จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,670



แทบไม่มีใครเคยคิดว่า มนุษย์คนหนึ่งจะสู้กับบาเอลได้อย่างสูสี


เดาได้ไม่ยากจากเนื้อเรื่องของซาทิสฟาย


วิญญาณกว่าหมื่นล้านดวงที่ถูกคุมขังอยู่ในนรก


ไม่สิ อาจจะมากกว่านั้น


และผู้ที่กุมชะตากรรมของวิญญาณทั้งหมด ไม่ใช่ใครนอกจากบาเอล


ความสำคัญของบาเอล เป็นคนละเรื่องกับเทพสงครามเซราทุล ซึ่งถูกตั้งค่าไว้แค่ ‘แข็งแกร่ง’


หากมีวันใดบาเอลถึงแก่ความตาย


นั่นคือเครื่องยืนยันว่า เนื้อเรื่องหลักของซาทิสฟายดำเนินใกล้ถึงจุดจบแล้ว


ไม่มีทางที่บาเอลจะเป็นศัตรูที่ง่าย แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง


ไร้เทียมทานสมชื่อ


อยู่ในระดับที่เหนือกว่ากริดและบันเฮเลียร์อย่างชัดเจน


ต่อให้นำอัครสาวก เหล่าสภา ฮายาเตะ และแมรีโรสผนึกกำลังกัน ก็ดูเหมือนว่าจะยังเอาชนะบาเอลไม่ได้


นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิดจนถึงเมื่อครู่


ฉูด!


น้ำพุเลือดพุ่งออกจากหัวไหล่ขวาบาเอล


แขนยาวๆ ของมัน รวมถึงดาบอสูรที่ถืออยู่ ขาดออกจากร่างและลอยเคว้งกลางอากาศ


ด้วยฝีมือกริด


ระบุให้ชัดก็คือ ด้วยฝีมือกริดที่กำลังขี่คอมังกรยักษ์


“…เขาขี่มังกร?”


ผู้คนต่างพากันตกตะลึง


ไม่เกี่ยงอายุ เพศ สถานะ หรือเชื้อชาติ ทุกคนตอบสนองแบบเดียวกัน


บางคนดีใจจนกระทืบเท้า บางคนลุกพรวดจากเก้าอี้ นักข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ถึงกับใช้วลี ‘แผ่นดินสะเทือน’


สิ่งที่เกิดขึ้น น่าตกตะลึงถึงเพียงนั้น


ฮายาเตะ แมรีโรส และครอเกล ต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะยื้อเวลามังกรมารบันเฮเลียร์


แต่กริดกลับได้ ‘ขึ้นขี่’ สิ่งมีชีวิตสุดทรงพลัง ผู้เป็นเจ้าของค่าสถานะมหาศาลซึ่งเคยถูกเปิดเผยในงานแข่งนานาชาติ


นี่ถือเป็นยิ่งกว่าชัยชนะ


ผลกระทบทางใจต่อผู้คน รุนแรงกว่าการโค่นมังกรสำเร็จเสียอีก


ทุกคนกำลังทึ่ง


ให้บรรยายว่า ‘เหนือความคาดหมาย’ คงไม่เพียงพอ


“บ้าบอสิ้นดี… สุดยอดเกินไปแล้ว!!”


ดรากอนไนท์


การปรากฏตัวของคลาสระดับหนึ่งเดียวที่ทัดเทียมนักล่ามังกร สร้างแรงกระเพื่อมทางจิตใจเป็นวงกว้าง


ภาพจำของกริดในวินาทีนี้ กำลังสลักลงในความทรงจำของทุกคน


พลังเทพสีส้มอันน่าเกรงขาม แทรกอยู่ระหว่างปราณอสูรสีดำสนิทรอบคอมังกรยักษ์


ผู้คนต่างสัมผัสได้


พวกตนจะไม่มีวันลืมภาพจำของกริดที่เพิ่งได้เห็น


นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ความรู้สึก ‘อยากเป็นเหมือนกริด’ จะครอบงำจิตใจไปชั่วชีวิต


