จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,657
เดิมที พลังดูดเลือดไม่ได้มีไว้เพื่อการอยู่รอด
แวมไพร์ที่ต้องกินเลือดของเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อความอยู่รอด เป็นได้เพียงสินค้ามีตำหนิ
บราฮัมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันสามารถดำรงชีวิตได้อย่างไร้อุปสรรคโดยไม่ต้องดูดเลือดแม้แต่หยดเดียว
นับตั้งแต่ได้รับพลังแวมไพร์ทายาทกลับคืน บราฮัมไม่เคยไปไล่กัดคอใคร
เพราะการทำแบบนั้นไม่เกิดประโยชน์
“ไม่เลว”
ปลายนิ้วอันเรียวงามปาดเลือดติดมาหนึ่งหยด
เลือดสีแดงเข้มที่กระเซ็นลงมาจากท้องฟ้า ดูเหมือนว่าจะเป็นของฮายาเตะ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นักล่ามังกร ที่พึ่งสุดท้ายของมวลมนุษย์ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
แต่ยังไม่มีใครทราบเรื่องนี้
พวกมันมองตามการต่อสู้ของฮายาเตะและบันเฮเลียร์ไม่ทัน
บางคนเห็นเป็นเกมหมากล้อมด้วยซ้ำ
ท้องฟ้าที่ปนเปื้อนมลพิษคือกระดาน โดยมีหมากสีดำและขาวพยายามล้อมกันและกัน
ความเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายเร็วมากจนมองเห็นแค่สี
บันเฮเลียร์สีดำ และฮายาเตะสีเงินซึ่งใกล้กับขาว
ภาพของจุดสีที่ไล่ล่ากันจนเกิดเป็นจุดและเส้น บ้างก็รวมตัว บ้างก็กระจายตัว ราวกับเป็นการเรียงรายของกลุ่มดาวจักรราศี
มันดูงดงามในช่วงแรก
หากหลังจากนั้นไม่ได้ตามด้วยเสียงระเบิดระลอกใหญ่ ผู้คนคงชื่นชมได้นานไม่รู้จบ
บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!
ทุกครั้งที่จำนวนจุดสีและแสงสว่างเพิ่มขึ้น เสียงคำรามที่ตามมาจะดังอึกทึกประหนึ่งฟ้าร้อง
ไม่เพียงเท่านั้น เสียงสะท้อนยังส่งมาถึงพื้นดินที่แตกระแหงจนสร้างแรงสะเทือน
ผู้คนต่างพากันหวาดกลัว
ราวกับโลกใกล้จะถึงจุดจบ
หากได้รู้ว่าฮายาเตะ เสาหลักที่คอยค้ำจุนโลก ต้องบาดเจ็บสาหัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกมันคงแตกตื่นและหวั่นวิตกมากกว่าเดิม
แต่สำหรับแมรีโรส สถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างเป็นใจ
แตกต่างจากบราฮัม เธอสืบทอดคุณสมบัติทั้งหมดมาจากมารดา และทราบวิธีใช้พลังดูดเลือดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ฉึบ!
