จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,679
เขี้ยวขาวคือมรดกจากจอมอสูรดราเชี่ยนที่ถูกอริยดาบมุลเลอร์ผนึก
เป็นอาวุธที่จอมอสูรลำดับสิบเอ็ดใช้งานอย่างยาวนาน จึงไม่แปลกที่จะมีความพิเศษ
กล่าวคือ ไม่ควรตั้งคำถามว่า ทำไมจอมอสูรถึงใช้ดาบที่มีเขี้ยวมังกรเป็นวัสดุ
อย่างไรก็ดี ความเข้าใจต่อโลกของกริดเปลี่ยนไปมากในช่วงไม่กี่เดือนหลัง
หากไม่นับสามอสูรต้นกำเนิด จอมอสูรไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่นขนาดนั้น
กริดยังเข้าใจถึงอุปนิสัยของมังกร และประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของศาสตรามังกร
จึงเริ่มเกิดคำถามว่า เหตุใดจอมอสูรลำดับสิบเอ็ดถึงมีดาบที่สร้างจากเขี้ยวมังกร แถมยังเป็นมังกรโบราณ และกังขาเรื่องที่ประสิทธิภาพของดาบค่อนข้างห่วย
‘ถ้าไม่รู้จักนิสัยของบาเอล เราคงมีคำถามมากกว่านี้’
ตัวตนที่แท้จริงของดราเชี่ยนคือซาลิเอล — เทวทูตตกสวรรค์
เป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือที่เขี้ยวขาวตกอยู่ในมือซาลิเอล?
ไม่มีทาง
มีโอกาสสูงที่จะเป็นการเล่นสนุกของบาเอล
มันคงยกให้ซาลิเอลเพราะรู้ว่า เขี้ยวมังกรซึ่งได้มาระหว่างการทำให้เนอวาร์ธานคลั่ง จะเป็นสื่อกลางชั้นดีในการดึงดูดมังกรคลั่ง
เหตุผล?
จะเป็นเหตุผลที่ยิ่งใหญ่หรือไม่?
บาเอลอาจแค่ต้องการเพลิดเพลินไปกับละครตลก ที่เทวทูตตกสวรรค์ผู้โง่เขลาซึ่งเชื่อว่าตนคืออสูร ถูกมังกรคลั่งจับกิน
‘นับว่าซาลิเอลโชคดี ที่ถูกมุลเลอร์ผนึกก่อนที่เนอวาร์ธานจะปรากฏตัว’
เมื่อสองวันก่อน กริดยืนยันได้ว่าอาการคลั่งของเนอวาร์ธานสามารถแพร่กระจาย
หากซาลิเอลถูกเนอวาร์ธานฆ่า วิญญาณของเธอที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว จะยิ่งบิดเบี้ยวกว่าเดิม
‘มุลเลอร์รู้อยู่แล้วหรือว่าซาลิเอลคือใคร…?’
อาจเป็นไปได้
เมื่อพิจารณาว่ามุลเลอร์เคยยกระดับตัวตนให้ราชาขุนเขา หมายความว่าชายคนนั้นน่าจะเข้าใจโลกในเชิงลึก
ฉายาอริยดาบที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์คงไม่ได้มาง่ายๆ
กริดมองว่าสมเหตุสมผลแล้ว ที่จะหาความหมายให้กับพฤติกรรมของมุลเลอร์ ผู้ถูกมนุษย์ยกย่องเป็นเวลานานหลังจากตายไปแล้ว
“หืม…”
กริดที่กำลังจดจ้องเขี้ยวขาว ระยะห่างระหว่างสองคิ้วค่อยๆ แคบลง
แม้จะยังไม่เข้าใจอดีตดีนัก แต่กริดก็มองว่าอาวุธชิ้นนี้ประสิทธิภาพต่ำเกินไป
เขี้ยวของบันเฮเลียร์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแค่ ‘เศษ’ เขี้ยว ถูกตอกเข้ากับด้ามดาบ
เหตุผลที่ดูเหมือน ‘ดาบ’ ก็เพราะรูปทรงของเศษชิ้นดังกล่าว ดูคล้ายกับใบมีด
ไม่มีใครรู้ว่าบาเอลสร้างมันโดยเจตนา หรือเขี้ยวบันเฮเลียร์บังเอิญแตกมาเป็นรูปทรงนี้
แต่หนึ่งสิ่งที่มั่นใจได้ก็คือ นี่เป็น ‘วัสดุที่ไม่ปนเปื้อน’
ไม่มีร่องรอยความพยายามในการหลอมด้วยฝีมือห่วยๆ
‘ก็คงต้องเป็นแบบนั้น’
เฮลสมิต — ช่างตีเหล็กเพียงตนเดียวในนรก มีฝีมือเก่งกาจ
เมื่อตระหนักว่าฝีมือของตนไม่สูงพอที่จะรับมือเขี้ยวมังกรโบราณ เฮลสมิตตัดสินใจไม่แตะต้องโดยพลการ
‘เขาไม่ใช่คนที่จะทำลายวัสดุแสนมีค่าด้วยความโลภราคาถูก จิตวิญญาณช่างฝีมือของเขาเป็นของจริง’
ตึง!
