จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,661
เทพแห่งกองทัพ
อาเรสชื่นชอบฉายานี้เป็นพิเศษ
(ขอชี้แจงเล็กน้อย ฉายาเทพสงครามของอาเรสที่ผมใช้มาตลอด มาจากการแปลตามฉบับอังกฤษ ซึ่งก็มีตำนาน God of War Ares อยู่จริง เพียงแต่ในเรื่อง OG ฉายาของอาเรสจะออกแนว ‘เทพแห่งกองทัพ’ มากกว่า ส่วนของเซราทุล ที่จริงต้องเป็น ‘เทพนักรบ’ หรือมูชิน และเทพสงครามจริงๆ ต้องเป็นของโดมิเนี่ยน แต่เนื่องจากเป็นคำที่ใช้กันมานาน จึงตัดสินใจไม่ปรับเปลี่ยน)
อาเรสไม่ได้ยึดติดกับฉายา ‘เทพ’ ปลอมๆ
เพียงแต่ชื่นชอบคำว่า ‘กองทัพ’ จากก้นบึ้ง
ในวัยเด็ก มันมีโอกาสได้ดูหนังเกี่ยวกับทหารแทบทุกเรื่อง รวมถึงหนังเก่าอย่าง ‘ลูกชายแม่ทัพ’
นั่นคือเหตุผลที่อาเรสตกหลุมรักการต่อสู้ข้างถนน จนชีวิตหลงผิดไปพักใหญ่
แต่ในท้ายที่สุด มันหวนกลับมาสนใจโลกของ ‘แม่ทัพ’ ผู้คอยนำกองทัพอีกครั้ง
ยิ่งชีวิตหลงผิด เมื่อกลับมาได้ มันก็ยิ่งตระหนักถึงคุณค่าของความฝัน ทำให้อาเรสยิ่งคลั่งไคล้การเป็นแม่ทัพมากขึ้น
ในตอนนั้นเอง ซาทิสฟายเปิดตัวพอดี
ยุคทองของสงครามที่ไม่มีปุ่มยิงนิวเคลียร์ แต่เป็นการรบราฆ่าฟัน
แน่นอนว่าอาเรสตื่นเต้นมาก
เพื่อที่จะกลายเป็น ‘แม่ทัพ’ ซึ่งไม่มีในสารบบคลาสที่ SA กรุปบรรจุไว้ มันตัดสินใจเดินบนเส้นทางของทหาร และศรัทธาในความอิสระของซาทิสฟาย
ด้วยความฝันที่จะไต่เต้าจากทหารเลวชั้นล่างสุด ให้ไปจนถึงแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร
มันไม่เคยเปิดเผยความฝันนี้กับใคร
เพราะไม่อยากถูกเหมารวมว่าเป็นพวกคลั่งทหาร
เบื้องหน้าอาเรสแสร้งทำเป็นซังกะตาย ใช้ชีวิตประหนึ่งลุงแก่ๆ ที่ไหลไปตามกระแส
แต่เบื้องหลังมันทำงานหนักกว่าใคร จนกระทั่งได้รับฉายาเทพแห่งกองทัพ รวมถึงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร
อาเรสหวนนึกถึงวันเก่าๆ ที่เคยทำสงครามกับจักรวรรดิซาฮารัน
เป็นยุคที่กองพันที่ห้า ซึ่งเป็นหน่วยหัวกะทิของวัลฮัลล่า ต้องพ่ายแพ้ต่อกองทัพที่บัญชาการโดยหนึ่งในอัศวินสีชาดครั้งแล้วครั้งเล่า
ในเวลานั้น บรรยากาศในวัลฮัลล่าถือว่าไม่แย่นัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกองทัพโอเวอร์เกียร์ อาเรสมองว่ากองทัพจักรวรรดิรับมือได้ง่ายกว่า
นั่นเพราะในสนามรบ มันเห็นถึงข้อบกพร่องของอัศวินลำดับหนึ่ง ผู้คุมกองทหารจักรวรรดิภาคตะวันออกไว้ทั้งหมด
เมอร์เซเดส
