนกะโหลกแตก แต่นั่นมิได้สลักสำคัญ ขอเพียงยังมีชีวิตรอด มันสามารถต่อกะโหลกใหม่ได้ และแม้แต่น้ำสมองที่ไหลออกมาก็สามารถฟื้นฟู


ใช่แล้ว แค่หนีให้พ้นก็พอ


“อ…อะไรกัน?”


ขณะใช้เท้าเหยียบหลังม้ามายาเพื่อเตรียมกระโจนหนี คนสนิทบาเอลพลันตกตะลึง


ปิอาโร่ย้ายมาอยู่บนหัวมันแล้ว


เป็นทิศทางที่ปิดกั้นทางหนีโดยสมบูรณ์


‘เร็วกว่าเรา? ได้ยังไง?’


ไม่ใช่ว่าเจ้านี่มีสมรรถภาพร่างกายต่ำหรอกหรือ?


มีบางอย่างไม่ถูกต้อง… สมองของเราคงเสียหายจนเห็นภาพหลอน…


แม้จะเต็มไปด้วยคำถาม แต่คนสนิทบาเอลยังคงแกว่งเคียวหยั่งเชิง


แล้วก็ได้ตระหนักว่า ตนมิได้เห็นภาพหลอน


ปิอาโร่ตัวจริงเสียงจริง


“บ้าน่า…”


ฉึบ!


“วิชาดาบ?”


ปิอาโร่ไม่เคยละทิ้งอดีต


เฉกเช่นความสัมพันธ์กับอัสโมเฟล แม้ปิอาโร่จะเคยยุติ แต่ก็ไม่เคยละทิ้ง


วิชาดาบอิสระถูกพัฒนาเป็นเทคนิคการทำฟาร์ม


อุปกรณ์ทำสวนที่มันใช้งานเป็นประจำ สามารถพลิกหน้าดิน ปลูกเมล็ดพันธุ์ และฟาดฟันศัตรู


กล่าวคือ วิชาที่ปิอาโร่ครอบครอง สามารถกำหนดความเป็นความตายของเป้าหมาย


เปี่ยมไปด้วยเทคนิคและสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่


อีกทั้งยังมี ‘พลังจิตไร้เทียมทาน’ คอยส่งเสริม


ขณะคมจอบสั้นพุ่งผ่านเคียวและปาดคออสูรจนน้ำลายฟูมปาก


“เจ้าตัดสินใจผิดถนัด!”


คนสนิทบาเอลที่ดำดินในตอนแรก พุ่งขึ้นจากพื้นและเข้าประชิดตัวปิอาโร่


ด้านหลังมัน ทิวทัศน์ของทุ่งข้าวสีทองอร่ามกำลังแปรเปลี่ยน


ถูกปกคลุมด้วยพลังแห่งความตาย และทยอยกลายเป็นเถ้าถ่าน


เป็นแผนกำจัดทุ่งข้าวที่ช่วยมอบพลังให้ปิอาโร่ ขณะปิอาโร่มัวเพ่งเล็งคนสนิทบาเอลบนท้องฟ้า


สมกับที่เป็นอสูรเฒ่าผู้เคยฝ่าฟันอุปสรรคนับไม่ถ้วน พวกมันรับมือกับเหตุไม่คาดฝันได้รวดเร็ว และเลือกทางออกที่ดีที่สุด


“แถบนี้ไม่ใช่เขตแดนของแกแล้ว!”


มันเกือบจะพูดว่า ‘เขตแดนศักดิ์สิทธิ์’ แต่สุดท้ายก็กลืนคำลงคอไป


เหล่าคนสนิทบาเอลยอมรับว่า ปาฏิหาริย์ที่ปิอาโร่สร้างขึ้น ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ของเทพหลายตน


แต่พวกมันไม่อยากยอมรับตรงๆ


ด้วยเกรงว่า ‘การยอมรับ’ อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความศรัทธา


เคร้ง!


อสูรสองตนไล่ต้อนจนปิอาโร่ทำได้เพียงตั้งรับ โดยหวังซื้อเวลาให้พวกพ้องที่บาดเจ็บสาหัสรีบฟื้นตัวและกลับมาช่วย


ไม่คิดจะเอาชนะตั้งแต่ต้น


แผนคือการถ่วงเวลา และมั่นใจว่าทำสำเร็จแน่ เพราะพวกตนคือคนสนิทบาเอล


กลุ่มสิ่งมีชีวิตอันสูงส่งที่เปลี่ยนให้นรกเป็นอย่างทุกวันนี้


ฮี่~


เนื่องจากตกใจพลังเวทอันเข้มข้น ม้ามายารีบบินหนีไปไกล


แน่นอน มันไม่ลืมที่จะสลัดอสูรซึ่งกำลังยืนอยู่บนหลังให้ตกลงมา


คนสนิทบาเอลที่บาดเจ็บหนักเป็นทุนเดิม ทำได้เพียงแหกปากครวญครางขณะร่วงหล่นลงพื้น


ปัญหาเริ่มขึ้นที่นี่


แผนการที่จะฟื้นฟูตัวเองและกลับไปช่วยพวกพ้อง มีอันต้องกลายเป็นหมันทันที


“ไอ้ม้าเวรตะไล…!”


