จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,666



เหล่าอัครสาวกของกริด มีเอกลักษณ์หนึ่งอย่างที่เหมือนกัน


ทุกคนเล็งเห็นคุณค่าของการทำงานเป็นทีม


ไม่ใช่เพราะมีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น


แต่พลังพิเศษของแต่ละคน เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้น


พลังธรรมชาติของปิอาโร่ช่วยมอบชีวิตชีวาให้กองทัพ โล่และปณิธานอัศวินมองเมอร์เซเดสคอยปกป้องพวกพ้องพร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นอันแข็งแกร่ง


การดำรงอยู่ของบราฮัมจะสร้างประโยชน์แก่จอมเวททุกคนที่เป็นพวกพ้อง และสร้างหายนะกับทุกจอมเวทฝ่ายศัตรู


พลังเทพของซาลิเอลสามารถขจัดความกลัวให้พวกพ้อง ส่วนเนเฟลิน่า…


…จากบรรดาอัครสาวกทั้งหมด คนที่เป็นประโยคต่อทีมมากที่สุดคือซิก


สมัยที่ยังเป็นซิกเฟรคเตอร์ ไม่ใช่ซิก


กล่าวคือ สมัยที่ยังเป็นแค่ร่างจุติของเจ็ดมาร ซิกชำนาญศิลปะการต่อสู้และเวทมนตร์ทุกรูปแบบ แถมยังมากไปด้วยความรู้และปัญญา จนถูกขนานนามให้เป็นแกรนมาสเตอร์


ด้วยสติปัญญาที่สามารถมองทุกสิ่งอย่างทะลุปรุโปร่ง ซิกเข้าใจโครงสร้างทางจิตวิทยาของมนุษย์เป็นอย่างดี และด้วยเหตุนี้ มันสามารถแจกจ่ายบัฟให้พวกพ้องแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม


แม้กระทั่งในยามที่สถานการณ์เปลี่ยนผันกะทันหัน


ลงเอยด้วย เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ที่อยู่ปาร์ตี้เดียวกับซิก มีโอกาสได้ประสบพบเจอปาฏิหาริย์


[มีการเปลี่ยนแปลงความหมายของอักขระที่เขียนลงบนตัวท่าน]


[ยกเลิกบัฟเพิ่มพลังโจมตี แทนที่ด้วยบัฟเพิ่มอัตราหลบหลีก]


“…!”


บัฟที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นคำบอกใบ้ประเภทหนึ่ง


อาศัยชนิดของบัฟคอยนำทาง เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ได้ทราบสถานการณ์ของตนอย่างคร่าว


พีคซอร์ดก็เช่นกัน


หลังจากฟันอสูรที่ขวางทางและเก็บดาบเพื่อเตรียมโจมตีครั้งถัดไป


จู่ๆ พีคซอร์ดก็กลิ้งไปบนพื้นอย่างไร้เหตุผล


เป็นภาพที่ดูค่อนข้างตลก


> กะไว้แล้ว เจ้าไม่มีความสง่างามเลยสักนิด


มันไม่แยแสคำกระแนะกระแหนของยารุกต์ เพียงเชื่อมั่นในซิกโดยไม่เคลือบแคลง


พีคซอร์ดรู้ว่าซิกเปลี่ยนบัฟของตนเพราะมีเหตุผล


และไม่ผิดจากที่คิด


บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!!


กลุ่มเวทมนตร์ถูกยิงถล่มใส่จุดที่พีคซอร์ดเคยยืนอยู่


แต่ปัญหาก็คือ ทิศทางการกลิ้งของพีคซอร์ดยังไม่พ้นระยะทำลายของเวทมนตร์


โชคดีที่มีบัฟเพิ่มอัตราการหลบหลีก จึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก


ทว่า พีคซอร์ดกลับอับอายจนหน้าแดงก่ำ


‘…ไม่น่ากลิ้งเลย’


ถ้าในเมื่อจะโดนโจมตีอยู่แล้ว ก็ขอยืนรับไว้เท่ๆ ยังดีกว่า


จะได้ดูน่าเกรงขามเหมือนกับกริดและครอเกล


“เจ๋งเป้ง!”