กริดเปิดใช้งานทักษะแยกส่วน เพื่อถอดเขี้ยวบันเฮเลียร์ออกจากด้ามดาบหยาบๆ
จากนั้นก็ไตร่ตรองสักพักและพูด
“ครอเกล ฉันขอซื้อต่อได้ไหม”
วัสดุมังกรโบราณ
วัสดุสำหรับผลิตไอเท็มที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งอาจหาไม่ได้อีกแล้วในอนาคต
กริดกำลังโลภ
แน่นอนว่าชายหนุ่มยังมีจิตสำนึก เขี้ยวกูเซลและเขาครานเบลถูกนำออกจากช่องสัมภาระ
“ฉันไม่ได้จะซื้อด้วยเงิน แต่จะแลกด้วยดาบหนึ่งเล่ม… ไม่สิ สองเล่มเลย”
ครอเกลคืออริยดาบ
สามารถใช้งานอาวุธประเภทดาบทุกชนิดบนโลกได้โดยไม่สนใจเงื่อนไขและไม่ได้รับผลข้างเคียง ตรงกันข้าม มีแต่จะได้รับบัฟ
เป็นธรรมดาที่ครอเกลจะปรารถนาดาบที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งสร้างจากวัสดุมังกรโบราณ
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของเขี้ยวขาวคือครอเกล
กริดรู้ตัวว่ากำลังฝืน
แต่ก็อยากจะถามเผื่อไว้ แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิดก็ตาม
“ตกลง”
อีกฝ่ายมอบคำตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“นั่นสินะ ข้อเสนอของฉันคงดียังไม่พอ… หา?”
กริดที่คิดว่าจะถูกปฏิเสธ ชะงักคำพูดพร้อมกับอ้าปากกว้าง
มันกำลังสับสน
ครอเกลยักไหล่
พลังเทพสีส้มภายในโลกโอเวอร์เกียร์กำลังสั่นไหวไปตามท่วงท่าของครอเกล ดูสอดประสานอย่างลงตัวและไร้รอยต่อ
คนหล่อทำอะไรก็ดูเท่ไปหมดจริงๆ
“ฉันตั้งใจจะยกเขี้ยวขาวให้นายแต่แรกแล้ว นายเป็นคนเดียวในโลกที่ทำให้มันมีคุณค่าได้ ฉันคงไม่ไร้ยางอายขนาดนั้น”
“ค…ครอเกล…”
ช่างเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจกว้างขวาง
และนี่ทำให้กริดมั่นใจ ครอเกลต้องชอบตนมากกว่าเกลียด
เมื่อรับรู้ความจริงด้วยอารมณ์สั่นสะท้าน ชายหนุ่มเหยียดแขนทั้งสองข้างเข้าหาครอเกล
อาจเป็นเพราะทิวทัศน์ของโรงตีเหล็ก ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความทรงจำกับข่าน กระตุ้นอารมณ์อันอ่อนไหวของกริด
ด้วยดวงตาแดงก่ำ ชายหนุ่มเตรียมโผกอดครอเกล
แน่นอนว่าไม่สำเร็จ
ครอเกลที่ทำสีหน้ารังเกียจ หลบหลีกอ้อมกอดของกริดและพูดต่อ
“แต่ฉันไม่คิดจะพรากของรักของนายเพื่อแลกกับเขี้ยวขาวหรอกนะ แค่สร้างดาบเล่มใหม่ให้ก็พอแล้ว”
“แฮ่ม…”
กริดที่เคอะเขิน กระแอมแห้งพลางพยักหน้า
ด้วยรอยยิ้มจมลึก
หัวใจกริดที่ตะขิดตะขวงจนถึงเมื่อวาน เริ่มจักจี้และพองโต
เนื้อหาภาคนรกที่เพิ่งจบลงไป
ผู้คนต่างรับรู้ว่ากริดและกิลด์โอเวอร์เกียร์ ‘ได้รับชัยชนะ’ และ ‘ประสบความสำเร็จ’ แต่ความจริงถูกเพียงครึ่งเดียว
นอกเหนือจากการปิดวิถีแห่งชูร่าและทำให้โลกสงบสุข กริดไม่มีความสำเร็จส่วนตัวเลย
ไม่สามารถทำลายต้นตอของปัญหาอย่างจันทร์ขุมนรก และยังพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับบาเอล
โชคดีที่มหากาพย์บทยี่สิบถูกบิดเบือนจนระดับตัวตนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โลกจินตภาพถูกยกระดับ ได้สร้างวิชาดาบผสานหกชนิดรูปแบบใหม่ และต้านทานการถูกบดขยี้ แต่นั่นคือทั้งหมด
