จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,635



นิยามที่อยู่คู่กับมังกรมาอย่างยาวนาน มิใช่อื่นใดนอกจากความโอหัง


พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่ยากจะเผชิญความตาย


เหตุเพราะสวม ‘การป้องกันสัมบูรณ์’ ประหนึ่งอาภรณ์ตลอดเวลา


แถมยังมีอำนาจในการทำลายเมืองใหญ่ให้ราบคาบ ด้วยการพ่นลมหายใจเพียงหนึ่งครั้ง


เป็นธรรมดาที่มังกรจะปราศจากความยำเกรง จิตใจเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งทะนง


เป็นที่ทราบกันดีว่า มังกรดูแคลนสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนอกจากตัวเอง


บรรพชนของมนุษย์ถึงกับทิ้งคำเตือนเอาไว้ทั่วทุกมุมทวีป:


มังกรไม่รู้จักความเคารพ หากพวกมันได้พบกัน มีเพียงหายนะของมนุษย์ที่รออยู่


ทว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บางสิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง


มังกรยักษ์ตัวหนึ่ง แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเรย์ดันเป็นประจำเพื่อมอบของขวัญ


มังกรมอบของขวัญ?


มีข่าวลือว่า มันทำไปเพราะรู้สึกผิด แต่ผู้คนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี


อันดับแรก ทำไมมังกรถึงต้องรู้สึกผิด?


เพราะทำลายเมืองและทำร้ายผู้คน?


สำหรับพวกมังกร นี่ไม่ต่างอะไรกับการบี้มดหนึ่งตัว มีอะไรให้ต้องสำนึกผิดขนาดนั้น?


ผู้คนต่างพากันตั้งคำถาม และตัดสินใจเดินทางไปยังเรย์ดันเพื่อพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง


นอกจากนั้นยังมีข่าวลือว่า กริดจะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วยตัวเอง


ทว่า การเข้าเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย


ขบวนแถวยาวเหยียด จนแม้แต่กำแพงเมืองสูงตระหง่านอันโด่งดังของเรย์ดัน ก็ยังดูเลือนรางในสายตานักท่องเที่ยว


แถวยาวถึงเพียงนั้น


“ได้ยินว่าพวกเขาเก็บค่าเข้าเมืองไม่ใช่หรือ แล้วทำไมยังคนยังเยอะขนาดนี้?”


แร็บบิต นักบริหารที่โด่งดังด้านความตระหนี่ ประกาศล่วงหน้าว่าจะเก็บค่าเข้าเมืองเรย์ดัน


โดยอ้างเหตุผลว่า หากปล่อยให้ทุกคนเข้ามา การรักษาความปลอดภัยจะทำได้ลำบาก


ทว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นขบวนแถวที่ยาวเหยียด หลายคนเกิดความท้อแท้


“ดูจากข้างนอกก็พอมั้ง… ไม่ต้องเข้าเมืองก็ได้”


“ก็ไม่เลว ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่เห็นกริด แต่มังกรที่ตัวใหญ่เท่าภูเขา ย่อมต้องมองเห็นจากระยะไกลแน่”


ในท้ายที่สุด หลายคนเดินออกจากแถว


บางคนถึงขั้นกางเต็นท์บนนาข้าว


ทันใดนั้นเอง


ท้องฟ้าพลันมืดครึ้มประหนึ่งฝนใกล้ตก


ซ่า! แปะแปะแปะแปะ!


ฝนตกหนัก


“ที่นี่เป็นทะเลทรายไม่ใช่รึไง?”


“เมฆหนาเกินไป แบบนี้ไม่เห็นมังกรแน่!”


“บ้าจริง! ช่วยไม่ได้ รีบเข้าไปในเมืองกันเถอะ”


ผู้คนเริ่มเก็บเต็นท์และรีบเคลื่อนย้าย


ฉากดังกล่าวดูราวกับคลื่นยักษ์กำลังถาโถมใส่เมือง


ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เข้าชมเหตุการณ์ ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวตามปรกติ


ยังมีชนชั้นสูงอีกจำนวนหนึ่งที่มาจากวาร์ปเกต


เรย์ดันกำลังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน จนแทบไม่มีที่ว่างพอให้ยืนเบียดเสียด


แออัดประหนึ่งถั่วงอกในถังเพาะ


ทันใดนั้นเอง


“…?”


