จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,680



กริดไม่คิดจะทอดทิ้งผลงานสั่งเสียของข่าน


มีเพียงการสวมวัลฮัลล่าไว้กับตัวเท่านั้น ร่างกายจึงจะรู้สึกปลอดภัย


ความรักและความปรารถนาดีของข่านที่แฝงอยู่ในชิ้นงาน ถือเป็นพรคุ้มครองประเภทหนึ่ง


นับตั้งแต่กลายเป็นมหาจักรพรรดิ


แม้จะไม่ค่อยสวมวัลฮัลล่าขณะออกราชการ แต่เมื่อใดที่ออกศึก กริดจะไม่เคยถอด


อย่างไรก็ดี ชายหนุ่มตระหนักได้ว่า การรักษาความดั้งเดิมของวัลฮัลล่าเอาไว้ไม่ใช่เรื่องฉลาด


ในศึกกับบาเอลที่เพิ่งจบลงไป ชุดเกราะอยู่ในสภาพดูไม่ได้


แม้จะน่าเสียดาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพของวัลฮัลล่า ต่ำกว่าเกราะมังกรหลายขุม


จำเป็นต้องเลิกดื้อดึง


จะมัวยึดติดกับความทรงจำของข่าน จนสูญเสียข่านในปัจจุบันไปไม่ได้


‘ไม่ควรปล่อยให้ข่านถูกเทพสวรรค์ใช้งานนานนัก เพื่อให้เขาได้ไปเกิดใหม่ เราต้องแข็งแกร่งขึ้นในทุกวิถีทาง’


เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


วัลฮัลล่าแห่งห้วงอาทรชั่วนิรันดร์


เจตนารมณ์อันดับหนึ่งของผลงานชิ้นนี้ คือความปลอดภัยของผู้สวม


ข่านออกแบบวัลฮัลล่าเพื่อความปลอดภัยและต้องการให้กริดใส่สบาย


ความห่วยใยที่อ่อนโยนดังกล่าว ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของกริด จนกลายเป็นต้นกำเนิดของโลกจินตภาพ


กริดไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักของวัลฮัลล่า


มันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร


ชายหนุ่มต้องการคงรูปร่างเดิมไว้เพื่อไม่ให้ขัดต่อเจตนารมณ์ของข่าน เพียงแต่จะเปลี่ยนวัสดุให้เป็นเกล็ดมังกรแทน


เริ่มจากจุดที่สำคัญก่อน ทีละเล็กละน้อย ค่อยๆ ดื่มด่ำไปกับร่องรอยที่ข่านทิ้งไว้


ยังไงเสีย เกล็ดมังกรที่ตนมีในครอบครอง ก็มีจำนวนจำกัด


‘พักนี้ชักสบตากันบ่อย…’


กริดที่กำลังหลอมเกล็ดเซนอน สัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจ้องมา จึงมองออกไปนอกหน้าต่างและโบกมือให้


เอลนีดาน่า


หนึ่งในสมาชิกโอเวอร์เกียร์จากหลายพันคน


ตำแหน่งในองค์กรไม่สูง แต่โดดเด่นเป็นพิเศษ


เพราะไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่ภูมิหลังก็ยังน่าสนใจ


เธอมาจากสมาคมการค้าไลออน — เป้าหมายที่จักรวรรดิกำลังจับตามอง


ในภายหลัง ลอเอลชักชวนเอลนีดาน่ามาทำงานด้วยเพราะชอบที่เธอหัวไว


ปัจจุบันเป็นมือขวาของลอเอลมาหลายเดือนแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่จะโดดเด่น


นอกจากนั้น ชื่อตัวละคร ‘เอลนีดาน่า’ (Elnithana) ยังเป็นการอ่านย้อนกลับของชื่อ ‘นาธาเนียล’ (Nathaniel)


‘เป็นชื่อของผู้นำตระกูลรอธส์ไชลด์คนปัจจุบัน’


ไม่มีทางที่เธอจะเป็นนาธาเนียลเอง แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สมาคมการค้าไลออนจะเกี่ยวกับรอธส์ไชลด์


ลอเอลยืนกรานหลายครั้งว่า ตนจะเก็บเธอไว้ข้างตัวและคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด


‘ดูเขามั่นใจมากว่า สมาคมการค้าไลออนเป็นพวกรอธส์ไชลด์’


กริดไม่เชื่อข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับตระกูลดังกล่าว


ผู้เคราะห์ร้ายรายใหญ่ขององค์กรนาซี


ตระกูลรอธส์ไชลด์ตกต่ำลงอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด จากภาวะสงครามและการกระจัดกระจายของทรัพย์สิน


ผ่านมาหลายปี มีข่าวลือว่ารอธส์ไชลด์ฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับทวงคืนความมั่งคั่งและอำนาจเก่า


แต่นั่นก็แค่ข่าวลือ


หรือต่อให้ข่าวลือเป็นความจริง พวกเขามีเหตุผลอะไรที่ต้องตีสนิทเราในซาทิสฟาย?


