จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,659
ผู้คนเชื่อว่าฮายาเตะแข็งแกร่งที่สุด
แม้จะเพิ่งปรากฏตัวได้ไม่นานก็ตาม
หรือต่อให้ฮายาเตะไม่เคยแสดงฝีมือเลย แต่ทุกคนก็ยังคงมองว่ามันแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่ง
ไม่มีใครกังขาในเรื่องนี้
นักล่ามังกร
ตัวตนสัมบูรณ์เพียงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์มนุษย์
ใครจะไปกล้าตั้งคำถามถึงฝีมือ?
ผู้คนไม่ได้สนใจว่ามหากาพย์บทที่สิบแปดของกริด จะบรรยายว่าฮายาเตะเป็นผู้สันโดษขี้ขลาดเพียงใด
ขณะทำความเข้าใจหัวอกของตัวตนสัมบูรณ์ พวกมันก็คาดหวังในพลัง
อาศัยกริดเป็นสะพาน ฮายาเตะได้รับการสนับสนุนและต้อนรับทันทีที่เปิดเผยตัวต่อโลก
ไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า การออกโรงของฮายาเตะในวันนี้ มีเพื่อตอบแทนการสนับสนุนเหล่านั้น
ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับมังกรที่สามารถสร้างภัยพิบัติเพียงกระพือปีก และลงเอยด้วยการรักษาชีวิตผู้คนจำนวนมาก
ระหว่างที่กริดและอัครสาวกไม่อยู่ ฮายาเตะทำหน้าที่ของตนบนโลกกึ่งกลางอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“…สุดยอด!”
ในจุดที่มังกรบินจากไป
หลังจากฮายาเตะเก็บดาบที่ส่องแสงด้วยท่วงท่าสง่างาม ผู้คนต่างส่งเสียงโห่ร้อง
เป็นสัญญาณว่าต่อสู้อันหนักหนาสาหัสจบลงแล้ว
เมื่อฮายาเตะเช็ดเลือดออกจากเสื้อผ้าที่มีสภาพยับเยิน เหล่ามนุษย์ต่างกรูเข้ามารุมล้อม
เป็นบรรยากาศที่ชวนให้น่าจับโยนเป็นอย่างยิ่ง
บึ้ม—!
เสียงระเบิดซึ่งดังมาจากจุดห่างไกลในทิศทางที่บันเฮเลียร์บินหนีไป บางเบาจนแทบไม่ได้ยิน
แต่นั่นมิได้เล็ดลอดโสตประสาทของครอเกล
ผู้คนยังคงโห่ร้องยินดีโดยไม่ทราบเรื่องดังกล่าว
ชนะหรือแพ้ไม่ใช่สำคัญ
สำคัญที่ฮายาเตะยังมีชีวิตอยู่
“…”
สีหน้าฮายาเตะยังคงสุขุมเหมือนทุกครั้ง
สูงสง่าและน่าเกรงขาม เหมือนกับขุนนางชั้นสูง
แต่ภายในใจกำลังประหม่า
จากมุมมองของนักรบที่ต่อสู้ตามลำพังมานานกว่าพันปี เสียงเชียร์ของผู้คนคือสิ่งที่ไม่คุ้นเคย
ถึงขั้นรู้สึกจั๊กจี้เล็กๆ
สามารถพูดได้เต็มปากว่า ‘นี่คือความสุข’
ทันใดนั้น ฮายาเตะผุดความปรารถนาหนึ่งเรื่อง
มันหวังให้พวกพ้องที่กำลังต่อสู้ในนรก ได้รับความสุขแบบเดียวกับตน
‘ได้โปรดกลับมาอย่างปลอดภัย’
ตอนนี้พวกเราสามารถยืดอกอย่างภูมิใจต่อหน้ามวลมนุษย์…
โลกที่บีบันไม่ต้องขัดพื้นหอคอยเพียงเพราะหลุดปากพูดถึงตัวตนที่แท้จริง
ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว ทำไมไม่ลองดื่มด่ำไปให้เต็มที่?
