จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,655
ผู้เล่นเกือบทุกคนจดจำมังกรมารบันเฮเลียร์ได้
เพราะมันคือมังกรตัวแรกที่ผู้เล่นได้เห็นเต็มสองตา
แถมยังเป็นในงานแข่งนานาชาติที่มีผู้ชมกว่าพันล้านทั่วโลก
เมื่อเห็นพลังทำลายและขีดความสามารถ ทั่วโลกพากันอกสั่นขวัญแขวน
บางที นั่นอาจเป็นวันที่โลกเคยเงียบที่สุด
“เฮือก…!”
“บัดซบ! จบสิ้นแล้ว!”
“ต้องรีบล็อกเอ้าออกไปเทขายหุ้น!”
ผู้คนได้เรียนรู้ว่ามังกรทั้งทรงพลังและน่ากลัว
ครูคนแรกก็ไม่ใช่ใครนอกจากบันเฮเลียร์
และตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับบันเฮเลียร์อีกครั้ง
เมื่อเทียบกับในเซิร์ฟเวอร์งานแข่ง ผลกระทบที่เกิดขึ้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ผู้เล่นจำนวนมากรีบหนีไปยังสถานที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่ตนรู้จัก บางคนล็อกเอาต์โดยไม่ลังเล
เหลือผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่
กลุ่มหนึ่งคือคนที่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และอีกกลุ่มคือคนที่ยังดื้อรั้น
“ยอดผู้ชมสูงเป็นประวัติการณ์!”
“ข่าวด่วน!”
สายงานด้านข่าวและสื่อ ต่างกำลังไล่ตามเงาของบันเฮเลียร์
“ไม่ต้องห่วง พ่อจะปกป้องลูกเอง”
ผู้เล่นที่สร้างครอบครัวกับ NPC เลือกที่จะยืดหยันจนถึงที่สุด
“นำฉมวกมังกรทั้งหมดออกจากคลังแสง!”
“ให้ถือว่าสงครามเริ่มขึ้นแล้ว! ระดมพลเป็นการด่วน!”
อัศวินและขุนนางซึ่งมีทหารในครอบครอง ตอบสนองอย่างกระตือรือร้นมากกว่าปรกติ
บันเฮเลียร์บนท้องฟ้าตระหนักถึงสถานการณ์บนพื้นดินได้ชัดเจน
มันไม่ได้นึกสงสารมดปลวกที่กำลังวิ่งหนีด้วยความแตกตื่น และมิได้โกรธเคืองมดปลวกที่คิดจะต่อต้าน
เพียงพ่นหนึ่งลมหายใจ พวกมันทั้งหมดก็จะหายไป
สิ่งที่บันเฮเลียร์ปรารถนาคือความสับสนอลหม่าน
แค่ตนบินข้ามทวีปอย่างไม่รีบร้อน พวกมดปลวกเหล่านี้ก็จะโดนลูกหลงตายไปเอง
ยังเหลือเวลาให้เล่นสนุกอีกมาก
หากโดนลูกหลงแล้วยังไม่ตาย ก็แค่กระพือปีกเพิ่มอีกสองสามหนจนกว่าจะทนไม่ไหว
และเมื่อบรรยากาศเริ่มสุกงอม มันจะลงไปตอกลิ่มด้วยตัวเอง
อันดับแรก ออกคำสั่งให้นำมนุษย์ชายหญิงอย่างละพันคนมาสังเวย
ถ้าค่อยๆ เคี้ยวทั้งเป็นต่อหน้ามดปลวกที่เฝ้ามอง ความสิ้นหวังและความกลัวก็จะยิ่งแผ่ขยาย
หลังจากกินเสร็จ มันจะสั่งให้เพิ่มจำนวนเครื่องสังเวยในทุกวัน
คงน่าสนุกไม่น้อย หากได้เห็นมนุษย์ที่อยากจะมีชีวิตรอดจนต้องส่งเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มาตายแทน
ในท้ายที่สุด เมื่อฝ่ายมดปลวกเลือกที่จะขัดขืน เนอวาร์ธานก็คงถึงคราวลืมตาตื่นพอดี
ปล่อยให้เจ้านั่นมาปิดงานก็ไม่เลว…
ใช่ว่าเนอวาร์ธานจะปล่อยให้มดปลวกเหล่านี้มีชีวิตรอดสักหน่อย
ความวุ่นวายจะจบลงด้วยความสิ้นหวัง หวาดกลัว และเคียดแค้น
ซู่ว!