แมรีโรสเลื่อนนิ้วเปื้อนเลือดมาแตะริมฝีปาก
ริมฝีปากสีแดงที่กำลังเปล่งปลั่งอย่างเย้ายวน คอยดึงดูดสายตาจากผู้คนโดยรอบ
ความงามของเธอสร้างปัญหาเป็นวงกว้าง
สิ่งนี้สามารถใช้เพื่อทำให้คนหมู่มากตายอย่างไม่เจ็บปวด ถึงขั้นที่กลุ่มคนซึ่งเคยกังวลว่าโลกกำลังจะถึงจุดจบ หยุดความคิดทั้งหมดและตกอยู่ในภวังค์ลุ่มหลง
ฟังดูเหมือนคำสาปมากกว่าพร
โดยเฉพาะคู่กรณี พลังเช่นนี้เป็นราวกับคำสาปอันยิ่งใหญ่
บรรดาเหยื่อของมนต์สะกด ต่างนึกสงสารแมรีโรส
เพราะเธองดงามเสียจน ผู้คนเชื่อว่าแมรีโรสจะไม่สามารถสนทนากับใครได้เลย
สีหน้าแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสูงส่งและน่าเกรงขาม เสริมด้วยความไร้เดียงสาโดยธรรมชาติ สามารถกระตุ้นจินตนาการผู้คนให้เตลิดเปิดเปิง
แต่แมรีโรสมิได้แยแส
เธอชาชินกับสายตาคนรอบข้าง สนใจเพียงการดื่มด่ำเลือดของนักล่ามังกร
‘ไม่หวานเท่าสามีสุดที่รัก’
รสชาติและกลิ่นคล้ายคลึงกัน
เป็นระดับที่ไม่แย่
นึกทบทวนความทรงจำเก่าเกี่ยวกับมารดา เบริอาเช่เคยบอกว่า ยิ่งสิ่งมีชีวิตมีระดับสูง เลือดจะยิ่งหวาน
ทว่า เลือดฮายาเตะกลับไม่ได้ดีขนาดนั้น
บางที อาจเป็นเพราะเธอได้ชิมหลังเลือดกริด
บางที อาจเป็นเพราะเธอชินกับรสเลือดกริดไปแล้ว จนไม่พึงพอใจกับเลือดใครอีก
‘อา~’
เหนือแก้มสีขาวที่กำลังแดงระเรื่อ ดวงตาแมรีโรสถูกวาดเป็นเส้นโค้งคว่ำ
เธอกำลังลุ่มหลง
นับตั้งแต่เริ่มไล่ตามกริดด้วยกายและใจ แมรีโรสตระหนักว่าตนกำลังอยู่ในภวังค์ลุ่มหลง
จวบจนปัจจุบัน มีหลายตัวตนหลงใหลเธอและพยายามชนะใจเธอ แต่กริดที่หลบหน้าเธอ กลับเป็นฝ่ายได้ใจไปครอง
หากสันตะปาปาผู้หันหลังให้ความศรัทธาและเปลี่ยนตัวเองเป็นโลงศพไม้รู้เรื่องนี้เข้า มันคงร่ำไห้จนแทบขาดใจ
“อ๊ะ…?”
ผู้คนที่กำลังจ้องแมรีโรสด้วยสายตาเหม่อลอย ทยอยได้สติกลับมา
นั่นเพราะปกเสื้อของหญิงสาวเริ่มพัดกระพือ คลื่นพลังงานสีเงินรายล้อมรอบกาย
ชวนให้นึกถึงคลื่นพลังของนักล่ามังกร ผู้กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดบนท้องฟ้า
ฟ้าว!
ร่างกายผู้คนเริ่มซวนเซอย่างหนัก
ในท้ายที่สุด คนที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นเริ่มตระหนักว่า ในตำแหน่งที่แมรีโรสเคยยืนจนถึงเมื่อครู่ พื้นดินถูกขุดลึกลงไป
เหมือนกับผิวดวงจันทร์
เกิดเป็นหลุมยักษ์ขนาดมหึมา
ลมหายใจมังกรสีดำสนิท ถูกยิงมาไกลถึงนี่เชียว?
เหล่ามนุษย์ที่เต็มไปด้วยความฉงนและกังวล ค่อยๆ ตระหนักถึงความเป็นจริงในอีกไม่กี่อึดใจถัดมา
ร่มคันหนึ่งที่ถูกพับอย่างเรียบร้อย กำลังปักอยู่ใจกลางหลุมยักษ์
ไม่มีร่องรอยการปะทะกับแรงระเบิดแม้แต่น้อย
***
บันเฮเลียร์ทรงอำนาจมาตั้งแต่ยุคต้นกำเนิด
หลังจากดูดซับปราณอสูร ความแข็งแกร่งก็ยิ่งพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน
มันเชื่อว่าตนไร้ผู้ต่อต้าน เนื่องจากสามารถนำปราณอสูรผสานเข้ากับพลังเวทอันสูงส่ง
แน่นอน บันเฮเลียร์ไม่คิดว่าตัวเองจะเอาชนะมังกรโบราณตนอื่นได้ง่ายนัก แต่ก็มั่นใจว่าสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกวิกฤติ ไม่เว้นแม้แต่สถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ใช่แล้ว
วิกฤติส่วนใหญ่ที่บันเฮเลียร์คาดการณ์ ล้วนมาจากสิ่งมีชีวิตในระดับเดียวกัน
ยกเว้นมังกรโบราณหรือเทพต้นกำเนิด มันไม่เคยชายตามองสิ่งมีชีวิตอื่น
นักล่ามังกร?