บึมบึม—!
เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่องจากตำแหน่งที่ไกลออกไปเรื่อยๆ
แน่นอน นั่นคือเสียงการปะทะระหว่างบันเฮเลียร์และเนอวาร์ธานที่โคจรมาพบกัน
โชคดีที่สังเวียนเกิดขึ้นในตำแหน่งห่างไกล
ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือการคำนวณของฮายาเตะ
มังกรถูกลากเข้าไปในป่าโดยสัญชาตญาณ เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยพลังเวทจากศพของนักล่าเทวตำนาน
“เจ้าจัดการสายลมแห่งมหาพงไพรไปแล้วสินะ”
ฮายาเตะกล่าวกับแมรีโรสที่เพิ่งร่อนลงพื้น
แมรีโรสไม่ตอบ
ในสภาพกึ่งกลับกึ่งตื่น เธอเพียงก้มหยิบร่มและกางออก
ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลากลางดึก
ฉากดังกล่าวคือเครื่องยืนยันว่า ร่มที่แมรีโรสพกติดตัว ไม่ได้มีไว้เพื่อกันแดด
แต่เพื่อปกปิดความงดงาม
ขณะผู้คนเริ่มกระจ่าง แมรีโรสค่อยๆ กลืนหายไปกับความมืด
ไม่แม้แต่จะชายตากลับมามองฮายาเตะหรือครอเกล
ราวกับการยับยั้งภัยพิบัติที่เกิดจากมังกรโบราณ ไม่ใช่ความสำเร็จที่ต้องตื่นเต้นแต่อย่างใด
ฮายาเตะกับครอเกลคาดเดาท่าทีของเธอไว้แล้ว
ตั้งแต่ตอนที่สู้กับบันเฮเลียร์
สายตาแมรีโรสคอยชำเลืองไปยังฟากหนึ่งของท้องฟ้าเป็นระยะ และที่ตรงนั้นมีภาพของกริด
เธอสนใจเพียงกริด
ราวกับเด็กที่ต้องการคำชมทุกครั้งที่ทำบางสิ่งสำเร็จ เธอจะมองไปทางกริดและอมยิ้ม
“น่าเป็นห่วงกริดอยู่นะ”
ฮายาเตะกล่าวพลางมองไปยังตำแหน่งที่แมรีโรสหายตัวไป
ผู้คนรอบๆ มิได้ใส่ใจฟัง
เพราะกำลังตกตะลึงในความเลอโฉมของแมรีโรส
กลับกัน ครอเกลที่ไม่ได้รับผลกระทบ เอียงคอสงสัย
“น่าเป็นห่วง? แม้รูปลักษณ์จะเป็นผู้ใหญ่ แต่เธอยังเป็นแค่สตรีที่มีด้านของเด็กสาว… คงไม่ทำอันตรายกริดแน่”
ครอเกลเป็นที่รักของ NPC รองจากกริด
ในฐานะอดีตผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก มันชำนาญการสนทนาเพื่อเอาใจและสร้างค่าความสัมพันธ์กับ NPC
กล่าวคือ ทุกคำพูดของครอเกลสามารถมัดใจ NPC ได้ง่ายดาย
นั่นเป็นเหตุผลที่มันสนทนากับฮายาเตะด้วยท่าทีนอบน้อม
บทพูดและบรรยากาศเข้ากับชุดโดโปอย่างมาก
เมื่อผนวกกับฮายาเตะ ทั้งสองดูเหมือนกำลังถ่ายภาพยนตร์ย้อนยุค
สติของชาวเมืองค่อยๆ คืนกลับมาหลังจากได้ยินบทสนทนา
“ผิดแล้ว สิ่งที่ข้ากังวลคือท่าทีของกริดต่างหาก ไม่ใช่แมรีโรส”
“ท่าทีของกริด…”
“เขามีสตรีข้างกายเป็นจำนวนมาก”
“…”
“ในอนาคตอาจจะมากถึงสิบคน”
ผู้คนยิ่งตั้งใจฟัง
บรรดาสาวๆ ของกริดคือประเด็นที่โด่งดังมาพักใหญ่แล้ว
เหล่ามนุษย์ต่างคาดหวังให้ฮายาเตะซึ่งมีอายุมากกว่าพันปี วิพากษ์วิจารณ์และตำหนิกริด
เช่นการมอบคำแนะนำของผู้เฒ่าที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ทำนองว่า ยิ่งวีรบุรุษโด่งดังเพียงใด ก็ยิ่งต้องระวังหญิงงามมากเพียงนั้น และถ้าเป็นไปได้ก็ควรรักเดียวใจเดียว
