จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,665



> คั่ก! อ๊ากกกก!


กริดร่างมืดที่ถูกพายุปราณดาบของท่ารำดาบผสานหกชนิดกลืนกิน ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด


แต่ด้วยความช่วยเหลือจากก้อนเนื้อสีแดง


ร่างกายของมันที่แหลกสลายกลายเป็นเศษเนื้อ ถูกฟื้นฟูกลับคืนสภาพเดิมด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง


นั่นคือเหตุผลมันยังส่งเสียงกรีดร้องได้


อย่างไรก็ดี กริดร่างมืดไม่ได้รู้สึกขอบคุณเลยสักนิด


เพราะสถานการณ์เช่นนี้หมายถึง ความเจ็บปวดกำลังฉายซ้ำไม่รู้จบ


ถ้าตายไปเลยคงมีความสุขมากกว่า


‘น่าสงสาร’


หัวใจกริดยิ่งดำดิ่ง


ก้อนเนื้อสีแดงสามารถกุมชะตากรรมวิญญาณได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด


ในเวลาปรกติจะใช้เป็นดวงตา แต่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธได้เหมือนกับกริดร่างมืด แถมยังมีจุดประสงค์ลับๆ เป็นการสร้างค่าความศรัทธา


ชั่วร้ายสุดขั้วอย่างไม่ต้องสงสัย


กริดอยากจะระเบิดและทำลายมันทิ้งทันที


ต่อให้ตัดความรู้สึกส่วนตัวออก ชายหนุ่มก็เชื่อว่าตนมีหน้าที่ต้องกำจัดมัน


‘ทว่า…’


เรื่องราวไม่ง่ายดายขนาดนั้น


อีกฝ่ายคือ ‘โลก’ ทั้งใบ


ถึงขั้นสามารถนำวิญญาณมาเป็นพลเมืองของโลก เพื่อผลิตค่าความศรัทธา


หมายความว่า กริดไม่มั่นใจที่จะจัดการด้วยตัวเอง


หรือต่อให้มองเห็นโอกาส แต่ก็ใช่ว่าจะลงมือบุ่มบ่ามได้


สิ่งนี้สามารถสร้างอาวุธที่อันตรายอย่างกริดร่างมืด


ไม่มีทางเดาได้เลยว่า จะมีสัตว์ประหลาดคล้ายกับกริดร่างมืดออกมาอีกสักกี่ตัว


เมื่อสักครู่ ทั้งที่เป็นแค่กริดร่างมืด แต่ชายหนุ่มยังต้องลงทุนใช้ท่ารำดาบผสานหกชนิดเพื่อกำราบ


แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมออกมา?


แค่คิดก็สยองแล้ว


“ฝ่าบาทควรถอยก่อน ลำพังหม่อมฉันคงช่วยปกป้องฝ่าบาทได้ไม่มาก”


เมอร์เซเดสเสนอแนะ


ริมฝีปากและขนตายาวๆ ของเธอกำลังสั่นเทา


คล้ายกับพยายามข่มความเคียดแค้น


“ที่หม่อมฉันทำได้มีแค่จำแนกชนิดวิญญาณที่ยิงเข้ามา แต่นั่นก็ไม่มีประโยชน์สักเท่าไร…”


ต่อให้เป็นวิญญาณที่ไม่มีพิษภัย แต่ความเสียหายจะสะสมหากปล่อยให้มันสัมผัสร่างกาย


เมอร์เซเดสเคยประสบมาแล้ว


เธอยังจดจำความเคียดแค้นเมื่อครู่ได้อย่างเลือนราง


ความคับแค้นใจที่คอยกัดกร่อนจิตใจจนผุพัง


เป็นความรู้สึกอ้างว้างที่หญิงสาวไม่อยากเผชิญอีกเป็นหนที่สอง


หากหวังทำสงครามระยะยาวกับก้อนเนื้อสีแดง ก็ต้องสู้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ห้ามโดนโจมตีด้วยวิญญาณแม้แต่ครั้งเดียว


นั่นคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แม้แต่กับกริดที่มีหัตถ์เทวะหนึ่งร้อยข้างก็ตาม


เพราะวิญญาณที่ถูกกักเก็บในก้อนเนื้อ มีจำนวนใกล้เคียงอนันต์


ต่อให้เป็นแค่ส่วนน้อย แต่ถ้ายิงออกมาพร้อมกัน ก็รับประกันได้เลยว่าเข้าเป้าแน่นอน


กริดและเหล่าอัครสาวกทุกคน รวมถึงเหล่าสภาและขุนพลโอเวอร์เกียร์ ต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความหวังในการป้องกัน