จริงอยู่ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นรางวัลใหญ่เกินกว่าจะปริปากบ่น แต่เนื่องจากกริดไม่ประสบความสำเร็จส่วนตัวเลย จึงไม่ได้รับรางวัลส่วนตัวที่จับต้องได้แม้แต่ชิ้นเดียว
กล่าวคือ กริดไม่ได้รับไอเท็มดรอป
แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องให้ใจชื้น เนเฟลิน่าวิวัฒนาการเป็นเหนือมังกร และกริดยังได้สร้างมิตรภาพ (?) กับเนอวาร์ธาน บันเฮเลียร์ และเอลิกอส
ว่ากันตามตรง ลำพังรางวัลจากมหากาพย์และวิวัฒนาการของเนเฟลิน่า ก็มากกว่าการได้รับศาสตรามังกรสองสามเล่มแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดนึกเสียดายไม่ได้
ทว่า ไม่กี่วันถัดมา ชายหนุ่มได้รับเขี้ยวขาว
ในสายตากริด ครอเกลเปรียบดังซานตาคลอส
นับตั้งแต่วันนี้ไป
กริดและครอเกลจะร่วมมือกันสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ประสบการณ์เมื่อครั้งอดีต สมัยได้เรียนรู้สิ่งใหม่และทำความเข้าใจแนวคิดในอุดมคติของอริยดาบ กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง
แต่หนนี้จะไม่เหมือนกับตอนที่สร้างดาบเสือขาว
ระดับของกริดในปัจจุบัน จะไม่ไหลไปตามอุดมคติของครอเกล
กลับกัน ชายหนุ่มจะคอยให้คำแนะนำและเสนอแนวทางที่น่าสนใจกว่า
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ค้อนของกริดกำลังกรีดร้อง
พลังเทพภายในโลกโอเวอร์เกียร์จะสั่นไหวทุกครั้งที่เขี้ยวมังกรถูกทุบ
พวกมันค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในเขี้ยว ประหนึ่งถูกดูดเข้าไปในวังวน
ราวกับกริดกำลัง ‘สลัก’ แสงสนธยาลงบนดาบ
“สนธยา”
กริดและครอเกลพูดพร้อมกัน
เป็นชื่อที่แทบไม่ต้องคิด
ช่างเหมาะสมกับชื่อของดาบเล่มใหม่ ที่จะเปลี่ยนให้ชะตากรรมของศัตรูกลายเป็นความมืดและจบลงในที่สุด
***
หลังจากห่างหายไปนาน การทำนายผลของมอร์เฟียสกลับมาถูกต้องอีกครั้ง
กริดสู้กับบาเอลและไม่ได้รับชัยชนะ
แต่ก็ยังเกิดปัญหา
มหากาพย์ของเทพโอเวอร์เกียร์บันทึกว่ากริดได้รับชัยชนะ
เห็นได้ชัดว่าเป็นการบิดเบือน แต่ก็เป็นสิ่งอยู่นอกเหนือความควบคุม
กริดได้รับสิทธิ์ทั้งหมดของผู้ชนะ
นอกเหนือจากการปิดวิถีแห่งชูร่า ชายหนุ่มยังได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากรางวัลมหากาพย์
ยังไม่ต้องพูดถึง ‘ผลดีชั่ว’
อย่างไรก็ดี โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี
กฎการแลกเปลี่ยนที่สมดุล
กริดต้องชดใช้เรื่องที่ตนร่วมมือกับมังกรมารบันเฮเลียร์
หลังจากสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับบันเฮเลียร์ในนรก ทันทีที่ถูกส่งกลับเมืองหลวง มังกรคลั่งได้มาเยือน
จากการคำนวณของมอร์เฟียส มีโอกาสสูงกว่า 89% ที่ไรน์ฮาร์ทจะหายไปจากแผนที่จักรวรรดิ
เป็นการคำนวณที่นับรวมฮายาเตะกับสภาหอคอยเข้าไปแล้ว
หากเนเฟลิน่าไม่วิวัฒนาการ กริดจะสูญเสียหลายสิ่ง
แต่เนเฟลิน่าวิวัฒนาการได้ถูกเวลา ส่งผลให้เนอวาร์ธานหลุดพ้นจากอาการคลั่งชั่วขณะ
กริดสามารถปกป้องไรน์ฮาร์ทโดยแทบไม่สูญเสียสิ่งใด แถมยังได้ครอบครองเหนือมังกร
“อัตราชนะต่ำผิดคาด แต่ผลลัพธ์กลับเข้าข้างเขาเสมอ”
พนักงานในทีมปฏิบัติการที่ตรวจสอบบันทึกการต่อสู้นับตั้งแต่กริดกลายเป็นเทพ ทำได้เพียงเดาะลิ้น