สายฝนหยุดลงกะทันหัน ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องโกหก


***


“ขอบคุณที่ช่วย”


แร็บบิต ผู้แสยะยิ้มเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวยืนเบียดเสียดด้วยสีหน้าประหลาด กล่าวพลางขยับกรอบแว่น


ภายในปราสาทเจ้าเมือง


สีหน้าลอเอลกำลังดำมืด


ในอดีต มันเลือกเล่นคลาสปรมาจารย์ลมฝน*เพราะมีประโยชน์ในสนามรบและการบริหารบ้านเมือง


(*ชื่อเก่า ‘ราชันแห่งกระแส’ แต่เพิ่งได้เห็นต้นฉบับเกาหลี ถ้าแปลตรงๆ จะออกมาได้ประมาณ ‘อาจารย์ฮวงจุ้ย’ แต่ฮวงจุ้ยคือลมและน้ำ เลยขอแปลไปตามนี้)


แต่ตอนนี้ ลอเอลอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับคุณค่าในคลาสของตน


“มหาเสนาบดีแห่งจักรวรรดิ ลงทุนใช้ท่าไม้ตายเสกฝนเพื่อปล้นเงินจากผู้คน… ไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ? เห็นแบบนี้แล้ว กระหม่อมกลายเป็นพ่อพระไปเลย”


“นักท่องเที่ยวมีจำนวนมากกว่า 1.2 ล้านคน และเราจะได้จากพวกเขาคนละเจ็ดเหรียญทอง… ได้โปรดเข้าใจกันด้วย จงระลึกถึงช่วงเวลาที่เรย์ดันเคยมีเงินทุนเพียงสองแสนเหรียญทอง และพวกเราต้องปากกัดตีนถีบ”


“สัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นเด็กเล็กมีน้อยมาก… ท่านแร็บบิตคำนวณเรื่องนี้ไว้แล้วหรือ?”


การิสซ่า ผู้มองชายทั้งสองด้วยสายตากึ่งสมเพช ตัดสินใจเปิดปากถาม


เธอถามในฐานะเจ้าเมืองเรย์ดัน


แร็บบิตอธิบายเถรตรง


“ถูกต้อง… จะมีพ่อแม่คนใด บ้าบิ่นพอที่จะจูงลูกมาดูมังกรบ้าง? การโฆษณาว่า ‘เด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี’ อยู่ในการคำนวณตั้งแต่แรกแล้ว”


เพียงแสร้งประโคมข่าวไปว่า ทางจักรวรรดิจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เด็กเล็ก เท่านี้ก็ได้หน้าไปเต็มๆ


หลักพื้นฐานของธุรกิจ


แร็บบิตอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างภูมิใจ


เป็นสีหน้าเดียวกับการิสซ่า ในยามที่เธอนำพาทหารห้าหมื่นนาย รบชนะติดต่อกันหลายครั้ง


“นายเจ๋งมาก”


การิสซ่า ผู้ไหว้วานให้ลอเอลงัดท่าไม้ตายออกมาใช้ กล่าวให้กำลังใจ


“ไปกันเถอะ กริดใกล้ถึงแล้ว”


ผ่านไปสักพัก


ไม่ผิดจากที่ผู้คนจินตนาการ มังกรยักษ์ร่อนโฉบลงมายังเรย์ดัน


เป็นเวลาเดียวกับที่ คณะของกริดย่างกรายออกจากวาร์ปเกต


สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ความสนใจของผู้คน มุ่งไปยังคณะของกริดมากกว่ามังกร