ใบหน้าของมันกลายเป็นสีแดงก่ำ


คล้ายกับบอกเป็นนัยว่า หนึ่งในกุญแจสำคัญของแผนการ พังไม่เป็นท่าไปเรียบร้อยแล้ว


จากบรรดาสี่อสูรที่มาดักรอปิอาโร่ มีหนึ่งตนหายตัวไป


ในวินาทีนี้ มันปรากฏกายเบื้องหน้าลอเอล


หากลอเอลตาย ลมฝนก็จะยุติ


ปิอาโร่จะอ่อนแอลงอีกครั้ง ช่วยให้พวกมันหนีรอดไปได้อย่างราบรื่น


เหล่าผู้คนที่เฝ้ามองจากโลกกึ่งกลางและเข้าใจเจตนาของอสูร ต่างพากันหน้าถอดสี


โผละ!


กำปั้นอสูรกระแทกใส่ใบหน้าลอเอลเต็มแรง


เสียงผิวหนังระเบิดดังกังวาน


เลือดสาดกระเซ็นไปทุกทิศ


แต่ศีรษะของลอเอลกลับยังปรกติ


เสียงระเบิดดังมาจากหัวใจอสูร


“…!?”


เหล่าอสูรต่างตกตะลึงกับเหตุไม่คาดฝัน


ในมือลอเอลผู้ไร้รอยขีดข่วนกำลังถือ <พัดเหล็กแห่งความระทม>


ไอเท็มที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก <หนามแห่งความเคียดแค้น>


มีคุณสมบัติสร้างความเสียหายตามสัดส่วน ‘ค่าความอดทน’ ของเป้าหมาย


ข้อเสียเดียวก็คือ โอกาสแสดงผลจะต่ำจนเกือบเป็นศูนย์หากใช้กับเป้าหมายประเภท ‘ตัวตนพิเศษ’ แต่ถ้าไม่ใช่ มันจะกลายเป็นอาวุธชั้นยอด


อาจเพราะมีจำนวนนับไม่ถ้วน


โชคดีที่คนสนิทของบาเอลไม่ถูกจำแนกให้เป็นตัวตน ‘พิเศษ’


[จำนวนครั้งการใช้งาน <เกราะผ้าที่อัดแน่นด้วยความห่วงใยจากเทพโอเวอร์เกียร์> หมดลง]


นอกจากนั้น ลอเอลยังหุ้มร่างด้วยยุทธภัณฑ์ฝีมือกริด


ชุดเกราะที่คอยปกป้องร่างกายแสนบอบบาง


แม้จะจำกัดจำนวนครั้ง แต่ก็มีคุณสมบัติในการดูดซับความเสียหายที่สูงกว่าปริมาณหนึ่ง


ลอเอลสวมของแบบนี้ไว้เต็มตัว


ห้าชิ้น


อย่างน้อยก็ช่วยให้รอดชีวิตจากการโจมตีทุกรูปแบบได้ห้าครั้ง


เป็นถึงมือขวากริด มันจะตายง่ายๆ ได้อย่างไร?


“แค่ก…!”


หลังจากมึนงงสักพัก อสูรคนสนิทลงมือโจมตีลอเอลอีกครั้ง แต่ก็สายเกินไป


ปิอาโร่ตามมาสมทบหลังจากฆ่าอสูรไปหนึ่งตน


“คึคึคึก! ทำเอาข้าคนนี้นึกถึงวันเก่าๆ … อดีตอันหอมหวานที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้า”


เมื่อยืนยันว่าตนได้รับค่า EXP ปริมาณมหาศาลซึ่งห่างหายไปนาน ลอเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


ภาพที่เลเวลกระโดดพรวดเดียวสิบสองระดับ ทำเอาลอเอลอดใจไม่ไหว ต้องเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดใบหน้า ดวงตาส่องแสงพร้อมกับฉายภาพมังกรดำ


ปิอาโร่ไม่คิดจะขัดจังหวะ


เพื่อเอาใจบรรดากองเชียร์ที่กำลังเฝ้ามองจากโลกกึ่งกลาง


ซู่ว!


เศษเสี้ยวอาชูร่าหลั่งไหลออกจากเงาของอสูรที่เสียชีวิต


สี่เศษเสี้ยวจากสี่อสูร


พวกมันยุบพองและรวมเป็นหนึ่ง ก่อนจะเพ่งสายตามาทางปิอาโร่


“...เห็นทีงานนี้อาจต้องแลกด้วยชีวิต”


“ชีวิตของฉัน ไม่ใช่นาย”


***


“…”


