จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,662
“ “ดาบผ่ามิติ” ”
ต่อให้ดินแดนโดยรอบถูกทำลายและไปสะกิดโดนหัวใจของ ‘สิ่งนั้น’ มันก็ยอมเสี่ยง
เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้ก็คือ ต้องรีบจำกัดสัตว์ประหลาดที่สวมหน้ากากมนุษย์ตรงหน้า
สตรีผู้ล่วงรู้ความจริงทั้งหมด
นั่นคือการตัดสินใจของอสูรผู้มีวิญญาณอริยดาบ
แต่มีบางสิ่งที่มันมองข้ามไป
เมอร์เซเดสเคยเห็นดาบผ่ามิติที่สมบูรณ์แบบมาแล้วหลายครั้ง
ดาบผ่ามิติของอริยดาบครอเกล
ดาบผ่ามิติของอสูรอาจมีพลังทำลายมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่รูปแบบที่สมบูรณ์
แม้ปราณอสูรของอสูรที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคใกล้ต้นกำเนิดจะท่วมท้น แต่วิญญาณที่ปลูกถ่ายอยู่ในร่างก็เป็นแค่ของปลอม
‘…ไม่ใช่มุลเลอร์’
แล้วทำไมเจ้าตัวถึงคิดว่าตนครอบครองวิญญาณมุลเลอร์?
กร๊อบ!
เมอร์เซเดสปักโล่เข้าไปในกำแพงหิน เตรียมใช้ด้ามโล่เป็นจุดหมุน
หญิงสาวสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปจับด้าม เพื่อเหวี่ยงตัวหลบก่อนที่ดาบผ่ามิติจะถูกฟันออกมา
ทุกสิ่งเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
ห้วงมิติด้านหลังเมอร์เซเดสถูกแบ่งออกเป็นสองซีกในแนวตั้ง ช่วยส่งเสริมให้ท่วงท่าของเธอยิ่งดูสง่างาม
ผู้คนต่างโห่ร้องยินดี
แต่ใบหน้าอสูรเริ่มดำมืด
“ “หลบได้?” ”
อริยดาบจะฟันดาบเข้าเป้าเสมอ
สิ่งที่ช่วยยืนยันคำนิยามนั้นก็คือ กฎที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของ ‘ดาบผ่ามิติ’
การโจมตีระยะไกลที่สามารถผ่าแกนโลก โดยมีจุดเริ่มต้นจากเป้าหมายที่กำหนด
ทันทีที่พื้นแยกออกจากกัน นั่นหมายความว่าเป้าหมายถูกฟันไปแล้ว
แต่เธอกลับหลบได้
อสูรเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อสาย
โลกมิได้ถูกผ่าครึ่งในแนวตรง แต่เป็นเส้นเฉียง
‘กะระยะพลาด?’
ฝีมือระดับตนทำผิดพลาดได้ขนาดนี้เชียว?
เมอร์เซเดสกล่าวกับอสูรที่กำลังตำหนิตัวเอง
“เป็นธรรมดาที่แกจะใช้มันได้ไม่สมบูรณ์”
“ “…?” ”
“แกไม่ใช่อริยดาบ”
“ “เรื่องนั้นข้าทราบดี ถ้าคิดจะยั่วยุ ขอเตือนว่าไม่ได้ผลหรอกนะ” ”
มันแค่ได้รับการปลูกถ่ายวิญญาณอริยดาบผู้ยิ่งใหญ่ มุลเลอร์ มาเป็นเพียงส่วนน้อย
ทำได้เพียง ‘เข้าใจ’ และ ‘ใช้งาน’ วิชาของอริยดาบ ไม่มีทางกลายเป็นอริยดาบเสียเอง
‘นั่นคือเหตุผลที่เราไม่มีวันสมบูรณ์ และอาจสร้างข้อผิดพลาดได้ทุกเมื่อ’
สิ่งสำคัญคือวิธีรับมือกับความผิดพลาดต่างหาก
แสยะ
อสูรที่ตระหนักว่าศัตรูพยายามยั่วยุ แสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ทั้งจิตใจและหัวใจของมันกำลังสงบนิ่ง
ทว่า คำพูดหนึ่งได้ทำลายสภาวะนั้นโดยสิ้นเชิง
“วิญญาณที่ถูกปลูกถ่ายในร่างของแก… ไม่ใช่อริยดาบ”
“ “…อะไรนะ” ”
ดวงตาอสูรเริ่มสั่นเทา
รูม่านตาที่มีสีฟ้าและแดงผสมกันอย่างละครึ่ง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
สีฟ้าน่าจะเป็นตัวแทนความสุขุม ส่วนสีแดงน่าจะหมายถึงโทสะ
“ “ขอย้ำอีกครั้ง ไม่ว่าเจ้าจะพยายามยั่วยุข้าสักเท่าไร…” ”
“ดาบผ่าโลกของอริยดาบมิใช่แค่คำเปรียบเปรย แต่เป็นการทำให้เกิดขึ้นจริง”
พรืด!
