จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,673



“ก็งั้นๆ”


กลุ่มคนที่ลงไปสำรวจนรกต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากมาย


ไม่สามารถหลบหนี ไม่สามารถใช้ทักษะเคลื่อนที่ ไม่สามารถสื่อสารทางไกล เป็นต้น


แม้แต่สภาหอคอยก็ยังได้รับดีบัฟที่ทำให้อ่อนแอลงมาก


พวกเขาไม่มีโอกาสได้ล่าเฮลกาโอล่วงหน้าเพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน


เรียกได้ว่า ไม่มีใครได้สู้ในสภาพที่สมบูรณ์


ทว่า


“นรกไม่มีอะไรเลย… เมื่อเทียบกับโลกที่มีเหนือมนุษย์และมังกรเดินเตร็ดเตร่ นรกอ่อนหัดกว่ามาก”


บีบันกำลังพล่ามเรื่องเหลวไหล


ขณะวิถีแห่งชูร่าปิดตัวลงและเหล่าวีรชนทยอยถูกส่งกลับ


จากบรรดากลุ่มคนที่ดีใจ โล่งใจ และยินดี บีบันกล่าวด้วยเสียงเบื่อหน่าย


เจสสิก้าพยายามใช้ศอกแยงจากด้านข้าง แต่ก็ไม่เป็นผล


“จ…เจ้า…”


ลอร์ดแห่งดราโกเนี่ยน บันส์เดล ขมวดคิ้ว


ไม่เหมือนกับคนอื่นที่ปกคลุมไปด้วยบาดแผลหรือเขม่าขี้เถ้า อากัปกิริยาของบีบันที่กำลังพูดดูถูกนรก เห็นแล้วน่าหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง


การสำรวจนรกคือภารกิจสำคัญ ไม่ว่าจะทำมากหรือทำน้อย


ไม่มีใครสมควรถูกดูหมิ่นเพียงเพราะไร้บทบาท


ถึงจะเป็นภารกิจเล็กน้อย แต่ทุกคนล้วนสร้างประโยชน์ เพราะทุกคนต้องเสี่ยงชีวิตและเผชิญความเจ็บปวด


บันส์เดลที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนเหล่านั้น ย่อมทราบเป็นอย่างดี


ดราโกเนี่ยน สายเลือดของมังกรมาร บันเฮเลียร์


บันส์เดลไม่ใช่คนดีเหมือนราชาของตน และมองมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตต่ำชั้นกว่า แต่อย่างน้อย มันก็เคารพทุกคนที่ลงไปทำภารกิจในนรก


บันส์เดลจะไม่ปล่อยให้บีบันพูดดูแคลนนรก และปฏิเสธความสำเร็จของคนเหล่านั้น


“ได้ยินว่ามนุษย์ยิ่งแก่ยิ่งนิสัยเสีย เจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้นสินะ อายุขัยที่แลกมากับความไร้ยางอาย… ช่างน่าสมเพช”


“หา?”


ดวงตาบีบันเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำตำหนิ


อันที่จริง มันกำลังหงุดหงิดอยู่พอดี


ทั้งที่ยอมอุทิศตัวลงนรก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสียสละเพื่อมวลมนุษย์ แต่กลับลงเอยด้วยการไม่พบเจออสูรหรือสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว


นรกที่บีบันเห็น คือนรกที่สงบสุขจนน่าเหลือเชื่อ


หลังจากโค่นจอมอสูรลำดับหก วาเลฟอร์ ที่ถือว่าตึงมือพอสมควร


ไม่ว่าจะเตร็ดเตร่อยู่ที่ใดในนรก ก็ไม่มีใครโผล่มาขวางทางบีบัน


เป็นเรื่องที่เข้าใจได้


สำหรับอสูรและสัตว์อสูร อริยดาบคือความกลัวจากก้นบึ้งเพียงไม่กี่สิ่ง


แถมบีบันยังเป็นอาจารย์ของมุลเลอร์


เมื่อเหล่าอสูรได้ยินข่าวลือว่าบีบันโค่นวาเลฟอร์สำเร็จ พวกมันจงใจหลีกเลี่ยง


ทุกตนหลบหน้าด้วยความคิดที่ว่า การถูกบีบันพบตัวหมายถึงจุดจบ


นี่คือสาเหตุที่บีบันไม่ได้เจอกับอสูรตนใดเลย


หลังจากผ่านวิกฤติใหญ่ เส้นทางของบีบันก็โรยด้วยกลีบกุหลาบ จึงเป็นธรรมดาที่จะเข้าใจนรกผิด