『นี่มัน… เหนือกว่านักล่ามังกรอีกไม่ใช่หรือครับ? 』


ผู้บรรยายจากสถานีโทรศัพท์ในประเทศต่างๆ ที่อึ้งจนพูดไม่ออกไปสักพัก ทยอยได้สติกลับมา


เป็นคำถามที่ชวนถกว่า นักล่ามังกรฮายาเตะ คือมนุษย์ที่เก่งกาจที่สุดแน่หรือ


พวกมันยอมเสี่ยงรับแรงปะทะที่อาจถาโถมจากมวลชน


แต่กลับต้องผิดคาด เรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้น


เพราะทุกคนคิดตรงกัน


ตัวตนที่ฆ่ามังกร และตัวตนที่คอยบงการมังกร


หากจะให้เลือกว่าใครเหนือกว่า แน่นอน คำตอบคงเป็นอย่างหลัง


กริดในวินาทีนี้มิใช่เทพโอเวอร์เกียร์อีกต่อไป


ดรากอนไนท์


ผู้คนเรียกกริดด้วยชื่อใหม่


อันที่จริง จะเรียกแบบไหนก็ไม่สำคัญ


ช่างตีเหล็ก มหาจักรพรรดิ เทพ อัศวินขี่มังกร


ไม่ว่าจะชื่อใดก็ล้วนหมายถึงกริด


สถานะปัจจุบันที่ชายหนุ่มคนหนึ่งไต่เต้ามาถึง ถูกนิยามด้วยคำว่า ‘กริด’


“บาเอลลล!!”


การบินโฉบเฉี่ยวด้วยความเร็วสูงของบันเฮเลียร์


กริดสามารถควบคุมความเร็วอันน่าทึ่งที่แม้แต่ฮายาเตะยังแทบมิอาจตอบสนอง


สิ่งนี้เป็นจริงได้ด้วยค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นจากปรกติสามเท่า


กริดกำลังสื่อสารกับบันเฮเลียร์


ต่างฝ่ายต่างอ่านใจกันและกัน


บันเฮเลียร์ตอบสนองทันทีที่เล็งเห็นว่า การตัดสินใจของกริดสมเหตุสมผล


กริดบินไปยังทิศทางที่ตนปรารถนา


นั่นช่วยให้เข้าประชิดตัวบาเอลได้รวดเร็ว


ชายหนุ่มพุ่งผ่านห่าฝนเวทมนตร์ที่ถล่มเข้าใส่จากทุกทิศ และฟันดาบคู่ขนานกับพื้นหนึ่งครั้ง ตั้งฉากหนึ่งครั้ง


เป็นการประยุกต์ใช้ท่ารำดาบขณะขี่มังกร ไม่ใช่บนพื้นดิน


[ท่ารำดาบ <มังกร> ถูกตีความใหม่]


ขณะกริดกำลังใช้ <สยบมังกรทำลายล้างคลื่นร่ายรำสังหาร>


เป็นเวลาเดียวกับที่บาเอลวาดวงแหวนเวทนับร้อย พร้อมกับควบคุมแขนที่ขาดให้เคลื่อนไหวตามใจนึก


ลมหายใจที่บันเฮเลียร์ยิงใส่ บังคับให้บาเอลต้องตกอยู่ในท่าตั้งรับ


ในจังหวะที่กำลังใช้ ‘มังกร’ ถัดจาก ‘สยบ’ ข้อความระบบแสดงขึ้นตรงมุมสายตากริด


ทุกสิ่งแล่นเข้ามาเหมือนกระแสไฟฟ้า


ท่ารำดาบ ‘มังกร’ รูปแบบใหม่


กริดสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน


และเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า ตนควรเริ่มใช้ท่ารำดาบใหม่ตั้งแต่ต้น


ดาบจึงถูกชักกลับกลางคัน


> ไอ้ลิงนี่…!