หนุ่มหล่อสาวสวยแต่งกายด้วยชุดคลุมหลากสีสัน


เมื่อผนวกกับเข้าพลังเทพของกริด ทุกสิ่งดูน่าหลงใหลไปเสียหมด


บรรดานักท่องเที่ยวถูกสะกดเข้าอย่างจัง


> ไม่ได้พบกันนาน เจ้าดูสง่างามจนเมื่อก่อนเทียบไม่ติด


ผู้คนที่กำลังเชยชมกริดผลัดกลับมังกร อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตกตะลึง


พวกมันแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อได้เห็นท่าทีอันนอบน้อมของมังกร ซึ่งยอมลดคอลงมาสนทนาในระดับสายตากริด


แถมยังสนทนาอย่างเป็นกันเอง


‘บ้าน่า…?’


‘ไม่เกินไปหน่อยหรือ?’


จริงอยู่ คนทั่วโลกมีโอกาสได้อ่านมหากาพย์ของเทพโอเวอร์เกียร์ครบทุกบท


จึงพอจะคาดเดาได้อย่างคร่าว ถึงวีรกรรมที่ผ่านมาของกริด


พวกมันย่อมทราบว่า ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา กริดได้สร้างสายสัมพันธ์ไว้กับมังกร


แต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จินตนาการได้ว่า มังกรจะทักทายกริดอย่างนอบน้อมเช่นนี้


ทุกสิ่งเกินความคาดหมายไปมาก


มังกรคือตัวตนที่แม้แต่เทพแห่งแอสการ์ด ยังต้องเฝ้าระวังทุกฝีก้าว


เป็นธรรมดาที่มนุษย์จะไม่เคยวาดฝันฉากตรงหน้า


ท่ามกลางความเงียบสงัด ขณะท่องเที่ยวกำลังตกตะลึงจนหมดคำจะกล่าว


“ไม่มีทาง… มังกรไม่ใช่แบบนี้!!”


ใครบางคนตะโกนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด


น้ำเสียงแฝงความโหยหวน อันแน่นความเกลียดชังอย่างรุนแรง


ทุกคนต่างมองไปทางต้นเสียง


พวกมันได้พบกับ ชายผู้มีบรรยากาศหม่นหมอง แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำสนิท


ไม่ว่าใครก็เดาได้ว่า อีกฝ่ายคือจอมเวทมืดจากวิหารยาธาน


“เจ้านั่นเป็นแค่… ไวเวิร์นอ้วนเท่านั้น!!”


เฉกเช่นสามโบสถ์หลัก ศาสนายาธานแบ่งออกเป็นสองนิกายใหญ่


หนึ่ง กลุ่มผู้ศรัทธาอย่างแรงกล้า ซึ่งเชื่อในความจริงของนรกที่กริดเปิดโปง และในระยะหลังเริ่มสานสัมพันธ์กับศาสนาเทพโอเวอร์เกียร์


สอง กลุ่มที่ศรัทธาเพียงผิวเผิน ซึ่งไม่สนใจโลกและเอาแต่ยึดติดกับจุดยืนเดิม


ข้อแตกต่างระหว่างทั้งสองก็คือ ฝ่ายหนึ่งนับถือเทพยาธาน ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งนับถืออสูร


กลุ่มผู้ศรัทธาอย่างแรงกล้านับถือยาธาน และกลุ่มนับถืออสูร มีเป้าหมายเพียงการหยิบยืมพลังอันแข็งแกร่ง


กลุ่มที่ศรัทธาผิวเผิน ยึดหลักการเดียวกับศาสนายาธานในยุคเริ่มแรก


พวกมันหมกมุ่นอยู่กับพิธีกรรมชั่วร้าย ลักพาตัวมนุษย์ สังเวยเครื่องบูชา และอัญเชิญอสูร


แน่นอน ชายคนนี้เป็นอย่างหลัง


แถมยังเป็นคนใหญ่คนโต


หลักฐานยืนยันก็คือ มันแทรกซึมเข้ามาได้โดยที่ไม่มีใครเอะใจ


‘ข้ารับใช้ยาธานสินะ ไม่ได้เห็นมานาน’