เธอมีวิชาดาบยอดเยี่ยมตามข่าวลือ เปรียบดังยมทูตแห่งสนามรบ
เหตุการณ์ที่กองทัพหัวกะทิของอาเรสซึ่งนำโดยสก็อตต์และลัค ถูกถล่มด้วยความแข็งแกร่งของเมอร์เซเดสตามลำพัง กลายเป็นฝันร้ายสำหรับชาววัลฮัลล่าไปพักใหญ่
ใช่แล้ว ตามลำพัง
ในฐานะแม่ทัพใหญ่ผู้มีกำลังทหารใต้บัญชาการหลายหมื่น เมอร์เซเดสกลับไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของกองทหาร แต่เลือกจะบุกตะลุยเป็นแนวหน้าและบดขยี้ศัตรูด้วยพลังอันป่าเถื่อน
นั่นคือวินาทีที่อาเรสสังเกตเห็นว่า เมอร์เซเดสไม่ใช่แม่ทัพที่ดีนัก
ไม่ใช่ข้อบกพร่องทางกลยุทธ์หรือพิชัยสงคราม แต่เป็นนิสัยส่วนตัว
ยอดนักรบอหังการ สตรีผู้มีพรสวรรค์เปี่ยมล้น
เธอแทบไม่มีเหตุผลที่ต้องพึ่งพาศักยภาพของกองทัพ และอาเรสตระหนักถึงอุปนิสัยนี้ได้ชัดเจน
สนามรบเริ่มถูกตีวงให้แคบลง
จนกระทั่งกองทัพจักรวรรดิสังกัดภาคตะวันออกทั้งหมด ถูกล่อลวงให้มากระจุกอยู่ในสนามรบเดียวกับเมอร์เซเดส
ไม่เพียงความฮึกเหิมของกองทัพจักรวรรดิจะลดลง แต่กองทัพวัลฮัลล่าก็ยังทำผลงานได้ดีกว่าที่คาด
แม้จะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ แต่ก็ช่วยให้อาเรสเข้าใจแก่นของกองทัพจักรวรรดิ และใช้ข้อมูลนั้นเพื่อก้าวไปข้างหน้า
ดังนั้น ข้อสรุปของมันก็คือ
“นี่ล่ะ นิสัยที่แท้จริงของเธอ”
อาเรสผู้กำลังนอนบนเปลญวน แหงนหน้ามองฟ้าด้วยความมั่นใจ
ฉากด้านบนกำลังฉายภาพเมอร์เซเดสบดขยี้ทุกสิ่งรอบตัวด้วยดาบแสงเล่มยักษ์
“แทนที่จะยืนรอให้วิกฤติเข้ามาหา นิสัยของเธอคือการชิงตัดตอนก่อนจะเกิดวิกฤติ”
ขณะนอนจิบเครื่องดื่มรสโคล่า สีหน้าอาเรสเปี่ยมไปด้วยความสุข ปราศจากความกังวลโดยสิ้นเชิง
ในสถานการณ์ที่บาเอลเปิดใช้งานวิถีแห่งชูร่าทั่วทวีป จนทุกซอกมุมตกอยู่ในความวุ่นวาย และทีมสำรวจนรกต้องตกที่นั่งลำบาก
ไม่เพียงเท่านั้น แม้จะได้ยินว่ามังกรปรากฏตัวจนเกือบทำลายโลก อาเรสยังคงทำตัวผ่อนคลาย
นั่นเพราะมันได้ยินมาว่า นักล่ามังกรออกโรงในศึกนี้ด้วยตัวเอง ส่วนในนรกก็มีกริดกับเมอร์เซเดสคอยควบคุม
มันเคยเผชิญหน้ากับทั้งคู่ในฐานะมิตรและศัตรู จึงไม่เคยกังขาว่าคู่รักสุดโหดนั่นแข็งแกร่งเพียงใด
“ฉันควรเรียกพวกเขาว่าคู่รักไหม?”
“แค่ระวังคำพูดตอนอยู่ต่อหน้าบาซาร่ากับไอรีนก็พอ”
“ฮะฮะ! นั่นสินะ ไม่อยากถูกเมียคนอื่นของกริดอื่นเกลียดขี้หน้าเท่าไร สงสัยต้องระวังปากเป็นพิเศษ”
กร๊อบ!