แน่นอน ถ้าเป็นคนสติดีๆ คงจะฉุกคิดได้บ้าง แต่บีบันมีข้อบกพร่องทางสมองจนเผลอเข้าใจผิด


“นี่ฟังนะ เจ้าดราโกเนี่ยน ข้าน่ะเป็นพ่อของพ่อเจ้าได้ด้วยซ้ำ… กล้าอวดดีต่อหน้าผู้อาวุโสเช่นนี้ เจ้าเองก็บ้าไม่ต่างจากบรรพบุรุษ”


“ทั้งที่รู้ว่าบรรพบุรุษของเราเป็นใคร แต่กลับยังกล้าพูดจาเหลวไหล? แล้วอีกอย่าง ท่านบันเฮเลียร์คือมังกรมาร ท่านแค่ชั่วร้าย แต่ไม่ได้บ้าเหมือนกับเจ้า!”


ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก


ท่ามกลางบรรยากาศเพิ่งเสร็จศึกและกลับบ้านพร้อมชัยชนะ


ขณะชาวเมืองและผู้เล่นส่งเสียงเชียร์ต้อนรับเหล่าวีรชนอย่างอบอุ่น ตัวตนสัมบูรณ์สองคนกำลังทำเสียบรรยากาศ


ใช่แล้ว


ในสายตาคนธรรมดา บีบันและบันส์เดลคือตัวตนสัมบูรณ์


เปรียบเสมือนเทพที่สามารถปลิดชีพหรือช่วยเหลือผู้คนได้ด้วยการขยับตัวเพียงเล็กน้อย


หลายคนเริ่มตึงเครียดเมื่อตระหนักว่า ทั้งสองเตรียมวางมวยใจกลางมหานคร


“พวกคุณช่วยสงบสติอริยดาบคนนั้นหน่อยได้ไหม…”


ลอเอลขอร้องสภาหอคอยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อย่างสุภาพ


ถ้าจำไม่ผิด เขาคือลำดับหก


ในบรรดาสภาหอคอย เค็นคือนักสู้ที่ดุดันที่สุด


“ทำไมต้องทำ? ไอ้พวกที่สืบทอดสายเลือดบันเฮเลียร์สมควรตายอยู่แล้ว”


“นั่นสินะครับ…”


“หืม? ข้อมือเจ้าเป็นอะไร ทำไมถึงมีภาพฉายของมังกรสว่างขึ้นบ่อยๆ?”


“อ้อ… นี่คือมังกรเพลิงทมิฬที่ผนึกอยู่ในวิญญาณของข้า”


“คงต้องขอสอบปากคำหน่อยแล้ว”


“ด…เดี๋ยวก่อน! มันเป็นมุกน่ะ!”


ท่ามกลางผู้คนที่กำลังกระตือรือร้นส่งเสียงเชียร์ให้กับเหล่าวีรชน บีบันและบันส์เดลเตรียมวางมวย เนเฟลิน่ากับลอเอลกำลังยื่นสั่นกลัวอย่างไร้เหตุผล หนึ่งในสภาหอคอยอย่างเจอร์นี่กลับมาพร้อมกับจอมอสูร ส่วนเบ็ตตี้กลับมาพร้อมเม็มฟิสกว่าสิบตัว


วุ่นวายโดยแท้จริง


ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง มีเพียงความโกลาหลที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ต่างอะไรกับตอนที่วิถีแห่งชูร่าเปิดออก


ทันใดนั้น


ฟ้าว!


