จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,648
เหล่าอัครสาวกล้วนไร้เทียมทาน ส่วนกริดก็เป็นเทพ
นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจ
แม้หลายคนจะชอบเล่นคำระหว่าง ‘เทพมนุษย์’ กับ ‘มือใหม่’ * แต่ทุกคนทราบดีว่ากริดแข็งแกร่งเพียงใด
(*인신 = เทพมนุษย์, 신인 = มือใหม่)
หลังจากจบมหาสงครามระหว่างมนุษย์และอสูร
สาธารณชนได้เห็นความแข็งแกร่งของเหล่าอัครสาวกในหลายแง่มุม
นอกจากนั้น ทุกครั้งที่กริดเขียนมหากาพย์ ข่าวคราวจะถูกอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
จริงอยู่ แม้อัตราการชนะของกริดจะต่ำมาก แต่ผลลัพธ์ในเชิงบวกมักทำให้คนนอกเข้าใจผิด คิดว่ากริดได้รับชัยชนะบ่อยครั้ง
ในสายตาคนทั่วไป กริดและเหล่าอัครสาวกเรียกว่าแทบจะไร้เทียมทาน
เป็นลำดับชั้นของตัวตนสัมบูรณ์ เฉกเช่นมังกร บาเอล ฮายาเตะ และตัวตนสัมบูรณ์อื่นซึ่งยากจะจำแนกฝีมือ
แต่ถึงอย่างนั้น
“จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“ดูอันตรายอยู่นะ…”
ผู้คนกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอัครสาวก
ช่วยไม่ได้
คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจขอบเขตของตัวตนสัมบูรณ์ แม้จะจำแนกให้อัครสาวกเป็นตัวตนสัมบูรณ์ แต่ก็เชื่อว่ายังพ่ายแพ้ได้ง่าย
เข้าใจได้
รอบตัวปิอาโร่เต็มไปด้วยเปลวไฟและเถ้าถ่าน
มีเพียงความร้อน ความมืด และความว่างเปล่า
ปราศจากพลังงานแห่งชีวิตจากฟ้าดิน
กุบกับ กุบกับ
ม้ามายาลอยอยู่กลางท้องฟ้ายามค่ำคืนประหนึ่งดาวเทียม
เปลวไฟสีฟ้าปลิวกระจายทั่วผืนนภาอันเงียบสงัด เพลิงสีแดงลุกท่วมผืนดินที่มีเพียงซากขี้เถ้าคละคลุ้ง ปราศจากสัญญาณของชีวิตโดยสิ้นเชิง
ปิอาโร่ถูกส่งมาที่นี่
ชาวนาในตำนาน
ถือเป็นสถานการณ์สุดเลวร้าย สำหรับชายผู้หยิบยืมพลังจากลม ฝน พระอาทิตย์ และผืนดิน
ความเชื่อที่ว่าปิอาโร่นั้นไร้เทียมทาน ถูกสั่นคลอนภายในพริบตา
“ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลยหรือ”
“ถ้าปิอาโร่ตาย ฉันจะเลิกเล่นเกม! XX!”
ทุกสาขาอาชีพย่อมมีบุคคลระดับไอค่อน
โดยเฉพาะซาทิสฟายที่มีผู้เล่นหลักพันล้าน ย่อมเปี่ยมไปด้วยดวงดาวอันเปล่งปลั่ง
ไอค่อนมาพร้อมกลุ่มแฟนคลับ และจากบรรดาแฟนคลับทั้งหมด ‘ด้อม’ ของปิอาโร่คือหนึ่งในด้อมที่ใหญ่ที่สุด
บุคคลที่เคียงข้างกริดมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเจ้าเมืองเรย์ดัน
ปิอาโร่คือรากฐานสำคัญของกิลด์และจักรวรรดิโอเวอร์เกียร์
สมัยที่กิลด์โอเวอร์เกียร์ยังไม่แข็งแกร่งมาก เหตุผลเดียวที่สามารถต้านทานการรุกรานของเจ็ดกิลด์ใหญ่และจอมอสูรสำเร็จ ก็มิใช่อื่นใดนอกจากความเก่งกาจของปิอาโร่
คงจะแปลกกว่า หากปิอาโร่ไม่เป็นที่นิยม
ความนิยมของปิอาโร่ยากจะหาใครทัดเทียม ไม่ว่าจะในหมู่ศัตรูหรือพันธมิตร
