จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,678
「 ถ้าเขาเป็นคนอินเดีย ป่านนี้คงถูกนับถือดุจดังเทพไปแล้ว และวิหารของกริดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว 」
สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของโลก ช่องข่าวที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร
คำพูดของผู้ประกาศข่าวประจำช่อง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาเป็นเวลานาน กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วไปโลก
บนโลกแห่งความจริง ช่องข่าวชื่อดังกำลังพูดถึงการสรรเสริญมนุษย์คนหนึ่งเยี่ยงเทพ
ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ในกรุงไรน์ฮาร์ทแพร่ภาพออกไป
ดูเหมือนว่านักข่าวในห้องส่งจะประทับใจฝีมือกริด ผู้สามารถทำลายกฎของบาเอลและไล่มังกรคลั่งกลับรัง
ชายคนดังกล่าววิพากษ์วิจารณ์เกาหลีใต้ซึ่งมีท่าทีเฉยเมยต่อกริด โดยเปรียบว่าหากกริดคือนักกีฬาคนดังของอินเดีย ป่านนี้คงถูกยกย่องประหนึ่งเทพฮินดูไปแล้ว
คำพูดนั้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดประชุมฉุกเฉิน ในหัวข้อเกี่ยวกับการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กริด ผู้สร้างคุณงามความดีต่อโลก
“ทำไมชินยองวูถึงรีบเกณฑ์ทหารนัก? ถ้าเขายังอยู่ในสถานะผ่อนผัน พวกเราคงยกเลิกให้ได้ เฮ้อ…”
“เขาคงเป็นคนหนุ่มที่มีจิตใจรักชาติกระมัง… ฮะฮะ! สร้างวัดให้เขาสักหลังดีไหม”
“สำหรับเกาหลีใต้เรา รัฐบาลจะสนับสนุนให้เทิดทูนไอดอลออกนอกหน้าได้ยังไง? คุณรับมือเสียงตำหนิจากประชาชนผู้นับถือศาสนากว่าสิบล้านคนไหวหรือ? คงได้เกิดการประท้วงขึ้นอีกแน่…”
พวกมันกำลังลำบากใจ
ความสำเร็จของกริดในช่วงสองสามปีหลัง เหนือกว่าสมัยคว้าเหรียญทองซาทิสฟายนานาชาติอย่างเทียบไม่ติด
ไม่ใช่แค่สร้างชื่อเสียงให้เกาหลีใต้ แต่ยังช่วยปกป้องโลกอีกใบที่มีพลเมืองนับพันล้าน
เป็นคุณงามความดีในระดับที่ยากจะหาใครเทียบ ไม่เว้นแม้แต่บุคคลในประวัติศาสตร์
ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมีคนพูดติดตลกว่า กริดคือคนที่สามถัดจากพระเยซูและพระพุทธเจ้า
ทุกครั้งที่ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และดาราดังจากต่างประเทศมาเยือนเกาหลี ทุกคนจะต้องขอพบกริดให้ได้
กริดคือหน้าตาและความภาคภูมิใจของเกาหลี
สำหรับรัฐบาล นี่คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง แต่หากหวังใช้งาน ก็ต้องคอยดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม
“มอบเครื่องราชฯ และก่อตั้งมูลนิธิภายใต้ชื่อชินยองวูทันที และอนุญาตให้เขาใช้เฮลิคอปเตอร์ส่วนราชการได้ทั่วประเทศตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง… เรายังทำอะไรให้เขาได้อีก? เขาอยากได้ของขวัญแบบไหน?”
“ละเว้นภาษีดีไหม”
“ต้องหาเหตุผลมาอธิบายกับสาธารณชนให้ดี… คุณไม่เคยเห็นประวัติในกรมสรรพากรของเขาหรือ? ทุกวันนี้เขาไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนที่ตัวเองพึงได้ด้วยซ้ำ!”