เมอร์เซเดสใช้ปลายเท้าวาดเส้นบนพื้น
เป็นตำแหน่งที่แผ่นดินแยกออกจากกันเพราะวิชาดาบของอสูร
“ไม่ใช่รอยไก่เขี่ยแบบนี้”
“ไก่เขี่ย? สามหาว!”
อสูรมั่นใจ
ร่องรอยดาบที่ตนฟันออกไปเมื่อครู่ ถูกสลักลงบนนรกวนครบหนึ่งรอบ
มันสามารถผ่าโลกได้จริงๆ
ไม่ใช่ระดับที่จะถูกปรามาสด้วยคำว่าไก่เขี่ย
ในท้ายที่สุด แสงสีฟ้าเลือนหายไปจากดวงตาอสูร
ท่วงท่าการวิ่งและเสียงคำรามไม่ต่างอะไรกับอสูรร้ายตามปรกติ
ข่าวลือจากอีกฟากโลกหนึ่ง คอยรบกวนจิตใจมันมาสักระยะแล้ว
ข่าวลือที่ว่า มุลเลอร์ยังมีชีวิตอยู่
ข่าวลือที่ไม่ควรเป็นความจริง
เพราะถ้ามุลเลอร์ยังมีชีวิตอยู่ เศษเสี้ยววิญญาณที่ถูกปลูกถ่ายในร่างตนก็ต้องไม่ใช่มุลเลอร์
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบที่ฟังดูน่ารำคาญ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ราวกับดาบเสือขาวและดาบของอสูรกรีดร้องทุกครั้งที่ปะทะกัน
คุณภาพอาวุธแตกต่างกันเกินไป
นอกจากนั้น ดาบเสือขาวในปัจจุบันยังอาบด้วยปราณดาบชัยชนะอันงดงาม เป็นธรรมดาที่ฝั่งอสูรจะตกเป็นรอง
เมื่อมิอาจเอาชนะได้ด้วยวิชาดาบ แถมผลลัพธ์ยังตรงกันข้าม จำนวนบาดแผลบนร่างกายอสูรจึงทยอยเพิ่มจำนวน
ในใจอสูรยิ่งทวีความกังขา
“ “ถ้าไม่ใช่อริยดาบ… แล้วมันคืออะไร” ”
สิ่งใดที่ถูกปลูกถ่ายลงในวิญญาณของข้า?
อสูรที่กล้ำกลืนความกลัว ในที่สุดก็ทนไม่ไหวและตัดสินใจถาม
แต่ไม่นานก็ต้องผงะ
เพราะดวงตาสีใสของเมอร์เซเดส หันไปทางก้อนเนื้อขนาดมหึมาด้านหลัง
สายตาที่เป็นราวกับคำตอบ
“ “เป็นไปไม่ได้… ไม่มีทาง… ต้องมีบางอย่างผิดพลาดแน่!!” ”
อสูรยอมรับว่าดวงตาของเมอร์เซเดส สามารถมองเห็นแก่นแท้ของวิญญาณได้จริง
หลักฐานก็คือ แม้จะถูกกระหน่ำยิงจากก้อนเนื้อ แต่เธอไม่ถูกหลอกแม้แต่ครั้งเดียว
มันจึงมิอาจโต้แย้งคำตอบของเมอร์เซเดส
แค่ยังไม่อยากยอมรับ
“ “ชีวิตของข้า… ไม่มีทางไร้ค่าขนาดนั้นแน่…!” ”
อสูรผู้ถือกำเนิดในยุคสมัยเทวตำนาน
ยุคที่เทพยาธานยังอยู่ในนรก
ณ เวลานั้น นรกคือสถานที่พักพิงสำหรับคนตายซึ่งมิอาจขึ้นสวรรค์
อสูรรู้สึกเห็นใจคนตาย และคอยดูแลเหล่าวิญญาณตามเจตจำนงของเทพที่ตนศรัทธา
จนกระทั่งวันหนึ่ง เทพหายตัวไปกะทันหัน
และในท้ายที่สุด เบริอาเช่ถูกขับไล่ นรกเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือ
มันไม่ชอบนรกโฉมใหม่
แต่ที่ต้องปกป้องห้องใต้ดินทำตามคำสั่งของบาเอล ก็เพราะมันปรารถนาอนาคตที่สดใส
เพื่อที่จะได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเทพผู้กำลังจะหวนกลับมา อสูรปรารถนาพลังที่บาเอลเสนอให้และยอมทำตามคำสั่ง
หลังจากนั้น มันติดต่อกับบาเอลน้อยลง และทุ่มเทชีวิตให้กับการฝึกฝน
แต่กลับกลายเป็นว่า พลังนั่นคือของปลอม?