ดังนั้น ภาพที่ปิอาโร่ถูกส่งมายังสังเวียนเสียเปรียบ เป็นธรรมดาที่จะเรียกเสียงตัดพ้อจากผู้คน
“ปิอาโร่ อัครสาวกแห่งเทพโอเวอร์เกียร์… ข้าเคยได้ยินชื่อเจ้ามาบ้าง”
ข้ารับใช้ของบาเอลซึ่งโผล่หน้าออกมาทันที กล่าวอย่างไร้อารมณ์
“อยากแก้แค้นให้บีเลียลมานานแล้ว”
เดิมที เหล่าอสูรมีความสัมพันธ์แบบแข่งขัน มิใช่ร่วมมือ
แม้ในปัจจุบัน อสูรหลายตนจะหลงมัวเมาไปกับรางวัลอันหอมหวาน ‘ยิ่งฆ่ามนุษย์ก็ยิ่งแข็งแกร่ง’ และหันมาจับมือกัน
แต่ในนรกมีคู่แข่งมากพออยู่แล้ว อสูรส่วนใหญ่จึงแทบไม่สนใจข่าวคราวของโลกภายนอก
ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มอสูรที่รับใช้บาเอลมานานกว่าพันปีย่อมสูญเสียความกระตือรือร้น
หลังจากจัดการศัตรูที่ยิ่งที่ใหญ่ที่สุดนามว่าเบริอาเช่สำเร็จ ใครจะไปสนพวกสิ่งมีชีวิตต่ำต้อย?
ในสายตาอสูรเก่าแก่ที่เคยต่อสู้และเอาชนะหนึ่งในสามอสูรต้นกำเนิด ทุกสิ่งบนโลกกึ่งกลางกลายเป็นไม่สลักสำคัญ
สำหรับอสูร ช่วงเวลาที่จอมอสูรลำดับสามสิบสอง บีเลียล รุกรานโลกมนุษย์ และช่วงเวลาที่เกิดมหาสงคราม ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ห่างกันนัก
เป็นเหตุผลว่าทำไม พวกมันถึงแทบไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของปิอาโร่
อันที่จริง อสูรมิได้เรียกสิ่งเหล่านั้นว่า ‘ชื่อเสียง’
ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับปิอาโร่ เป็นข้อมูลน่าเบื่อหน่ายระดับเดียวกับบุ้งสนกินใบสน
ไม่สลักสำคัญถึงเพียงนั้น
และช่างบังเอิญ ปิอาโร่มีผลงานในมหาสงครามไม่มากนัก
การตรึงจอมอสูรลำดับยี่สิบไว้ได้อาจฟังดูน่ายกย่อง แต่ชื่อเสียงยังถือว่าด้อยกว่าชัดเจน หากนำไปเทียบกับอัครสาวกคนอื่น
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา
นอกจากความชอบในตัวปิอาโร่ ผู้คนยังกังวล
เพราะเมื่อเทียบกับอัครสาวกคนอื่น ปิอาโร่ค่อนข้างอ่อนแอ แถมครั้งนี้ยังถูกส่งมายังสังเวียนเสียเปรียบ
หลายคนเริ่มมองไปรอบๆ เพื่อหาตัวช่วย
ด้วยดวงตาเปิดกว้าง พวกมันยอมเพ่งมองฉากในนรกที่ตนเคยหลีกเลี่ยง
ฉากอันน่าสังเวชและหดหู่แล่นผ่านการมองเห็น แต่ทุกคนก็กัดฟันทน
เพื่อปิอาโร่ หลายฝ่ายยอมเป็นทุกข์
“ได้โปรด…”
ขอให้มีด้วยเถอะ
ทันทีที่พบอัครสาวกใกล้กับปิอาโร่ คนที่พบจะล็อกเอาต์และโพสต์ลงบนชุมชน เพื่อให้ชาวโอเวอร์เกียร์ผ่านมาเห็นและตอบสนอง
กลุ่มคนที่แหงนมองฟ้าด้วยความคิดเช่นนั้น ไม่นานก็เริ่มห่อเหี่ยว
ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไร ก็ไม่พบอัครสาวกที่ใกล้กับปิอาโร่เสียที
อัครสาวกคนอื่นและเหล่าสภาถูกส่งไปยังตำแหน่งห่างไกล และเกือบทั้งหมดต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว
มีแค่หนึ่งคน
ลอเอลอยู่ใกล้กับปิอาโร่ แต่ว่า…
‘หมอนั่นจะไหวหรือ?’