บันเฮเลียร์สบถคำหยาบ


มันอุตส่าห์ยิงลมหายใจในจังหวะที่ท่ารำดาบถูกปลดปล่อย แต่กริดกลับถอนดาบกลางคัน


นับตั้งแต่อนุญาตให้ขึ้นขี่คอ บันเฮเลียร์เชื่อว่ากริดจะมีประโยชน์ แต่ดูเหมือนจะเข้าใจผิด


สมแล้วที่เป็นเทพจากเผ่าพันธุ์มนุษย์แสนต่ำต้อย


การทำพลาดในสิ่งที่ตัวเองถนัดเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับลิงที่ตกต้นไม้


แต่ชายหนุ่มมิได้แยแส


กริดเมินเฉยสิ่งรอบข้างและเตรียมรำดาบอีกครั้ง


จากนั้นก็บังคับให้บันเฮเลียร์พุ่งไปข้างหน้า


บันเฮเลียร์จำใจต้องทำตาม


บาเอลกำลังฟื้นฟูบาดแผล


ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่กริดดึงดาบกลับ แขนข้างที่ขาดถูกนำมาต่อกับหัวไหล่อีกครั้ง


“ยังไม่สามัคคีกันสินะ”


บันเฮเลียร์ถอนหายใจยาว พลางนึกเสียดายเมื่อเห็นว่าใบหน้าซึ่งเคยยับยู่ยี่ของบาเอล กลับมาสบายใจไร้กังวลอีกครั้ง


และเหมือนเดิม บันเฮเลียร์ยิงลมหายใจโดยกะจังหวะให้พอดีกับท่ารำดาบของกริด


แต่บาเอลไม่พลาดซ้ำสอง


หลังจากยืนยันแล้วว่า ลำพังปราณอสูรของตนและท่าผนึกต่างๆ ไม่สามารถรับมือลมหายใจมังกรมารได้ มันตัดสินใจฟันด้วยดาบอสูร


วิถีดาบสีดำสนิทถูกวาดกลางอากาศหลายสิบครั้งในพริบตา


เป็นการฟันเพื่อบีบอัด และตัดกระแสคุกคามของลมหายใจมังกรที่ซ้อนทับถึงห้าชั้น


ราวกับได้เห็นช้างปั้นหม้อกำลังแกะสลักผลงานศิลป์


ด้วยฝีมือระดับช่างฝีมือเอก


ซ่า!!


ในท้ายที่สุด วิถีของลมหายใจถูกบิดเบือนโดยสมบูรณ์


พวกมันแผ่กิ่งก้านเป็นห้าแฉก กระจัดกระจายไปทุกทิศโดยไม่สัมผัสร่างบาเอล


ในสายตาคนทั่วไปจะมองเห็นเพียงว่า ลำแสงที่ยิงออกจากปากมังกร สลายไปก่อนจะถึงตัวบาเอลเพียงเล็กน้อย


กล่าวคือ มนุษย์มองตามวิถีดาบของบาเอลไม่ทัน


กริดเองก็เช่นกัน


หากไม่ใช่เพราะประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์เตือนว่า คลื่นดาบของบาเอลเป็นอันตราย และประสาทสัมผัสเทียมมองเห็นการไหลของคลื่นดาบบาเอลได้ชัดเจน กริดเองก็คงมองตามไม่ทัน


แต่ถึงจะพลาดไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่


กริดเผื่อใจไว้แล้วว่าลมหายใจของบันเฮเลียร์ คงสร้างอิทธิพลได้ไม่มากนัก


เดาได้ตั้งแต่เห็นบาเอลฟื้นฟูแขนกลับเป็นปรกติ


“…!”


