จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,664



เกิดมาโดยไม่ได้ตั้งใจ


ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร และไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไร


หลังจากเตร็ดเตร่อยู่ในนรกที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนและชั่วร้ายเป็นเวลานาน เมื่อมีโอกาสขึ้นมายังโลกมนุษย์โดยบังเอิญ มันต้องเผชิญการกระทบกระเทือนทางใจครั้งใหญ่


สังคม วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความรัก


สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีอยู่ในนรก


โลกมนุษย์เต็มไปด้วยสิ่งที่มันไม่เคยเรียนรู้หรือประสบพบเจอ


ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด


เมื่อโทสะปะทุ มันจึงอาละวาด


และปิดฉากด้วยการถูกฆ่า


เป็นจุดจบของสิ่งชั่วร้ายที่เกิดจากความว่างเปล่า


ช่วงชีวิตที่ไม่อยากสัมผัสอีกเป็นครั้งที่สอง


ทว่า โลกมักโหดร้ายเสมอ


มันมีวิญญาณ ความตายจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด


เป็นอีกครั้งที่มันถูกกักขังในนรก


จากนั้นก็ถูกก้อนเนื้อสีแดงดูดเข้าไป


สูญเสียแม้กระทั่งที่พึ่งพิงทางใจเพียงแห่งเดียว


ไม่ใช่ ‘ข้า’ อีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มก้อนขนาดใหญ่


ความเคียดแค้นและเดือดดาลยิ่งสั่งสม


จนกระทั่งมหาสงครามระหว่างมนุษย์และอสูรเริ่มขึ้น


มันกลายเป็นหนึ่งสายตาที่ถูกฉายทับดวงจันทร์ของโลก และคอยเฝ้ามองชีวิตประจำวันของกริด


ชีวิตอันสมบูรณ์แบบที่ตนไม่มีสิทธิ์เฝ้าฝัน


ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน


> ข้าจะ. พรากชีวิตเจ้า.


เขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์ที่กริดร่างมืดกางออก มีสีแดงเข้ม


หุบเขาที่คล้ายกับสร้างจากเลือดซึ่งแข็งกว่าเหล็ก ถูกจัดเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบ


ไม่มีทางเดินตรงๆ ที่มั่นคง


ทางเดินอันลาดชันหลายสิบหลายร้อยเส้น แผ่ขยายออกไปราวกับเส้นเลือดฝอย บางเส้นขาดกลางคัน และบางเส้นถูกหน้าผากีดขวาง


แตกต่างจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของกริด ซึ่งมีทางเดินตรงพาดผ่านระหว่างหน้าผาฝั่งซ้ายขวา


กริดผู้มีทางเดินของตัวเองที่แน่วแน่ และกริดร่างมืด ผู้ต้องเตร็ดเตร่ท่ามกลางความสับสน จนปิดโอกาสในการเข้าถึงศักยภาพอันไร้สิ้นสุด


“ไอ้… ชาติชั่—”


บนทางเดินอันคับแคบที่แค่ยืนคนเดียวยังลำบาก


ในสภาพหันหน้าเข้าหากริดร่างมืด และหันหลังให้กริด เมอร์เซเดสสบถไม่จบคำ


พิจารณาจากจิตสังหารอันท่วมท้นราวกับสัตว์ร้าย คล้ายกับเธอเตรียมพรั่งพรูคำหยาบทุกชนิดในหัวออกมา


แต่ยังยั้งไว้ได้ทัน และพยายามข่มใจให้สงบ


‘พยายาม’ ข่มใจให้สงบ


ไม่เพียงประกาศว่าจะพรากชีวิตเจ้านายของเธอ แต่ยังหน้าด้านเลียนแบบโลกจินตภาพกับบารมีเทพ?


หลังจากได้ยินคำพูดกริดร่างมืด เมอร์เซเดสรู้สึกราวกับหูของตนกำลังจะเน่า ในใจอยากจะสบถจนอีกฝ่ายน้ำลายฟูมปากตาย


แต่ปัญหาก็คือ กริดอยู่ที่นี่ด้วย


เธอฝืนกลืนคำหยาบลงคอ เพราะต้องการเป็นหญิงสาวไร้เดียงสาในสายตากริด


‘…น่ารักฉิบ’


ขณะยืนจ้องแผ่นหลังเมอร์เซเดสที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ กริดฉีกยิ้มกว้าง


ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ถูกอารมณ์ครอบงำแล้ว


ชายหนุ่มยังสังเกตเห็นว่า เมอร์เซเดสมีสายตาแบบเดียวกับยูร่าขณะฝืนเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง


ครืน!