ลอเอลละทิ้งชื่อเสียงสายบู๊มานานแล้ว
มีเพียงไม่กี่คนที่ยังจำได้ว่า ลอเอลเคยเป็นอันดับหนึ่งของ ‘สิบรุกกี้’ รุ่นแรก
เข้าใจได้
ลอเอลปลีกตัวจากสนามรบมานานเกินไป
หากคำนึงจากผลงานในตำแหน่งมหาเสนาบดี ค่าสถานะเกือบทั้งหมดคงถูกนำไปลงกับการบริหาร
ทุกคนมั่นใจ
การส่งลอเอลไปหาปิอาโร่ รังแต่จะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์
ลอเอลจะถูกจับเป็นตัวประกัน จนทำให้งานของปิอาโร่ยากขึ้น
‘ต้องหาคนอื่น…’
คนกลุ่มใหญ่พยายามมองข้ามลอเอล ทว่า
<ตอนนี้ปิอาโร่กำลังเผชิญอันตรายตามลำพัง ลอเอลอยู่ไม่ไกลจากเขา>
กระทู้ในทำนองเดียวกันถูกโพสต์ลงบนชุมชนใหญ่หลายแห่ง
เขียนโดยกลุ่มผู้เล่นที่มีความเข้าใจเกมต่ำ
ตามธรรมชาติของเกม สัดส่วนของมือใหม่ย่อมสูงกว่ามือโปรเสมอ
มือโปรคือฉายาที่มอบให้กลุ่มคนเพียงหยิบมืออยู่แล้ว
นั่นคือเหตุผล
> ดัน!
> ดันให้เป็นกระทู้แนะนำ!
> ดันขึ้นไป!
> นี่! ชาวโอเวอร์เกียร์ ได้โปรดอ่านกระทู้นี้ด้วย!
ผู้คนต่างจากชุมชนเริ่มกระหน่ำโหวตกระทู้ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ
เพียงพริบตาเดียว กระทู้ติดอันดับหนึ่งในหมวดมาแรง
ลอเอล
ความหวังเพียงหนึ่งเดียว!
ลอเอลอยู่ใกล้กับปิอาโร่!
กิลด์โอเวอร์เกียร์ได้โปรดเข้ามาอ่าน!
และอีกมาก
คีย์เวิร์ดในกระทู้กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมตามเซิร์จเอนจิ้นละ SNS
สมาชิกโอเวอร์เกียร์บางคนที่พยายามอัปเดตข้อมูลขณะล็อกเอาต์ ค้นพบกระทู้ดังกล่าวในเวลาไม่นาน
ประกอบกับการที่สมาชิกบางคนในทีมสำรวจนรก ผลัดเวรกันเปิดช่องทางติดต่อฉุกเฉินจากภายนอกแคปซูล
“ได้ยินว่าลอเอลอยู่ใกล้กับปิอาโร่”
ป็อนที่ล็อกอินกลับเข้าเกมหลังอัปเดตข้อมูลจากโลกภายนอก รีบแจ้งข่าวใหม่
ภายในไม่ถึงสองนาทีหลังจากกระทู้ถูกสร้าง
ทุกคนหันไปมองยูร่าทันที
ยูร่าลงมือโดยมัวไม่รีรอ
เวทมนตร์ของนักล่าอสูรที่สามารถชำระล้างปราณอสูรในนรก
จากบรรดากระสุนพิเศษที่สร้างโดยพลังเวท <กระสุนแทรกซึม> ซึ่งมีรูปร่างเป็นนกถูกยิงออกไป
เป็นเทคนิคที่อเล็กซ์ ผู้ต้องดิ้นรนท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายของนรก คิดค้นขึ้นเพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนอันน้อยนิดที่คอยช่วยเหลือ
ทักษะสำหรับสื่อสารทางไกล
เนื่องจากเป็นกระสุนที่ชำระล้างปราณอสูรในทิศทางที่พุ่งผ่าน ประสาทสัมผัสของอสูรจึงยากจะตรวจพบ หรือต่อให้ถูกค้นพบก็ยากที่จะถูกขัดขวาง
หรือในกรณีเลวร้ายถูกขัดขวาง ดีบัฟจำนวนมากก็จะแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง
ชิ้ง!
ทันทีที่หน้าต่างเปิดออก ยูร่ายกปืนเล็งไปยังช่องว่างพร้อมกับลั่นไก
“…?”
เมื่อเส้นลำแสงสีหยกพุ่งผ่านท้องฟ้าสนามรบ เหล่าอสูรต่างแหงนมองโดยพลัน
วาบ!