อัตราการชนะของกริดไม่ได้สูงอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
มีหลายกรณีที่การต่อสู้ไม่สามารถตัดสินผล
เมื่อพิจารณาจากระดับของศัตรู นั่นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่สำหรับกริด ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ความล้มเหลว
ทุกครั้งที่สู้ ชายหนุ่มจะได้อะไรกลับมาเสมอ
จนถึงจุดที่อดคิดไม่ได้ว่า ทั้งจักรวาลกำลังแอบช่วยเหลือกริด
ผอ.ยุนซังมินอธิบายกับพนักงานที่กำลังยิ้มแห้งด้วยสีหน้างุนงง
“ยิ่งมีคนชื่นชมมากเท่าไร กริดก็ยิ่งแข็งแกร่ง”
มหากาพย์ถูกบิดเบือนเพราะความเอนเอียงของเหล่าสาวกกริด และวิวัฒนาการของเนเฟลิน่า เกิดจากความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่ต้องการช่วยกริด
เบื้องหลังการสร้างศาสตรามังกรที่งดงามนามว่าสนธยา ก็เกิดจากหัวใจครอเกลที่ห่วงใยกริด
บางคนอาจเห็นใจกริดที่มักแบกรับทุกสิ่งไว้คนเดียว แต่ในความเป็นจริง กริดไม่เคยเดียวดาย ความรักและความปรารถนาดีของคนรอบข้างช่วยมอบพลังให้เสมอ
“กริดรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร”
ดังนั้น ไม่ว่าจะเผชิญอุปสรรคแบบใด กริดต้องพุ่งชนและผ่านไปให้ได้
อย่างไรก็ดี ผลดีชั่วที่ปิอาโร่ปลูกขึ้นในนรกโดยบังเอิญ จะดึงดูดสิ่งมีชีวิตจำนวนมากให้เข้ามาหา
จะมีผู้คนมากมายล้มตาย
ทันทีที่กริดรีบร้อนตั้งทีมบุกนรกโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง นั่นจะเป็นวันที่กรุงไรน์ฮาร์ทถึงคราวล่มสลาย
“ราชาซอบยอล…”
บุตรของหนึ่งในเทพต้นกำเนิด ผู้ยอมทำทุกสิ่งเพื่อให้พี่น้องถูกกัดกร่อนและกลายเป็นก้อนเนื้อสีแดง จะสร้างความวุ่นวายแบบใดขึ้นมาอีก?
ผอ.ยุนซังมินกำลังเย็นวาบไปทั้งหลัง
***
“หืม…”
พันตรีแบคชางโฮเผยสีหน้างุนงง
ในฐานะสมาชิกหน่วยข่าวกรองอันดับหนึ่งของกองทัพ มันเคยผ่านภารกิจมามาก แต่ภารกิจครั้งนี้พิเศษกว่าปรกติ
ถูกสั่งให้รวบรวมข้อมูลเป้าหมาย วิเคราะห์รสนิยม และคำนวณว่าควรมอบของขวัญชนิดใด
ยังดีที่เป้าหมายคือชินยองวู
กล่าวคือ หากไม่ใช่กริด มันคงสงสัยว่าเบื้องบนของกองทัพอาจเป็นพวกสติไม่สมประกอบ
แน่นอน เนื้องานไม่ได้ยากเย็นอะไร
พันตรีแบคชางโฮคือผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ทางจิตวิทยา
มันมั่นใจว่า ตนจะทำภารกิจสุดเหลวไหลครั้งนี้ได้ราบรื่น
“วันนี้ก็เหมือนเดิม…”
รูปแบบพฤติกรรมของชินยองวูแสนจะเรียบง่าย
ออกจากบ้านตีห้า
กลับถึงบ้านเจ็ดโมงเช้าหลังจากออกกำลังกายกับยูร่าหรือจิสึกะ
หนึ่งทุ่มตรงออกไปพบยูร่าหรือจิสึกะ เพื่อรับประทานมื้อค่ำและไปเดต จากนั้นก็กลับบ้านสี่ทุ่มตรง
เนื่องจากทุกวันมีกิจวัตรแบบเดิม จึงไม่มีข้อมูลใหม่ให้รวบรวม
งานอดิเรกของชินยองวูคือการออกกำลังกาย และความสุขเพียงอย่างเดียวดูเหมือนจะเป็นการเดตกับยูร่าหรือจิสึกะ
ณ จุดนี้ พันตรีแบคฯ ไม่มีทางเลือกนอกจากรายงานไปยังเบื้องบนว่า ‘ผมคิดว่าเราควรสร้างสนามกีฬาสาธารณะใกล้กับบ้านเป้าหมาย’
‘เดี๋ยวนะ… เราอาจจะมองข้ามบางอย่าง’
มีบางจุดไม่ปรกติไม่ใช่หรือ?
