จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,674



ผู้คนไม่ค่อยมีข้อมูลของมังกรมากนัก


เนื่องจากไม่โอกาสได้ศึกษาและทำความเข้าใจสายพันธุ์ระดับสูง ซึ่งสามารถทำลายอารยธรรมมนุษย์ได้ด้วยการกระพือปีกเพียงครั้งเดียว


เรื่องนี้ส่งผลร้ายต่อผู้เล่นอย่างมาก


ในภารกิจหรือเอกสารโบราณ แทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมังกรเขียนอธิบายผู้เล่นไว้เลย


อย่างไรก็ดี


แทบทุกคนรู้จักมังกรคลั่ง


มังกรที่ดุร้ายและแข็งแกร่ง


กล่าวอีกนัยหนึ่ง ภาพจำของเนอวาร์ธาน ได้กลายมาเป็นภาพจำของมังกรในความคิดผู้คน


จากบรรดามังกรทั้งหมด เนอวาร์ธานได้รับความนิยมเป็นพิเศษ


ไม่ว่าจะมังกรเพลิงทราวก้าที่ยึดครองเมืองคนแคระทาลิม่า หรือมังกรจอมเขมือบไรเดอร์สที่ชื่นชอบอาหารของมนุษย์ ก็ยังไม่ถูกยอมรับมากเท่ากับเนอวาร์ธาน


นั่นเพราะเนอวาร์ธานปรากฏตัวบ่อยครั้งที่สุดในหมู่มังกร


จริงอยู่ อาจจะแค่ไม่กี่ครั้งในรอบหนึ่งร้อยปี แต่ก็มากกว่ามังกรตัวอื่นหลายเท่า


เนอวาร์ธานสร้างภัยพิบัติหลายครั้ง แม้รายละเอียดไม่ชัดเจนและไม่ต่อเนื่อง แต่ในบางกรณี ยังมีคนโชคดีรอดชีวิตจากภัยพิบัติของมัน


นี่คือเหตุผลที่บันทึกเกี่ยวกับมังกรไม่กี่เรื่องในประวัติศาสตร์ มีเนอวาร์ธานเป็นตัวเอก


“พ…พวกเราควรทำยังไงดี…”


ผู้คนนับล้านที่มารวมตัวเพื่อเฉลิมฉลองการหวนคืนของเหล่าวีรชน ต่างพากันตื่นตระหนก


ส่วนใหญ่สติแตกไปแล้ว


อาการสติแตกเป็นเหมือนโรคติดต่อ


หลายคนเริ่มทำร้ายพวกพ้อง เพื่อนฝูง และครอบครัวที่ยืนอยู่ด้านข้าง เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอสูรหรือสัตว์ประหลาด


หากซาลิเอลไม่รีบกระจายละอองพลังเทพเพื่อสงบจิตใจ ความวุ่นวายคงเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ในกรณีเลวร้ายอาจเกิดโศกนาฏกรรมที่เหยื่อตายด้วยฝีมือคนในครอบครัว


‘เจ้านั่นอยู่ในสภาพไหน…’


กริดรีบตรวจสอบร่างกายขนาดมหึมาของเนอวาร์ธาน ซึ่งดูคล้ายกับขุนเขาลูกยักษ์ในจุดห่างไกล


ชายหนุ่มยังไม่ลืมว่า เมื่อครั้งบันเฮเลียร์เข้าไปในนรก มันบาดเจ็บสาหัส


บันเฮเลียร์เป็นเช่นนั้นเพราะต่อสู้กับเนอวาร์ธานอย่างดุเดือด


คำนึงจากข้อเท็จจริงที่ว่า บันเฮเลียร์มีสภาพย่ำแย่สุดขีด ไม่มีทางที่เนอวาร์ธานจะไม่เป็นอะไร


ทั้งสองฝ่ายต้องบาดเจ็บจากการปะทะแน่…


“…ไม่เป็นอะไรเลย?”


