จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,660



คนทั่วไปไม่รู้จักเนตรมองทะลุ


แม้ดวงตาสีฟ้าของเมอร์เซเดสจะเปลี่ยนเป็นสีใสอยู่หลายหน แต่ผู้คนมักสนใจความงดงามมากกว่าความหมาย


บางคนเข้าใจว่า เป็นภาพลวงตาที่เกิดจากทิศทางของแสง


ดังนั้น มนุษย์ทั่วโลกจึงไม่เข้าใจ


ป่าปราณดาบที่มีทางเดินคับแคบและยาว


กองทัพเงาทยอยโผล่ขึ้นจากมุมมืดของผืนป่าอย่างต่อเนื่อง


ผ้าโลหะที่โบกสะบัดเพื่อบั่นทอนทัศนวิสัย


ท่ารำดาบของอสูร ซึ่งดูเหมือนกำลังประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์


ลูกธนูที่ยิงใส่อย่างเงียบเชียบ


และอื่นๆ


มนุษย์บนโลกไม่เข้าใจว่า เมอร์เซเดสใช้วิธีใดตอบโต้และหลบหลีกวิชาที่เปรียบดังสัญลักษณ์ของตำนาน


ใช่แล้ว


ท่วงท่าการหลบหลีกอันพลิ้วไหวดุจดังสายน้ำของเธอ ไม่ได้รวดเร็วแต่อย่างใด


เทียบกับฮายาเตะที่เพิ่งสู้กับมังกร นักล่ามังกรมีความเร็วใกล้เคียงกับแสง


แต่สำหรับเมอร์เซเดส ผู้คนยังมองความเคลื่อนไหวทันด้วยตาเปล่า


ทว่า ไม่มีการโจมตีใดสัมผัสร่างกายเธอได้เลย


เป็นขอบเขตที่มิอาจทำความเข้าใจ


ราวกับเธอเป็นบางสิ่งที่เหนือชั้นยิ่งกว่าตำนาน


คล้ายกับกริดหรือบราฮัมที่อยู่ในระดับเทวตำนาน หรือคล้ายกับฮายาเตะที่เป็นตัวตนสัมบูรณ์


ฝีมือของเธอชวนให้ตั้งคำถามถึงเพียงนั้น


ฝั่งอสูรก็กำลังคิดแบบเดียวกัน


“ “เจ้าใช้ลูกไม้อะไร…” ”


ดวงจันทร์สีแดงมิได้ส่องแสงเพียงท้องฟ้าในนรก แต่ยังรวมถึงท้องฟ้าของโลกกึ่งกลาง


ร่างจริงของดวงจันทร์ ซึ่งกะพริบตาจำนวนมหาศาลตลอดเวลา ถูกซ่อนอยู่ใต้ดินแห่งนี้


หากแม่น้ำแห่งการคืนชีพเกี่ยวข้องกับนรกดั้งเดิม ใต้ดินที่นี่ก็คงเกี่ยวข้องกับความลับของนรกที่ถูกบิดเบือน


สำหรับบาเอล ที่นี่อาจสำคัญยิ่งกว่าแม่น้ำแห่งการคืนชีพเสียอีก


เป็นเหตุผลว่าทำไม มันต้องใช้อสูรเฒ่าทำหน้าที่ผู้เฝ้าประตู


อสูรเหล่านี้ดำรงอยู่มาตั้งยุคใกล้ต้นกำเนิด ไม่มีใครกังขาด้านความแข็งแกร่ง


ถึงขั้นที่ได้รับความไว้วางใจจากบาเอล ให้ปกป้องสถานที่สำคัญแทนตัวเอง


…แลกกับการปลูกถ่ายวิญญาณตำนาน?


ผ่านไปหลายปี พวกมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนคู่ต่อสู้ที่สูสีมีจำนวนน้อยลง


แต่ในวินาทีนี้ มนุษย์เพียงหนึ่งคนกำลังอาละวาดอย่างเหิมเกริม


ตัวตนที่ทำให้ความแก่กล้านานนับพันปีของเจ็ดอสูร กลายเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า


หญิงสาวเจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอย กำลังปัดป้องการจู่โจมที่อัดแน่นด้วยประสบการณ์และปัญญาของเหล่าอสูรเฒ่า


ในสายตาสัตว์ประหลาดเก่าแก่ เธอไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาด


“ “เจ้าเป็นมนุษย์จริงหรือ…? มาจากครอบครัวไหน!” ”


“ “ข้าเองก็สงสัยว่า หล่อนมาจากวงศ์ตระกูลชั้นสูงใด” ”