สิ่งที่ต้องแลกมาคืออาการตาบอดชั่วขณะ
ฉวยโอกาสดังกล่าว ซิกไล่เชือดอสูรหลายสิบตัวอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็เช็ดเลือดออกจาก <ดาบซาฮารัน>
สีหน้าไร้อารมณ์ของมัน ทำเอาเหล่าอสูรถึงกับผวา
เซพาเดียเริ่มสับสน
‘ทำไมถึงไม่ออกมาช่วย?’
ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกก่อนหน้า
ซิกแข็งแกร่งที่สุดในเจ็ดมาร และเป็นครึ่งเทพที่เกือบกลายเป็นเทพ
แม้เซพาเดียผู้เปรียบดังมือขวาของบาเอลจะจองหองเสียดฟ้า แต่มันก็ไม่กล้าประมาทซิก
ตรงข้ามกับการปะทะซึ่งหน้าและบาดเจ็บหนัก มันวางแผนจะช่วงชิงพลังของศัตรูมาเป็นของฝ่ายตัวเอง
วงแหวนเวทจำนวนมากที่ติดตั้งรอบปราสาทคริสตัล
เซพาเดียกำลังรอจังหวะเปิดใช้งานกับดักวงแหวนเวท เพื่อดูดซับมานาเหล่ามนุษย์ที่ย่ำเท้าลงไป
ทว่า มนุษย์ในปราสาทกลับไม่ออกมาแม้แต่ก้าวเดียว
ซิกที่มาช่วย ถูกทิ้งไว้ในสนามรบตามลำพัง
หากคำนึงว่ามนุษย์มีแนวโน้มที่จะร่วมมือกันมากกว่าอสูร เซพาเดียอดประหลาดใจไม่ได้
‘พวกมันมองเห็นวงแหวนเวท?’
ไม่มีทาง…
วงแหวนเวทไม่ใช่สิ่งที่สายตามนุษย์จะตรวจพบ
ต่อให้มีปาฏิหาริย์ที่นักบุญหญิงสังเกตเห็น แต่ก็ไม่มีทางถอดรหัสความจริงได้
ไม่มีใครสามารถระบุประเภทของวงแหวนเวทได้ ยกเว้นสัตว์ประหลาดบราฮัม ผู้สามารถสลายวงแหวนเวทหน้าลิฟต์ได้ในพริบตา
โรสที่อยู่ในปราสาท มองไปยังท้ายทอยมหึมาของเซพาเดียที่กำลังยืนสับสนในแนวหน้า
‘ไอ้คางคกนั่นไม่รู้จริงๆ ว่าเราอยู่ที่นี่’
ระบบหลักของปราสาทคริสตัลคือการ ‘คุ้มครอง’
มีกลไกการป้องกันทุกรูปแบบ และหนึ่งในนั้นคือการ ‘ปกปิด’
ผู้บุกรุกไม่มีทางกะเกณฑ์กำลังรบในปราสาทได้เลย
ตัวตนด้านในถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์ จนมิอาจล่วงรู้จำนวนคนภายในปราสาทสีใส
เป็นเหตุผลที่โรสซึ่งเคยตื่นตูม เริ่มใจเย็นลง
ตอนนี้เธอไม่กลัวอีกแล้ว
แถมยังร่วมมือกับกิลด์โอเวอร์เกียร์อย่างเต็มที่
เพื่อซื้อใจชาวโอเวอร์เกียร์ โรสถึงกับยอมเปิดเผยข้อมูลวงแหวนเวทรอบปราสาท
เธอทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด
แต่เดิมที โรสต้องการเป็นพันธมิตรกับกริดอยู่แล้ว จึงไม่ได้อิดออดแต่อย่างใด
‘พวกมันผิดที่แทงข้างหลังเราก่อน!’
ว่ากันตามตัวอักษร ฝ่ายที่คิดหักหลังก่อนคืออาโมแรค มิใช่บาเอล
เพียงแต่บาเอลชิงลงมือก่อน
โรสไม่มีทางเลือกนอกจากเข้ากับฝ่ายโอเวอร์เกียร์ เพราะบาเอลทำการเปลี่ยนกฎของนรกและประกาศทำศึกเต็มรูปแบบโดยไม่ปรึกษาอาโมแรค จนเธอต้องถูกล้อมกรอบเช่นนี้
จิสึกะทวนคำถามกับโรส ผู้กำลังหาความชอบธรรมให้ตัวเอง
“วงแหวนเวทจะหยุดทำงานสามสิบสามนาทีใช่ไหม?”