กริดถึงกับพูดเสียงหลงด้วยความผิดหวัง


ตรงข้ามกับสิ่งที่คิด เนอวาร์ธานแทบไม่มีบาดแผล


กริดอยากจะขอคำอธิบายเรื่องนี้จากบันเฮเลียร์


เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้า ชายหนุ่มเห็นบันเฮเลียร์กลายเป็นแค่จุดสีดำ


คล้ายกับอีกฝ่ายสัมผัสถึงการจ้องมอง


เสียงของบันเฮเลียร์ส่งมาถึงสมองกริดโดยตรง


> อยากจะพูดอะไร?


น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสง่างามราวกับไม่รู้ผิดเลยสักนิด


ตรงข้ามกับบันเฮเลียร์ กริดต้องปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง


ชายหนุ่มกำลังถือไพ่เป็นรอง


“ท่านมหามังกรมารบันเฮเลียร์ผู้ยิ่งใหญ่! ฉันต้องการความช่วยเหลือจากนาย!!”


กริดตะโกนดังกึกก้อง


รางวัลตอบแทนของมหากาพย์บทที่ยี่สิบ ช่วยยกระดับตัวตนของกริดมากถึงสี่ขั้น


ชายหนุ่มผู้ยกระดับตัวตนขึ้นมาทัดเทียมการขี่มังกรระดับสูง กล่าวยกย่องและขอร้องบันเฮเลียร์ต่อหน้ามนุษย์จำนวนมากที่รับใช้ตน


ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังอยู่ใกล้กับโลกโอเวอร์เกียร์


กริดกำลังกล่าวในนามเทวราชา


ผลลัพธ์ช่างน่าทึ่ง


บันเฮเลียร์ชะงักไปเล็กน้อย


มังกรมารสัมผัสได้ว่า ระดับตัวตนของมันเพิ่มขึ้นมาก เหมือนกับเมื่อครั้งซึมซับปราณอสูรในนรกและกลายเป็นมังกรมาร


อย่างไรก็ดี จากมุมมองของบันเฮเลียร์ นี่คือผลตอบแทนที่ตนควรได้รับแล้ว


การต้องแบกชายคนนั้นไว้บนหลังและต่อสู้กับเจ้านรก ถือเป็นงานเสี่ยงอันตรายชนิดที่สมควรได้รับรางวัลติดไม้ติดมือ


> เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ


นี่คือคำที่บันเฮเลียร์ได้ยินคนอื่นพูดใส่ตนมากที่สุด


ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้นำมาพูดกับคนอื่น


บันเฮเลียร์ที่ขมวดคิ้วอย่างไร้อารมณ์ กล่าวตำหนิกริด


> เมื่อครู่เพิ่งประกาศว่าจะฆ่าข้า แต่ตอนนี้มาขอความช่วยเหลือ? ไม่มียางอายบ้างเลยหรือ


“…”


> ข้าไม่มีเหตุผลให้ต้องช่วยเจ้า จงจำไว้ว่ามิตรภาพของเราเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว


ทันทีที่สิ้นเสียง บันเฮเลียร์กระพืออีกอย่างต่อเนื่อง


ร่างกายพุ่งหายไปจากจุดเกิดเหตุ


มันไม่ได้ใช้เวทเทเลพอร์ต


เพราะไม่อยากดึงดูดความสนใจจากเนอวาร์ธาน


‘เราโชคดีแล้ว… อย่าปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดมือ’


ไม่นานหลังจากถูกส่งกลับมายังไรน์ฮาร์ท


บันเฮเลียร์สัมผัสได้ว่า เนอวาร์ธานกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง จึงเกิดความกระวนกระวาย


ไม่อยากจะเชื่อว่า สิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคต้นกำเนิด จะต้องเผชิญวิกฤติเฉียดตายถึงสามครั้งในหนึ่งวัน