แค่ได้ยินฮายาเตะเกริ่นนำ หลายคนเริ่มรู้สึกสดชื่น
ทว่า คำพูดถัดไปที่ออกจากปากฮายาเตะ ตรงข้ามกับความคาดหวังโดยสิ้นเชิง
“พวกเธอมีภูมิหลังที่แตกต่าง ประกอบกับสายเลือดของกริดเป็นประเภทที่หายาก จะต้องมีการแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อช่วงชิงการเป็นผู้คลอดทายาทของเขาแน่ หากไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่ง กริดจำเป็นต้องรักษาสมดุลด้วยการใกล้ชิดทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะต้องออกไปผจญภัยข้างนอกบ่อยครั้ง”
“…”
“จริงอยู่ โลกใบนี้เป็นฝ่ายผิดที่บีบให้กริดต้องออกไปจัดการปัญหาด้วยตัวเอง แต่แมรีโรสแข็งแกร่งกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด การพาเธอไปไหนมาไหนด้วยกันย่อมไม่เกิดปัญหา ข้าจึงไม่เข้าใจว่าทำไมกริดถึงปล่อยเธอให้โดดเดี่ยว”
ฮายาเตะคือขุนนางจากยุคสมัยกว่าพันปีก่อน
แม้จะมิได้ยอมรับธรรมเนียมการมีภรรยาหลายคน แต่ก็ไม่ได้คัดค้าน
บางที ความคิดฮายาเตะอาจเปิดกว้างเกินไปสำหรับคนสมัยใหม่
‘ชิ…’
‘กริด… ไอ้เดนมนุษย์’
เมื่อฮายาเตะกล่าวในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคาดหวัง ผู้คนจึงตอบสนองด้วยความอิจฉา
เป็นสัญญาณว่าชีวิตประจำวันที่เคยพังทลายในชั่วข้ามคืน ค่อยๆ กลับเป็นปรกติทีละนิดแล้ว
***
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ชีวิตประจำวันของผู้คนเริ่มกลับคืนมา เกิดจากผลงานอันยอดเยี่ยมของทีมสำรวจนรก
ระหว่างที่ฮายาเตะและครอเกลต่อสู้กับมังกรโบราณอย่างดุเดือด สถานการณ์ในนรกยังคงดำเนินไปตามปรกติ
ชาวโอเวอร์เกียร์ อัครสาวก และเหล่าสภาที่แสดงฝีมือได้อย่างโดดเด่นในแต่ละส่วนของนรก สามารถลดจำนวนกองทัพอสูรลงไปได้มาก
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เคยมีเพียงความสิ้นหวัง ความหวังค่อยๆ ส่องแสง
เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งเมื่อครู่
‘…อั่ก’
เมอร์เซเดสฝืนกลืนเสียงคราง
เธอค้นพบตำแหน่งของร่างจริงจันทร์ขุมนรกด้วยเนตรมองทะลุ
แต่กลับต้องผิดคาด สถานที่ปลายทางกลับไม่ใช่ท้องฟ้า แต่เป็นใต้ดิน
และเมื่อลงไปสำรวจ เมอร์เซเดสถูกต้อนรับโดยอสูรจำนวนมาก
แตกต่างจากจอมอสูรและคนสนิทของบาเอล อสูรที่นี่ใกล้เคียงกับอสูรต้นกำเนิด
ยิ่งเข้าใกล้จันทร์ขุมนรก ยิ่งลึกลงไปใต้ดิน อสูรที่พบก็ยิ่งแก่ชรา
ผมสีเทา ผิวพรรณเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น
แค่มองจากภายนอก ก็ทราบได้ทันทีว่าชรามาก
อาจเพราะอย่างนั้น
พวกมันจึงแข็งแกร่งจนน่าทึ่ง
สองขาของเมอร์เซเดสที่เคยก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ถึงคราวหยุดชะงักเป็นครั้งแรก
“ “ที่นี่… ไม่ใช่สถานที่… ที่จะผ่านไปได้… ด้วยฝีมือแค่นี้…” ”
มันไม่ได้พูดมานานแค่ไหนแล้ว?