นับตั้งแต่อดีต ตระกูลรอธส์ไชลด์ถูกลากเข้าไปพัวพันกับทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมาก


ไม่แปลกใจทำไมหลายคนจึงเชื่อว่า พวกเขาคือตระกูลที่คอยบงการโลกจากหลังม่านดำ


หากจะตั้งแง่กับรอธส์ไชลด์อย่างไร้เหตุผล ก็ดูจะอคติเกินไปหน่อย


‘ยังไงลอเอลก็ช่วยจัดการให้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องกังวล’


เอลนีดาน่าอ้างตัวว่าเป็นแฟนตัวยงของกริด


ไม่ใช่แค่เธอ แต่ชาวโอเวอร์เกียร์หน้าใหม่ส่วนใหญ่เข้าร่วมเพราะชื่นชอบกริด หรือไม่ก็เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์


ในสายตาชายหนุ่ม เรื่องที่เธอบอกว่าเป็นแฟนตัวยงคงไม่ได้โกหก


กริดไม่เคยคลางแคลงหญิงสาวที่แอบมองตนจากระยะไกลเป็นพักๆ


‘…ได้เห็นเราแล้วจิตใจคงสงบ’


การต้องทำงานอยู่ใต้หัวหน้าที่ป่วยเป็นโรคม.สอง เธอคงเครียดไม่น้อย


จิตใจและดวงตาของเธอคงถูกชำระล้างหลังจากได้มองตน กริดเข้าใจความรู้สึกนั้นดี


ใช่แล้ว


ชายหนุ่มเริ่มคุ้นเคยกับความปรารถนาดีจากคนใกล้ตัว


ยิ่งไปกว่านั้น ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับค่าวิสัยทัศน์หรือไม่ แต่แค่มองเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย กริดสามารถรับรู้ได้รางๆ หากคู่สนทนามีเจตนาร้าย


ตามความเห็นของชายหนุ่ม สายตาที่เอลนีดาน่าจ้องมาทางตน เปี่ยมไปด้วยความเป็นมิตรและบริสุทธิ์ใจ


อาจมีหลายครั้งที่สายตาของเธอดูหม่นหมองจนชวนให้ตั้งคำถาม แต่กริดก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด


“เจ้าจะกลับไปนรกทันทีเลยหรือ”


เนเฟลิน่าที่เดินวนเวียนด้วยสีหน้ากระวนกระวาย หยุดฝีเท้าและหันมาถาม


กริดพยักหน้า


“แน่นอน”


บาเอลอ่อนแอลง ส่วนกริดแข็งแกร่งขึ้น


มหากาพย์บทที่ยี่สิบส่งผลอย่างมาก


ไม่ใช่แค่นั้น


กริดได้รับศาสตรามังกรที่แข็งแกร่งที่สุดตลอดกาลของโลก ‘สนธยา’ และปัจจุบันกำลังยกระดับวัลฮัลล่า


แถมยังเข้าสู่โหมดดรากอนไนท์ได้ดั่งใจ


จริงอยู่ เนเฟลิน่าร่างเหนือมังกรอาจมีระยะเวลาจำกัดเพียงหนึ่งนาที แต่ก็ไม่ใช่ข้อเสียที่ร้ายแรงอะไร


เพราะยังไงเสีย จุดแข็งของกริดคือการปิดฉากการต่อสู้ในพริบตาอยู่แล้ว


หนทางเดียวที่จะฆ่าบาเอลได้ คือการปลดปล่อยท่ารำดาบผสานหกชนิด


และนั่นใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที


‘จริงอยู่ บาเอลอาจมีหลายชีวิต แต่ยิ่งฆ่าได้มาก มันก็ยิ่งอ่อนแอ’


กริดเป็นผู้เล่น


เกิดใหม่ได้ไม่จำกัด


‘เพื่อให้ได้ฆ่าบาเอลสักหนึ่งถึงสองชีวิต เราจะตายสักครั้งก็ไม่เสียหาย’


ไม่ต้องกังวลเรื่องเลเวลลด


เลเวลและระดับตัวตนของบาเอลนั้นสูงมาก


ค่า EXP ที่ได้รับจากการต่อสู้กับบาเอล สามารถชดเชยค่า EXP ที่เสียไปจากการตาย


กล่าวคือ คุณสมบัติของระบบ ‘บรรลุ’ จะยิ่งเฉิดฉายในการล่าบอสใหญ่


‘เหนือสิ่งอื่นใด เราแทบไม่มีโอกาสตาย’