อาเรสที่บีบแก้วโลหะยี่สิบสองออนซ์จนบุบด้วยมือข้างเดียว ลุกขึ้นจากเปล
แก้วที่ยับย่นประหนึ่งกระดาษถูกขยำ ร่วงลงบนผืนทรายชายหาด
ดวงตากลมโตของอาเรสที่เดินตรงไปทางทะเล จับภาพของบางสิ่งกำลังวิ่ง ‘บนน้ำทะเล’
“สามร้อยคน ทั้งหมดบรรลุเท้าท่องวารี”
สาวกเทพสงคราม
กลุ่มคนที่เคยเร้นกายฝึกตนอยู่บนทวีปตะวันออก บัดนี้เริ่มเคลื่อนไหว
พวกมันผ่านทะเลแดงเพื่อมายังทวีปตะวันตก และดูเหมือนว่าจะได้รับวิวรณ์จากเซราทุล
น่าเจ็บใจไม่น้อย
เทพตนหนึ่งพยายามคุกคามมนุษย์ โดยฉวยโอกาสจากความวุ่นวายที่จอมอสูรสุดชั่วช้าอย่างบาเอลสร้างขึ้น
‘สรุปก็คือ ไม่มีพวกดีๆ หลงเหลือแล้วสินะ มนุษย์เชื่อใจกริดได้คนเดียวจริงๆ’
ถ้ากริดไม่ได้ไต่เต้าไปจนถึงคลาสเทวตำนาน
ถ้าเทพไม่ได้สัมผัสถึงภัยคุกคามและเริ่มทำตัวแปลกๆ จนมนุษย์มองเห็นความเป็นจริง
ผู้เล่นกว่าสองพันล้านคงต้องเผชิญวิกฤติใหญ่หลวงหลังจากเอาชนะสงครามกับนรก
มีความเป็นไปได้สูงที่เหล่าเทพซึ่งปกปิดสันดานมานาน จะฉวยโอกาสจากสถานการณ์เพื่อแบ่งแยกมนุษย์ออกเป็นสองกลุ่ม ระหว่างกลุ่มผู้เชื่อในเทพและกลุ่มผู้ไม่เชื่อ เพื่อปกครองด้วยความขัดแย้ง
สรุปก็คือ มนุษย์จะถูกตีเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรงจนตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง
ถึงตอนนั้น กว่าจะเห็นธาตุแท้ของเทพ มนุษย์ก็คงสูญเสียกำลังรบไปมาก
“สหายกริดเจ๋งจริงๆ”
“…นึกจะชมก็ชม”
ครืน!
เมื่ออาเรสเดินมาถึงชายหาด ผืนทรายเริ่มสั่นสะเทือน
เป็นผลจากการวิ่งของม้านับหมื่นตัวด้านหลัง
กองพันอาชาที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป หน่วยรบติดอาวุธและชุดเกราะคุณภาพสูงสุดของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์
ทุกคนแผ่คลื่นพลังงานแบบเดียวกันพุ่งไปด้านหน้า ประหนึ่งทั้งหมดเคลื่อนไหวภายใต้เจตจำนงเดียว
บรรยากาศคุกคามเข้มข้นจนแม้แต่สาวกเทพสงครามที่ตัดขาดทางอารมณ์ ยังต้องลังเลชั่วขณะ
ซ่า!
ทันทีที่สาวกเทพสงครามทั้งสามร้อยหยุดวิ่ง สึนามิก่อตัวในทะเลและพัดเข้าใส่ชายฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด
เกิดเป็นคลื่นสูงประหนึ่งกำแพงปราสาท
อาเรสและเหล่าทัพม้าไม่ถูกตบตา
ทุกคนยังจดจ้องไปข้างหน้าโดยไม่เกรงกลัวคลื่นยักษ์ที่สาดเข้าใส่
เหล่าสาวกเทพสงครามสำแดงวิชาเท้าท่องคลื่นอีกครั้ง ด้วยการขี่คลื่นพุ่งเข้าประชิดในพริบตา
“พวกมันคิดว่าตัวเองเป็นนักเล่นเซิร์ฟหรือไง ฮะฮะ!”