ครั้งแรกกับเนอวาร์ธาน ครั้งที่สองกับบาเอล และครั้งที่สามกับเนอวาร์ธาน


มันไม่ได้อับอาย แค่สงสัยว่าโลกนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้น


ในใจนึกกลัวว่าจะสูญเสียชีวิตอันเป็นนิรันดร์


แต่สุดท้ายก็รอดมาได้


ระบุให้ชัดก็คือ มันถูกช่วยไว้


‘คิดไม่ถึงว่าเจ้านั่นจะจำลูกตัวเองได้’


ลูกสาวของเนอวาร์ธาน


รอยยิ้มอันดำมืดฉาบไปทั่วริมฝีปากบันเฮเลียร์


เพราะมันกำลังรู้สึกโชคดี แม้วันนี้จะต้องเสื่อมเสี่ยเกียรติไปบ้าง


แน่นอน โชคดีที่ว่าคือเนเฟลิน่า


‘ลูกสินะ… คงนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายเรื่อง’


เดิมที สติของเนอวาร์ธานจะขึ้นๆ ลงๆ


ส่วนใหญ่จะเสียสติ มีไม่บ่อยครั้งที่สามารถดึงสติกลับมาได้


เช่นนั้นแล้ว เป็นเรื่องบังเอิญหรือที่มันกลับมามีสติหลังจากได้พบลูกสาว?


ไม่มีทางแน่นอน


ความรักที่มีต่อลูกสาวเป็นของจริง


ขณะบันเฮเลียร์กำลังแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายด้วยความมั่นใจ


“ไม่คิดว่านี่เป็นโอกาสสำหรับเจ้าเหมือนกันหรือ”


> …!


บันเฮเลียร์หยุดกระพือปีกทันที


เพื่อหลบหลีกคลื่นพลังงานที่ถูกยิงดักหน้า


ฟ้าว!


กลุ่มแสงสีเทาที่ค่อยๆ ผุดขึ้นคล้ายกับหมอก ก่อตัวเป็นรูปร่างดาบอย่างรวดเร็ว


ดาบซึ่งเปี่ยมไปด้วยเจตจำนงที่จะฆ่ามังกร


[นักล่ามังกร ‘ฮายาเตะ’ ปรากฏตัว]


“มาร่วมมือกันผนึกเนอวาร์ธานดีกว่าไหม”


ฮายาเตะไม่ได้พูดว่าฆ่า


มันหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่เกินจริง


เพื่อโน้มน้าวให้บันเฮเลียร์เห็นว่า สติของตนยังไม่บกพร่อง


บันเฮเลียร์เริ่มหายใจเสียงดัง


> ท่าทีของเจ้ามันอะไรกัน โลกคงใกล้ถึงจุดจบแล้วสินะ… นักล่ามังกรมาขอความร่วมมือจากมังกร? ดูเหมือนว่ามนุษย์ที่เอาแต่ซ่อนตัวมาเป็นพันปี จะไม่หลงเหลือความละอายใจอยู่อีกแล้ว


“เจ้าแข็งแกร่งขึ้นเพราะกริด และตอนนี้กริดกำลังรอเจ้าอยู่”


> …


“เจ้าไม่รู้หรือ นี่อาจเป็นโอกาสที่ไม่หวนกลับมาอีก”


ก่อนหน้านี้ หอแห่งปัญญาพยายามตามเก็บเหล็กมังกรคลั่งที่งอกเงย


เพราะฮายาเตะไม่อยากให้พลังงานของมังกรคลั่งเปิดเผยสู่โลกภายนอก


เนอวาร์ธานเป็นศัตรูโดยธรรมชาติของมังกรโบราณเกือบทั้งหมด และตัวตนเหล่านั้นจะถูกดึงดูดโดยพลังงาน


ยิ่งเนอวาร์ธานปรากฏตัวนาน ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดสงครามมังกร และถ้าดำเนินไปถึงจุดนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเกิดภัยพิบัติระดับทวีป


มังกรคลั่งควรถูกพากลับรังโดยเร็วที่สุด


ต้องไม่ลืมว่า ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเนอวาร์ธานจะปรากฏตัวสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยบาดเจ็บเลยสักครั้ง


“เนอวาร์ธานคือหนึ่งในมังกรโบราณที่แข็งแกร่งที่สุด”


นั่นคือเหตุผลที่มันไม่เคยได้รับอันตราย


แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังถูกเนเฟลิน่าดึงดูดความสนใจ


นี่คือโอกาสของเจ้า…


ฟ้าว—!


เสียงคำรามจากดาบพิฆาตมังกร?


บันเฮเลียร์ที่จ้องปราณดาบด้วยสีหน้ากังวลสักพัก ตัดสินใจส่ายศีรษะ


> ไม่สำเร็จหรอก


“…?”


เป็นคำตอบที่คาดไม่ถึง


บนโลกใบนี้ คนที่ต้องการผนึกเนอวาร์ธานมากที่สุด ไม่ใช่ใครนอกจากบันเฮเลียร์


บันเฮเลียร์เคยล่อเนอวาร์ธานลงนรกและทำให้อีกฝ่ายเสียสติ


ด้วยความแค้นครั้งนั้น มันจึงถูกเนอวาร์ธานไล่ล่านานกว่าหลายร้อยปี


แล้วทำไมถึงปฏิเสธโอกาสที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้?


เหตุผลไม่ซับซ้อน


> ไม่อยากยอมรับสักเท่าไร แต่เจ้านั่นมีระดับสูงกว่าข้าเล็กน้อย ประมาณกระดาษหนึ่งแผ่นบางๆ … ไม่เพียงจะมีพลังคลั่ง แต่ยังถือครองลักษณะเด่นของมังกรดำที่เกิดมาพร้อมความชำนาญทุกธาตุ จึงรับมือได้ยากมาก


เบอร์เซิร์กเกอร์


ยิ่งบาดเจ็บ เนอวาร์ธานก็ยิ่งเก่งกาจและฟื้นฟูตัวเองได้รวดเร็ว


จากมุมมองศัตรู หากต้องการโค่นเนอวาร์ธาน คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบาดเจ็บหนัก


ตัวตนที่เหนือกว่าอยู่แล้ว หากได้รับบาดเจ็บและพัฒนาขึ้นไปอีก…


> นอกจากนั้น เจ้านั่นก็เหมือนกับมังกรเขลาตัวอื่น แตกต่างจากข้าที่ชื่นชอบการเฝ้ามองคนอื่นเล่นสนุก


เล่นสนุก?


การนิยามแบบนั้น ไม่ใจดำไปหน่อยหรือ?


บันเฮเลียร์สะบัดหางใส่ฮายาเตะ ที่กำลังย้อนนึกถึงศึกกับบันเฮเลียร์ครั้งก่อน


> ไสหัวไปซะ


“…”


คิ้วที่เรียงตัวสวยของฮายาเตะกระตุกแผ่วเบา


หางบันเฮเลียร์ผลักมันกระเด็นไปไกล


ไม่ใช่พฤติกรรมที่หวังผลฆ่าให้ตาย ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด


หากอยู่ในสภาพปรกติ มังกรมารไม่มีทางโจมตีแบบนี้แน่


ถึงจะเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ฮายาเตะก็ยังยากที่จะเชื่อ


“ช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับกริด… มันพิเศษสำหรับเจ้าไม่ใช่หรือ”


ฮายาเตะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของบันเฮเลียร์


บาเอลคงมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้


ท่ามกลางโลกที่เอาตัวรอดได้ยากลำบาก ช่วงเวลาที่พึ่งพากริดเพื่อข้ามผ่านวิกฤติ คงเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับมัน


> …!