ค่าวิสัยทัศน์อันสูงส่งของกริด ตรวจพบกลิ่นอายมนต์ดำอันน่ารังเกียจจากตัวจอมเวทมืด


แต่ก็เท่านั้น


กริดเบือนหน้าหนีทันที


เป็นระดับความสนใจ ที่ใกล้เคียงกับก้อนกรวดริมถนน


จอมเวทมืดถอดชุดคลุมออก ตามด้วยแผดเสียงตะโกน


“ถ้ารู้ว่าฉันเป็นใคร แกจะไม่ทำตัวโอหังแบบนี้!! ฉันคือข้ารับใช้ยาธานลำดับสอ—”


ลำดับสองของวิหารยาธาน เซซิล


มันหมกมุ่นอยู่กับพลัง


จึงฝ่าฝืนกฎสวรรค์ เอาแต่ทำร้ายผู้คนจนก้าวขึ้นมาเป็นข้ารับใช้ยาธาน


นอกจากนั้น มันหลงใหลมังกร


เชิดชูมังกรยิ่งกว่าจอมอสูรบางตน และหวังว่าจะได้พบสักครั้งก่อนตาย


ทว่า เป้าหมายที่มันเชิดชู กลับนอบน้อมต่อกริดประหนึ่งเจ้านาย


ลงเอยด้วย เซซิลสติแตกทันที


ธาตุไฟแตกซ่าน พลังเวทไหลย้อนกลับ


แต่มันมิได้แยแส


ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คน


พวกสวะที่หายใจทิ้งไปวันๆ


มนุษย์ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข คือพวกสวะไม่มีค่าในสายตานักบวชยาธาน


อย่างไรก็ดี พวกมันค้นพบวิธีใช้ประโยชน์จากสวะเหล่านี้


เครื่องสังเวย


เวทมนตร์ที่เกิดจากการสังเวยเลือด เนื้อ และพลังชีวิตมนุษย์ให้กับอสูร จะสร้างผลลัพธ์อันทรงพลังชนิดที่เวทมนตร์ทั่วไปเทียบไม่ติด


ปาฏิหาริย์ที่ทำให้พวกสวะไร้ราคา มีคุณค่าขึ้นมาได้


ข้า คือผู้ยิ่งใหญ่


แต่ทันใดนั้นเอง


“…?”


ความวุ่นวายที่เซซิลก่อขึ้น หยุดลงกะทันหัน


ชายเสียสติ ผู้พร้อมสละชีพในวินาทีที่แหกปากตะโกนใส่กริด วาดฝันว่ามหาเวทของตนซึ่งเกิดจากการสังเวยผู้คน จะทำให้ใบหน้ากริดยับยู่ยี่ประหนึ่งกระดาษถูกขยำ


แต่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น


เบื้องหน้ามัน ไม่ใช่ภาพของกริดอย่างที่ควรจะเป็น


กว่าจะตระหนักได้ว่า เงายักษ์สีดำกำลังพุ่งเข้าหาตน ทุกสิ่งก็สายเกินไป


ศีรษะของเซซิลที่ถูกบดขยี้ด้วยแรงดันอากาศ ระเบิดกระจายไปทุกสารทิศ


“…”


“…”


เมอร์เซเดสและปิอาโร่ ซึ่งเข้าประชิดตัวเซซิลในพริบตา หันหลังกลับทันทีที่เสร็จภารกิจ


น้ำพุเลือดซึ่งพวยพุ่งจากลำคอ ไม่มีแม้แต่หยดเดียวที่กระเซ็นใส่เสื้อคลุมพวกมัน เฉกเช่นผู้คนโดยรอบ


สนามแรงโน้มถ่วง ที่เมอร์เซเดสสร้างขึ้นด้วยใบหน้าเย็นชา กดทับร่างของเซซิลจนจมลงใต้ดิน


“…?”