ปราณอสูรไหลผ่านรูจมูกของบันเฮเลียร์
ทุกอนุภาคมีอำนาจในการป่นเวทมนตร์และปราณดาบ อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายที่ทำให้ทุกชีวิตจบลงในพริบตา
ทันใดนั้น ท้องฟ้าสีดำซึ่งเคยเต็มไปด้วยจอภาพในนรก ถูกย้อมกลายเป็นสีเหลือง
ย้อนกลับไปราวหนึ่งศตวรรษก่อน
หากประเทศใดไม่ลงทุนกับเครื่องฟอกมลพิษทางอากาศ ตอนนี้ท้องฟ้าก็คงจะมีสีแบบเดียวกัน
“มันกำลังทำอะไร?”
“ดูเหมือนว่าจะยังไม่โจมตีเข้ามา…”
บันเฮเลียร์คือมังกรมาร
แม้จะไม่เคยเห็นวีรกรรมด้วยตาตัวเอง แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่เชื่อว่าบันเฮเลียร์ถูกตั้งค่าให้เป็นตัวร้าย
หลายฝ่ายคาดเดาว่ามันอาจเป็นบอสใหญ่อันดับหนึ่งของเกม ดังนั้นเมื่อเห็นข้อความโลกแจ้งเตือน ภาพแรกที่ผุดเข้ามาในหัวคือทะเลเพลิง
แต่อีกฝ่ายกลับเงียบผิดปรกติ
บันเฮเลียร์เอาแต่บินและบิน โดยไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้
หากจะถามว่าสิ่งใดน่าจดจำ คำตอบคงเป็นความเร็ว
ทันทีข้อความเสียงแจ้งเตือนบันเฮเลียร์ถูกส่งมาถึงไรน์ฮาร์ท เจ้าตัวได้บินเข้ามาในเขตน่านฟ้ากรุงไรน์ฮาร์ทเรียบร้อยแล้ว
นักวิเคราะห์ลงความเห็นตรงกันว่า ระยะเวลาที่บันเฮเลียร์ใช้บินข้ามทวีปคือหนึ่งนาที
หากมันบินต่ำกว่านี้อีกนิดเดียว
ผืนดินจะพังทลายจากอิทธิพลของคลื่นโซนิคบูม
เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คนละมิติโดยแท้จริง
ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องต่อสู้ หากแต่เป็นภัยพิบัติที่ต้องหลีกเลี่ยง
แม้แต่คนที่ยังเฉยๆ กับค่าสถานะและเลเวลของบันเฮเลียร์ในงานแข่งนานาชาติ พอได้เห็นของจริงก็อดไม่ได้ที่จะยืนตัวสั่น
สูญสิ้นความพยายามที่จะขัดขืน
บันเฮเลียร์สร้างบรรยากาศเช่นนี้ด้วยการบินเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือ การขาดหายไปของกริดและอัครสาวก
ผู้คนเพิ่งได้ตระหนักว่า พวกตนพึ่งพาอาศัยกริดมากเพียงใด
โฮกกกก!