บันเฮเลียร์เผยสีหน้าซับซ้อน


อันที่จริง มันแค่อ่อนเพลีย


ในใจแค่ต้องการหนีจากเนอวาร์ธานและกลับไปพักผ่อน


แต่บันเฮเลียร์จงใจทำสีหน้าครุ่นคิดเพื่อให้ฮายาเตะเข้าใจผิด


เพราะนี่คือวิธีเดียวที่จะหนีรอดอย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องปะทะกัน


เมื่อสบโอกาส


พรึบ!


ฮายาเตะมิได้ขวางทางหนีของบันเฮเลียร์ที่กระพือปีกบิน


ตนเป็นแค่วีรบุรุษที่พยายามปกป้องผู้คน การปลีกตัวมาคุยกับมังกรมาร มีจุดประสงค์เพียงเพื่อโน้มน้าวด้วยความหวังอันน้อยนิด


ใจจริง บันเฮเลียร์นึกอยากจะเย้ยหยันฮายาเตะ


แต่ด้วยเหตุผลบางประการ มันยิ้มไม่ออก ทำได้แค่บินจากไปอย่างเงียบงัน


“…”


หลังจากส่งบันเฮเลียร์บินหนีไป ฮายาเตะหันมาสนใจพื้นดิน


เนอวาร์ธานอยู่ในสภาพแทบจะสมบูรณ์


แถมระยะเวลาที่ครองสติไว้ได้ ก็ยังนานจนผิดปรกติ


***


ระหว่างที่ฮายาเตะ ผู้สัมผัสถึงการมาเยือนของมังกรโบราณ โผล่ไปโน้มน้าวบันเฮเลียร์


“ท่านพ่อ…”


บนพื้นดิน เนเฟลิน่าและเนอวาร์ธานได้กลับมาพบกันอีกครั้ง


อันที่จริง เรียกว่าการ ‘กลับมาพบกัน’ คงไม่ถูกนัก


เพราะเนเฟลิน่าที่เนอวาร์ธานจำได้ สมัยนั้นยังเป็นแค่ไข่


วันนี้จึงเป็นวันแรกที่ได้พบหน้ากันจริงๆ


อย่างไรก็ดี เนอวาร์ธานทราบได้ทันทีว่าเนเฟลิน่าคือสายเลือดของตน


> โปเรียเร็ตเทเรโฟโรโนฟิตโนซิโอเร็ตเทเบ


“…!”


“…!”


ผู้คนที่เฝ้ามองเหตุการณ์โดยแทบไม่หายใจ เผยสีหน้าตื่นตระหนกทันที


หลังจากปรากฏตัวและยิงเบรธลงมา


เนอวาร์ธานไม่แสดงความก้าวร้าวแม้แต่น้อย


แต่ผู้คนยังไม่ลืมว่ามันคือมังกรคลั่ง


เมื่อได้ยินอีกฝ่ายร่ายคาถาพิสดาร หลายคนรีบตั้งท่าป้องกัน


เช่นเดียวกับกริดที่วิ่งไปโอบกอดไอรีน


กึก! กึก!


ในเวลาเดียวกัน เด็กชายผู้สวมแว่นกันแดดอีเธอร์ก้าวเท้าออกมา


ราชาเผ่าเนตรมาร


“ไม่อยากจะเชื่อว่า สิ่งมีชีวิตที่ครองบัลลังก์สูงสุดในหมู่มังกรมาตั้งแต่เกิด จะจดจำข้าคนนี้ได้”


“…”