ช่วงเวลาที่ผ่านมากลายเป็นสิ่งไร้ค่า
“ “คึ…” ”
อสูรที่กำลังหัวเราะ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกฉาบด้วยเงาดำ
พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง
ข้อเท็จจริงที่ว่า ตนมิอาจเอาชนะ ‘นักดาบ’ ด้วยวิชาดาบ คือสิ่งที่กระตุ้นให้ข้อกังขาของมันชัดเจน
ความเยือกเย็นเลือนหายไปนานแล้ว
จนถึงขั้นมิอาจสำแดงวิชาปลอมๆ ให้เกิดประสิทธิภาพได้เท่าเก่า
เมอร์เซเดสตอกลิ่มด้วยข้อเท็จจริงอันโหดร้าย
“ก้อนเนื้อนั่น… มันผสานวิญญาณได้”
ในการโจมตีครั้งก่อนหน้า ทุกลำแสงที่ยิงใส่เมอร์เซเดสคือวิญญาณเดี่ยวๆ ของแต่ละผู้คน ไม่มีการผสานมั่วซั่ว
ทว่า เธอสังเกตเห็นร่องรอยของบางสิ่งจากวิญญาณเหล่านั้น
รอยที่คล้าย ‘กระดาษถูกฉีก’
ไม่สิ อธิบายให้เห็นภาพก็คือ เป็นรอยของการที่สิ่งหนึ่ง ถูกฉีกออกจากสิ่งที่ใหญ่กว่า
“วิญญาณที่ปลูกถ่ายลงในตัวแก ก็คงเป็นฝีมือของมัน”
บางที อาจเป็นวิญญาณของนักดาบสักคนที่ถูกอริยดาบฆ่า และนำไปผสานกับวิญญาณ ‘มหาจอมดาบ’ นิรนามสักคน
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมวิญญาณถึงจดจำและเลียนแบบทักษะของอริยดาบได้ แม้จะเลือนรางมากก็ตาม
ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว
“ต้องกำจัดมันให้ได้”
เมอร์เซเดสโน้มน้าวอสูร
ทุกความช่วยเหลือคือสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม
และหลังจากสังเกตพฤติกรรมอีกฝ่าย เมอร์เซเดสเชื่อว่ามีโอกาสโน้มน้าวให้เกิดการทรยศสำเร็จ
“ “…” ”
อสูรไม่รีบร้อนให้คำตอบ
แม้จะหวาดกลัวเมอร์เซเดส และละอายใจกับความพ่ายแพ้ แต่มันก็ไม่กล้าเป็นศัตรูกับวัตถุทรงกลมสีแดง
เพราะมันทราบความจริงที่เมอร์เซเดสไม่รู้
“ “อย่าไปแตะต้องจะดีกว่า… นั่นอาจเป็นเทพ” ”
“เทพ?”