เสียงแหบแห้งและสากของอีกฝ่าย ทำเอาเธอขนลุกขนพอง
สีหน้าเมอร์เซเดสทวีความเคร่งขรึม
ใบหน้าของเธอ ซึ่งเริ่มแข็งกระด้างเมื่อทราบว่าจันทร์ขุมนรกคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากวิญญาณจำนวนมาก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“ที่นี่มีไว้ทำอะไรกันแน่?”
“ “เจ้า… ไม่มีสิทธิ์… รับรู้…” ”
ฟ้าว! ฟ้าว!
ทุกครั้งที่เหล่าอสูรแกว่งมืออันแห้งผาก ดาบจะพุ่งเข้าใส่หญิงสาว
ยิ่งเข้าใกล้ รูปทรงของดาบก็ยิ่งชัดเจน ส่องแสงสีเขียวชอุ่ม
ป่าแห่งดาบถูกสร้างขึ้นในพริบตา
ดวงตาเมอร์เซเดสเริ่มกระตุกถี่
นัยน์ตาสีใสของหญิงสาวเจิ่งนอง น้ำตาเลือดสีแดงค่อยๆ ไหลริน
‘นี่มัน…’
วิญญาณของเหล่าอสูรตรงหน้า กำลังซ้อนทับด้วยอีกหนึ่งวิญญาณ
ระบุให้ชัดเจนก็คือ ยังมีวิญญาณอื่นอาศัยอยู่ในร่างเดียวกับอสูร
และหนึ่งในวิญญาณเหล่านั้น มอบความรู้สึกคุ้นเคยแก่เมอร์เซเดส
บีบัน
‘อริยดาบ?’
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เป็นวิชาดาบไร้เทียมทานไม่ผิดแน่ แต่แตกต่างจากวิชาดาบของบีบัน
วิชาดาบดังกล่าวถูกปลดปล่อยจากปลายนิ้วเหล่าอสูร
ป่าแห่งดาบตอบสนองต่อเจตจำนงของอสูร และโหมกระหน่ำใส่หญิงสาวราวกับพายุสลาตัน
ร่างเมอร์เซเดสโชกเลือดในพริบตา
ฉึกฉึกฉึก!