เงายักษ์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ากรุงไรน์ฮาร์ท


เป็นเงาของมังกรสีดำสนิท


“โอ้…!!”


ในที่สุดพระเอกก็กลับมา


ผู้คนที่เห็นฝีมือของกริดและบันเฮเลียร์จากบนโลก ต่างต้อนรับด้วยเสียงเชียร์ที่อึกทึกยิ่งกว่าเก่า ความศรัทธาและความหลงรักท่วมท้นจนชวนให้นึกถึงการรวมตัวของสาวกคลั่งศาสนา


คณะสำรวจนรกต่างพากันสับสน


เพราะพวกมันไม่ได้อ่านมหากาพย์ของกริด เป็นผลข้างเคียงจากการห้ามสื่อสารทางไกล


จุดยืนแตกต่างจากกริดที่เป็นพระเอกในมหากาพย์


“บันเฮเลียร์…!”


ยกเว้นฟรอนซาลส์ สภาหอคอยทุกคนเผยสีหน้าดำมืดและตั้งท่าเตรียมสู้


ด้วยเหตุผลบางประการ จอมอสูรที่ยืนข้างเจอร์นี่ ตอบสนองต่อเจตจำนงของเจอร์นี่และเตรียมสู้เช่นกัน


ทุกคนมิอาจเก็บซ่อนอากัปกิริยาที่กำลังสั่นกลัว


“ใจเย็นก่อน”


เมื่อฮายาเตะไม่อยู่ ฟรอนซาลส์คือผู้มีอันดับสูงสุด


ต้องขอบคุณวงแหวนเทพ มันสามารถฝ่าฝืนกฎบางข้อของบาเอลและมีสิทธิ์ได้อ่านมหากาพย์ของกริด จึงพยายามสงบสติเหล่าสภา


แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย


การปรากฏตัวของมังกรโบราณ


แถมยังเป็นมังกรมารบันเฮเลียร์ ซึ่งถูกมองว่าอันตรายที่สุดรองจากเนอวาร์ธาน


ความชั่วช้าของบันเฮเลียร์โด่งดังในหมู่สภาหอคอยอย่างมาก


ไม่ต่างอะไรกับมังกรคลั่ง ซึ่งไม่สามารถเจรจาอะไรได้เลย และไม่ใช่พวกบ้าศักดิ์ศรีเหมือนกับมังกรเพลิง


“ท่านบรรพบุรุษ…! บรรพบุรุษของเราปรากฏตัวเพื่อลงทัณฑ์มนุษย์ที่โง่เขลา!!”


บันส์เดลยืนตัวสั่น


มีดราโกเนี่ยนตนใดในประวัติศาสตร์ที่เคยพบเจอบรรพบุรุษบ้าง?


เท่าที่บันส์เดลรู้ พวกตนเป็นกลุ่มแรก


มันทึ่งมากกับเรื่องที่ บรรพบุรุษของตนปรากฏตัวทันทีหลังจากถูกชายเสียสติดูหมิ่น


แต่ก็แค่ครู่เดียว


‘…อย่าทำร้ายมนุษย์คนอื่น’


เพียงไม่นาน ใบหน้าบันส์เดลเปลี่ยนเป็นขาวซีด เพราะมันจินตนาการว่าไรน์ฮาร์ทกำลังจะกลายเป็นทะเลเพลิง และจักรวรรดิโอเวอร์เกียร์จะถูกลบไปจากหน้าประวัติศาสตร์


มันไม่อยากเห็นคนที่ตนพยายามปกป้องต้องตายไป และกลัวว่าเทพโอเวอร์เกียร์จะพิโรธ


ท่ามกลางความกระวนกระวายของบันส์เดล


ตึง! ตึงตึงตึงตึงตึงตึงตึง!!