ไม่มีร่องรอยความพยายามในการหลบเลี่ยงภาษี
ตรงกันข้าม ยอดบริจาคก็ยังสูงขึ้นทุกปี
สิ่งที่กริดต้องการ ไม่ใช่เงินทองหรือความมั่งคั่งแน่นอน
ถ้าเป็นพวกหิวเงินจริง ก็คงจะบ้าถ่ายโฆษณาเป็นร้อยตัวไปแล้ว
TV และทุกแพลตฟอร์มบนโลกคงเต็มไปด้วยใบหน้ากริด
“เห็นที… เราอาจต้องให้ HID เคลื่อนไหว”
“หา?”
จู่ๆ ชื่อของหน่วยข่าวกรองก็ปรากฏขึ้นในวงประชุม
ฟังดูเหมือนหลุดประเด็นไปไกล
ระหว่างกำลังถกเถียงถึงของขวัญที่รัฐบาลจะมอบให้กริด เพื่อดึงกริดมาเป็นพวก เนื้อหาการสนทนากลับมีชื่อของหน่วยข่าวกรองที่กำลังเคลื่อนไหวในเกาหลีเหนือ
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด หัวหน้าเลขานุการพูดขึ้น
“พวกเราต้องวิเคราะห์รสนิยมของชินยองวูอย่างละเอียด เพื่อค้นหาว่าเขาต้องการอะไร”
“อ้อ…”
ณ วันนี้
หน่วยสายลับอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ ถูกส่งไปแทรกซึมในบ้านชินยองวู
เป็นเจตจำนงอันบริสุทธิ์ของรัฐบาล ที่ต้องการวิเคราะห์รสนิยมของชินยองวูอย่างละเอียด
การจะมอบของขวัญให้ใครสักคน ทำไมถึงได้ยากเย็นขนาดนี้
***
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวิถีแห่งชูร่า ล้วนถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก
หมายความว่าผู้คนได้จับตามองอย่างใกล้ชิด ว่าใครทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร
มีประจักษ์พยานมากมายที่ช่วยเป็นหูเป็นตาว่า ใครทำถูกหรือทำผิด
จักรวรรดิจึงต้องมอบรางวัลให้ผู้เล่นอย่างยุติธรรมมากที่สุด
คงได้ผลตอบรับที่ไม่ดีแน่ หากใช้ความรู้สึกส่วนตัวแจกรางวัลจนขัดแย้งกับสายตาประชาชน
“ทำได้ดีมาก”
ผลลัพธ์ก็คือ
ไม่มีผู้เล่นคนใดได้รางวัลมากกว่าเหล่าสภาและอัครสาวก
และเกือบทุกคนถูกประเมินผลงานไว้ต่ำกว่าลอร์ดเผ่าพันธุ์
มีเพียงยูร่า จิสึกะ ยูเฟอมิน่า รูบี้ และครอเกลเท่านั้น ที่ผลงานโดดเด่นกว่าลอร์ดเผ่าพันธุ์และได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นสูง
ลำพังเครื่องราชฯ ก็ถือเป็นรางวัลใหญ่มากแล้ว
เพราะจะได้สิทธิ์ในการใช้งานโรงแปรธาตุเรย์ดันแบบส่วนตัว สิทธิ์ในการเข้าถึงคลังสมบัติราชวงศ์ และสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเมืองใหญ่
ผู้คนต่างเห็นพ้องในความเหมาะสม
หากไม่ใช่เพราะการสนับสนุนจากธนูของจิสึกะ และเวทมนตร์ของยูเฟอมิน่า เหล่าลอร์ดเผ่าพันธุ์จะกล้าบุกตะลุยเข้าไปในกองทัพศัตรูได้อย่างสบายใจหรือ?
กล้าพูดเลยว่าไม่มีทาง
พลังในการสนับสนุนจากด้านหลังของพวกเธอ เจิดจรัสได้ในทุกสมรภูมิ
และยังคงเป็นเช่นเดิมหลังจากซิกเข้าร่วม ซิกลงมือได้ง่ายขึ้นเพราะพวกเธอ
กับรูบี้ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีใครกังขาในพลังสนับสนุนของเธอ
ในฐานะผู้ครอบครองทักษะ ‘ฮีลเปอร์เซ็นต์’ ซึ่งกล่าวกันว่า เป็นเวทฮีลที่ทรงพลังที่สุด รูบี้ช่วยรักษาชีวิตพวกพ้องได้หลายครั้ง ชาวโอเวอร์เกียร์ถึงกับออกปากชมว่า รู้สึกเหมือนตัวเองมีสิบชีวิต
แล้วยูร่าล่ะ?