อาเรสหัวเราะร่วนพร้อมกับออกคำสั่ง
“ทุกหน่วย… บดขยี้”
ตึงตึงตึงตึงตึง!
หนึ่งในเหตุผลที่อาเรสตัดสินใจออกรบด้วยตัวเอง เพราะมันได้ยินว่าสาวกเทพสงครามกลุ่มใหญ่เริ่มเคลื่อนไหว
ไม่ว่ายังไงก็ต้องชนะให้ได้
กองทัพภายใต้การบัญชาการของอาเรส จะแข็งแกร่งกว่าในยามปรกติถึงสี่เท่า
เป็นผลมาจากบัฟสิบสามชนิดที่ถูกเพิ่มเข้ามา
และหนึ่งในนั้น ไม่ใช่อื่นใดนอกจากบัฟผู้นำชาติ
ความฝันของชายที่ชื่ออาเรสกลายเป็นจริงแล้ว
***
“ “จับนังนั่งให้ได้…!” ”
อสูรที่ถูกปลูกถ่ายวิญญาณอริยดาบ
มันสังเกตเห็นว่า วิชาดาบของเมอร์เซเดสเปลี่ยนไปกลางคัน
ไม่สิ ใช้คำว่าเปลี่ยนไปคงไม่ถูกต้องนัก
คล้ายกับสิ่งที่ถูกปกปิดไว้เป็นเวลานานถูกปลดปล่อยออกมา
หรือไม่ก็มีใครบางคนเผลอไปเปิดกล่องแพนโดร่า
“ “ไล่ตามไปจะดีแน่หรือ? ถ้าเป็นเจ้าก็คงไม่ชอบให้ใครรุกล้ำถิ่นตัวเองใช่ไหมล่ะ” ”
เสียงของเหล่าอสูรค่อยๆ ลดความสากลง
คล้ายกับเส้นเสียงที่เคยแข็งเพราะไม่ได้สั่นมานานหลายปี เริ่มคลายตัวและยืดหยุ่นภายใต้สถานการณ์อันตึงเครียด
“ “ใช่เวลามัวพูดแบบนั้นอยู่หรือ พวกเราควรมือขจัดปัญหาตรงหน้าสิ ไม่ใช่แบ่งแยกถิ่นใครถิ่นมัน” ”
ยิ่งอสูรที่ปลูกถ่ายวิญญาณอริยดาบพูด อสูรที่เหลือก็ยิ่งไม่เห็นด้วย
เป็นการตอบสนองที่แปลกประหลาด
แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านล่างคือสัตว์ประหลาด
สัตว์ประหลาดซึ่งอัดแน่นไปด้วยวิญญาณหลายร้อยล้านดวง
พวกมันไม่กล้าเผชิญหน้าตรงๆ เพราะอีกฝ่ายคือการดำรงอยู่ที่นอกเหนือขอบเขตความเข้าใจ
ไม่ได้เกี่ยวกับการแบ่งแยกถิ่นใครถิ่นมันเลยสักนิด
“ “ชิ!” ”
อสูรที่ปลูกถ่ายวิญญาณอริยดาบ ตัดสินใจไล่ตามไปลำพัง
ทิ้งอสูรตนอื่นที่ขาดความกล้าหาญไว้ด้านหลัง
เพราะมันมีความรับผิดชอบสูงอยู่คนเดียว?
ไม่เลย
วิญญาณของมันแค่อยากดวลกับเมอร์เซเดส
เป็นแรงดึงดูดจากก้นบึ้งของสัญชาตญาณ
***
ตึกตัก ตึกตึก ตึกตัก!
ณ ชั้นใต้ดินลึกสุดของนรก
วัตถุทรงกลมสีแดงซึ่งซ่อนอยู่ในความมืด กำลังยุบพองตัว
ดูคล้ายกับหัวใจของบางสิ่ง
แต่ไม่ใช่หัวใจแน่นอน
เพราะไม่มีทางที่หัวใจจะใหญ่โตได้เช่นนี้
ใหญ่กว่าหัวใจมังกรสักร้อยเท่าเห็นจะได้
โครม!