กริดก้าวขาหนึ่งครั้ง


และหยุดยืนอย่างกล้าหาญด้วยมาดสงบนิ่ง บนทางเดินที่พังทลายเพียงเพราะรับน้ำหนักฝีก้าวอันแผ่วเบา


“คงพยายามอย่างหนักเลยสินะ”


“…?”


> …?


เมอร์เซเดส รวมถึงกริดร่างมืด เผยสีหน้าตกตะลึง


เพราะเป้าหมายการชมเชยของกริด คือกริดร่างมืด


ท่ามกลางความเงียบงัน กริดนึกทบทวนสิ่งที่เมอร์เซเดสรายงานอีกครั้ง


ย้อนกลับไปในตอนที่มาถึงจุดเกิดเหตุ เมอร์เซเดสรีบถ่ายทอดข้อมูลผ่านระบบ ‘เสียงก้อง’


อันดับแรก ก้อนเนื้อสีแดงคือร่างหลักของจันทร์ขุมนรก


อาศัยเวทมนตร์บางชนิดในการฉายภาพตัวเองซ้อนทับกับดวงจันทร์บนโลก ดวงตาแต่ละดวงหมายถึงหนึ่งวิญญาณ มีหน้าที่คอยจับตามองสถานการณ์ทั่วทุกมุมโลก และดูเหมือนว่าแต่ละวิญญาณจะทำตามความทรงจำตัวเองสมัยยังมีชีวิต


ยังไม่แน่ชัดว่าจันทร์ขุมนรกเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ต้นเลยไหม หรือก้อนเนื้อสีแดงแย่งชิงหน้าที่ของจันทร์ขุมนรกในภายหลัง


นอกจากนั้น วิญญาณที่ถูกดูดเข้าไปยังไม่มีความสอดคล้องกันเลย


ไล่ตั้งแต่ทารกที่ยังไม่รู้ประสา ไปจนถึงตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์


ดูเหมือนว่าวิญญาณทุกประเภท จะถูกจับมาขังไว้ในก้อนเนื้ออย่างไม่เลือกหน้า


ทำไมถึงไม่คัดกรอง หรือเลือกเฉพาะดวงวิญญาณของบุคคลที่แข็งแกร่ง?


เดาได้ไม่ยาก


มันแค่ต้องการเพิ่มจำนวน ‘ตา’ ให้ได้มากที่สุด


และถ้าวิเคราะห์อย่างละเอียดมากกว่านั้น นี่คงเป็นวิธีการสร้าง ‘บารมีเทพ’


เหตุผลที่กริดร่างมืดซึ่งแยกตัวออกจากก้อนเนื้อ มีบารมีเทพในครอบครอง น่าจะเป็นเพราะถูกวิญญาณด้านในมอบความศรัทธา


ไม่มีทางที่บารมีเทพจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงเพราะกริดร่างมืด คือร่างแยกของกริด


สิ่งนี้ช่วยให้กริดอนุมาน


กริดร่างมืดจะต้องทำงานอย่างหนักในแบบของตัวเอง


“…ในขณะที่เฝ้ามองฉัน นายคงพยายามเป็นเหมือนฉัน และนั่นคือเหตุผลที่นายได้รับความศรัทธาจากเหล่าวิญญาณ”


ในร่างวิญญาณ คนเราสามารถขัดเกลาอะไรได้บ้าง?


ฝึกฝนจิตใจ?


แชโดวบ๊อกซิง (Shadow Boxing) กับกริดในจินตนาการ?


แต่ไม่ว่าจะทางไหน จะต้องเป็นความพยายามที่ควรค่าแก่การได้รับความศรัทธาแน่


อยากเหมือนเรามากขนาดนั้นเลยสินะ…


กริดร่างมืดคำรามใส่กริดที่ยิ้มอย่างภูมิใจ


> เหลวไหล


ในความเป็นจริง ดูเหมือนว่ากริดร่างมืดจะไม่รู้จักสถานะของตัวเอง


เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ คนคนที่ไม่รู้จักบารมีเทพ ย่อมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน


คล้ายกับคิดว่าทั้งหมดที่ตัวเองกำลังเป็น ล้วนถูกโอนถ่ายมาจากกริด


มันปฏิเสธตัวเองมาตลอด


“คงขื่นขมมากสินะ”


ชิ้ง!