ตรงข้ามกับความกังวลของพีคซอร์ด พวกพ้องคนอื่นตอบสนองด้วยคำชม


จากมุมมองของคนนอก ดูเหมือนพีคซอร์ดสามารถกลิ้งหลบเวทมนตร์ได้อย่างฉิวเฉียด


ต้องขอบคุณรูบี้ที่ใช้เวทฮีลพร้อมกับส่งเสียงเชียร์ พีคซอร์ดจึงมีโอกาสได้พักหายใจหายคอ


มันเหยียดขาออกไปข้างหนึ่งพร้อมกับโน้มตัวต่ำ


ยารุกต์ถูกชักออกจากฝัก


โลหิตสีแดงพวยพุ่งตามทิศทางการกวัดแกว่งของดาบสีแดงโปร่งใส


เป้าหมายถูกฟันขาดในพริบตา


พอรู้ตัวอีกที การฟันอันว่องไวของพีคซอร์ดได้แบ่งสนามรบออกเป็นสองซีก


ร่างของอสูรตรงหน้าถูกผ่าครึ่งซ้ายขวา สัตว์อสูรที่พยายามวิ่งหนีกลายเป็นละอองแสงสีเทา


บัฟจากอักขระบนตัวพีคซอร์ดกลับไปเป็นบัฟเพิ่มโจมตีอีกครั้ง


พีคซอร์ดหันไปยกนิ้วให้ซิกที่อยู่ไกลออกไป


“นายเจ๋งมาก! เจ๋งที่สุด!”


จะได้ยินไหมนะ


สนามรบเต็มไปด้วยเสียงอึกทึก และระยะห่างระหว่างพีคซอร์ดกับซิกก็ค่อนข้างไกล


นอกจากนั้น ซิกกำลังมองตรงไป มิได้หันมาทางพีคซอร์ด


ตั้งแต่เริ่มศึกจนถึงตอนนี้ ซิกเอาแต่รุกคืบและมองไปยังด้านหลังกองทัพอสูร


แต่ถึงอย่างนั้น มันกลับยังคอยแจกบัฟให้เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ที่กระจายอยู่ทั่วสนามรบตลอดเวลา


ราวกับคอยจับตามองทุกคนในทุกฝีก้าว


บางที ชายคนนี้อาจมีทัศนวิสัยระดับเดียวกับจิสึกะ


การมองเห็นที่กวาดไปทั่วสนามรบ


ฟุ่บฟุ่บฟุ่บฟุ่บ!


กลุ่มลูกศรตกมาจากฟ้า


ไม่ใช่มุมย้อย แต่เหมือนกับถูกยิงลงมาจากเมฆ เป็นห่าฝนลูกศรอันหนักหน่วงและทรงพลัง


ซิกเผยรอยยิ้มจางๆ ขณะบุกเข้าไปตามเส้นทางที่เปิดออก


‘…สะดวกดี’


ก่อนจะถูกใส่ร้ายว่าเป็นเจ็ดมาร


ซิกหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยกรำศึกอย่างหนักร่วมกับพวกพ้องอีกหกคน


พวกพ้องมักช่วยเปิดทางให้ซิกเสมอ ความช่วยเหลือของคนเหล่านั้น ทำให้แทบทุกศึกจบลงด้วยชัยชนะอย่างง่ายดาย


แต่เมื่อลองมองย้อนกลับไป ผู้พ่ายแพ้ส่วนใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์


เพราะสงครามที่ซิกและพรรคพวกเคยเข้าร่วม มิใช่สงครามที่มีเกียรติอย่างสงครามศักดิ์สิทธิ์


เป็นเพียงความรุนแรงอันต่ำช้า เพื่อสนองความประสงค์ของเหล่าเทพ


นั่นคือเหตุผลที่ซิกไม่ปฏิเสธฉายาเจ็ดมาร


ในยามที่อยู่เบื้องหลังจักรวรรดิซาฮารัน ซิกมีอำนาจเป็นล้นพ้น แต่ก็ไม่เคยแตะต้องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเจ็ดมารเลยสักครั้ง


เพราะมันทำบาปมากเกินกว่าจะปฏิเสธว่า เจ็ดมารเป็นเพียงฉายาที่ถูกใส่ร้าย


ใช่แล้ว


เป้าหมายสูงสุดของซิก ไม่ใช่การปลอบโยนดวงวิญญาณของอดีตพวกพ้อง


แต่เป็นความต้องการที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อครั้งได้เผชิญหน้ากับฮานึล


ลงโทษเทพผู้โสมม และสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมให้มนุษย์


ซิกมีเจตจำนงของวีรชน


วีรชนผู้คอยสนับสนุนกริด


เทพผู้ดำรงอยู่เพื่อมนุษย์โดยแท้จริง เทพผู้มิได้พ่นคำว่าสงครามศักดิ์สิทธิ์ออกจากปากส่งเดช


ซิกปรารถนาให้โลกโอเวอร์เกียร์แผ่ปกคลุมไปทั่วโลกกึ่งกลาง


“อ๊บ…! สามหาวเกินไปแล้ว!”