หากไม่มีเธอ มนุษย์ก็คงหมดสิทธิ์ใช้ปราสาทคริสตัลเป็นฐานทัพตั้งแต่ต้น มีโอกาสที่ผู้เล่นซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วนรก จะถูกล้างบางอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ
นอกจากนั้น หากเป็นในนรก ความแข็งแกร่งของเธอมิได้ด้อยไปกว่าลอร์ดเผ่าพันธุ์
ก่อนที่กริดและคณะจะลงมาถึง ยูร่าถูกมองว่าทรงพลังที่สุดในกองทัพภาคนรก
คนสุดท้าย ครอเกล ชายผู้ตัดการหายใจของมังกร
ครอเกลแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยมเสียจน แม้แต่ตัวตนสัมบูรณ์อย่างฮายาเตะยังหวนคิดถึง
หลายฝ่ายมองว่า ความสำเร็จของครอเกลยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอัครสาวกด้วยซ้ำ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า เนเฟลิน่าฉุดความน่าเกรงขามของอัครสาวกลง
เธอไม่ได้ทำอะไรเลยในนรก
ถ้าไม่ใช่เพราะในตอนที่กลับมายังโลก เนเฟลิน่ากลายเป็นหนึ่งในตัวเอกของตำนานเทพบ้ามังกรบ้าร่วมกับกริด ทุกคนคงมองว่าเธอเป็นแค่สัตว์เลี้ยงที่ผลาญอาหารไปวันๆ
“เมื่อไรงานเลี้ยงจะจบ…”
หมอนี่ยังรักอิสระอยู่สินะ?
กริดจ้องไปทางครอเกล ผู้ปฏิเสธสิทธิ์ในการเป็นเจ้าเมืองใหญ่ จากนั้นก็แสยะยิ้ม
ชายหนุ่มยืนยันได้ว่า ฝักดาบของครอเกลกำลังว่างอยู่
เฉกเช่นเมื่อครั้งสร้างดาบเสือขาว กริดหวังจะใช้โอกาสนี้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับครอเกลในหลายเรื่อง
ระหว่างการสร้างดาบพลางสนทนา ชายหนุ่มปรารถนาจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
นอกจากนั้น กริดยังเข้าใจด้วยว่า เหตุใดครอเกลถึงยังโหยหาอิสรภาพ
ครอเกลยังไม่รู้ขีดจำกัดตัวเอง
ในเมื่อยังไม่รู้ขีดจำกัด ก็ยังไม่ควรลงหลักปักฐาน
ขณะกริดกำลังคิดเองเออเอง
“ฉันขอโทษ”
คำขอโทษที่คาดไม่ถึงหลุดจากปากครอเกล
“ดาบที่นายสร้างให้ ฉันรักษามันไว้ไม่ได้”
“…”
ครอเกลคงเจ็บปวดมากกว่าใคร
ต้องสูญเสียดาบที่ใช้มานาน ดาบที่ฟูมฟักมากับมือจนกระทั่งยกระดับเป็นเกรดมิธ
สำหรับครอเกล ดาบเสือขาวเป็นมากกว่าอาวุธทั่วไป เปรียบดังสมบัติล้ำค่าที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ
แต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็นฝ่ายขอโทษ
‘…ทำไมรอบตัวเราถึงมีแต่คนนิสัยดี’
กริดยิ้มพลางออกแรงตบไหล่ครอเกล เป็นภาษากายที่เพื่อสนิทมักทำต่อกัน
ทว่า ครอเกลมีการตอบสนอง
เป็นอากัปกิริยาที่เกือบจะสะดุ้ง มันรีบขยับตัวหลบการตบบ่าของกริด
เป็นการตอบสนองตามสัญชาตญาณ
เพราะค่าสถานะอ่านใจของครอเกล จำแนกว่าพฤติกรรมของกริด ‘เป็นภัยคุกคาม’