ต้องไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแน่


ไม่มีทางที่ต้นตระกูลจะมาจากโลกกึ่งกลาง


อาจเกี่ยวข้องกับนรกหรือไม่ก็สวรรค์


เมอร์เซเดสตั้งคำถามกลับไป


“อสูรมีครอบครัวด้วยหรือ”


เป็นท่าทีประหนึ่งว่าคำถามของพวกมันฟังดูไร้สาระ


ไม่ได้คิดจะดูแคลน เธอแค่หงุดหงิด


“ “มนุษย์ทุกคนล้วนทราบว่าบาเอลคือบุตรแห่งยาธาน… แล้วเหตุใดถึงไม่รู้ว่าอสูรครอบครัว?” ”


“ “เป็นพวกสมองทึบที่ขาดสามัญสำนึกสินะ… เข้าใจได้ สมองมนุษย์คงคิดได้แค่นี้” ”


อาจเพราะพวกมันคืออสูรเฒ่าเก่าแก่


สายตาของทุกตนบ่งบอกชัดเจนว่า กำลังหมกมุ่นอยู่กับสายเลือดของเมอร์เซเดส


…หรือพวกมันจะเป็นต้นตระกูลขุนนางอสูรที่มีชื่อเสียงในนรก?


เมอร์เซเดสพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์


“บาเอลหักหลังยาธาน… ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมอสูรที่รับใช้ไอ้ลูกชั่วนั่น ถึงให้ความสำคัญกับครอบครัวนัก พวกแกดูไม่น่าจะสนใจญาติพี่น้องตัวเองสักเท่าไร”


“ “ลูกชั่ว…? หักหลัง? อย่าเอาความกตัญญูของมนุษย์มาใช้กับเรา…”


“ถ้าไม่มีความกตัญญู ก็อย่าสะเออะถามถึงพ่อแม่คนอื่น”


บราฮัม ฮิวรอย ป็อน แวนเนอร์ และอีกมาก


รอบตัวกริดมีแต่คนพูดจาหยาบคาย


และมีอีกหลายคนที่โลกส่วนตัวสูงลิบ เช่นลอเอล ดาเมี่ยน และเรกัส


การใช้ชีวิตในสังคมแบบนี้ เป็นเรื่องยากมากที่จะพูดจาได้เหมือนคนปรกติ


เมอร์เซเดสเองก็ได้รับผลกระทบ


อันที่จริง อดีตของเธอคืออัศวินลำดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิซาฮารัน


ในครั้งแรกที่พบหน้ากริด เธอออกคำสั่งให้กริดคุกเข่าอย่างไร้ความปรานี


ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของผู้ฟังแม้แต่น้อย


เมอร์เซเดสอาจอ่อนโยนกับคนใกล้ตัว แต่เธอจะเย็นชากับศัตรูเสมอ


ริ้วรอยบนใบหน้าแก่ชรา กำลังสั่นเป็นเจ้าเข้า


“ “เจ้ามีรากเหง้าจากนรกแน่นอน” ”


“…?”


อะไรของมัน?


เมอร์เซเดสเอียงคอเล็กน้อยขณะได้ยินอสูรพูดจาเหลวไหล


ทันใดนั้น


ณ กึ่งกลางเส้นผมสีฟ้าของหญิงสาว เหนือใบหน้าที่กำลังฉงน


บึ้ม! เสียงหนึ่งระเบิดขึ้น


อสูรตนหนึ่งยิงธนูจากแนวหลัง มันพยายามลอบสังหารอย่างเงียบเชียบ


ลูกศรที่มาพร้อมคลื่นปะทะอันหนักหน่วง พุ่งด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ เพียงพริบตาก็มาถึงกึ่งกลางหน้าผากเมอร์เซเดส


แต่ก็ทำได้เพียงสัมผัสผิวหนัง


เมอร์เซเดสที่เปิดเนตรมองทะลุอีกครั้ง หลบได้อย่างฉิวเฉียด


ลูกศรพุ่งชนผนังถ้ำจนสั่นสะเทือน ผืนป่าปราณดาบสีเขียวสั่นไหวและโยกคลอน


จากมุมมองคนนอก เหตุการณ์หลังจากนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล


คลื่นพลังงานและทักษะนานาชนิดถาโถมเข้าใส่พร้อมกับแรงระเบิด เพดานพังถล่ม พื้นดินสั่นสะเทือนไม่หยุดพัก


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การมองเห็นของเมอร์เซเดสคงกำลังสั่นไหว ชวนให้วิงเวียนประหนึ่งนั่งรถไฟเหาะ