“ “ตั้งแต่แรกเห็น ข้าคิดว่ามันคล้ายกับเทพอสูรสตริโอ้” ”
เทพอสูรสตริโอ้
เทพที่รวบรวมดวงวิญญาณหลงทางไว้เป็นจำนวนมหาศาล และทำได้เพียงคร่ำครวญขณะเตร็ดเตร่ไปทั่วนรก
“ “หากบาเอลเป็นคนสร้างสิ่งนี้… การไปยุ่งกับมันก็จะยิ่งอันตราย บางที อาจมีบางส่วนเชื่อมโยงกับเทพอสูรสตริโอ้ ทันทีที่เราทำร้ายมัน ความโกรธและความเจ็บปวดจะถูกถ่ายทอดไปยังอีกฝั่ง และอาจปลุกให้มันตื่นขึ้นในฐานะสิ่งมีชีวิตป่าเถื่อน เมื่อถึงตอนนั้น นรกคงถึงคราวจบสิ้น” ”
อสูรไม่เชื่อว่า บาเอลสร้างสิ่งนี้เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นเทพ
เพราะมันรู้จักนิสัยบาเอลดี
“มันอาจถูกสร้างเพื่อเป็นภาชนะของเทพตนใหม่ก็ได้… เราต้องรีบทำลายก่อนจะเกิดเรื่องนั้น”
“ “เทพตนใหม่…? เรื่องแบบนั้น เกรงว่าแม้แต่บาเอลก็คงทำไม่ได้” ”
บาเอลคือทายาทสายตรงของยาธาน และยังเป็นผู้ปกครองแห่งนรก
แม้จะมีพลังอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ไร้เทียมทาน
เพราะแม้แต่เทพสวรรค์ก็มิได้ไร้เทียมทาน นับประสาอะไรกับลูกเทพ
ตามความคิดของอสูร ไม่มีทางที่บาเอลจะสร้างเทพตนใหม่ได้
แต่มันก็ไม่กล้าเถียงเมอร์เซเดส
“ตอนนี้ต้องทำลายมันทิ้งก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
ไม่ใช่เวลามัวพิรี้พิไร
ไม่ว่าแก่นแท้จะเป็นอะไร แต่หน้าที่ในปัจจุบันของมันคือจันทร์ขุมนรก
และสิ่งนี้คือตัวการที่ทำให้วิถีแห่งชูร่าถูกฉายบนโลกกึ่งกลาง
เป็นเป้าหมายสูงสุดของการเดินทางในครั้งนี้ และเมอร์เซเดสมีหน้าที่ต้องกำจัดมัน
ด้วยความสัตย์จริง เธอไม่สนเลยสักนิดว่านรกจะเป็นอย่างไรต่อ
“ “…ข้าก็ไม่ใช่พวกบ้าน้ำลายเหมือนกัน” ”
อสูรส่ายหน้าพลางก้าวถอยหลัง
ไม่หลงเหลือความตั้งใจที่จะสู้กับเมอร์เซเดสอีก
เดิมที มันโกรธแค้นบาเอลมานานแล้ว
เพียงแสร้งทำเป็นเพิกเฉยเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันไม่ใช่เวลามัวทำแบบนั้น
“ “เจ้าต้องเร่งมือ… ห้าจากหกตนข้างบน คือคนสนิทเก่าแก่ของบาเอล” ”
มีวิญญาณตำนานมนุษย์เหมือนกับตน
ไม่สิ เป็นอสูรเฒ่าที่ได้รับวิญญาณตำนานปลอม
ในช่วงแรก พวกมันเคยเคียดแค้นบาเอลจากก้นบึ้งเพราะโหยหานรกดั้งเดิม
แต่เวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน
หลงใหลในพลังที่ได้รับจนหลงลืมความเคียดแค้นในอดีต
ไม่มีใครถูกเจ้าโน้มน้าวได้เหมือนข้าอีก…
สิ้นคำแนะนำอสูร เมอร์เซเดสพยักหน้ารับ
โดยไม่มัวรีรอ หญิงสาวพุ่งเข้าใส่ก้อนเนื้อเต็มกำลัง
ก้อนเนื้อกระหน่ำยิงแสงวิญญาณใส่ แต่ก็มิอาจยับยั้งการบุกประชิดของเมอร์เซเดส
ก้อนเนื้อถูกดาบแสงยักษ์อันคมกริบ ฟันขาดกระจายเป็นชิ้นๆ จนเกิดเป็นภาพอันน่าสยดสยอง
เนตรมองทะลุคอยจำแนกวิญญาณที่พุ่งเข้าใส่โดยไม่ขาดตกบกพร่อง
ขณะเมอร์เซเดสกำลังฮึกเหิมและได้ใจ
> ให้มันน้อยๆ หน่อย
เปรี้ยง!!