เซพาเดียตะโกนกึกก้อง


หนึ่งในมนุษย์ที่มันหวาดหวั่นมากที่สุด


แม้จะยอมรับในฝีมือเจ็ดมารซิก แต่เซพาเดียกลับไม่เข้าใจพฤติกรรมของอีกฝ่าย


“ข้าเคยเห็นดวงตาแบบเจ้ามามาก! ดวงตาของพวกคลั่งไคล้จนเสียสติ!! อ๊บ!”


มันเคยเห็นจากเหล่าสาวกของยาธาน


ผู้ปกครองและราชาหนึ่งเดียวแห่งนรก


เทพที่สาวกเหล่านั้นนับถือมิใช่บาเอล หากแต่เป็นยาธานที่ทอดทิ้งนรกไปแล้วหลายปี


กลุ่มคนที่ถูกอาโมแรคหลอกลวงด้วยคำพูดเลื่อนลอย


ไม่สนใจความถูกผิด เพียงหลับหูหลับตาศรัทธาในยาธานอย่างแรงกล้า


นั่นคือซิกในปัจจุบัน


ดวงตาอันเถรตรงราวกับไม่มีข้อสงสัยในตัวเจ้านาย ทำเอาเซพาเดียรู้สึกคลื่นไส้


ซิกกล่าวพลางย่นระยะในพริบตา เพื่อเข้าใกล้ศัตรูที่ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ


“เจ้าเกิดความแคลงใจ”


“เหลวไหล…!! อ๊บ!”


บึ้ม!


ลิ้นยาวและหนาของเซพาเดียพุ่งลงด้านล่าง


กระแทกใส่พื้นและขุดลึกลงไป


เพียงไม่นานก็พุ่งกลับขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าซิก


น้ำเมือกคล้ายหนองพุ่งออกจากตุ่มใหญ่บนผิวอันขรุขระ


เป็นเมือกพิษอันทรงพลัง


ทว่า ไม่มีแม้แต่หยดเดียวที่สัมผัสโดนซิก


เพราะหนึ่งในหลายอักขระที่รายล้อมซิกมีความหมายว่า ‘คุ้มกัน’


“ในความสัมพันธ์กับบาเอล เจ้าสัมผัสถึงความแปลกแยก”


ฉึบ!


ซิกตวัดดาบตัดลิ้นเซพาเดียจนขาด


เลือดที่พวยพุ่งราวกับน้ำพุ แปรเปลี่ยนเป็นหมอกพิษที่กระจัดกระจาย


หมอกโลหิตที่บดบังทัศนวิสัยของศัตรูพร้อมกับทำลายประสาทสัมผัส


ร่างกายทุกส่วนของเซพาเดียล้วนเป็นพิษ


หากเป็นมนุษย์ทั่วไป แค่หายใจร่วมอากาศเดียวกันก็ตายแล้ว


แต่ซิกรู้ดี


เซพาเดียเคยท่องไปทั่วทวีปร่วมกับแอ็กนัส อดีตผู้ทำพันธสัญญากับบาเอล


เส้นทางที่พวกมันเดินผ่านไป ควรจะเต็มไปด้วยกองซากศพมนุษย์ แต่สิ่งนั้นกลับไม่เกิดขึ้น


ค่อนข้างอ่อนโยนสำหรับผู้ที่เรียกตัวเองว่ามือขวาบาเอล


“หรือว่าสัญชาตญาณในตัวเจ้าค่อยๆ ปฏิเสธบาเอล?”


“เลิกพล่ามเหลวไหลสักที! อ๊บ!!”


เซพาเดียยังไม่เข้าใจสถานการณ์


เหตุใดไอ้เวรนี่ถึงพยายามทำลายความสัมพันธ์ระหว่างตนกับบาเอล?


บาเอลคือตัวตนอันยิ่งใหญ่


มีเพียงบาเอลเท่านั้นที่เหมาะสมกับคำว่า ‘เจ้านรก’ และคู่ควรแก่การรับใช้


ตนพร้อมอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับท่านผู้นั้น


…แล้วทำไม?


ตนกับไอ้คลั่งเทพตรงหน้า แตกต่างกันอย่างไร?