เสียงคำรามของบันเฮเลียร์ดังมาจากมุมสูง
รูปแบบการสะท้อนทำให้ฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะ
ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะมนุษย์ที่สั่นกลัวไปถึงกระดูก
แน่นอน นั่นเป็นเพียงการเปรียบเปรย
ไม่มีทางที่บันเฮเลียร์ซึ่งอยู่ไกลขนาดนั้น จะมองเห็นสีหน้าของมนุษย์เบื้องล่างได้ครบถ้วน
ประชากรของมนุษย์บนทวีปคือหลักพันล้าน
แม้จะลดลงไปพอสมควรในมหาสงครามระหว่างมนุษย์กับอสูร แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลขที่บันเฮเลียร์จะมองเห็นทั้งหมดในคราวเดียว
ไม่มีทางที่จะหัวเราะเยาะเพราะได้เห็นสีหน้าของทุกคน
ใช่แล้ว นั่นคือสามัญสำนึกของมนุษย์
บันเฮเลียร์ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบโดยสามัญสำนึกของมดปลวก
โครงข่ายประสาทสัมผัสของมันแผ่ขยายปกคลุมทั่วทวีป
ผ่านโครงข่ายคล้ายใยแมงมุม บันเฮเลียร์สามารถรับรู้ถึงสีหน้าท่าทีของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกกึ่งกลาง
นำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลและลงมืออย่างมีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อบินผ่านทะเล ก็จะสร้างคลื่นน้ำกระแทกใส่อาณาจักรเผ่าวารี เมื่อผ่านเทือกเขาเคอัส ก็จะปล่อยกลิ่นเลือดมนุษย์เพื่อกระตุ้นให้มอนสเตอร์บ้าคลั่ง
สำหรับมนุษย์ที่อาศัยในเมืองร้อน บันเฮเลียร์จะทำให้หนาวฉับพลันจนล้มป่วย สำหรับมนุษย์ที่อาศัยในเมืองหนาว จะถูกทำให้ร้อนจนต้องถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นก็ย้ายก้อนภูเขาน้ำแข็งและทรายจากทะเลทรายไปยังใจกลางเมือง
โดยไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลย
เป็นความอลหม่านที่เกิดจาก ‘การบิน’ เพียงอย่างเดียว
ท่ามกลางความวิตกและตื่นตระหนกของมนุษย์
> …
เป็นครั้งแรกที่บันเฮเลียร์หยุดกระพือปีก
ปราณดาบเส้นหนึ่งซึ่งสูงเท่าต้นเสา พุ่งเฉียดปลายจมูกบันเฮเลียร์พร้อมกับดูดกลืนปราณอสูรโดยรอบ
แทนที่จะถูกปราณอสูรกัดกร่อน ปราณดาบเส้นดังกล่าวกลับใช้พวกมันเป็นแรงขับเคลื่อน
‘ดาบพิฆาตมังกร’ เพียงหนึ่งเดียวในโลก
> นักล่ามังกร
รูม่านตาสีดำของบันเฮเลียร์ขยายกว้างเล็กน้อย
ใหญ่เสียจนคิดว่าด้านในเป็นจักรวาลย่อส่วน
นั่นคือในกรณีที่ยืนจ้องระยะประชิด
ลำพังการกลอกตาแผ่วเบา สามารถแรงกดดันได้มหาศาล
ด้วยเกรงว่าน้ำเสียงของตนจะสั่นเครือ
ฮายาเตะตัดสินใจลอยตัวเงียบงันเพื่อรักษาความน่าเกรงขาม
แนบเนียนจนดูไม่เหมือนกับคนที่พยายามเก็บซ่อนความกลัว
บันเฮเลียร์จ้องด้วยสายตาเอ็นดูพลางหัวเราะ
> หนึ่งพันปีไม่ใช่ระยะเวลาที่สั้นแม้แต่กับข้า เช่นนั้นแล้ว เจ้าผู้ใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนมานานกว่านั้น ทำไมจู่ๆ ถึงกล้าเผชิญหน้ากับข้า?