จะต้องหาโล่มารับวิญญาณแทนกริด เพื่อให้ชายหนุ่มเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ


“แล้ว… เจ้านั่นมีจุดอ่อนบ้างไหม”


“จุดอ่อนอยู่ที่วิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมัน”


กริดร่างมืดมีวิญญาณ


ย่อมเป็นธรรมดาที่ก้อนเนื้อสีแดงจะมีวิญญาณ


วิญญาณแรกสุดซึ่งแตกต่างจากวิญญาณที่จับมากักขังในภายหลัง


ทว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะระบุตำแหน่งของวิญญาณแก่นแท้ เพราะต่อให้พึ่งพาเนตรมองทะลุ วิญญาณแก่นแท้ก็จะคอยสลับตำแหน่งตลอดเวลาโดยไม่เหลือทิ้งร่องรอยไว้


[ท่านสังหารกริดร่างมืด]


[ท่ารำดาบผสานห้าชนิดที่สำแดงโดยผู้อื่น ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ท่าน]


[เปิดโอกาสให้สร้างท่ารำดาบใหม่]


[ท่านเลเวลอัป]


[ท่านเลเวลอัป…]


...


..


ในเวลาเดียวกัน กริดร่างมืดเสียชีวิต


แต่ไม่ใช่การดับสูญ


แม้ร่างกายจะถูกลบล้าง แต่ยังหลงเหลือดวงวิญญาณสีดำสนิท


มันถูกดูดกลับเข้าไปในก้อนเนื้ออีกครั้ง เป็นภาพอันน่าเศร้าเมื่อได้เห็นกริดร่างมืดพยายามดิ้นรนขัดขืน


แปะ! แปะ!


เศษเนื้อที่เคยก่อตัวเป็นกริดร่างมืดและอาวุธชุดเกราะ ร่วงหล่นลงพื้น


ฉากที่พวกมันพยายามคลานเข้าหากันเพื่อรวมตัว ดูคล้ายกับสไลม์พยายามฟื้นฟูตัวเอง


“ “…นั่นมัน?” ”


อสูรที่เชื่อว่าตนถูกปลูกถ่ายวิญญาณอริยดาบ


มันเอาแต่ยืนเหม่อนับตั้งแต่กริดมาถึงจุดเกิดเหตุ


จนกระทั่งกริดปลดปล่อยท่ารำดาบผสานหกชนิด มันทำได้เพียงยืนอ้าปากค้างด้วยใบหน้าแข็งทื่อ


แต่ทันใดนั้นก็ได้สติ


และชี้ไปทางก้อนเนื้อที่พยายามรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว


“ “อริยดาบ…! อริยดาบ!” ”


อริยดาบกลายเป็นสมญานามของหมูหมากาไก่ไปตั้งแต่เมื่อไร?


บีบันกับครอเกลต้องหงุดหงิดแน่


เช่นเดียวกับมุลเลอร์ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน…


‘…ไม่สิ มุลเลอร์ตายไปแล้วจริงหรือ’


กริดฉุกคิดขึ้นมาได้


ณ จุดนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะมองว่ามุลเลอร์ยังมีชีวิตอยู่


จากคำบอกเล่าของเครย์เชอร์ มุลเลอร์ต้องการตายเพื่อ ‘พักผ่อน’


แต่ตอนนี้ ความตายไม่ใช่การพักผ่อน


ในนรกที่ถูกบาเอลบิดเบือน ดวงวิญญาณไม่สามารถเวียนว่ายตายเกิด


มุลเลอร์จะไม่รู้เชียวหรือ?


ไม่มีทาง


หากบุคคลที่เคยช่วยเหลือนักล่าเทวตำนาน จะไม่รู้ว่าชีวิตหลังความตายเป็นเช่นไร ก็คงจะฟังดูไร้เหตุผลเกินไปหน่อย


มุลเลอร์คงตระหนักได้ในช่วงหนึ่งของชีวิต


ว่าความจริงแล้ว ความตายเลวร้ายยิ่งกว่าการมีชีวิตอยู่


จะขึ้นสวรรค์และถูกลบความทรงจำเพื่อไปเป็นเบี้ย หรือตกนรกโดยที่ความทรงจำยังเหมือนเดิมและทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์?


เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เขายังจะยอมรับความตายไว้อีกหรือ?


‘แม้บันทึกส่วนใหญ่ของมุลเลอร์จะถูกทำลาย แต่ในท้ายที่สุด มุลเลอร์ก็ยังไม่ถูกมนุษย์ลืมเลือน’


เห็นได้ชัดว่ามุลเลอร์ในอดีต เตรียมวางจุดจบไว้ให้ตัวเองนานแล้ว


หลักฐานก็คือ บันทึกที่เกี่ยวกับเขาถูกลบหายไปเป็นจำนวนมาก


แต่สุดท้าย เขายังคงไม่ถูกลืมเลือนโดยสมบูรณ์


หรือกล่าวได้ว่า เมื่อถึงจุดหนึ่ง มุลเลอร์เลิกคิดที่จะตาย


แน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแค่การคาดเดาของกริด


แต่อย่างน้อย กริดก็มั่นใจได้ว่าก้อนเนื้อที่กำลังรวมเป็นร่างใหม่ ไม่ใช่มุลเลอร์ตัวจริง


เพราะมุลเลอร์มิได้ไร้ราคาจนต้องปรากฏตัวสู่สาธารณชนในรูปแบบนี้


“ “อริยดาบ…! มุลเลอร์?” ”


แต่ดูเหมือนอสูรจะคิดต่าง


เอาแต่พูดพล่ามไม่จบไม่สิ้น


แตกต่างจากรูปลักษณ์อันน่าเกรงขาม ดูแล้วเหมือนเป็นพวกไม่เอาถ่านมากกว่า


เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!


กริดที่ส่ายหน้า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน


เกิดจากการใช้ ‘ประกายอสนี’


มองผิวเผินอาจดูเหมือนกับเนตรมองทะลุของเมอร์เซเดส แต่ความจริงแล้วแตกต่างโดยสิ้นเชิง


ดวงตาชายหนุ่มมิได้ซ่อนปริศนาหรือความลุ่มลึกใดไว้


<การจดจ่อของเทพโอเวอร์เกียร์>


เมื่อตรวจสอบไอเท็มเป้าหมาย ค่าความเข้าใจในไอเท็มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบค่าสถานะและคุณสมบัติของไอเท็ม รวมถึงการคัดลอกไอเท็มชิ้นนั้น


อย่างไรก็ดี หากต้องการคัดลอกไอเท็ม ก็ต้องใช้ไอเท็มที่ผลิตขึ้นเองเป็นวัสดุต้นแบบ


นอกจากนั้น ไอเท็มที่จะทำการคัดลอก และไอเท็มที่จะใช้เป็นวัสดุตั้งต้น จะต้องมีเกรดต่างกันไม่เกินหนึ่งระดับ และไอเท็มตั้งต้นจะสูญหายไปตลอดกาล


เป็นต้น


มองผิวเผินแทบไม่ต่างจากเนตรแพ็กม่าที่เปลี่ยนชื่อ


แต่ในความเป็นจริง คุณสมบัติของมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


ระยะหน่วงลดลงมาก และขอบเขตการใช้งานกว้างขึ้น


ในเมื่อทักษะมีคำว่า ‘เทพ’ เขียนไว้ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะเกิดวิวัฒนาการ


[ท่านล้มเหลวในการจดจ่อเป้าหมาย]


‘ไม่ได้สินะ’


กริดได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องที่ เศษเนื้อดังกล่าวสามารถกลายเป็นอาวุธ


จึงพยายามใช้พลังจดจ่อกับเศษเนื้อ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวราวกับระบบไม่อนุญาตให้แอบลักไก่


ขณะกริดกำลังนึกเสียดาย


[ท่านประสบความสำเร็จในการจดจ่อเป้าหมาย]


เมื่อก้อนเนื้อกลายร่างเป็นมนุษย์เสร็จสมบูรณ์


ข้อมูลของอาวุธและชุดเกราะที่อีกฝ่ายถือ ถูกเปิดโปงด้วยทักษะ ‘การจดจ่อของเทพโอเวอร์เกียร์’ ทันที


<ดาบปลายโค้งของเอลเดอร์> และ <ชุดเกราะของเอลเดอร์>


ไอเท็มเกรดเลเจนดารีที่มีคุณสมบัติค่อนข้างดี


อาจแย่กว่าไอเท็มที่กริดผลิต แต่ดีกว่าไอเท็มดรอปบอสแน่นอน


กริดไม่ได้ทึ่งกับค่าสถานะหรือคุณสมบัติ แต่ประเด็นอยู่ที่คำอธิบายไอเท็ม


ถูกอธิบายว่าเป็นอาวุธและชุดเกราะที่สวมใส่โดยอริยดาบมือสังหาร


อริยดาบมือสังหาร?