กริดด้านหลังบาเรียที่สร้างจากหัตถ์เทวะ กำลังรู้สึกเจ็บแปลบ


โปเรียเร็ตเทเรโฟโรโนฟิตโนซิโอเร็ตเทเบ


ชายหนุ่มเพิ่งนึกออกว่านั่นไม่ใช่คาถา แต่เป็นชื่อเต็มของราชาเนตรมาร


เป็นชื่อที่ไม่ได้ยินมาหลายปีแล้ว จึงใช้เวลานานกว่าจะนึกออก


…พูดให้ถูกก็คือ ไม่ใช่การหลงลืม แต่กริดไม่เคยจำได้


แต่ไหนแต่ไร ชื่อที่ปรากฏเหนือศีรษะและในหน้าต่างสถานะคือ ‘ราชาเนตรมาร’ มาตลอด


เนื่องจากช่องใส่ชื่อตัวละครมีความยาวจำกัด ระบบจึงเปลี่ยนจากชื่อจริงเป็นตำแหน่ง


กริดเคยได้ยินชื่อนี้เมื่อครั้งราชาเนตรมารแนะนำตัวครั้งแรก แต่สมัยนั้นยังมีความจำไม่ดีเท่าไร


ก็เลยไม่จำซะเลย


และเมื่อไม่ได้จำ การเรียกแต่ละครั้งจึงใช้สรรพนาม ‘นี่’ หรือ ‘สหาย’ แทนตลอด


“หลังจากนี้ คุณจะไม่ลืมอีก”


ไอรีนที่เข้าใจสถานการณ์เพราะเห็นสีหน้าลำบากใจของกริด ยิ้มพลางปลอบประโลม


เธอจับมือกริดแนบแน่น แต่ปลายนิ้วกำลังสั่นระริกแผ่วเบา


หญิงสาวไม่อยากแสดงให้กริดเห็น แต่แน่นอนว่าไม่มีทางตบตาประสาทสัมผัสของเทพ


กริดกุมมือเล็กๆ ของภรรยาอย่างทะนุถนอม


ชายหนุ่มหลงใหลหัวใจของเธอ ผู้แสร้งทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้คนรอบข้างอบอุ่น


บทสนทนาระหว่างเนอวาร์ธานและราชาเนตรมารยังคงดำเนินต่อไป


> จากระยะไกล ข้าเคยเห็นเจ้าเตร็ดเตร่ตามหาไข่ของข้า


“…ทำไมถึงไว้ชีวิตข้า”


> ตอนนั้นข้ายังไม่รู้จุดประสงค์ของเจ้า แต่มองว่าเหมาะสมที่จะปกป้องไข่… ในท้ายที่สุด ข้าคิดถูก


เนอวาร์ธานค่อยๆ ยื่นแขนออกมา


นิ้วมือที่ยาวและใหญ่จนไม่ต่างจากยอดแหลมของปราสาทโอเวอร์เกียร์ ถูกเลื่อนมาวางบนศีรษะเนเฟลิน่า


> ข้าดีใจที่เจ้าฟักออกมาอย่างปลอดภัย


“ท่านพ่อ…”


> อย่าเรียกแบบนั้น มันฟังดูห่างเหิน เรียกพ่อก็พอ


“พ่อ…”


น้ำตาเนเฟลิน่าพรั่งพรูราวกับน้ำตก


ตรงข้ามกับความกังวล ตัวจริงของบิดาที่เธอเฝ้าฝันมานาน เต็มไปด้วยความอบอุ่นและใจดี เป็นธรรมดาที่เธอจะมีความสุข


มีหลายสิ่งอยากแบ่งปัน


เนเฟลิน่าอยากให้ช่วงเวลาแบบนี้คงอยู่ตลอดไป


แต่ความจริงช่างโหดร้าย


เนอวาร์ธานเตรียมบินจากไป


> ระวังทราวก้าให้ดี ไม่เหมือนกับบันเฮเลียร์ เจ้านั่นไม่คิดเยอะ และแสวงหาเพียงความแข็งแกร่ง ทันทีที่เจ้าโตเต็มวัย ทราวก้าจะไล่ล่าเจ้า ดังนั้นเจ้าต้องหาโอกาสล่ามันก่อน