ตรงข้ามกับที่ฮายาเตะคิด ในความเป็นจริง มังกรโบราณมิได้แยแสฮายาเตะสักเท่าไร
ระบุให้ชัดเจนก็คือ พวกมันถอดใจแล้ว
ปราณดาบของนักล่ามังกรคือสิ่งเดียวในโลกที่เกิดมาเพื่อต่อต้านมังกร
เมื่อฮายาเตะใช้สิ่งนั้นผนึกหอคอยร่วมกับวิทยาการเวทมนตร์จากเหล่าสภา แม้แต่มังกรก็จนปัญญาที่จะตามหา
ไม่สิ เหตุผลเดียวที่มังกรตามหาไม่พบ ก็เพราะพวกมันคือมังกร
กล่าวคือ มังกรไม่มีทางพบตัวฮายาเตะ เว้นเสียแต่ฮายาเตะจะออกมาเอง
แต่ตอนนี้ อีกฝ่ายกลับลอยตัวขวางทางมังกรด้วยความมั่นใจ
> คงกำลังหวังผลบางอย่างสินะ… แอบปลุกเนอวาร์ธาน?
เนอวาร์ธานคือมังกรที่หมกมุ่นอยู่แต่กับบันเฮเลียร์
ที่เนอวาร์ธานคลุ้มคลั่งก็เพราะถูกบันเฮเลียร์หักหลัง แม้จะสูญสิ้นสติ แต่ส่วนลึกของความทรงจำอันเลือนรางกลับยังไม่ลืมบันเฮเลียร์
กล่าวคือ เนอวาร์ธานเป็นเพียงไม่กี่ตัวตนที่สามารถคุกคามชีวิตบันเฮเลียร์ได้
> น่าเสียดาย
ซู่ว!
เสียงพูดของบันเฮเลียร์ดังปะปนกับเสียงลมหายใจ
เป็นเสียงหายใจที่ดังสะท้อน
ฮายาเตะซึ่งเพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย สังเกตเห็นได้ทันท่วงที
‘พิโรธ’
ฟ้าว!
มังกรพิโรธ ท่าโจมตีที่ไม่มีสัญญาณแจ้งล่วงหน้า
แต่ฮายาเตะอ่านออกและเชื่อในการประเมินของตน
หลังจากเห็นหางมังกรฟาดเข้ามาประหนึ่งสันเขื่อน ฮายาเตะเตรียมรับมือแรงปะทะด้วยทุกสิ่งที่มี
เปรี้ยง!!
มันเดาถูก เป็นมังกรพิโรธ
บันเฮเลียร์ฟาดหางหนึ่งครั้ง แต่กลับสร้างคลื่นปะทะถึงห้าระลอกในคราวเดียว
ฮายาเตะสลายแรงปะทะครั้งที่สี่และห้าได้ไม่หมด
แต่ไหนแต่ไร มังกรที่มันเคยต่อสู้ด้วย สามารถใช้มังกรพิโรธได้สูงสุดแค่สามระลอกในคราวเดียว
ฮายาเตะย่อมไม่ได้เตรียมใจที่จะรับมากถึงห้า
มังกรพิโรธเหมือนกัน แต่ทรงพลังกว่าหลายเท่าเมื่อใช้โดยมังกรโบราณ
หงึกหงึก!
ฮายาเตะสลายเลือดที่กระเซ็นจากปากด้วยปราณดาบ จากนั้นก็กัดฟันทนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อวัยวะภายในที่เสียหายจากแรงปะทะ ถูกซ่อมแซมในพริบตาด้วยการหายใจแผ่วเบาหนึ่งครั้ง
บันเฮเลียร์หรี่ตาลง ภาพสะท้อนบนกระจกตาเหลือเพียงฮายาเตะ
เพราะฉากในนรกที่ซ้อนทับกันบนฟ้า ถูกลบล้างด้วยอำนาจของมันไปหมดแล้ว
> น่าสนใจ…
บันเฮเลียร์ลองคำนวณในหัว
จะสั่งสมความวุ่นวายตามแผนเดิม และหลบหนีเนอวาร์ธานอย่างไม่ยากเย็น
หรือจะเชือดนักล่ามังกรและเสี่ยงที่จะปะทะกับเนอวาร์ธาน?