…หรือว่าอริยดาบจะเป็นคลาสหมูหมากาไก่จริงๆ?


จากบรรดาอริยดาบทั้งหมด มีเพียงมุลเลอร์ที่ถูกยกย่องว่าเก่งที่สุด รองลงมาคือบีบันผู้เป็นอาจารย์ รวมถึงอัจฉริยะคนพิเศษอย่างครอเกล


แต่ในความเป็นจริง อริยดาบมิใช่ตำนานที่แตกต่างจากคลาสอื่นมากนัก


ขณะกริดครุ่นคิด เอลเดอร์โหมบุกเต็มกำลัง


ดาบที่ถูกฟันโดยการขยับร่างกายท่อนบนเพียงเล็กน้อย รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ


ใต้ตากริดมีเลือดไหลซิบทันที


ถูกฟันในเสี้ยววินาทีที่พยายามอ่านวิถีการโจมตีด้วยประสาทสัมผัสเทียม


หากกริดไม่ล่วงรู้คุณสมบัติของดาบเอลเดอร์มาก่อน ดาบแรกคงสร้างความเสียหายได้มากกว่านี้หลายเท่า


คุณสมบัติที่บอกว่า ดาบจะ ‘ขยาย’ ขณะโจมตี


เปรี้ยง!


ใบหน้าเอลเดอร์ถูกแทงทะลุ


มันเชื่อมั่นใจคุณสมบัติของอาวุธมากเกินไป จนเกิดช่องว่างขณะพยายามโน้มร่างกายท่อนบนเพื่อทำการโจมตีแบบสุดระยะ


กริดตอบโต้ด้วยการใช้ชุนโปคอมโบกับ ‘สังหาร’


การเข้าประชิดตัวทำให้จุดแข็งด้านระยะโจมตีของดาบเอลเดอร์ กลายเป็นจุดอ่อนในทันที


เนื่องจากเป็นการโจมตีแบบสุดระยะ เมื่อโน้มตัวไม่เพียงพอ ปลายดาบจึงพลาดและทำได้แค่ฟันเข้าใส่ใต้ตากริด


‘ประกันชีวิตอมตะสินะ’


เอลเดอร์ยังไม่ตายแม้จะเหลือใบหน้าเพียงครึ่งเดียว


นี่คือเอกลักษณ์ของการยื้อชีวิตด้วยบัฟอมตะ


เป็นเครื่องยืนยันว่า มันคือตำนานจากอดีตกาล


ก้อนเนื้อสีแดงรีบฟื้นฟูบาดแผลให้เอลเดอร์


ชิ้ง!


เอลเดอร์ที่เคลื่อนไหวอย่างเก้ๆ กังๆ ในสภาพเลือดโชก ดึงดาบกลับพร้อมกับฟันวิชาดาบอันน่าเกรงขามเข้าใส่สีข้างกริด


ทว่า พลังทำลายยังต่ำเกินไป ไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนบนเกราะมังกร


ฝ่ามือขนาดมหึมาของกริดคว้าใบหน้าเอลเดอร์ไว้เต็มแผ่น


โครม!


ศีรษะเอลเดอร์ถูกจับกระแทกพื้นในสภาพเอาท้ายทอยลง


กริดที่ใช้เข่ากดจุดตันเถียนล่างไว้ เงยหน้าขึ้นพลางจ้องไปทางก้อนเนื้อสีแดง


บางส่วนจากหัตถ์เทวะหนึ่งร้อยข้างคอยพันธนาการแขนขาเอลเดอร์


หลังจากพยายามดิ้นรน ในที่สุดเอลเดอร์ก็ถูกตัดหัวในอีกห้าวินาทีถัดมา


ตำนานดาษดื่นย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเทพโอเวอร์เกียร์


ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นตำนานจากอดีตกาล ซึ่งความแข็งแกร่งของยุคสมัยไม่เท่ากับปัจจุบัน


“ “หือ…? หา…?” ”


หลังจากอ่านปราณดาบและยืนยันว่าเอลเดอร์คืออริยดาบ อสูรตนดังกล่าวเริ่มทำตัวราวกับสิ้นสติไปแล้ว