กริดชักดาบ


ขณะเดียวกันหันไปจ้องก้อนเนื้อสีแดงขนาดมหึมาด้านหลังกริดร่างมืด


‘…ข้างในนั้นมีเทพอยู่เท่าไร’


เหตุผลที่ชิ้นเนื้อของกริดร่างมืด สามารถเปลี่ยนเป็นร่างเดิมของวิญญาณ คงไม่ได้ซับซ้อนมากนัก


ไม่ใช่เพราะชื่นชมในความพยายามของกริดร่างมืด แต่คล้ายกับเป็นการปล่อย ‘ไพ่เด็ด’ ออกมาในจังหวะที่เหมาะสมมากกว่า


หลังจากวิเคราะห์เจตนาอันชั่วร้ายของก้อนเนื้อ กริดงัด <ผสานไอเท็ม> ออกมาใช้ทันที


กริดร่างมืดตอบสนองทันควัน


ดาบที่สร้างจากเศษเนื้อ


พวกมันถูกรวมเข้าด้วยกันจนดูเหมือนดาบเล่มใหม่ในมือกริด


แต่เป็นรูปลักษณ์ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า


เส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นจากใบดาบ มอบบรรยากาศอันน่าขนลุก


> ยังยิ้มอยู่อีก?


คิดว่านี่เป็นของเลียนแบบห่วยๆ หรือไง?


สีหน้าของกริดร่างมืดยิ่งซีดเซียวกว่าเก่า ราวกับกำลังแบกรับความอับอาย


แต่เพียงไม่นาน สายตาของมันเปลี่ยนไปเป็นคมกริบดุจดังนักล่า


แต่ตรงข้ามกับบรรยากาศอันดุร้าย กริดร่างมืดกำดาบไว้อย่างหลวมๆ


ท่วงท่าผ่อนคลาย หัวไหล่ไม่เกร็ง คล้ายกับเตรียมพร้อมรำดาบทุกเมื่อ


กริดไม่ได้เกลียดชังอีกฝ่าย


ย้อนกลับไปในอดีต ในตอนแรกที่ได้พบกัน ชายหนุ่มเคยหงุดหงิดที่ได้เห็นร่างมืดผู้มีใบหน้าเหมือนกับตน ขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารและเกลียดขี้หน้า


แต่ตอนนี้เหลือแค่ความรู้สึกสงสาร


ต้องไม่ลืมว่า อีกฝ่ายสามารถไต่เต้าเป็นเทพได้ด้วยโอกาสอันน้อยนิด


“เพื่อนาย ฉันจะชำระล้างนรกให้บริสุทธิ์”


ในนรกมีวิญญาณจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ไปผุดไปเกิด


ไม่ใช่แค่แพ็กม่าหรืออเล็กซ์ แต่เกือบทุกคนที่กริดรู้จักและตายไป คงกำลังทุกข์ทรมานเหมือนกับกริดร่างมืด


เฉกเช่นเหล่าทหารกล้าผู้เคยออกรบเคียงข้างกริด ที่ตอนนี้ทำได้เพียงส่งเสียงร้องอันโหยหวนอยู่ในแม่น้ำแห่งการคืนชีพ


การดำรงอยู่ของกริดร่างมืด ช่วยยืนยันข้อเท็จจริงอันน่าสะเทือนใจเหล่านั้น


“นภา”


กริดประกาศตนเป็นท้องฟ้า


ตามด้วยการพ่นลมหายใจหนุนจากด้านหลัง และพุ่งเข้าประชิดแขนของกริดร่างมืด


ท่ารำดาบ ‘สละ’ ที่แสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนของเทพโอเวอร์เกียร์ ถูกนำมาใช้เปิดคอมโบ


เนื่องจากเป็นท่ารำดาบใหม่ กริดร่างมืดจึงไม่คุ้นเคย


ตอนแรกดูเหมือนการเสียหลักล้ม แต่ทันใดนั้นก็เข้าประชิดตัวในพริบตา กริดร่างมืดจึงทำได้เพียงตอบสนองตามสัญชาตญาณ