กริดที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ พูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
“ดาบ… มาสร้างเล่มใหม่กันเถอะ อย่าคิดมากไปเลย”
“…อา”
ครอเกลรู้สึกผิดทันที
เพราะกริดดูเสียใจอย่างมาก
***
“ครอเกลไม่ได้คิดว่าฉันเป็นเพื่อนหรอกหรือ”
หลังจากจบพิธีพระราชทานรางวัล
กริดที่ปลีกตัวออกจากบรรยากาศอันวุ่นวายในงานเลี้ยง ยืนตัดพ้อริมระเบียง
การถูกคนที่คิดว่าเพื่อนปฏิเสธการแตะต้องตัว สร้างแรงสะเทือนทางจิตใจเป็นอย่างมาก
ข้างๆ ชายหนุ่มคือยูร่า
“น่าจะมองเป็นคู่แข่งมากกว่าเพื่อนนะ”
ช่างบังเอิญ ยูร่าก็ไม่ได้ถนัดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนสักเท่าไร แม้เธอจะมีหน้ามีตาในสังคม แต่จำนวนเพื่อนกลับน้อยกว่ากริดเสียอีก
กล่าวคือ ยูร่าไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักหากต้องการคำปรึกษาเรื่องเพื่อน
นั่นทำให้กริดที่กำลังถอนหายใจ เข้าใจครอเกลผิดกันไปใหญ่
ชายหนุ่มแอบชำเลืองครอเกล ที่กำลังคุยกับปิอาโร่อย่างสนุกสนานในมุมหนึ่งของงานเลี้ยง
กริดดีใจที่เห็นทั้งสองสนิทกันเหมือนพี่น้อง แต่อีกใจหนึ่งก็หงุดหงิด
เราเป็นหมาหัวเน่ารึไง…
ทันใดนั้น จิสึกะที่เดินมาจากด้านหลัง กอดอกและพูด
“นายกับครอเกลแอบมองกันอยู่ได้~ อยากชวนกันไปเดินดูสวนดอกไม้หรือ”
“…ครอเกล แอบมองฉัน?”
“ใช่ จนถึงเมื่อกี้ล่ะนะ”
จิสึกะพูดพร้อมกับทำแก้มป่อง ในสายตากริด เธอดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มใช้มือลูบแก้มหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะขอตัวและเดินไปหาครอเกล
“ไปโรงตีเหล็กกัน”
“ตกลง”
ครอเกลขานรับทันทีราวกับรออยู่นานแล้ว
สำหรับคนทั้งสองที่ชีวิตก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา การได้พักผ่อนหนึ่งวันเต็ม เป็นระยะเวลาที่นานเกินไป
ต่างคนต่างกระสับกระส่ายและอยากหาสิ่งใหม่ทำเร็วๆ
ขณะกริดเตรียมออกจากงานเลี้ยง คนผู้หนึ่งเดินมาขวางทาง ไม่ใช่ใครนอกจากไอรีน
ใบหน้าอาจดูยิ้มแย้ม แต่หน้าผากที่กำลังกระตุกของเธอ สร้างความไม่สบายใจให้กริด
“ฝ่าบาท จะปล่อยพวกเธอไว้เช่นนั้นหรือคะ”
สายตาไอรีนมองไปทางเมอร์เซเดสและบาซาร่า
เมอร์เซเดสกำลังทำสีหน้าอึดอัด เพราะเดรสของเธอสวมแล้วไม่สบาย แถมยังเดินลำบาก ส่วนบาซาร่ายังคงยิ้มแย้มตามปรกติ แต่การนั่งกระดกเครื่องดื่มตามลำพัง กำลังสร้างบรรยากาศหม่นหมองรอบตัว
“โดยเฉพาะท่านบาซาร่า… กว่าจะหาเวลาปลีกตัวมาเยือนที่นี่ได้”
“…”
กริดชำเลืองไปทางครอเกล
ครอเกลกลับมาจับแก้วเครื่องดื่มที่เคยวางไปแล้ว
“ครอบครัวต้องมาก่อนนะ”