หลังจากกระโดดลงพื้นที่แตกและลอยกลางอากาศสักพัก
เมื่อเท้าเมอร์เซเดสสัมผัสพื้น คลื่นกระแทกที่หนักหน่วงแผ่ออกไปทุกทิศทาง
เทียบกับวัตถุทรงกลมสีแดง ตัวเธอเล็กยังกับมด
ใหญ่จนทัศนวิสัยของหญิงสาวมองเห็นได้ไม่ทั่วถึง
แต่ก็ไม่มีปัญหา
ถึงจะเป็นเช่นนั้น เมอร์เซเดสยังคงเดินเข้าไปใกล้
เนตรมองทะลุของเธอวิเคราะห์วัตถุทรงกลมเสร็จนานแล้ว
‘จันทร์ขุมนรก’
นี่คือต้นแบบของจันทร์ขุมนรก
หลักการคล้ายกับดวงจันทร์สะท้อนผิวน้ำ ภาพวัตถุทรงกลมตรงหน้าเธอ กำลังถูกฉายไปยังท้องฟ้าของโลกกึ่งกลางและนรก
แตกต่างจากดวงจันทร์ในอวกาศ มันดูคล้ายกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น
‘ก้อนเนื้อขนาดมหึมา’
ขณะเมอร์เซเดสนิยามตัวตนของมัน
ชิ้ง!
แสงสว่างส่องออกมาจากก้อนเนื้อ
เป็นแสงสีแดงคล้ายเลือดสด
บนท้องฟ้า ทุกคนสามารถมองเห็นดวงตาโชกเลือดจำนวนมหาศาล
ทุกดวงคือวิญญาณของใครบางคน
ถูกพรรณนาให้มีสีแดงก่ำเพราะความอาฆาตแค้นถึงขีดสุด?
แสงเส้นหนึ่งสาดใส่เมอร์เซเดสที่กำลังเผยสีหน้าหนักใจ
ขณะพลังที่ดูเป็นภัยคุกคามพุ่งเข้าประชิดร่าง
เมอร์เซเดสยังคงเอาแต่ยืนนิ่ง
ไม่แม้แต่จะหลบหรือป้องกัน
เพราะเธอตระหนักดีว่าไม่จำเป็น
กรี๊ด—!
แสงที่สาดใส่เมอร์เซเดส คือวิญญาณของสตรีผู้หนึ่ง
ความทรงจำของผู้หญิงที่กรีดร้องขณะสูญเสียลูกเพียงคนเดียว พุ่งผ่านเมอร์เซเดสไปโดยไม่สร้างความเสียหาย
“ไอ้ระยำชาติชั่ว”
เมอร์เซเดสสบถเย็นชา
ว่างเปล่า
การโจมตีแรกเป็นแค่ท่าลวง
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เมอร์เซเดส คงระแวงว่าอาจเป็นการโจมตีที่หนักหน่วงและตัดสินใจหลบ ทำให้ถูกจันทร์ขุมนรกคอมโบใส่ด้วยของจริง
ก้อนเนื้อสีแดงค่อนข้างเจ้าเล่ห์ ผิดไปจากขนาดอันมหึมา
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!
ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด
หลังได้ยินคำสบถจากปากเมอร์เซเดส ก้อนเนื้อยุบพองแรงกว่าเดิม พร้อมกับรัวยิงลำแสงออกมาหลายเส้น
ในสายตาคนทั่วไป สิ่งนี้เปรียบดังห่าฝนของลำแสง
แต่สำหรับเมอร์เซเดส เนตรมองทะลุช่วยจำแนกให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างลำแสงแต่ละเส้น
เด็กไร้เดียงสาที่ยื่นมือออกมาทักทาย, เทคนิคการฆ่าของฆาตกรโฉด, วิชาดาบที่งุ่มง่ามของทหารนิรนาม, จอบสั้นของชาวนา, เวทมนตร์ของจอมเวทบางคน, และชายชราผู้ปรารถนาอ้อมกอดจากหลาน เป็นต้น
บ้างก็คุกคาม บ้างก็อบอุ่น บ้างก็เศร้าโศก
เมอร์เซเดสผู้มักมีใบหน้าเฉยเมยยกเว้นยามอยู่ต่อหน้ากริด เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์จำนวนมากในเสี้ยววินาที
เมื่อเผยรอยยิ้มเจือจาง เธอจะอ้าแขนรับแสง เมื่อขมวดคิ้วแผ่วเบา เธอจะฟันแสนจนขาด
จากมุมมองของคนนอก เป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจสถานการณ์
“ “นังสัตว์ประหลาด” ”
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!