มันเปิดฉากด้วย ‘ทำลายล้าง’ และเตรียมตามต่อด้วย ‘นภา’


กริดร่างมืดเหวี่ยงดาบออกไปสุดแรง โดยหวังจะทำให้กริดนึกเสียใจที่บังอาจส่งตัวเองเข้ามาใกล้


ทว่า คมดาบพุ่งไปไม่ถึงตัวกริด


เนื่องจากเป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นทีเผลอ กริดร่างมืดจึงถูกขัดจังหวะกลางคันจนกระเด็นกลับหลัง


ท่ารำดาบ ‘ทำลายล้าง’ ถูกยกเลิก


เปรี้ยง!


กริดลอยขึ้น


ชายหนุ่มใช้ไหล่ซ้ายกระแทกกริดร่างมืด จากนั้นก็ใช้มือขวาฟันงัดพร้อมกับพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ


ด้วยพลังอันมหาศาลของศาสตรามังกร ชนิดที่แม้แต่ก้อนเนื้อสีแดงซึ่งสามารถผลิตเทพด้วยตัวเองยังมิอาจเลียนแบบ เมื่อนำไปผสานเข้ากับท่ารำดาบมังกร พลังปราณสีดำรอบตัวกริดร่างมือค่อยๆ ถูกทำลาย


แค่การโจมตีเดียวเท่านั้น


> …!


สติของกริดร่างมืดเริ่มพร่ามัว


เมื่อพลังเทพถูกฟันขาด นั่นหมายถึงตัวตนถูกปฏิเสธ


เป็นความเจ็บปวดที่เทพทุกคนจะได้รับหลังจากถูกโจมตี


กริดต้องอดทนกับสิ่งนี้มาตลอด


นับตั้งแต่กลายเป็นเทพโอเวอร์เกียร์จวบจนปัจจุบัน


ด้วยสภาพร่างกายที่ยับเยินแทบทุกครั้งหลังสู้จบ แทบไม่มีการต่อสู้ใดที่ไม่เจ็บปวดสำหรับกริด


หรือแม้แต่ลาภลอยที่คนอื่นมองว่าเป็นความโชคดี อันที่จริง กริดได้ครอบครองมันเพราะกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด


ดังนั้น มีเพียงกริดเท่านั้นที่เข้าใจหัวอกกริดร่างมืด


วิญญาณทุกตนในก้อนเนื้อ กลายเป็นเทพได้เหมือนกริดร่างมืดหรือไม่?


ก็ไม่


คงมีเพียงส่วนน้อยมากๆ


ชายคนนี้จึงคู่ควรกับคำยกย่อง


“ตอนนี้ช่วยตายไปก่อน… แต่อีกไม่นานก็จะได้ขึ้นสวรรค์”


> เจ้า…!


ปุดปุดปุด!


หุบเขาเริ่มละลาย


เลือดที่เจิ่งนองเปลี่ยนเป็นอาวุธนับพันชิ้น


ทั้งหมดเล็งส่วนคมมาทางกริดและพุ่งเข้าใส่


เป้าหมายคือแผ่นหลังของกริดที่เปิดโล่ง ขณะชายหนุ่มถูกบังคับให้พัวพันอยู่กับกริดร่างมืด


แต่แน่นอน กริดมีประสาทสัมผัสอยู่ทุกที่


ด้วยผงละอองด้ายเงินที่เชื่อมระหว่างหัตถ์เทวะแต่ละข้าง


กริดรับรู้การมาเยือนของอาวุธทุกชนิด


รับรู้ได้แม้กระทั่งรูปทรง วิถี และเจตจำนง


รวมไปถึงแผนการของกริดร่างมืด


ชายหนุ่มเร่งความเร็วในการฟันดาบ


แต่เนื่องจากอีกฝ่ายเอาแต่ใช้วิชาดาบผสานที่มี ‘วังวน’ เป็นส่วนประกอบเพื่อยื้อเวลา กริดจึงต้องจดจ่อสมาธิมากกว่าปรกติ


แผนการของกริดร่างมืด ถูกคำนวณภายใต้ข้อมูลที่ว่า กริดมีหัตถ์เทวะสามสิบข้าง


เทวภัณฑ์ที่แม้แต่เขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์ก็เลียนแบบไม่ได้


ต่อให้พวกมันทำงานได้สมบูรณ์แบบ แต่จะป้องกันห่าฝนสรรพาวุธที่มีจำนวนมากกว่าถึงหลายสิบเท่าได้หรือ?