‘เขามีแฟนสองคน!’
อย่าบอกนะ ความปรารถนาของชินยองวูก็คือ…
“…!”
ทันใดนั้น พันตรีแบคชางโฮที่กำลังขมวดคิ้ว รีบยกร่างกายท่อนบนด้วยท่าทีตื่นตัว
สัญชาตญาณสั่งให้เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่าย
เป็นการตอบสนองที่ดีที่สุดเมื่อมีใครบางคนเข้าจู่โจมจากด้านหลัง
ท่ามกลางความรู้สึกขนลุก ยิวยิตสุที่พันตรีแบคฯ ขัดเกลามาทั้งชีวิต ถูกนำมาใช้อย่างชำนาญ
‘อ๊ะ…!’
การทุ่มคนลงบนพื้นคอนกรีต จะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส
จริงอยู่ บุคคลที่ลอบเข้าข้างหลังตนได้โดยไม่รู้ตัว ไม่มีทางเป็นพลเรือนแน่ แต่การฆ่าในทันทีโดยที่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ
พันตรีแบคชางโฮรีบยื่นแขนออกไปรับแผ่นหลังของเป้าหมายที่กำลังหมุนกลางอากาศ
“…!?”
ใบหน้าของมันเปลี่ยนเป็นขาวซีดทันที
ไม่มีน้ำหนัก
สิ่งที่ตกกระทบท่อนแขนของพันตรีฯ แบค เป็นแค่ชุดออกกำลังกายของใครบางคน
‘มือโปร!’
พันตรีแบคฯ ที่ตระหนักว่าคู่ต่อสู้อยู่ในระดับเดียวกับตนเป็นอย่างน้อย ดีดตัวเป็นสปริงพร้อมกับตั้งท่าป้องกัน
และต้องตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจน
เพราะคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ใครนอกจากชินยองวู เป้าหมายของภารกิจ
‘เขารู้ตัวแล้ว?’
สมมติว่าเป็นไปได้
แต่เขาออกจากบ้านโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวได้ยังไง?
ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ยี่สิบเอ็ดคนกำลังจับตามองรอบบ้านเป้าหมาย…
ความคิดของพันตรีแบคฯ จบลงตรงนี้
เพราะโดนชินยองวูเตะใส่ขมับจากมุมอับจนสลบ
ท่าพื้นฐานของเทควอนโดคือการเตะกลับหลัง
เป็นท่าที่เรกัสใช้บ่อย กริดก็เลยลองฝึกดู
“ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเลวนะ…”
เมื่อไม่กี่วันก่อน เริ่มมีคนน่าสงสัยเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวบ้าน
ชายหนุ่มทนไม่ไหว จึงเลยตัดสินใจจัดการ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่นักฆ่า
ถ้าคิดร้ายจริง คงไม่ยื่นแขนออกไปพยุงหลังคนที่กำลังโดนทุ่ม
“สวัสดีครับ สถานีตำรวจใช่ไหม”
ชินยองวูโทรเรียก 112
รอบๆ บ้านของชายหนุ่มมีคนนอนสลบรวมทั้งหมดยี่สิบเอ็ดคน
ไม่น่าเชื่อว่า ตัวตนของคนกลุ่มนี้คือทหารหัวกะทิของกองทัพเกาหลีใต้
แต่พวกมันกลับมิอาจรับมือการผนึกกำลังของชินยองวูและทูน ผู้ทำลายกำแพงระหว่างซาทิสฟายและโลกความจริง
Comments
Post a Comment