บาเอลผงะ


เพราะลมหายใจรูปร่างเดียวกับที่มันเพิ่งฟันทิ้งไปเมื่อครู่ กำลังพุ่งตรงมาทางตนอีกครั้ง


> อะไรกัน…


บันเฮเลียร์เองก็ประหลาดใจ


เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะมันเพิ่งได้เห็นลมหายใจของ ‘ตัวเอง’ พ่นออกจากปากกริด


แน่นอน พลังทำลายคนละชั้น


แต่ไม่ว่ายังไง นี่ก็คือลมหายใจที่ลอกเลียนแบบจากมังกรโบราณ


แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็มีระดับสูงกว่าลมหายใจใดๆ ที่กริดเคยพ่นออกมา


ฟุบ!


ขณะบาเอลแกว่งดาบอีกครั้งเพื่อตัดลมหายใจ


บันเฮเลียร์รีบโน้มตัวลงต่ำ


ลำคอยาวๆ ที่แบกกริดไว้ ดึงกริดเข้าไปประชิดตัวบาเอล


ทันทีที่อีกฝ่ายเข้าระยะฟัน ชายหนุ่มเหวี่ยงศาสตรามังกรสองเล่มออกไปทันที


เป็นท่ารำดาบผสานหกชนิดอีกครั้ง


แต่ท่วงท่าเปลี่ยนไป


ระบุให้ชัดเจนก็คือ จุดเปลี่ยนอยู่ที่ท่ารำดาบ ‘มังกร’


แตกต่างจาก ‘มังกร’ ของเดิมที่พยายามเลียนแบบความน่าเกรงขามของมังกร หรือ ‘มังกร’ ของแพ็กม่าที่ชื่นชมในรูปลักษณ์อันสูงส่งของมังกรคราม


นี่คือท่ารำดาบของกริด ผู้หายใจเข้าออกเป็นหนึ่งเดียวกับมังกรโบราณ


[ท่ารำดาบ <มังกร> วิวัฒนาการเป็นท่ารำดาบมังกรมาร]


มังกรมารบันเฮเลียร์


หนึ่งในมังกรโบราณที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคต้นกำเนิด


ในวินาทีนี้ ตัวตนที่หายใจเป็นหนึ่งเดียวกับกริด ช่วยสร้างแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กริด


เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้กำเนิดท่ารำดาบใหม่


<มังกร — บันเฮเลียร์>

ท่ารำดาบที่เลียนแบบพลังและความน่าเกรงขามของมังกรมารบันเฮเลียร์

ผู้ใช้จะเกิดอาการ ‘คลุ้มคลั่ง’

พุ่งโจมตีเป้าหมายที่กำหนดพร้อมกับสร้างความเสียหาย 20,000% ของพลังโจมตีกายภาพ และสร้างอาการผิดปรกติอย่างน้อยสองชนิดแบบสุ่ม

หากเป้าหมายมีระดับตัวตนต่ำ มีโอกาส 99% ที่จะสังหารทันที

ปราณดาบ: 800

มานา: 50,000

ระยะหน่วง: หนึ่งชั่วโมง


“…!!”


ผู้คนต่างพากันทึ่ง


ไม่ใช่เพราะได้เห็นรอยยิ้มอันชั่วร้ายของกริด


แต่ภาพที่ออร่าพลังเทพสีส้ม แผ่ขยายออกเป็นปีกสีดำคล้ายปีกมังกร ดึงดูดทุกสายตาจนไม่มีใครมัวสนใจรอยยิ้ม


> เจ้านี่เป็นตัวอะไรกันแน่


ดวงตาขนาดมหึมาของบันเฮเลียร์เริ่มสั่นไหว


มันคือมาร ย่อมไวต่อพลังเทพ


นับตั้งแต่ได้พบกริด บันเฮเลียร์เข้าใจทันทีว่ากริดคือเทพแบบไหน


เทพผู้ดำรงอยู่เพื่อมนุษย์เท่านั้น


ตัวตนอันสูงส่งและผดุงคุณธรรม แตกต่างจากเทพสวรรค์


บันเฮเลียร์จึงเกลียดชังกริดโดยสัญชาตญาณ


แม้จะถูกบีบให้ต้องร่วมมือกันเพื่อโค่นบาเอล แต่หากสมมติว่ามันเกลียดบาเอลเป็นอันดับหนึ่ง กริดก็คืออันดับสอง


ทว่า ความรู้สึกดังกล่าวแปรเปลี่ยนกะทันหัน


บันเฮเลียร์สัมผัสถึงความเป็นหนึ่งเดียวและกลมเกลียวจากกริด ราวกับจ้องเข้าไปในกระจก


เสียงของบาเอลดังขึ้น


“ข้ารู้มาตั้งแต่ต้นแล้ว”


ชายคนนี้ไม่ธรรมดา…


เปรี้ยง!!