ไม่มีทางแน่นอน


‘…ถูกบังคับให้ใช้สายฝนยุทธภัณฑ์ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเจ็บตัว’


ใช่แล้ว


กริดร่างมืดต้องการทำศึกยืดเยื้อกับกริด


ขอเพียงมีก้อนเนื้อสีแดงอยู่ด้านหลัง มันเชื่อว่าตนจะได้เปรียบในศึกระยะยาวด้วยค่าเรี่ยวแรงที่ไม่จำกัด


แต่มีบางสิ่งที่มันมองข้าม


ชิ้งชิ้งชิ้งชิ้ง!


> …!?


ละโมบงอกเงยได้ไม่สิ้นสุด


ก้อนละโมบที่กริดสั่งให้ลอยบนฟ้าตลอดเวลา ใหญ่ชนิดที่ว่าสามารถสร้างยานรบได้สบาย ในบางแง่มุม หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือดวงอาทิตย์สีดำ


แต่หากต้องการสร้างยานรบ กริดจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากสองพี่น้องลาร์ดวูล์ฟ ตอนนี้จึงต้องมองเป็นโปรเจกต์ระยะยาวไปก่อน


นั่นคือเหตุผลที่กริดนำละโมบส่วนเกินมาทำประโยชน์อย่างอื่น


หัตถ์เทวะอีกเจ็บสิบข้างถูกผลิตเพิ่ม


เพียงพริบตา กริดปลดปล่อยหัตถ์เทวะอีกเจ็ดสิบข้างออกมาป้องกันแผ่นหลัง ยังไม่รวมกับสามสิบข้างซึ่งถูกใช้เป็นประสาทสัมผัสเทียม


ภาพขณะพวกมันหมุนตัวพร้อมกับใช้ท่ารำดาบ ‘วังวน’ ยิ่งใหญ่อลังการจนยากจะอธิบายความรู้สึก


คล้ายกริดมีอำนาจของ ‘ผู้ปกครอง’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากไปเหนือมนุษย์หรือตัวตนสัมบูรณ์


เหนือกว่าอย่างท่วมท้น


> ปก. ครอง…!


ฉึกฉึกฉึกฉึกฉึก!


อาวุธนับพันชิ้นพุ่งเสียบกริดร่างมืด ผู้เปล่งความคิดด้วยดวงตาเบิกกว้าง


ภาพขณะตนถูกอาวุธของตัวเองเสียบประหนึ่งตัวเม่น ช่วยตอกย้ำถึงความไม่สมบูรณ์ของโลกจินตภาพ


แต่แน่นอน มันยังไม่ล้มลง


ต้นกำเนิดของกริดร่างมืดคือกริด


มันกัดฟันอดทน


เมื่อเห็นกริดโจมตีซ้ำด้วยท่ารำดาบผสานห้าชนิด มันเลียนแบบตามทันที


“แล้วสักวัน นายจะได้เริ่มต้นใหม่ด้วยชีวิตของ ‘นาย’ เอง”


> หุบปาก…! ข้าจะเป็น. เจ้า…!


จะเอาให้เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว


หากต่อสู้ด้วยท่ารำดาบเดียวกัน มันเชื่อว่าผลลัพธ์จะลงเอยด้วยชัยชนะของตน


อีกไม่นาน ช่องว่างก็จะเผยออก เพราะมันมีค่าเรี่ยวแรงไร้ขีดจำกัด ไม่เหมือนกับกริด


ขณะกริดร่างมืดยืนยันว่าท่ารำดาบของกริดเหมือนกับตน มันชิงรำเสร็จก่อนด้วยความคาดหวัง


กึก!


แต่กริดกลับก้าวเพิ่มอีกหนึ่ง


> …!


บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!!


ท่ารำดาบผสานหกชนิดของกริด ซึ่งกลืนกินท่ารำดาบผสานห้าชนิดของร่างมืดอย่างง่ายดาย ทำการผ่าหุบเขาออกเป็นสองซีก


แสงสนธยาของพลังเทพแผ่ปกคลุมไปทั่วโลกจำลอง


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00