คำถามดังกล่าวทำเอาดวงตาเซพาเดียเริ่มเบิกกว้าง


ดูคล้ายพร้อมกับระเบิดและถลนออกมากลิ้งบนพื้นได้ทุกเมื่อ


“อย่ารับใช้เจ้านายที่หลอกลวง”


แม้แต่เทพสวรรค์ยังหลอกลวงมนุษย์


นับประสาอะไรกับผู้ปกครองนรก


ยิ่งไปกว่านั้น หากคำนึงจากนิสัยของบาเอล มีโอกาสสูงที่คนสนิทของบาเอล จะมีชะตากรรมเดียวกับเจ็ดมารในอดีต


ซิกคิดเช่นนั้น จึงพูดออกไป


อันที่จริง ซิกไม่ได้มองว่าเซพาเดียเป็นคนดี เพียงแต่นึกสงสารในฐานะผู้ร่วมชะตากรรม


อย่างไรดี ดาบในมือซิกไม่มีร่องรอยความปรานีแม้แต่น้อย


ซิกไม่มีทางพลาดโอกาสทองที่จะได้สังหารคนสนิทใกล้ชิดที่สุดของบาเอล


แน่นอน ความถึกทนของเซพาเดียนั้นไม่ธรรมดา


เมือกที่ห่อหุ้มร่างกายทำให้ดาบของซิกลื่นไถล


ลิ้นที่ถูกฟันขาดไปหลายครั้งฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแผ่ขยายออกเป็นตาข่ายเพื่อให้มั่นใจว่าโจมตีไม่พลาดเป้า


นอกจากนั้นยังมีจอมอสูรอีกสามตนที่ชำนาญเวทมนตร์ พวกมันพยายามทำลายอักขระของซิก


เพียงไม่นานก็ค้นพบจุดอ่อนของซิก ซึ่งดูผิวเผินเหมือนจะไร้เทียมทาน


นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงห้ามประมาทสิ่งมีชีวิตเก่าแก่


ความรู้และปัญญาที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม


“…”


ซิกที่เริ่มกังวลว่าศึกจะยืดเยื้อ หันไปสบตากับยูร่า


หงึก


ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำใด


ทั้งสองไม่ได้สนิทกัน แต่รู้จักกันเป็นอย่างดี


ซิกสังเกตเห็นความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างกริดกับยูร่า จึงคอยจับตามองเธอเป็นระยะ


ส่วนยูร่าก็ได้ยินกริดชื่นชมซิกอยู่บ่อยครั้ง


ตราบใดที่ทั้งสองอยู่ในสมรภูมิเดียวกัน การคาดเดาพฤติกรรมของกันและกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก


ฉึก!


ดาบของซิกแทงใส่ท้องยูร่า


“…!?”


“…!!”


เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครเข้าใจ


ไม่ใช่แค่ขุนพลโอเวอร์เกียร์ แม้แต่เซพาเดียกับเหล่าจอมอสูรต่างก็ยืนทึ่ง


“ว…เวทลวงตา…! พวกมันต้องถูกเวทลวงตาเล่นงานแน่! ท่านบาเอลช่วยพวกเราแล้ว! อ๊บ!”


ขณะเซพาเดียมองสถานการณ์ในเชิงบวก


ฉึก!!


ดาบของซิกที่แทงทะลุท้องยูร่า ทะลวงเข้าไปในท้ายทอยขนาดมหึมาของเซพาเดีย


ด้วยพลังทำลายอันมหาศาล


วิ้ง!


ดาบของซิกที่แทงใส่เซพาเดีย — ดาบแห่งซาฮารัน รายล้อมไปด้วยอักขระจำนวนมาก


ประโยคดังกล่าวมีความหมายว่า ‘ทำลายล้าง’


ไม่เพียงจะทำลายเมือกของเซพาเดียอย่างง่ายดาย แต่ยังตัดผ่านผิวหนังและกระดูกราวกับเต้าหู้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติระงับการฟื้นฟู


“ไอ้ขี้ขลาด…”


พรวด!