บาเอลที่พึมพำบางสิ่ง ร่วงหล่นจากท้องฟ้า


แม้แต่มันก็มิอาจต้านทานกริดที่แผ่อำนาจคุกคามของมังกรมาร


กริ๊ง—!


เสียงกระดิ่งดังขึ้น


บาเอลยิ้มเจือจางพลางตั้งคำถาม


ในสภาพทิ้งดิ่ง มันกำลังจะปะทะกับท่ารำดาบหกชนิดที่พุ่งเข้าใส่


“ศักยภาพของเจ้า… จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน?”


สุดยอดวิชาต่อสู้


หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นพรจากชือโหยว แต่ในความเป็นจริง สิ่งนี้ห่างไกลจากพรมาก


ศักยภาพที่จะบานสะพรั่งในสักวัน


หรือก็คือ ในอนาคต


บาเอลได้แต่นึกสงสัย


บุคคลที่เคยเอาชนะเศษเสี้ยวอีโก้ของตนเมื่อหลายปีก่อน จะไปได้ไกลแค่ไหนกัน?


เคร้ง!


เคร้งเคร้ง!


ดาบของกริดและบาเอลปะทะกัน


เกิดเป็นประกายแสงอันเจิดจ้าราวกับถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน


“บาเอลลล!!”


กริดไม่ตอบคำถามของบาเอล


ไม่คิดจะตอบโต้บทสนทนาใดๆ ตั้งแต่แรก


ในใจมีเพียงโทสะ


เป็นอารมณ์อันเอ่อล้น หรือไม่ก็กำลังคลั่งสุดขีด


ใช่แล้ว


กริดเกลียดชังบาเอลจากก้นบึ้ง


เฝ้าฝันถึงช่วงเวลาที่จะได้ฆ่าบาเอลมาตลอด


และในตอนนี้


เมื่อเล็งเห็นโอกาสทองซึ่งอาจไม่หวนกลับมาอีก กริดรู้สึกว่าตนมีหน้าที่ต้องทำให้สำเร็จ


ฉึบ!


ฉึกฉึก!


บาดแผลทยอยปรากฏบนร่างกริดและบาเอล


เป็นผลจากคลื่นกระแทกหลังจากดาบปะทะกัน


กริดยังพอทนได้ บาดแผลไม่ร้ายแรงนัก


ทางด้านบาเอลยิ่งเบากว่า เรียกว่ารอยขีดข่วนก็ยังได้


ทว่า แค่รอยขีดข่วนก็เคยทำให้คนฉิบหายแล้ว


[<สุดยอดวิชาต่อสู้> แสดงผล!]


เป้าหมายกริดมีเพียง ‘สตัน’ บาเอลให้ได้


“…ฮ่า!”


บาเอลยิ้มจากก้นบึ้งด้วยดวงตาที่เปิดครึ่งหนึ่ง


ฉึก!!


[ท่านสร้างความเสียหาย 503,691,044 หน่วย!!]


ศาสตรามังกรสองเล่มทำหน้าที่ฟันและเชือดเฉือน


ท่ารำดาบผสานหกชนิดของกริด ซึ่งแบกรับคุณสมบัติดรากอนไนท์และถูกยกระดับด้วยท่ารำดาบมังกรมาร แม้จะฟันโดนบาเอลจังๆ เพียงดาบเดียวในตอนสุดท้าย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นตัวเลขระดับมหาศาล


______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00