ป่าดาบพุ่งขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าเมอร์เซเดส
อสูรผู้ถูกปลูกถ่ายวิญญาณอริยดาบ ไล่ตามเมอร์เซเดสมาจนทัน
“ “มาดวลกันอย่างเป็นธรรมด้วยดาบ…” ”
ปราณดาบของอสูรผู้ยังมีเสียงค่อนข้างสาก พวยพุ่งด้วยความเกรี้ยวกราด
เป็นวิชาดาบชนิดเดียวกับที่เคยทำให้เมอร์เซเดสเข้าตาจนเมื่อครู่
เนื่องจากมีความเป็นไปได้นับพันรูปแบบ แม้แต่เนตรมองทะลุก็ยังรับมือได้ยาก
วิถีของดาบจะเปลี่ยนแปลงทันทีที่ถูกเนตรมองทะลุอ่าน
อย่างไรก็ดี ดาบแสงเล่มยักษ์ในมือเมอร์เซเดส ยังคงฟาดเข้าใส่คมดาบอีกฝ่ายซึ่งหน้า
เป็นการโจมตีที่โผงผางและหวังพึ่งพาเพียงพลังทำลาย
“แหลกไปซะ!”
คำพูดที่เปล่งจากริมฝีปากหนาๆ ของหญิงงาม ดูแล้วไม่ประดักประเดิดแม้แต่น้อย
เข้ากับใบหน้าอันสง่างามของชนชั้นสูงอย่างคาดไม่ถึง
ในเวลาเดียวกัน อสูรที่โยกตัวหลบไปด้านข้าง ใช้ขาทั้งสองข้างกระแทกพื้น
แม้จะสูญเสียหัวไหล่ไปหนึ่งข้างจากดาบแสง แต่ร่างกายยังคงพุ่งได้เร็วกว่าลูกธนู
เผยให้เห็นหนึ่งมือที่กำลังถือสองด้ามจับ
อาศัยการเคลื่อนไหวมือที่ชำนาญ คมดาบไขว้ที่คล้ายกับกรรไกรสามารถสำแดงประสิทธิภาพได้อย่างน่าทึ่ง
แต่สิ่งนี้คือภัยคุกคามสำหรับเมอร์เซเดส?
หญิงสาวผู้เคยมีนิสัยไม่ประมาทวิชาดาบที่เพิ่งเคยเห็น กลับไม่งัดความรอบคอบออกมาใช้
ทุกการกระทำของเธอล้วนมีเหตุผล
ไม่ว่าจะเป็นวิชาดาบที่พิสดารเพียงใด ดูเป็นภัยคุกคามมากแค่ไหน ขอแค่มีพลังทำลายสูงกว่าก็จบ
นั่นคือความเชื่อที่เพิ่งถูกปลูกฝังลงไปหลังจากได้ครอบครองวิชาดาบ ‘ชัยชนะอันงดงาม’
บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!!
หลังจากดึงดาบกลับ เมอร์เซเดสฟันออกไปอีกครั้งในแนวนอน
ปราณดาบของอสูรถูกฟันขาดสองท่อนบนล่าง จากนั้น ดาบแสงของหญิงสาวพุ่งเข้าหาลำคอของศัตรู
อสูรผู้ลนลานโยกร่างกายท่อนบนหลบ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากงัดท่าลับออกมาใช้
“ “ดาบผ่ามิติ” ”
______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059 ★ ★ จบบริบูรณ์ ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ
Comments
Post a Comment