อย่างไรก็ดี เธอมิได้เสียสมดุลการทรงตัว


ท่ามกลางความวุ่นวาย หญิงสาวยังสามารถหมุนตัวซ้ายขวา ขึ้นลง ด้วยท่วงท่าสง่างามและมีเสน่ห์


ขณะใช้ดาบที่อัดแน่นด้วยพลังจิตไร้เทียมทานฟาดฟัน เมอร์เซเดสยกโล่ยักษ์ซึ่งเปรียบดังกำแพง ขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากเหล่าอสูร


โล่ที่กริดสร้างด้วยความใส่ใจ


ช่องว่างที่อยู่ครึ่งบนของแผ่นโล่ มิใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อการมองเห็น


มีไว้ให้เมอร์เซเดสคอยสังเกตศัตรูจากหลังโล่


ส่วนช่องว่างตรงกึ่งกลางโล่ มีไว้เพื่อหาโอกาสโจมตีสวนกลับ


ดาบของเมอร์เซเดสแทงผ่านช่องว่างกึ่งกลางโล่ ทะลวงใส่ช่องท้องของอสูรที่พุ่งประชิดตัว


แต่แผลยังตื้นเกินไป


เมอร์เซเดสอาจเป็นอัศวินในตำนานที่แข็งแกร่งขึ้นจากการตั้งปณิธาน และเป็นอัครสาวกของเทพโอเวอร์เกียร์ซึ่งจะยิ่งทรงพลังเมื่อได้สวมใส่ไอเท็มที่กริดสร้าง แต่คลาสอัศวินของเธอมีข้อจำกัด


ความสมดุลระหว่างการโจมตีและป้องกัน สมบูรณ์แบบเกินไปจนไม่มีด้านใดโดดเด่น


จริงอยู่ เมอร์เซเดสสามารถเพิ่มพลังโจมตีหรือป้องกันให้เหมาะกับสถานการณ์ แต่ก็ยังขาดไม้เด็ดสำหรับคว่ำศัตรูที่มีค่าสถานะสูงกว่า


ความสมดุลมีไว้เพื่อข่มศัตรูที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น


หากต้องการชนะข้ามรุ่น สิ่งสำคัญคือพลังโจมตีมหาศาลและการช่วงชิงจังหวะ


แต่เมอร์เซเดสไม่มี


ด้วยค่าสถานะที่สมดุลเกินไป โอกาสที่เธอจะเอาชนะเหล่าอสูรอาวุโสจึงเป็นศูนย์


ทำได้เพียงยื้อเวลาออกไปอย่างเหนี่ยวแน่น


นั่นเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน


หากมีอัครสาวกของกริดอยู่ที่นี่อีกสักคนล่ะก็


ไม่สิ ขอแค่มีขุนพลโอเวอร์เกียร์อีกแค่คนเดียว สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันที


ขณะที่เธอคอยอ่านการโจมตีและลงมือป้องกัน อีกคนจะคอยสร้างความเสียหายและไล่ฆ่าพวกมันเรียงตัว


สิ่งที่เมอร์เซเดสทำได้ตามลำพังนั้นมีจำกัด


ถึงจุดที่เธอมิอาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว


‘เข้าไปลึกกว่านี้ไม่ได้แล้ว’


ภารกิจของเมอร์เซเดสคือการค้นหาและทำลายจันทร์ขุมนรก


เธอเป็นคนเดียวที่สามารถวิเคราะห์หลักการเบื้องหลังดวงจันทร์ และคิดหาวิธีแก้ไข


แต่กลับกลายเป็นว่า เมอร์เซเดสสะดุดอยู่แค่หน้าประตู


หากเข้าไปลึกกว่านี้อีกสักนิด เธออาจค้นพบเบาะแสที่สำคัญ แต่น่าเสียดายที่เจ้าถิ่นมีฝีมือสูงเกินไป


หรือกล่าวได้ว่า เธอยังดีไม่พอ


เมอร์เซเดสตระหนักถึงช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งในอุดมคติและฝีมือของตัวเอง


ในอดีต เหตุใดเธอถึงกล้านำชีวิตไปเสี่ยงกับเทพสงครามเซราทุล?