ตัวตนสัมบูรณ์เพียงหนึ่งเดียวในหมู่มนุษย์?
บันเฮเลียร์เชื่อว่าหากตนมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับอีกฝ่าย การบดขยี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ความเป็นจริงกลับผิดแผกไปจากความเชื่อ
การบดขยี้อย่างง่ายดายไม่เกิดขึ้น
หากเสียสมาธิแม้แต่วินาทีเดียว ร่างกายของมันจะเกิดบาดแผลทันที
ไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด
การป้องกันสัมบูรณ์
เป็นความรู้สึกประหนึ่งร่างกายเปลือยเปล่า เมื่อพลังที่ติดตัวตั้งแต่เกิดและสามารถป้องกันได้แทบทุกการโจมตี กำลังไร้ความหมายต่อหน้าอีกฝ่าย
ทุกครั้งที่เกล็ดและหนังถูกฟันทะลุ ความหวั่นวิตกเริ่มสั่งสมภายในใจ
นักล่ามังกรกลายเป็นภัยคุกคามตามชื่อที่โอ้อวดของมัน
ถึงขั้นที่บันเฮเลียร์หัวเสีย เมื่อตระหนักว่าตนคือผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับนักล่ามังกร
‘ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ควรเป็นคนอื่น ไม่ใช่ข้า!’
นั่นจะเป็นภาพที่น่าดูชมทีเดียว
แน่นอน บันเฮเลียร์จะดื่มด่ำกับการต่อสู้อย่างมีความสุข
แต่ในความเป็นจริง มันถูกลดตำแหน่งจากผู้ชมมาเป็นผู้ถูกชม
โทสะบันเฮเลียร์ปะทุเสียดท้องฟ้าเมื่อตระหนักว่า มังกรโบราณตัวอื่นกำลังเฝ้ามองการต่อสู้ของตนในภาวะจำศีล
เมื่อจินตนาการภาพตัวเองถูกมังกรเหล่านั้นเย้ยหยัน ความเยือกเย็นก็เริ่มสั่นคลอน
เป็นผลข้างเคียงจากคุณสมบัติของอสูร
แหล่งกำเนิดพลังงานอสูรประกอบด้วยความโกลาหล โทสะ เกลียดชัง เศร้า และสับสน
เมื่อเทียบกับมังกรโบราณตัวอื่น บันเฮเลียร์ที่บริโภคความโกลาหลเป็นอาหารมานาน ยากที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเอง
แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับทราวก้า ผู้สามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างเปิดเผย
ไม่เหมือนกับบันเฮเลียร์ที่อ้างตนว่าไร้เทียมทานเพราะดูดซับปราณอสูร ทราวก้าเป็นแค่ไอ้บ้า
นับตั้งแต่เกิด มันเชื่อโดยไม่กังขาว่าตนนั้นไร้เทียมทาน
มองไม่เห็นเลยว่าจะมีใครมาทำอันตรายตนได้
แต่ถ้าคำนึงจากนิสัยรอบคอบของมัน การโอ้อวดเหล่านั้นจึงฟังดูเหมือนการคุยโม้
ในทางกลับกัน บันเฮเลียร์ไม่มีกะจิตกะใจที่จะโอ้อวด
ส่วนใหญ่จะดำดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์
เป็นจุดอ่อนที่มันเองก็รู้ตัว และเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับมังกรคลั่งเนอวาร์ธาน
‘เยือกเย็นเข้าไว้ ไม่มีความจำเป็นต้องแตกตื่น’
บันเฮเลียร์สงบสติ
มันพยายามทำให้ใจนิ่ง แม้จะถูกนักล่ามังกรผู้เหิมเกริมสร้างความอับอายหลายต่อหลายหน
มันมั่นใจว่าตนสามารถกำจัดฮายาเตะได้ก่อนที่เนอวาร์ธานจะมาถึง
ฮายาเตะอาจมีฝีมือไม่เลว แต่ก็ไม่ได้เป็นภัยคุกคามสำหรับบันเฮเลียร์
นั่นคือความคิดจนถึงเมื่อครู่
> …!?