“ท่านอริยดาบช่างสูงส่งเหมือนกับที่ได้ยินมา”
ครอเกลเลือกคำตอบถูก ส่งผลให้ไอรีนฉีกยิ้มกว้าง
อริยดาบถอนหายใจแผ่วเบา พลางโบกมือไล่กริด
รอยยิ้มใบหน้าครอเกล ห่างไกลจากการเยาะเย้ยถากถาง
คล้ายกับกำลังปรารถนาให้เพื่อนรัก ดื่มด่ำความสุขได้ยาวนานขึ้นอีกสักนิด
กริดยิ้มตอบ ก่อนจะหันหลังกลับและเดินไปหาครอบครัว
ระหว่างทาง ชายหนุ่มเกิดความกังวลเล็กๆ เมื่อเห็นซูเอคอยติดหนึบลอร์ด
แต่หลังจากนั้นไม่นาน กริดเข้าสู่สรวงสวรรค์และเติมเต็มหน้าที่สามีจนถึงเช้า
เป็นวันที่ตลบอบอวลไปด้วยความรัก มิใช่กลิ่นเลือด
กิจวัตรเหล่านี้ กริดปรารถนาให้มันกลายเป็นชีวิตประจำวันในสักวันหนึ่ง
***
“โชคดีที่ไม่มีแมรีโรส…”
เช้าวันถัดมา
หลังจากไปส่งบาซาร่า กริดเดินมานั่งกับครอเกล
ทั้งคู่ต่างมีสีหน้าอิดโรย
กริดร่วมรักมากเกินไป ส่วนครอเกลถูกคาริออนก่อกวนตลอดทั้งคืน
สรุปโดยสั้น ทั้งสองแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงทำงาน
กริดมีความสุขมาก ส่วนครอเกลรู้สึกไม่ยุติธรรม
บอกให้เลิกผ่าโลก?
ตลอดทั้งคืน คาริออนเอาแต่รบเร้าให้ครอเกลผนึกดาบผ่ามิติ
อริยดาบหนุ่มพยายามหลบหน้าคาริออนที่คอยเหล่มาจากมุมไกลๆ
จากนั้นกวาดสายตาไปรอบตัว
โรงตีเหล็กในโลกโอเวอร์เกียร์
โครงสร้างของโรงตีเหล็ก ดูเหมือนกับสมัยที่ข่านยังมีชีวิตอยู่
มันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของกริด ผู้ยังโหยหาความทรงจำร่วมกับข่าน
“คุณข่าน… อยู่บนสวรรค์ใช่ไหม”
ครอเกลคือผู้เล่นที่มีความรู้เชิงลึกเป็นรองเพียงกริดคนเดียว
มันเข้าใจหลักการสร้างเทวทูต และพอจะอนุมานสถานะปัจจุบันของข่านได้
กริดไม่คิดจะปิดบัง
“ใช่”
“ถัดจากนรก สวรรค์คือเป้าหมายต่อไปสินะ”
กริดพยักหน้าราวกับเป็นเรื่องปรกติ จากนั้นก็วางเกล็ดกูเซลลงบนทั่ง
ศาสตรามังกรชิ้นใหม่
นี่คือวัสดุสำหรับสร้างอาวุธในอุดมคติของครอเกล
และยังเป็นวัสดุที่จะถูกนำมาใช้ยกระดับผลงานทิ้งท้ายของข่าน
“นายจะช่วยฉันไหม”
“ด้วยความยินดี”
กริดและครอเกลต่างฝากฝังแผ่นหลังของกันและกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทั้งคู่เชื่อใจกันโดยไม่เคลือบแคลง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ทุกครั้งที่แบ่งปันความคิดพลางทุบค้อน มิตรภาพระหว่างคนทั้งสองยิ่งแนบแน่น
ระหว่างนั้น ความคิดหนึ่งผุดขึ้นพร้อมกัน
เขี้ยวขาว
ศาสตรามังกรที่หลับใหลอยู่ในช่องสัมภาระของครอเกลมานาน
แม้ประสิทธิภาพจะตกรุ่นไปมาก แต่วัสดุคือเขี้ยวของบันเฮเลียร์ไม่ผิดแน่
และกริดในปัจจุบัน เก่งกาจพอที่จะหลอมเขี้ยวของมังกรโบราณ
Comments
Post a Comment