ต้องรีบตัดสินใจ
หากตื่นขึ้นเมื่อใด เนอวาร์ธานจะไล่ตามมันทันในพริบตา
> ข้าจะกินเจ้า
ความสำเร็จที่นักล่ามังกรสั่งสม หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
การฆ่าฮายาเตะเกิดประโยชน์มากกว่าการสั่งสมความวุ่นวายจากทั่วผืนทวีป
นอกจากนั้น การสั่งสมความวุ่นวายสามารถกระทำตอนไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่กับฮายาเตะที่หาตัวจับได้ยาก
เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
> จงตายเพื่อข้า
วาจามังกรกลายเป็นคำทำนาย
บันเฮเลียร์พุ่งเข้าหาฮายาเตะพร้อมกับสร้างแรงกดดันมหาศาล
สถานะนักล่ามังกรสามารถต้านทานได้ก็จริง แต่เป็นการยากที่จะสลัดให้หลุดจากแรงกดดันซึ่งปะทะลงบนร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ฮายาเตะต้องกัดฟันทนในทุกการปะทะ และนั่นทำให้สิ้นเปลืองพลังใจมหาศาล
ท้ายที่สุด ฮายาเตะผู้มีใบหน้าเคร่งเครียดเริ่มตระหนัก
ทนได้อีกไม่นานแน่…
ตนจะตายก่อนที่จักรกลเวทมนตร์ซึ่งถูกส่งไปปลุกเนอวาร์ธานจะบรรลุเป้าหมาย
ประเด็นสำคัญในตอนนี้ก็คือ เราควรตั้งเป้าหมายไว้แค่ไหน?
จะสร้างความเสียหายใส่บันเฮเลียร์ได้สักกี่ส่วน?
ระหว่างที่กริดและพวกพ้องพยายามทำลายจันทร์ขุมนรก เพื่อให้โลกยังปลอดภัย ตนต้องถ่วงเวลาไว้กี่นาที?
เปรี้ยะ!
คลื่นดาบพิฆาตมังกรที่ตกแต่งท้องฟ้ายามค่ำคืนให้ระยิบระยับยิ่งกว่าหมู่ดาวนับร้อย ค่อยๆ มารวมตัวในจุดเดียว
พวกมันล้วนตอบสนองต่อเจตจำนงของฮายาเตะ
เป้าหมายคือหัวใจบันเฮเลียร์
ทำลายหัวใจมังกร
ฮายาเตะไม่ได้คิดจะทำลายจนสิ้นซาก
แต่อย่างน้อยก็ขอสร้างความเสียหายในระดับที่บันเฮเลียร์ต้องจำศีลยาว
สิ่งแลกเปลี่ยนคือชีวิตของนักล่ามังกร
เป้าหมายที่ไม่มีทางทำสำเร็จหากไม่เตรียมใจถึงระดับนั้น
โฮกกกก!
บันเฮเลียร์ที่อ่านความตั้งใจของฮายาเตะ ออกไม่กล้าผลีผลามลงมือ
แม้จะเสียศักดิ์ศรีไปบ้าง แต่มันเลือกที่จะคำรามพร้อมกับเสกเวทมนตร์หลายร้อยชนิดในเวลาเดียวกัน
นอกจากนั้น เพื่อป้องกันการหลบหนี บันเฮเลียร์ยังยิงลมหายใจมังกรที่ซ้อนทับห้าชั้น
ขณะใช้ดาบพิฆาตมังกรฟันใส่ลมหายใจ ฮายาเตะมีสีหน้าดำมืด
มีเหตุผลที่บันเฮเลียร์จอมเจ้าเล่ห์ใช้เวทมนตร์ของมนุษย์
จากบรรดาเวทมนตร์หลายร้อยชนิดที่ถูกปลดปล่อย บางส่วนมีโครงสร้างซับซ้อนจนยากจะตัดด้วยดาบพิฆาตมังกร
ซ่า!