ขอเพียงบันเฮเลียร์รักษาความเร็วที่มากเพียงพอ การพ่นลมหายใจก็ไม่มีทางถูกครอเกลขัดขวาง
ขณะกำลังบินด้วยความเร็วแสง บันเฮเลียร์ซึ่งพ่นลมหายใจด้วยความคิดดังกล่าว มีอันต้องชะงักกลางคัน
เนื่องจากเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเกินไป ลำแสงลมหายใจซึ่งมีวิถีไม่คงที่ สูญเสียพลังทำลายและด้อยประสิทธิภาพลงหลายส่วน
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่มันกังวล
ความสนใจของบันเฮเลียร์กำลังมุ่งไปยังด้านล่าง
นักล่ามังกรอีกหนึ่งกำลังตรงมาทางนี้
ไม่ใช่ภาพลวงตา เป็นของจริงแน่นอน
> นี่มันเรื่องอะไร…?
ท่ามกลางสถานการณ์ที่การป้องกันสัมบูรณ์และเกล็ดไม่ช่วยรับประกันความปลอดภัย
บันเฮเลียร์ตัดสินใจกล้ำกลืนศักดิ์ศรีและปกคลุมร่างกายด้วยบาเรียเวทมนตร์ พลางถลึงตาใส่ฮายาเตะราวกับจะกลืนกิน
มันกำลังตกตะลึงถึงเพียงนั้น
มีนักล่ามังกรถึงสอง มิใช่หนึ่ง
ทั้งโลกถูกหลอกมาตลอด…
บันเฮเลียร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อเช่นนั้น
คำนึงจากประเด็นที่ว่า ไม่มีใครสังเกตเห็นข้อเท็จจริงนี้จนถึงปัจจุบัน นั่นทำให้มันระวังตัวเป็นพิเศษ
ใช่แล้ว
บันเฮเลียร์มิอาจจับสัมผัสแมรีโรส
แมรีโรสผู้กินเลือดฮายาเตะเข้าไป เพิ่งกระตุ้นพลังของนักล่ามังกรเมื่อเข้ามาในระยะใกล้
ทั้งหมดเป็นเพราะบันเฮเลียร์ดูดซับปราณอสูร
สามอสูรต้นกำเนิดผู้สามารถควบคุมปราณอสูรได้ดั่งใจ คือตัวตนที่ชนะทางมันอย่างมาก
ตรวนที่บาเอลแอบล่ามบันเฮเลียร์ไว้ กำลังเอื้อประโยชน์ให้แมรีโรส
เพล้ง!
คลื่นพลังสีเงินที่พันรอบปลายแขนอันเรียวงามดุจดังหยก ทะลวงผ่านบาเรียเวทมนตร์ของบันเฮเลียร์จากด้านล่าง
สิ่งนี้คือดาบพิฆาตมังกร แต่แตกต่างจากดาบพิฆาตมังกร
มิได้อยู่ในรูปทรงของดาบ หากแต่เป็นกรงเล็บห้าอันที่ฉีกทำลายพลังเวทพร้อมกับทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
ปราณอสูรของบันเฮเลียร์กระจัดกระจายอย่างไร้ประโยชน์
บาเรียเวทมนตร์สีดำสนิทถูกทำลายราวกับไม่มีตัวตน
> นี่เจ้า…!