เสียงอันอบอุ่นคล้ายกับพลังเทพของซาลิเอล ดังกังวานไปทั่วกรุงไรน์ฮาร์ท


ภาพของพ่อที่ห่วงใยลูกสาว


แต่ด้วยสถานการณ์พิเศษ พ่อจำใจต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนจะคลุ้มคลั่ง


ข้อเท็จจริงดังกล่าว ทำเอาประชาชนพากันตาแดงก่ำ


> ข้าคอยดูแลเคียงข้างเจ้าไม่ได้ ดังนั้นจงรักษาตัวเอง


“ค่ะ…”


> แต่ทุกสิ่งย่อมมีขีดจำกัด… ช่างน่าเศร้า มีโอกาสสูงที่เจ้าจะไม่ได้เติบโตจนวางไข่… หากเจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ข้าคงไม่มีทางเลือกนอกจากกินเจ้าก่อนที่จะโตเต็มวัย เมื่อวันนั้นมาถึง จงเพิ่งความแข็งแกร่งให้มากที่สุดเพื่อประโยชน์ของข้า


“…??”


“…???”


เอ่อ มันค่อนข้างจะ…


หูฝาดไปไหมนะ?


ผู้คนต่างไม่เชื่อไม่สิ่งที่ได้ยิน


ในทางกลับกัน เนเฟลิน่าไม่ประหลาดใจ เพียงพยักหน้าเชื่องช้า


คล้ายกับรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว


“ข้าเข้าใจ… ถ้านั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ข้าจะพยายาม”


> ดีมาก ข้ารักเจ้านะ


กรงเล็บยักษ์ของเนอวาร์ธานลูบลงบนศีรษะลูกสาวอีกครั้ง


แต่รอยยิ้มของเนเฟลิน่าเลือนหายไปแล้ว มีเพียงเงามืดที่ปกคลุมใบหน้า


ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งดึงเธอกลับ


“หยุดพล่ามไร้สาระสักที”


แน่นอน เป็นมือของกริด


> เจ้า…?


เนอวาร์ธานหันไปมองกริดเป็นครั้งแรก สีหน้าของมันเผยความไม่เข้าใจ


> เข้ามาจุ้นจ้านทำไม?


“เป็นหน้าที่ของคนในครอบครัว”


> ครอบครัว…? ลูกสาวของข้าเนี่ยนะ? อ้อ… เจ้าก็ใฝ่ฝันจะเป็นผู้ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ใหม่ใช่ไหม เหมือนกับมนุษย์เพศหญิงที่เอาแต่เกาะติดบันเฮเลียร์สินะ? ล้มเลิกความคิดเสียเถิด เผ่าพันธุ์เทพมังกรเป็นของบกพร่องไม่ต่างจากครึ่งมังกรสักเท่าไร นอกจากนั้น ลูกสาวของข้าจะสืบพันธุ์ไม่ได้จนกว่าจะโตเต็มวัย


อย่าไปฟัง


กริดกระซิบพลางใช้มือสองข้างปิดหูเนเฟลิน่า สายตาจดจ่ออยู่กับเนอวาร์ธาน


“แกทำตัวแบบนี้เพราะกำลังเสียสติใช่ไหม?”


น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น


ขณะเดียวกันก็ไตร่ตรองคำพูดของบราฮัมที่บอกว่า หากหลอกล่ออีกฝ่ายเข้าไปในโลกโอเวอร์เกียร์ได้ โอกาสชนะจะเพิ่มขึ้น


ดวงตาสีทองของเนอวาร์ธานค่อยๆ กลายเป็นดำสนิท


> ลูกสาวที่รัก จงหนีไปให้ไกลที่สุด เจ้ากำลังเสียเวลาเปล่ากับคนโง่เขลาที่พยายามทำให้ข้าโกรธ… พรุ่งนี้คงไม่มีที่นี่อีกแล้ว


คำประกาศโทษตายดังกึกก้อง


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00