ยังพูดไม่ทันจบคำ เซพาเดียกระอักเลือดอึกใหญ่


มันเพิ่งตระหนักได้เมื่อสายว่า บริเวณท้องของยูร่ามีหลุมดำเปิดอยู่


เป็นการนำทักษะ <มิติขุมนรก> มาดัดแปลง


ดาบของซิกที่แทงเข้าไปในหลุมดำ ถูกมิติขุมนรกส่งไปยังปลายทางอีกฝั่ง ซึ่งนั่นก็คือท้ายทอยเซพาเดีย


จากมุมมองของเหยื่อ นี่เป็นแผนลวงอันแยบยลที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากก่นด่าสาปแช่ง


แม้แต่ในมุมมองของอสูร พฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าขี้ขลาด


“เข้าใจแล้วว่าทำไมพระองค์ถึงรักเจ้า”


“เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเชื่อใจท่านนัก”


ฉูด—!!


ดาบของซิกและยูร่าที่ชื่นชมกันและกัน ผนึกกำลังฟันร่างเซพาเดียจนขาดสะบั้น


ขณะดวงตาของเซพาเดียที่ถูกฟันขาดสามท่อน เหลือกขึ้นไปข้างบน


“เดี๋ยวก่อน”


ฝ่ามือสีแดงยื่นออกจากชิ้นส่วนร่างกายที่ถูกฟันขาด


ตึกตัก!


บรรยากาศสนามรบเปลี่ยนไปในทันที


ไม่เพียงแต่เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ แม้กระทั่งลอร์ดเผ่าพันธุ์ก็ยังแข็งทื่อราวกับรูปปั้น


ซิกหรี่ตาลง


ตนควรปกป้องใคร?


นั่นคือคำถามแรกที่ผุดขึ้นหลังจากมองสลับไปมาระหว่างยูร่า จิสึกะ และรูบี้


หมดสิทธิ์ต่อต้านโดยสิ้นเชิง


[จอมอสูรลำดับหนึ่ง บาเอล ปรากฏตัว]


ตกตะลึงและหวาดผวา


ภาพที่ตัวตนสัมบูรณ์แห่งนรก ปรากฏตัวด้วยการฉีกร่างเซพาเดียเป็นชิ้นๆ ทำเอาทุกคนแทบสิ้นสติ


ทว่า บาเอลมิได้แยแสผู้บุกรุก


มันยิ้มให้กับเซพาเดียที่กำลังจะตาย พลางใช้ปลายนิ้วแทงเข้าไปในสมอง


“ถ้าตายง่ายๆ แบบนี้ก็ไม่สนุกสิ”


“หือ…? บ…บาเอล! บาเอล!!”


ดวงตาเซพาเดียที่เคยอับแสงและกำลังจะตาย จู่ๆ ก็เบิกกว้าง


โทสะอันเดือดดาลที่แฝงอยู่ในดวงตา มิได้มุ่งไปหาซิก แต่เป็นบาเอล


“เจ้า…! เจ้า…! องค์ยาธาน…!”


ความทรงจำที่เคยลืมเลือนไปแล้ว ย้อนกลับมาอีกครั้ง


ความทรงจำขณะตนถูกบาเอลฆ่าและเย้ยหยันนับร้อยนับพันครั้ง


แต่เซพาเดียมิได้สนใจความเจ็บปวดที่ตนกำลังประสบ เพียงกำลังโกรธและเคียดแค้นแทนเจ้านายของตน


มันแผดเสียงคำรามเพราะเกลียดชังตัวเองที่ลืมเจ้านายที่แท้จริง


สีหน้าบาเอลทวีความดำมืด


“ไม่ว่าจะเกิดซ้ำสักกี่ครั้ง มันก็จะไม่เปลี่ยน”


ทุกสิ่งจบลงตรงนี้


หลังจากใช้เพลิงโลกันตร์แผดเผาซากเซพาเดียที่พยายามดิ้นรน บาเอลอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย


“ไอ้เวรนั่นบังอาจเมินเรา… อุ๊ฟ!”


เสียงตะโกนของแวนเนอร์ขาดห้วงกลางคัน


[มีการเปลี่ยนแปลงความหมายของอักขระที่เขียนลงบนตัวท่าน]


[บัฟต้านทานอาการผิดปรกติถูกยกเลิก แทนที่ด้วยดีบัฟ ‘ใบ้’]


เป็นฝีมือของซิก


“…!”


แวนเนอร์ที่สับสน พยายามขอคำอธิบายจากซิก


นั่นทำให้มันสังเกตเห็นว่า ซิกกำลังเหงื่อแตกราวกับน้ำตก


คล้ายกับกำลังตกตะลึงในความแข็งแกร่งที่แท้จริงของอีกฝ่าย


บาเอลเป็นราวกับกำแพงยักษ์ที่ไม่วันข้ามได้


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00