มหาเสนาบดีลอเอลคุกเข่าพลางก้มหน้าต่ำ อัศวินหลายร้อยนายทำความเคารพโดยพร้อมเพรียง


ประชาชนและทหารที่ยืนอยู่รอบเมือง ต่างคำนับด้วยความปีติยินดี


เป็นบรรยากาศที่ไม่ต่างอะไรกับการต้อนรับเทพโอเวอร์เกียร์


ก็เข้าใจได้ล่ะนะ…


นี่คือมังกรผู้ยิ่งใหญ่


บันส์เดลทั้งภาคภูมิใจและกังวลกับท่าทีตอบสนองของมนุษย์


‘ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเขาด้วย…?’


บันส์เดลที่ก้มหน้าด้วยความรู้สึกดังกล่าว มีอันต้องชะงักคำพูด


เสียงพึมพำของสภาหอคอยดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันเคร่งขรึม


ทั้งบันส์เดลและสภาหอคอยเริ่มสังเกตเห็น


ภาพของบุคคลที่กำลังขี่คอบันเฮเลียร์ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ


กริด


“…”


บันส์เดลที่ตกตะลึงในหลายสิ่งพร้อมกัน ถึงกับหมดสติไปทันที


เหล่านักรบดราโกเนี่ยนที่วิ่งเข้ามารุมล้อมเพื่อช่วยพยุง ลงมือช้าไปหนึ่งก้าว


ชาวเมืองจึงได้เห็นลอร์ดแห่งดราโกเนี่ยนกำลังนอนน้ำลายฟูมปาก


แต่มีแค่ไม่กี่คนที่สนใจ


เพราะสมาธิของพวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับเทพบ้ามังกรบ้า


การทำตัวน่าสมเพชของลอร์ดดราโกเนี่ยน ไม่มีทางที่จะสำคัญไปกว่าเหตุการณ์ตรงหน้า


“ถึงขั้นขี่มังกรโบราณแล้ว…”


“แถมยังเป็นบันเฮเลียร์”


สภาหอคอยที่เข้าใจสถานการณ์ เริ่มเผยรอยยิ้ม


ทุกสายตาที่กำลังจ้องกริด เป็นสายตาแบบเดียวกับที่จ้องฮายาเตะ


แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพอันไร้สิ้นสุด


อายุไม่ใช่ปัจจัยในการเคารพใครสักคน


ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น


“จ…เจ้าคนทรยศ!!”


เนเฟลิน่ากำสองหมัดแน่นพร้อมกับตะโกนสุดเสียง


น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความขุ่นเคือง


เป็นท่าทีที่เข้าใจได้


สำหรับเธอ บันเฮเลียร์คือตัวการที่ทำให้บิดาคลุ้มคลั่ง


ตั้งแต่แรกเกิด เป้าหมายของเนเฟลิน่าคือการฆ่าบันเฮเลียร์


กริดที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรสหายเพียงหนึ่งเดียว กลับขี่คอบันเฮเลียร์กลับจากนรก


ความโศกเศร้าและความรู้สึกถูกทรยศกำลังเอ่อล้น


จิตใจเริ่มปั่นป่วน สายตาเริ่มพร่ามัว


“…”


ผู้คนหันมามองเนเฟลิน่าด้วยสีหน้างุนงง


เป็นความตกตะลึงเมื่อได้เห็นแฮชลิ่งกำลังพรั่งพรูน้ำตาเหมือนอึไก่


หลายคนใจหาย กับภาพที่ดวงตากลมโตของเด็กสาวกำลังสั่นเทาพร้อมน้ำตา


ในสายตาทุกคน เนเฟลิน่ายังเป็นสาวน้อยน่ารัก


แม้คนส่วนใหญ่จะรู้แล้วว่าเธอคือแฮชลิ่ง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสงสาร


“เนเฟลิน่า เธอกำลังเข้าใจผิด”


หลังจากกระโดดลงจากท้ายทอยบันเฮเลียร์ กริดเดินเข้าไปหาเนเฟลิน่าพร้อมกับปลอบประโลม


“ฉันร่วมมือกับบันเฮเลียร์ก็จริง แต่เราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน… ไว้ไปฆ่ามันด้วยกันวันหลังนะ เป็นไง?”


“…ฮึก!”


โล่งใจขึ้นแล้วหรือ?