มีเพียงความเงียบงันที่ยังหลงเหลือ


เมื่อสักครู่ กรงเล็บยักษ์ของมังกร ค่อยๆ พุ่งเข้าหาจอมเวทมืดที่จู่ๆ ก็แหกปากโวยวาย


เพียงพริบตาเดียว ร่างของจอมเวทคนดังกล่าว อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย


มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้


การิสซ่า อดีตสมาชิกกิลด์เซดากาห์และเจ้าเมืองเรย์ดันคนปัจจุบัน เผยสีหน้าซับซ้อน


‘ไม่ช้าหน่อยหรือ…?’


เมื่อสักครู่


กรงเล็บที่เซนอนเหวี่ยงออกไป ความเร็วไม่ได้สูงอย่างที่ควรจะเป็น


ไม่ใช่แค่การิสซ่า แต่นักท่องเที่ยวอีกนับล้านคนต่างก็มองทัน


ทว่า จอมเวทมืดซึ่งเป็นเป้าหมายของกรงเล็บ กลับมิอาจตอบสนอง


กว่าจะแสดงอากัปกิริยา กรงเล็บพุ่งก็ประชิดตัวและระเบิดศีรษะของมันไปแล้ว


‘เวทมนตร์อะไร… หรือจะเป็นวาจามังกรที่กริดเคยเล่าให้ฟัง?’


เหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ที่มาจากกิลด์เซดากาห์ ส่วนใหญ่เติบโตเป็นผู้บัญชาการ


ทักษะที่ฝึกฝนจึงเป็นภาวะผู้นำและกลศึกสงคราม มากกว่าความแข็งแกร่งส่วนตัว


ส่งผลให้การิสซ่ามิอาจกะเกณฑ์การโจมตีของเซนอนได้แม่นยำ


ปิอาโร่ที่อ่านความสงสัยของเธอออก กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ที่เธอมองทัน เพราะขนาดของมันใหญ่มาก”


ในความเป็นจริง กรงเล็บมังกรถูกเหวี่ยงด้วยความเร็วมหาศาล


แม้แต่ปิอาโร่เอง กว่าจะสังเกตเห็นก็ตอนที่กระแสลมเปลี่ยนทิศทางแล้ว


มันอดไม่ได้ที่จะขนลุก


และดูเหมือนว่า เมอร์เซเดสก็กำลังรู้สึกแบบเดียวกัน


ในแววตาระยิบระยับที่จ้องไปทางเซนอน แฝงความชื่นชมอยู่หลายส่วน


‘สมแล้วที่เป็นมังกร สิ่งมีชีวิตบนจุดสูงสุด’


ยิ่งตระหนักถึงความสุดยอดของมังกร ปิอาโร่ยิ่งทึ่งในความสามารถของกริด


จนถึงจุดที่ ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับกริดในสมัยก่อน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องโกหกมากกว่าความจริง


ทีละคนสองคน ผู้คนเริ่มทยอยเข้าใจสถานการณ์


ขณะเพ่งมองมังกรที่พวกมันเคยหลงใหลและยกย่อง สีหน้าของเหล่านักท่องเที่ยวค่อยๆ ซีดเซียว


แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น


ผู้คนสลัดความกลัวได้ในทันที


> เผลอทำร้ายมนุษย์เอาเสียได้ นิสัยของข้าแก้ไม่หายจริงๆ … ขออภัยด้วย จะให้ข้าชดใช้ด้วยสิ่งใดก็บอกมา


ภาพที่มังกรกำลังก้มศีรษะให้กริด พลางกล่าวคำขอโทษ ทำให้นักท่องเที่ยวลืมเลือนความกลัวเมื่อครู่ไปโดยปริยาย


“เจ้านั่นสมควรตายสักร้อยครั้ง”


กริดเองก็เคารพเซนอน


โดยเฉพาะในด้านนิสัย เซนอนคือมังกรที่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง และยินดีรับผิดชอบอย่างเต็มที่


แต่กลับถูกบอกว่าเป็นไวเวิร์นอ้วน…?