อเบลลิโอ้จิตตกมาตั้งแต่ในลิฟต์


คนรักและอัศวินผู้ภักดีต่อกริด


เรื่องราวเกี่ยวกับเมอร์เซเดสเต็มไปด้วยความน่ารักสดใส


อีกทั้งยังมีกิริยามารยาทและหน้าตาไร้ที่ติ เป็นธรรมดาที่มันจะเอ็นดู


ประหนึ่งเอ็นดูหลานของเพื่อน อเบลลิโอ้วาดภาพลูกสุนัขออกมาวิ่งเล่นกับเธอ


แต่กลับถูกวิเคราะห์และทำลายทิ้ง


เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะแม้แต่มังกรก็ไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้


มันเจ็บปวดเมื่อตระหนักว่า วิชาที่ตนฝึกฝนมานานนับพันปีถูกปฏิเสธ


“แค่ก… แค่ก…”


อเบลลิโอ้ผู้ธาตุไฟแตก กระอักเลือดหนึ่งคำ


หนวดสีขาวที่ยาวถึงจุดตันเถียนล่าง (ท้องน้อย) เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีแดง


ในเวลาเดียวกัน รอบตัวมันเต็มไปด้วยอสูรนับพัน


กองทัพของจอมอสูรลำดับสิบหก


“อสูรสินะ… ในแง่พลังงาน เจ้าชั่วร้ายยิ่งกว่ามังกรเสียอีก”


อเบลลิโอ้ตวัดพู่กันในอากาศเพื่อสร้างหยดน้ำ ก่อนจะใช้มือคว้าไว้และนำมาขยำหนวด ของเหลวสีแดงไหลไปตามเส้นหนวดและตกลงบนพื้น


ทันใดนั้นเอง อสูรรอบตัวอเบลลิโอ้ทยอยถูกบดขยี้จนแหลก


ทีละตัวสองตัว คล้ายกับพวกมันถูกบางสิ่งบีบเค้น


ทั้งหมดเป็นฝีมือของอเบลลิโอ้ ผู้ใช้หนวดต่างผ้าใบ และพรรณนาเลือดบนหนวดให้เป็น ‘สนามรบ’


ในวินาทีใช้มือขยำสนามรบ ความตายคือสิ่งที่มีอาจเลี่ยงสำหรับสิ่งมีชีวิตระดับต่ำกว่าเกณฑ์


“ไอ้เฒ่า… เจ้าต่างหากที่เป็นสัตว์ประหลาด…”


จอมอสูรลำดับสิบหกชื่นชมจากใจจริง


ในสายตาอสูร อเบลลิโอ้เปรียบดังสัตว์ประหลาด


มันเริ่มเชื่อว่า ข่าวลือที่มีกลุ่มมนุษย์คอยต่อกรกับมังกรอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เป็นแค่ข่าวลืออีกต่อไป


อย่างไรก็ดี เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้มันสั่นกลัว


เพราะในเงาของเหล่าอสูรมีเศษเสี้ยวอาชูร่าแฝงอยู่


จวบจนเมื่อครู่ แม้พวกมันจะไม่เคยเปิดเผยตัวตน แต่หลังจากนี้คงต่างออกไป


ความตายของอสูรหลายร้อยนั้นไม่ต่างอะไรกับพิธีกรรมอัญเชิญอาชูร่าตัวเป้ง


ทว่า


หมายความว่ายังไง…?


หลังจากอสูรหลายร้อยเสียชีวิต เศษเสี้ยวอาชูร่ากลับไม่มีความเคลื่อนไหว


อเบลลิโอ้แสดงความคิดเห็น


“หากต้องซ่อนตัว ย่อมแปลว่าพวกมันอ่อนแอไม่ใช่หรือ? บางที เศษเสี้ยวอาชูร่าในอสูรเหล่านี้อาจมีระดับต่ำมาก”


“ชิ… ถ้าอย่างนั้นก็ตายซะ!”


บางที ตาแก่นี่อาจแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มผู้บุกรุก


คิดได้เช่นนั้น จอมอสูรลำดับสิบหกรีบปรี่เข้าใส่อเบลลิโอ้


แต่น่าเสียดาย อเบลลิโอ้วาดฮายาเตะเสร็จก่อน


แม้จะไม่เก่งกาจเท่าตัวจริง แต่ก็เป็นถึงภาพวาดนักล่ามังกร


เปรี้ยง!


ดาบพิฆาตมังกรส่องสว่างพร้อมกับเสียงกึกก้อง


เป็นภาพวาดขณะฮายาเตะกำลังต่อสู้กับมังกรในอดีต


กระบองในมือจอมอสูรถูกหั่นประหนึ่งหัวไชเท้า เกิดเป็นแผลฉกรรจ์บนลำคอ


จอมอสูรที่แตกตื่นรีบก้าวถอยหลัง แต่อเบลลิโอ้ที่คำนวณไว้ล่วงหน้า เสร็จสิ้นการวาดภาพที่สองพอดี


ภาพของเทพโอเวอร์เกียร์กำลังแทง ‘สังหาร’


ฉึก!


เกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่กลางหน้าอกจอมอสูร ผู้มิอาจต้านทานการรุมจู่โจมของกริดและฮายาเตะ


ปาฏิหาริย์อันน่าเหลือเชื่อถูกบันทึกลงในมหากาพย์อย่างชัดเจน


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00