“ใช่ หลังจากครบสามชั่วโมง วงแหวนต้องถูกชาร์จพลังนานสามสิบสามนาที”
“หืม… ฉุกละหุกเหมือนกันนะ”
เปิดประตูออกไป ช่วยซิกต่อสู้ และรีบกลับมาที่ปราสาทภายในสามสิบสามนาที?
หญิงสาวขมวดคิ้วขณะคำนวณกำลังรบ กลยุทธ์ ระยะห่างระหว่างปราสาทกับซิก และทักษะที่สำคัญของพวกพ้อง
แต่ก็เพียงครู่เดียว
คิ้วคลายออกอย่างรวดเร็ว
ยกมุมปากขึ้น จิสึกะตบหลังโรสหนึ่งฉาด
“เธอก็ต้องไปกับพวกเรา”
“…ไปไหน?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ช่วยซิกไง”
ในซาทิสฟาย ไม่มีผู้ใดไร้เทียมทาน
แม้จะเป็นเทพสงครามผู้ถูกทำให้เชื่อว่าไร้เทียมทาน ก็ยังเคยพ่ายแพ้หลายต่อหลายครั้ง
ฝ่ายศัตรูมีกำลังเสริมมาสมทบอย่างต่อเนื่อง
ไม่มีทางที่ซิกจะอยู่ในสภาพนี้ได้ตลอด
จำเป็นต้องช่วยซิกกลับเข้ามาในปราสาทเพื่อให้ได้พักเหนื่อย
หากซิกตายแม้แต่หนเดียว
เหล่าอสูรจะขโมยทักษะไป และนั่นจะกลายเป็นหายนะ
“ทำไมฉันต้อง…?”
“ยังต้องถามด้วยหรือ? ในเมื่อเธอแข็งแกร่ง ก็ต้องช่วยพวกเราสู้”
“แต่ฉันเป็นอสูร หลังจากนี้ฉันอาจจะถูกรุมกลั่นแกล้งในโลกของอสูร…”
“ห่วงปัจจุบันก่อนดีไหม? เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ จะทำตามที่ฉันพูด หรือจะให้ฉันโยนเธอออกไปแล้วตะโกนบอกเจ้าคางคกนั่น ว่าเธอแอบปล่อยข้อมูลวงแหวนเวท?”
“…”
โรสหวนนึกถึงกิลด์เซดากาห์ที่เคยโด่งดังเมื่อในอดีต
แม้จะมีสมาชิกไม่มาก แต่เนื่องจากมีผู้นำที่ยอดเยี่ยม ชื่อเสียงของกิลด์จึงโตวันโตคืน ในแง่ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว อาจสูสีกับเจ็ดกิลด์ใหญ่ด้วยซ้ำ
จิสึกะคือผู้นำคนนั้น
‘นังหัวรถจักรบ้าดีเดือด!’
โรสกลืนคำสบถลงคอ ฉีกยิ้มกว้างพลางผงกศีรษะ
ไม่ว่าชื่อเสียงของเธอจะโด่งดังเพียงใด แต่นั่นคือในสายตาคนทั่วไป ต่อหน้าขุนพลโอเวอร์เกียร์ทัพหลัก โรสเป็นได้แค่แกะน้อยสงบเสงี่ยม
“น…นั่นสินะ เราเป็นพวกเดียวกันแล้ว…”
กฎใหม่ของบาเอลไม่เพียงจะส่งผลกับมนุษย์
แต่ยังรวมไปถึงอสูรที่ถูกมนุษย์ควบคุมอย่างซัคคิวบัสของกริด และแกลนท์ อสูรผิวแดงของยูร่า
โรสจึงมิอาจสื่อสารกับกริดผ่านซัคคิวบัส
เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยตัวเอง
“เอาล่ะ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกไปในอีกสิบนาที”
ขณะทีมสำรวจซึ่งนำโดยยูร่าและจิสึกะยืนอยู่หน้าประตูปราสาท
[ณ ขุมนรก เทพผู้เสด็จเยือนได้มาถึงแม่น้ำแห่งการคืนชีพ]
[เหล่าอสูรต่างแตกตื่นเมื่อเห็นว่าดวงวิญญาณที่กำลังโหยหวน เริ่มสงบลงเพราะไออุ่นจากพลังเทพ]
มหากาพย์บทที่ยี่สิบ เริ่มขึ้นทันทีที่กริดถึงนรก
วรรคแรกถูกเขียนลงบนผนังวิหาร
โดยมนุษย์ที่เฝ้ามองกริดจากโลกกึ่งกลาง
Comments
Post a Comment