กริดไม่สบอารมณ์เลยสักนิด


นั่นคือเหตุผลที่เซนอนเข้าใจผิด คิดว่ากริดโกรธ หลังจากเห็นกริดขมวดคิ้ว


เซนอนเปิดช่องสัมภาระพร้อมกับหยิบของขวัญ


> นี่คือเกล็ดที่ข้าเตรียมไว้สำหรับคราวนี้ นำมาจากตำแหน่งใกล้กับหัวใจ พวกมันจะแข็งเป็นพิเศษ


เตรียมไว้?


เกล็ดของข้า?


ทุกครั้งที่มังกรเปิดปาก คำพูดอันน่าเหลือเชื่อค่อยๆ ทำให้สติของผู้คนเลือนรางลง


‘อีกประเดี๋ยวก็คงขี่หลังโชว์ใช่ไหม…?’


หรือว่าจะเป็นแค่ไวเวิร์นอ้วนจริงๆ?


แทบไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่จอมเวทมืดคนเมื่อครู่กล่าวไว้


ผู้คนต่างพากันส่ายหน้า เมื่อเห็นมังกรทำตัวราวกับถูกกริดฝึกจนเชื่อง


‘…ต่างกันอย่างชัดเจน’


กริดเผยสีหน้ายิ้มแย้ม


“ฉันจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”


แม้จะเป็นเกล็ดมังกรตัวเดียวกัน แต่คุณภาพจะต่างกันตามตำแหน่ง


เกล็ดของเซนอนในคราวนี้มีระดับสูงมาก หากนำไปรวมกับเกล็ดที่เคยรวบรวมมา กริดเชื่อว่าตนสามารถสร้างสุดยอดเกราะไหล่และหมวกออกมาได้


> เป็นเกียรติอย่างยิ่ง


นรก, บาเอล, แอสการ์ด, เทวทูตและเทพ, วิญญาณเร่ร่อนแห่งสุสานร้าง และข่าน


ในระยะหลัง กริดแทบไม่เคยยิ้มอย่างจริงใจ เนื่องด้วยความกดดันที่ถาโถม


หลังจากห่างหายไปเสียนาน ในที่สุดชายหนุ่มก็ได้ฉีกยิ้มกว้างจากก้นบึ้ง


เมอร์เซเดส ผู้ตระหนักถึงความยินดีของกริดด้วยเนตรมองทะลุ เกิดความตื้นตันเป็นล้นพ้น


ความชื่นชมเล็กๆ (?) ที่เคยมีต่อเซนอน ทวีคูณขึ้นจากเดิมหลายระดับ


ขณะเดียวกัน เนเฟลิน่าได้ข้อสรุป


‘ใจจริง เราอยากให้เป็นพวกเสียสติสุดโต่งมากกว่า… แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่มีพิษภัยกับกริด เรื่องนี้ก็ไม่ต้องถึงมือเรา… ถึงจะน่าเสียดาย แต่คงต้องหาเบาะแสสำหรับรักษาอาการเสียสติของท่านพ่อ จากมังกรตัวอื่นแทน’


ไวเวิร์นอ้วน


เนเฟลิน่าเห็นด้วยกับคำปรามาส ที่จอมเวทมืดผู้นั้นตะโกนใส่เซนอน


ในวันนี้


เรื่องราวเกี่ยวกับกริดและมังกร กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก


เมื่อได้เห็นมังกรยกเกล็ดให้กริด ผู้คนต่างมีความหวังว่า มนุษย์จะได้รับชัยชนะในศึกกับบาเอล


อีกทั้ง หลายคนยกย่องความว่องไวของเมอร์เซเดสและปิอาโร่ ที่ตอบสนองการโจมตีของมังกรได้ทันเวลา


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายคนหลงใหลในรูปโฉมของเมอร์เซเดส ผู้แข็งแกร่งและสง่างามชนิดที่ไม่ด้อยไปกว่ามังกร


คุ้มค่าแล้ว กับการที่กริดตัดสินใจพาอัครสาวกไปเยือนเรย์ดันด้วยตัวเอง


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

  1. กริ๊ดดดดดดดอย่างเท่

    ReplyDelete

Post a Comment

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00