หนึ่งในก้อนเนื้อที่ถูกฟันขาด กลายร่างเป็นมนุษย์และโจมตีใส่เมอร์เซเดสโดยไม่ให้ตั้งตัว
ทันทีที่สัมผัสถึงอันตราย เมอร์เซเดสรีบหักเหวิถีขอบดาบเพื่อสวนกลับ แต่แน่นอนว่าเทคนิคดักสวนนั้นไม่ได้ใช้กันง่ายๆ
แลกมากับการที่เธอโดนโจมตีก่อนหนึ่งดาบ จนร่างกายกระเด็นไปพร้อมกับโล่
“…”
สีหน้าเมอร์เซเดสพลันแข็งทื่อขณะเช็ดเลือดออกจากมุมปาก
เพราะมนุษย์ที่โจมตีใส่เธอ มองแวบแรกดูคล้ายกริดมาก
แต่อีกฝ่ายมีเขี้ยวขาว ผิวขาวซีด ดวงตาสีแดง
หล่อเหลาและมีกลิ่นอายชั่วร้าย
เป็นกริดในร่างมืดที่เคยเตร็ดเตร่ไปทั่วนรกเมื่อหลายปีก่อน
> ตายซะ
“…!”
เมอร์เซเดสรีบยกดาบรับ
ขณะเดียวกันก็พบว่า ในกริดร่างมืดมีวิญญาณซ้อนทับกันเป็นจำนวนมาก
แข็งแกร่งอย่างไร้ข้อกังขา
ไม่ได้ชำนาญเพียงดาบ แต่เวทมนตร์ก็ยังยอดเยี่ยม คล้ายกับสั่งสมวิญญาณของมหาจอมดาบและมหาจอมเวทไว้นับสิบ
ก้าวข้ามตำนานมนุษย์ไปไกลแล้ว
‘อึก…’
ทันทีที่อาวุธปะทะกัน เมอร์เซเดสกลืนเสียงครวญครางพลางกระอักเลือด
“…มาทำให้จบกันเถอะ”
ณ แม่น้ำแห่งการคืนชีพ ดวงตากริดแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
เขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์ถูกกางออก
หัตถ์เทวะหนึ่งร้อยข้างที่หมุนวนในท่าไท้เก็ก หยุดชะงักพร้อมกันและชักอาวุธออกมาถือ
ฉากตรงหน้า ดูโอ่อ่าอลังการจนยากจะหาพบได้จากที่ใด
เอลิกอสที่อยู่ในสภาพอ่อนล้า อดไม่ได้ที่จะนึกชื่นชมเช่นกัน
ว่ากันตามตรง มันเองก็ทึ่ง
ประกอบกับค่าความน่าหลงใหลและความน่าเกรงขามอันสูงลิบของกริด ไม่ว่าใครก็ต้องตกตะลึงหากได้อยู่ในเหตุการณ์
อย่างไรก็ดี เอลิกอสพยายามไม่แสดงออก ทำเพียงเปล่งเสียงไร้อารมณ์
“ทำไมจู่ๆ ถึงรีบร้อนอยากตัดสินผลนัก”
“ฉันมีที่ที่ต้องไป”
“…เช่นนั้นก็เชิญ ข้าจะช่วยส่งให้ถึงที่”
“คิดจะตีท้ายทอยฉันสินะ ไม่ได้แอ้มหรอก”
“ถ้าไม่เชื่อใจกัน จะให้ทำพันธสัญญาก็ได้ เจ้าคงรู้ดีกว่าใคร อสูรไม่สามารถฝ่าฝืนพันธสัญญา”
“…?”
ปากสุนัขคือสถานที่เชื่อมต่อระหว่างโลกกับนรก
และอัศวินดำเอลิกอส คือผู้ปกครองสูงสุดแห่งแม่น้ำคืนชีพ ซึ่งมีเหล่าวิญญาณจำนวนมากถูกกักขัง
หนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของนรก บุคคลที่อยู่เหนือสามัญสำนึกของอันดับ เสนอตัวทำพันธสัญญากับกริด
แม้แต่บาเอลก็คงคาดไม่ถึง
เป็นสถานการณ์ที่บ้าบิ่นจนน่าเหลือเชื่อ
Comments
Post a Comment