ท้ายที่สุด เนเฟลิน่าเริ่มสะอื้นพร้อมกับกอดกริดแนบแน่น


เป็นความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกที่ดูอบอุ่น


ขณะผู้คนประทับใจในมิตรภาพระหว่างเผ่าพันธุ์ สีหน้าบันเฮเลียร์เริ่มบิดเบี้ยว


> อย่างที่คิด ข้าต้องฆ่าทุกคนที่นี่…


บันเฮเลียร์ไม่มีความคิดอื่นนอกจากต้องล้างบางมวลมนุษย์ให้สิ้นซาก


ไม่ใช่แค่นั้น มันยังรำคาญจิตสังหารที่พุ่งเข้าใส่ตลอดเวลา


ตัวตนของเหล่าสภาคอยกวนใจบันเฮเลียร์มาตลอด


และเดิมที สายสัมพันธ์กับกริดก็เป็นแบบชั่วคราวอยู่แล้ว


ขณะบันเฮเลียร์เตรียมลงมือ


> …!


มังกรมารผู้หลงเข้ามาอยู่ในกลุ่มมนุษย์ เผยสีหน้าแข็งกระด้างกะทันหัน


เพราะมันสังเกตเห็นรูปแบบพลังเวทอันเลือนรางจากหัวใจเนเฟลิน่า


> ลูกสาวเนอวาร์ธาน…?


ทันทีที่กระจ่าง


บันเฮเลียร์สยายปีกกว้างพร้อมกับรีบบินหนี


วาบ!


ทันใดนั้น แสงที่ปรากฏขึ้นในจุดห่างไกล ดึงดูดความสนใจของผู้คนทันที


เหนือมนุษย์บางคนสังเกตเห็นไปถึงลักษณะของคลื่น


พวกมันสัมผัสได้ว่า คลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามา กำลังกระหน่ำสั่นสะเทือนท้องฟ้าที่ไร้จันทร์ขุมนรกและกลับมาเป็นสีคราม


“เบรธ…!”


(Breath — ถือโอกาสนี้ขอเปลี่ยน ‘ลมหายใจมังกร’ เป็น ‘เบรธ’ เพื่อความถูกต้อง และป้องกันการสับสนในอนาคต)


เหล่าสภาหอคอยต่างช่ำชองการต่อสู้กับมังกร


ทันทีที่สัมผัสถึงเบรธ ทุกคนแยกตัวออกจากกัน


แต่ทันใดนั้น หลายคนตัดสินใจเปลี่ยนท่าที


เพราะฉุกคิดถึงใบหน้าของผู้คนจำนวนมากที่ยืนอยู่ทั่วลานกว้างเมืองหลวง


ลงเอยด้วย ทุกคนพุ่งเข้าใส่เบรธ


บึ้ม!


บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!!


เวทมนตร์ทุกชนิดบนโลกถูกปลดปล่อยใจกลางกรุงไรน์ฮาร์ท


มีทั้งเวทมนตร์ที่เหล่าสภาใช้สกัดกั้นเบรธ และเวทมนตร์ที่อัครสาวกกับขุนพลโอเวอร์เกียร์ใช้ปกป้องชาวเมือง


[มังกรคลั่งเนอวาร์ธานปรากฏตัว!]


สถานการณ์เลวร้ายสุดขีด


ใบหน้าสภาหอคอยเปลี่ยนเป็นขาวซีด


เนื่องจากเพิ่งกลับจากนรก ทุกคนจึงอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย เป็นธรรมดาที่จะกระสับกระส่าย


กริดไม่เคยตึงเครียดเท่านี้มาก่อน


คนที่สิ้นเปลืองพลังงานในนรกมากที่สุด ไม่ใช่ใครนอกจากกริด


ท่ามกลางความสับสน


“ท่านพ่อ!!”


เนเฟลิน่าอุทานด้วยเสียงคล้ายกำลังกรีดร้อง


มังกรที่มีศีรษะใหญ่กว่าบันเฮเลียร์ ชะงักความเคลื่อนไหวทันที


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00