ลมหายใจสีดำสนิท ถูกผ่าออกเป็นสองซีกประหนึ่งทะเลแดง
บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!!
จากเวทมนตร์ปริมาณมหาศาลที่โหมกระหน่ำ มีเพียงสองชนิดที่สามารถตรึงความเคลื่อนไหวของฮายาเตะ
เพราะพวกมันเป็นเวทมนตร์ชนะทาง
ฮายาเตะถูกบังคับให้ใช้ ‘เวทมนตร์’ ตอบโต้แทนดาบพิฆาตมังกร
อย่างไรก็ดี ฮายาเตะไม่กล้าใช้เวทมนตร์ส่งเดช
มังกรโบราณสามารถดูดซับพลังงานได้เกือบทุกชนิดยกเว้นดาบพิฆาตมังกร
หากใช้พลังดังกล่าวเพื่อต่อต้าน อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขึ้นแทน
ฮายาเตะลังเลเพราะไม่อยากผลีผลาม
แต่ความลังเลชั่วขณะในศึกระหว่างตัวตนสัมบูรณ์ ไม่ต่างอะไรกับยาพิษ
ฟ้าว!
หางที่เคยอยู่ไกลราวกับเส้นขอบฟ้า พุ่งเข้าประชิดตัวแทบจะในพริบตา
ขอบเขตการโจมตีกว้างจนหมดสิทธิ์หลบพ้น
บันเฮเลียร์ชำเลืองหางตามองฮายาเตะ ผู้ถูกบังคับให้ต้องรับการโจมตีด้วยดาบ
คอยาวๆ ของมันที่กำลังโน้มลง ขยายขนาดจนเต็มพิกัด
ลมหายใจ…
ทิศทางคือฮายาเตะ ผู้ถูกสถานการณ์บังคับไม่ให้หนี
ทันใดนั้น เสียงใครบางคนดังเข้ามาในหูฮายาเตะที่เตรียมใจบาดเจ็บสาหัส
กำลังเสริมที่เพิ่งมาถึง
บุคคลที่ฮายาเตะคุ้นเคย
ฉึบ!
อริยดาบผู้บรรลุวิชา ‘สะบั้นวายุ ตัดลมหายใจ’
วิชาเทพที่ได้รับหลังจากฟันราชาภูตลมสำเร็จ
ซ่า!
[ท่านยกเลิกการร่ายทักษะของเป้าหมาย]
เมื่อการหายใจถูกขัดจังหวะ เวทมนตร์และลมหายใจทั้งหมดของบันเฮเลียร์หยุดทำงานชั่วคราว
ครอเกลกล่าวกับฮายาเตะที่ได้พักหายใจหายคอเพราะตน
“ถ้าคุณคาดหวังในตัวผม ขอสารภาพตามตรงว่า ผมทำได้แค่นี้”
คู่ต่อสู้ผิดรุ่นเกินไป
หลังจากพัฒนาฝีมืออย่างยากลำบาก คิดไม่ถึงว่าศึกแรกจะเป็นมังกร
ครอเกลรีบทำสมองให้โล่ง
มันตระหนักถึงข้อเท็จจริงหนึ่งมาตลอด
ไม่ว่ายังไง ฮายาเตะก็ห้ามตาย
หนึ่งในไม่กี่ความหวังของมนุษยชาติร่วมกับกริด
“ได้โปรดหาโอกาสหลบหนี”
แต่ไหนแต่ไร ฮายาเตะมักยืนนำหน้าผู้อื่นเสมอ
แต่ตอนนี้ มันกำลังเฝ้ามองแผ่นหลังใครบางคน
ถัดจากกริดก็เป็นครอเกล
ลูกหลานจากยุคสมัยห่างไกล กำลังช่วยกันปกป้องตัวตนสัมบูรณ์
Comments
Post a Comment