ระยะเวลาประกันชีวิตอมตะของกริดนานมาก


การหลบหนีฉุกเฉินยังใช้งานได้ตามปรกติ และมีเวลาให้ทำเหลือเฟือ


ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ถึงจะตาย แต่โอกาสดรอปไอเท็มก็แทบไม่มี


โอกาสดรอปไอเท็มขึ้นอยู่กับ ‘ค่ากรรม’


นั่นคือเหตุผลที่ผู้เล่นอาชญากร PK ถึงกลัวการตาย


ไม่เพียงเท่านั้น กริดยังมีค่าความโชคดีสูงมาก


ค่าความโชคดีจะเพิ่มโอกาสเกิดเหตุการณ์เชิงบวก และลดโอกาสเกิดเหตุการณ์เชิงลบ


เป็นระบบที่ค่อนข้างคลุมเครือ เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันก็แค่ ‘โอกาสเกิด’ ย่อมไม่สามารถฝากผีฝากไข้ไว้ได้


แต่สิ่งนี้เคยช่วยกริดมาแล้วหลายครั้ง


ปัจจุบันกริดยอมรับแล้วว่า ตนยืนอยู่บนฝั่ง ‘คนมีโชค’


แม้จะฟังดูน่าเศร้าที่ ‘โชค’ เกิดจากความพยายาม ไม่ใช่ฟ้าประทาน แต่ถึงอย่างนั้น กริดก็เชื่อมั่นในตัวเอง


กลับกัน เนเฟลิน่าเต็มไปด้วยความกังวล


“แล้วข้าจะหนีอย่างไร”


สมมติว่ากริดหนีได้ทุกเมื่อ และสามารถคืนชีพหลังความตาย


แต่กับเนเฟลิน่า ความตายของเธอคือจุดจบ


เมื่อกริดตายและทิ้งเธอไว้ตามลำพัง เนเฟลิน่าจะรอดพ้นจากเวทมนตร์ของบาเอลได้อย่างไร? ยังไม่ต้องพูดถึงการหนีออกจากนรก


กริดปลอมประโลมเนเฟลิน่าที่กำลังจินตนาการเรื่องแย่ๆ จนตัวสั่น


“เชื่อใจยูร่าเถอะ”


ทักษะ <มิติขุมนรก> ของยูร่าแตกต่างจากเวทมนตร์เคลื่อนที่ตามปรกติ


แตกต่างจากเวทเทเลพอร์ตที่ใช้พิกัดปลายทางอ้างอิง ตัวมิติขุมนรกจะทำการบิดเบือนให้ปลายทางเชื่อมต่อกับตำแหน่งปัจจุบัน


แม้แต่อำนาจของบาเอลที่สามารถผนึกทักษะและเวทมนตร์เคลื่อนที่ทุกชนิด ก็ยังไม่สามารถปิดกั้นมิติขุมนรก


“เธอจะปกป้องเราได้”


ในท้ายที่สุด ทุกคนจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังปราสาทคริสตัลอย่างปลอดภัย


แน่นอน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกะจังหวะให้แม่นยำ แต่กริดเชื่อใจยูร่า


ในช่วงเวลาที่บาเอลอ่อนแอลง ประสาทสัมผัสของนักล่าอสูรจะรับรู้ได้ชัดเจน


***


ทะเลสาบที่เคยเกือบเหือดแห้งเพราะลมหายใจเนอวาร์ธาน กลับมาเต็มปริ่มอีกครั้ง


ผิวทะเลสาบกำลังสะท้อนภาพกระบวนการซ่อมแซมวิหาร ซึ่งถูกหางและเท้าของเนอวาร์ธานสะบัดจนพัง


“…”


ครอเกลที่นั่งอยู่ใจกลางทะเลสาบ ในมือกำลังถือ <สนธยา>


เมื่อเทียบกับสนธยาของกริด ดาบเล่มนี้ดูงดงามกว่ามาก


สร้างจากการพับเกล็ดของเซนอนหลายร้อยหลายพันครั้ง จนใบดาบมีลักษณะเป็นโลหะหลายชั้น โดยแสงสีส้มของพลังเทพในทุกชั้นจะสะท้อนกระทบกันอย่างไม่เป็นระเบียบ


ราวกับเป็นการตัดแสงแดดยามพลบค่ำออกมาเป็นรูปทรงใบดาบ


งดงามเสียจน สามารถสะกดสายตาของผู้คนโดยรอบ


ทุกครั้งที่มีกลุ่มคนเดินผ่านโลกโอเวอร์เกียร์ พวกเขาจะหยุดฝีเท้าและกระซิบกระซาบกัน


ดาบเล่มนี้คือหนึ่งในสองเล่มที่กริดเพิ่งสร้างในสัปดาห์ที่ผ่านมา รูปลักษณ์ของดาบงดงามสอดคล้องกับความสง่างามของครอเกล