คำตอบก็คือ เธออยากลงโทษเซราทุลที่บังอาจเสียมารยาทกับกริด


แต่เมื่อลองมองย้อนกลับไป เธอได้รับรู้ว่าตัวเองในเวลานั้นช่างโง่เขลา


เมอร์เซเดสเริ่มเข้าใจ


ดวงตาของเธอมีไว้เพื่อสังเกตและวิเคราะห์ความแข็งแกร่งในอุดมคติ


แต่ยังขาดพลังสำหรับฟาดฟันศัตรูของกริด


ในช่วงหลัง ระดับของศัตรูกริดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด


ดูเหมือนว่า การเติบโตของกริดผู้อยู่เหนือกาลเวลา จะมีอิทธิพลทำให้ภาพรวมของโลกสูงขึ้น


บางที เหตุผลที่บาเอลเปิดวิถีแห่งชูร่ากะทันหัน อาจเป็นเพราะระแวงศักยภาพของกริด


เพื่อจะปรับตัวเข้ากับโลกที่หมุนด้วยความเร่ง เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง…


[อัครสาวกของท่าน ‘เมอร์เซเดส’ ตั้งปณิธานอัศวินเพิ่มเติม]


การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในยามที่บาดแผลบนตัวเมอร์เซเดสเพิ่มจำนวน


แต่จะเกิดขึ้นในยามที่ คมดาบของเมอร์เซเดสไม่สามารถสร้างบาดแผลบนร่างกายอสูร


เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องและชัดเจน


ปราณดาบสีเงินของเมอร์เซเดสซึ่งมีรูปทรงปีกนางฟ้า ขนนกสีเงินจะหลุดออกมาและกลายเป็นคมดาบ


คมดาบดังกล่าวจะหมุนวนรอบร่างกายหรือดาบของเมอร์เซเดส


หากหมุนรอบร่างกาย พลังของมันคือการสะท้อนการโจมตี และเมื่อหมุนรอบดาบ มันจะคอยทำลายพลังป้องกันของศัตรู


ปีกสีเงินที่คอยสนับสนุนเมอร์เซเดสด้านการเคลื่อนที่และความคล่องตัว วิวัฒนาการไปในทิศทางที่ก้าวร้าวมากขึ้น


นอกจากนั้น วิชาดาบของเธอยังเปลี่ยนไป


เมอร์เซเดสเลิกกระแทกโล่ซ้ำหลังจากเหวี่ยงดาบ แต่จะเหวี่ยงดาบซ้ำไปอีกครั้ง


ทุกครั้งที่แกว่งดาบ โล่ซึ่งเคยใช้กระแทกศัตรูหรือป้องกันด้านหลัง ถูกเปลี่ยนมาใช้เพื่อสนับสนุนมากขึ้น


จะมองว่าเป็นภูมิประเทศชนิดหนึ่งก็ไม่ผิด


ตำแหน่งของโล่จะเปลี่ยนไปตลอดเวลา สร้างความพิสดารและซับซ้อนให้วิชาดาบ


ตัวโล่เองก็กว้างและแข็งแรง จนมีคุณสมบัติในการปิดทางหนีของศัตรู


“ “…” ”


สีหน้าของเหล่าอสูรเริ่มแปรเปลี่ยน


พวกมันค่อนข้างทึ่งกับประสิทธิภาพของเนตรมองทะลุ และหลังจากยืนยันว่าพวกตนหมดโอกาสเอาชนะ ใบหน้าที่สงบนิ่งเริ่มเผยอาการสั่น


เป็นเครื่องยืนยันว่า เมอร์เซเดสยกระดับตัวเองระหว่างการต่อสู้


เธอแตกต่างไปจากตอนแรกเล็กน้อย


อันดับแรก วิธีคิดเปลี่ยนไป


คล้ายกับจุดประสงค์ในการเอาชนะอสูรผู้เฝ้าประตู เปลี่ยนไปจากในช่วงต้น


ไม่ได้ทำไปเพราะเป็นภารกิจ


แต่เหตุผลที่เมอร์เซเดสต้องการเข่นฆ่าพวกมัน เพราะในอนาคต อสูรเหล่านี้อาจเป็นภัยคุกคามต่อเจ้านายของเธอ


“ชัยชนะอันงดงาม”


ปลิดชีพศัตรูเพื่อคว้าชัย


คำประกาศของเมอร์เซเดสผู้เปลี่ยนทัศนคติตัวเอง ถูกทำให้เป็นจริงด้วยพลังที่จับต้องได้


ดาบในมือหญิงสาวส่องแสงและขยายใหญ่ในพริบตา ฟาดฟันป่าแห่งดาบจนพังพินาศ


ดาบแสงเล่มยาว โหมกระหน่ำทำลายกลุ่มอสูรด้านในถ้ำจนแตกกระเจิง


ครืน!


ถ้ำใต้ดินสั่นสะเทือนหนักหน่วง


ท่ามกลางเศษผนังที่พังถล่ม ดวงตาสีใสของเมอร์เซเดสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง


เป็นผลมาจาก กระจกตาของเธอกำลังสะท้อนภาพวัตถุทรงกลมที่ซ่อนอยู่ในความมืด


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00