ร่างกายบันเฮเลียร์สั่นสะท้านเมื่อได้เห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญ ผู้กำลังลอยอยู่ในระดับสายตา
ผมดำขลับ ดวงตาแดงก่ำ
เขี้ยวแหลมที่ยื่นจากมุมปากทั้งสองข้าง ช่วยยืนยันว่าเธอเป็นใคร
> ทายาทเบริอาเช่…!
ฉึบ!
ในเวลาเดียวกัน ดาบพิฆาตมังกรของจริงฟันผ่านเกล็ดบันเฮเลียร์
ฮายาเตะเล็งต้นคอ แต่แฉลบไปโดนหัวไหล่
ในท่าเอียงคอไปด้านหลัง สันคอของบันเฮเลียร์พองออก
เป็นสัญญาณก่อนการพ่นลมหายใจ
มุมการโจมตีครอบคลุมทั้งฮายาเตะและแมรีโรสที่ลงมือโจมตีประสาน
ด้านหลังฮายาเตะที่กำลังกดปลายดาบลงต่ำ ชุดโดโปของใครบางคนกำลังพัดกระพือ
ครอเกล
[ท่านยกเลิกทักษะประเภทร่ายของเป้าหมาย]
ดาบตัดลมหายใจได้ผล
การแทรกแซงที่ไม่คาดฝันของแมรีโรสช่วยเปิดโอกาส
“หึหึ”
รอยยิ้มที่กระจายทั่วริมฝีปากแมรีโรส ยกโค้งยิ่งกว่าเดิม
ในตอนที่ฮายาเตะพุ่งใส่บันเฮเลียร์ซึ่งเตรียมยิงลมหายใจ แมรีโรสคอยสนับสนุนโดยไม่ตั้งคำถาม และมนุษย์คนนั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
หน้าตาที่คุ้นเคย
ในฐานะมนุษย์ผู้โดดเด่นเป็นรองเพียงกริด ชื่อและหน้าของครอเกลเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
“อริยดาบ เจ้าทำได้ไม่เลว”
บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!
เสียงระเบิดดังคำรามอย่างต่อเนื่อง
ฮายาเตะทำหน้าที่เปิดทางด้วยการฟันดาบพิฆาตมังกรใส่บันเฮเลียร์ ช่วยให้ท่าไม้ตายของครอเกลมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
แมรีโรสคอยสนับสนุน
อาศัยเวทมนตร์ที่ยืมคุณสมบัติของดาบพิฆาตมังกร เธอสามารถข่มเวทมนตร์ของบันเฮเลียร์ได้ชะงักงัน และส่งเสริมการโจมตีของสองบุรุษให้ทรงพลังยิ่งขึ้น
> …!
บันเฮเลียร์กล้ำกลืนเสียงครวญคราง
ไม่ใช่เพราะกลัวเสียหน้า แต่เพราะกังวลเกี่ยวกับเนอวาร์ธาน
หากความวุ่นวายปะทุยิ่งกว่าเดิม เนอวาร์ธานอาจมาเยือนเร็วขึ้น
เคร้ง!
มันหลบดาบพิฆาตมังกรที่แทงใส่หัวใจด้วยโพลีมอร์ฟ
เคร้งเคร้ง!
อาศัยโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนของมนุษย์เพื่อโจมตีสวนกลับ
ทว่า ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่เกิดขึ้น
มันมิอาจควบคุมพลังเวทที่ผสานเข้ากับปราณอสูร
มีแต่จะยิ่งเป็นผลร้าย เพราะปราณอสูรเคลื่อนไหวตามเจตจำนงของแมรีโรส
ลงเอยด้วย เวทมนตร์ของบันเฮเลียร์ถูกผนึก จนให้ร่างกายขยับได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนเคย
> บาเอล!!
ยิ่งตระหนักถึงความย่ำแย่ของสถานการณ์ บันเฮเลียร์ก็ยิ่งเคียดแค้นบาเอล มิใช่เหล่าศัตรูเบื้องหน้า
บาเอลในนรกกำลังหัวเราะคิกคัก
______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059 ★ ★ จบบริบูรณ์ ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ
Comments
Post a Comment