มีเพียงคำชื่นชม


ผู้คนต่างมองมาทางครอเกล ผู้เล่นอันดับสองของโลกรองจากกริด ด้วยแววตาดุจดังกำลังจ้องท้องฟ้าสูงสง่า


‘…นั่นสินะ เราควรอยู่ที่นี่ต่อ’


ครอเกลที่กำลังปิดกั้นเสียงรบกวนด้วยการเข้าฌาน ค่อยๆ ลืมตาขึ้น


ใจจริง มันอยากมุ่งหน้าไปยังหลุมศพของมุลเลอร์ทันที


เพราะครอเกลรู้สึกว่า เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องปกป้องหลุมศพจากสัตว์ประหลาดแห่งสุสานร้าง ที่ดูเหมือนกำลังตามหาศพมุลเลอร์


หากศพของมุลเลอร์ถูกแอบเคลื่อนย้ายไปยังสุสานร้างจริง เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดอาจเกิดขึ้น


อย่างไรก็ดี มีสองสิ่งคอยกวนใจครอเกล


ประการแรก นักดาบตาบอดที่อ้างตัวว่าเป็นศิษย์มุลเลอร์


บุคคลปริศนาดังกล่าว ก็คงทราบตำแหน่งหลุมศพของมุลเลอร์เช่นกัน


‘ระหว่างแกะรอยตามหาเรา มันคงรู้ว่าเราเคยต่อสู้กับสัตว์ประหลาดแห่งสุสานร้างไปแล้ว และคงเดาได้ว่าเราจะย้อนกลับไปที่หลุมศพ’


มีโอกาสสูงที่อีกฝ่ายจะซ่อนตัวรอครอเกลท่ามกลางกลุ่มสัตว์ประหลาดแห่งสุสานร้าง ซึ่งจะพรั่งพรูเข้าใส่ผู้บุกรุกประหนึ่งสายหมอก


ครอเกลยังไม่อยากปะทะกับอีกฝ่ายตอนนี้


ประการที่สอง ความปลอดภัยของกรุงไรน์ฮาร์ท


เหล่าสภาเดินทางกลับหอคอยไปแล้ว ส่วนอัครสาวกต่างมีงานของตัวเอง


ปิอาโร่กับลาเอลล่าออกเดินทางไปพร้อม ‘ผลดีชั่ว’ ส่วนบราฮัมออกไปหาแมรีโรส


เมอร์เซเดสแวะไปเยี่ยมบ้านเกิด ส่วนซิกไปที่เกาะคอร์กโดยไม่ทราบสาเหตุ


เนเฟลิน่ามีกำหนดการล่าบาเอลร่วมกับกริด


ชาวโอเวอร์เกียร์แยกย้ายไปยังจุดเก็บเลเวลของตัวเอง อาจเป็นเพราะถูกกระตุ้นด้วยความรู้สึกสิ้นหวังขณะอยู่ในนรก ทุกคนจึงมุ่งมั่นกับการพัฒนาตัวเองเป็นพิเศษ


กล่าวคือ ซาลิเอลเป็นเพียงคนเดียวที่ยังประจำการในกรุงไรน์ฮาร์ท


หลายฝ่ายเชื่อเอาเองว่า ไรน์ฮาร์ทจะปลอดภัยไร้กังวล แต่ครอเกลคิดต่าง


ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว สมัยที่ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปเสียหมด


ครอเกลมักเผชิญวิกฤติในยามที่ตนกำลังสบายใจมากที่สุด


ซาทิสฟายไม่เคยอนุญาตให้ผู้เล่นประมาท


แน่นอน กิลด์โอเวอร์เกียร์เป็นองค์กรที่รอบคอบ


กริดคำนวณแล้วว่า ระยะเวลาในการเดินทางไปหาบาเอลและกลับถึงเมืองหลวงคือสี่สิบนาที และลอเอลได้เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างสี่สิบนาทีไว้แล้ว


ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่ายทหารถูกย้ายไปไว้รอบๆ โลกโอเวอร์เกียร์ ชวนให้นึกถึงภาพของ ‘ป้อมปราการสวรรค์’


เป็นการจัดกระบวนทัพเพื่อให้ทหารได้รับบัฟสูงสุดจากโลกโอเวอร์เกียร์


กล่าวคือ ลำพังจอมอสูรหรืออัครเทวทูตบุกรุกเข้ามาไม่ได้แน่


แต่ถ้าระดับของผู้บุกรุกสูงกว่านั้นล่ะ?


เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์จะรีบกลับมาร่วมศึกทันที แต่การสื่อสารกับเหล่าอัครสาวกไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นเสียแต่กริดจะทำเอง


“ท่านอาจารย์!”


ลอร์ดที่เห็นครอเกล รีบวิ่งเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


ครอเกลต้องการปกป้องรอยยิ้มแสนสดใส ของครอบครัวเพื่อนคนสำคัญของตน


______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00