เมอร์เซเดสที่ถูกแทงใส่จุดสำคัญ มีอันต้องก้าวถอยหลังเป็นทางไกล
หญิงสาวปักขอบโล่ลงบนพื้น พลางจดจ้องอสูรด้วยสายตาปานจะกลืนกินเลือดเนื้อ
เหตุเพราะเมอร์เซเดสสังเกตเห็นว่า ชุดเกราะที่กริดสร้างให้ด้วยความห่วงใย เริ่มมีร่องรอยการชำรุด
โดยเฉพาะตัวอักษรสีดำบนหัวไหล่ซ้ายที่เลือนรางลงมาก ทำเอาโทสะของเธอพลุ่งพล่านเป็นพิเศษ
อักษรต้นของชื่อกริด
“พวกแกทดลองปลูกถ่ายวิญญาณของตำนานสินะ”
ณ ‘วันนั้น’ ที่เธอเคยหลับฝันดี พลางชมทิวทัศน์บนเทือกเขาเคอัสซึ่งแดงฉานไปด้วยเลือดมอนสเตอร์
เมอร์เซเดสได้ฟังเรื่องราวขณะอยู่ในอ้อมแขนกริด
เรื่องเล่าเกี่ยวกับหมู่เกาะเบเฮ็น
เป็นการผจญภัยที่ยอดเยี่ยม แต่สีหน้ากริดกลับหดหู่ขณะเล่า
ข้อเท็จจริงที่ว่า แพ็กม่าซึ่งทำพันธสัญญากับบาเอล สร้างอัศวินความตายขึ้นจากวิญญาณของอดีตตำนาน คือสิ่งที่ชายหนุ่มมิอาจยอมรับ
“การทดลองที่อ้างอิงจากประสบการณ์ของผู้ทำพันธสัญญา…?”
“ลำดับ… ผิดแล้ว… อนุมาน… ได้แย่มาก…”
ฟุ่บ!
เงาหนึ่งพุ่งเข้าใส่
เมอร์เซเดสรีบสยายปีกเงินเพื่อสร้างแสงสว่างและจำแนกเงา
หญิงสาวทำนายตำแหน่งที่นักลอบสังหารจะโผล่ขึ้นมา จากนั้นก็แทงดาบเข้าไป
ทว่า คมดาบกลับมิอาจทะลุเงาดำ
ผืนผ้าสะบัดพลิ้วที่ถูกโยนมาครอบปลายดาบ ทำให้การโจมตีของเธอทื่อลง
ผ้ามีน้ำหนักมากกว่าที่ตาเห็นมาก
เมอร์เซเดสผู้อาศัยเนตรมองทะลุเพื่อจำแนกวัสดุของผ้า เผยสีหน้าตื่นตระหนกทันที
ผ้าที่ถักจากโลหะ
เคร้ง!
การแทงที่คล้ายกับท่ารำดาบกริด พุ่งเสียบสีข้างเมอร์เซเดส
ถึงตรงนี้ แม้แต่ผู้ชมบนโลกกึ่งกลางก็เข้าใจสถานการณ์ได้ไม่ยาก
แก่นแท้ของเหล่าอสูรเฒ่าในถ้ำมืด
พวกมันคือร่างอวตารของตำนานมนุษย์
“ “อย่าได้ลืมว่า… พวกเราเป็นเพียง… ผู้เฝ้าประตู”
แม้จะแสร้งทำเป็นพูดดี แต่อสูรก็คืออสูร
อสูรเจ็ดตนล้อมเมอร์เซเดสไว้ทุกทิศ
ราวกับไม่คิดจะปล่อยให้เธอกลับไปง่ายนัก
การถูกรุมจู่โจมจากเจ็ดตำนาน ทำให้สถานการณ์ของเมอร์เซเดสค่อนข้างน่ากังวล
“…ฟู่ว”
ทันใดนั้น ประสาทสัมผัสของเหล่าอสูร เล็งเห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นขณะเมอร์เซเดสถอนหายใจยาว
พวกมันฉวยโอกาสลงมือแทบจะพร้อมกัน
ภาพที่เจ็ดอสูรใช้วิชาลับของตำนานทั้งเจ็ดรูปแบบ ดูน่าทึ่งจนหมดคำจะกล่าว
คล้ายกับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ถูกนำกลับมาฉายใหม่เรียงกันอย่างต่อเนื่อง
นัยน์ตาสีใสของเมอร์เซเดสจับภาพได้ทั้งหมด
เนตรมองทะลุ
พรสวรรค์ที่แม้แต่เทพยังหวั่นเกรงว่าจะผลิบาน ทำลายวิชาที่กลายเป็นตำนานไปพร้อมกับบั่นเศียรเหล่าอสูร
Comments
Post a Comment