สำหรับมัน การกำราบศัตรูอย่างง่ายของกริด เป็นภาพที่ไม่คุ้นชินเลยสักนิด


มันอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงเทวตำนานของเทพโอเวอร์เกียร์ที่เคยได้ยินผ่านๆ หู


‘เจ้านี่เพิ่งเป็นเทพได้ไม่กี่ปีเองไม่ใช่หรือ’


แต่เมื่อครู่


ฉากที่หัตถ์เทวะทั้งหนึ่งร้อยข้างใช้วิชาดาบพร้อมกัน ถูกย้อนกลับมาฉายในหัวอสูรอีกครั้ง


โดยไม่รู้ตัว มันรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่กริดแสดงให้เห็น และความตกตะลึงเหล่านั้นถูกบันทึกลงในมหากาพย์บทที่ยี่สิบของเทพโอเวอร์เกียร์


“ตอนนี้กลับกันก่อน พวกเราต้องไปรวมตัวกับคนที่เหลือ”


ถอนสายตากลับจากก้อนเนื้อสีแดง กริดกล่าวกับเมอร์เซเดส


ด้วยความอดทนอดกลั้นเป็นที่สุด


หากทำตามความรู้สึก ป่านนี้ชายหนุ่มคงพุ่งเข้าใส่ก้อนเนื้อเวรนั่นและแลกชีวิตกันไปข้าง


เพราะถ้าหวังจะทำให้จันทร์ขุมนรกบนโลกมนุษย์หายไป วิธีเดียวคือการทำลายก้อนเนื้อให้หมด


ต้องสู้เพื่อกำจัดอีกฝ่ายทิ้ง


ความปรารถนาของกริดมีเพียง ทำลายมันโดยเร็วเพื่อคืนสันติสุขให้ไอรีนและชาวโลก


แต่ตามที่เคยกล่าวไป โอกาสชนะมีค่อนข้างต่ำ


อีกหนึ่งปัญหาก็คือ ท่ารำดาบผสานหกชนิดยังอยู่ในระยะหน่วง


ต้องลงมืออย่างใจเย็นแต่มั่นคง…


“เพคะ”


เมอร์เซเดสพยักหน้ารับ


ขณะเห็นกริดเดือดดาลด้วยความเยือกเย็นหลังจากห่างหายไปนาน หัวใจหญิงสาวกำลังเต้นระรัวสวนทางกับสถานการณ์


‘พวกเจ้าสองคนเสียสติไปแล้วหรือ’


ขณะอสูรอ่านบรรยากาศพลางส่ายหน้า ก้อนเนื้อสีแดงที่ดูดวิญญาณเอลเดอร์กลับเข้าไป ลงมือสร้างมนุษย์คนใหม่อีกครั้ง


ดวงวิญญาณนับพันถูกกระหน่ำยิงใส่กริดราวกับห่าฝน ประหนึ่งกำลังตะโกนว่าห้ามหนีไปไหน


เหล่าหัตถ์เทวะพยายามป้องกันด้วยท่ารำดาบผสานที่มีส่วนผสมของ ‘วังวน’


เมื่อทักษะทั้งหมดอยู่ในระยะหน่วง พวกมันรวมกันเพื่อก่อตัวเป็นกำแพง


หากยังมีวิญญาณใดเล็ดลอดเข้ามาได้ หัตถ์เทวะที่เหลือจะรำไท้เก็กใส่


ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของวิญญาณ แต่วิญญาณที่ก้าวร้าวมักถูกสยบด้วยความอ่อนโยน


วิญญาณไม่ใช่แนวคิดเชิงกายภาพ แต่เป็นเชิงจิตใจ


และเมื่อหัตถ์เทวะที่เปรียบดังร่างแยกของกริดถูกห่อหุ้มด้วยพลังเทพ


มันสามารถแทรกแซงได้ทุกแนวคิด


‘ถ้าเรายังแสดงฝีมือได้แบบนี้เรื่อยๆ สักวันคงถูกชวนให้เล่นหนังบู๊’


เหนือกว่าการนำเทคนิคในซาทิสฟายไปใช้ในชีวิตจริง คือกริดผู้นำเทคนิคของชีวิตจริงมาใช้กับซาทิสฟาย


ไม่มีใครถกเถียงกันในประเด็นนี้


เพราะผู้เล่นจำนวนมากเริ่มนำไอเดียของกริดไปปรับใช้กับตัวเองแล้ว


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00