จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,630



ในเชิงความหมาย ‘คำเตือน’ หมายถึง ‘การตักเตือนล่วงหน้า’


เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณ การเตือนจึงเกิดขึ้นโดยไม่มีลางบอกเหตุ


นั่นคือเหตุผลว่าทำไม คำเตือนของเทพจึงมาพร้อมอันตราย


เจตจำนงของตัวตนสัมบูรณ์ ที่เกิดขึ้นโดยไม่บอกกล่าว คือสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง


เมื่อเทียบกับการลงทัณฑ์ ความรุนแรงอาจต่ำกว่า แต่คำเตือนมาพร้อมคุณสมบัติ ‘ต้องสำเร็จ’


นั่นคือเหตุผลที่ซิกจากอดีตอันห่างไกล มิอาจต้านทานต่อคำสาปเกียจคร้าน


คำเตือนที่แอสการ์ดส่งมายังเจ็ดมาร คือการทำให้ซิกหลับใหลและกลายเป็นคนไร้ประโยชน์


ด้วยประสบการณ์เช่นนั้น


‘…เป็นไปไม่ได้’


ซิกเป็นฝ่ายตกตะลึงยิ่งกว่า


หอกที่เทพแห่งสนามรบซัดใส่กะทันหัน


มันควรจะเข้าเป้า


แม้จะไม่ถึงตาย แต่อย่างน้อยก็ต้องเข้าเป้า


แต่มันกลับสูญเปล่า


ท่ารำดาบของกริด รวมถึงเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงจะทำให้หอกคำเตือนของโดมิเนี่ยนกลายเป็นตัวตลก แต่หอกยักษ์ยังถูกส่งกลับไปยังเจ้าของเดิมในพริบตา


เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย


โดมิเนี่ยนผู้ได้เห็นกฎระเบียบพังทลายลงต่อหน้า อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว


‘ท่านแม่… ทำไมกัน?’


เปรี้ยง!


โดมิเนี่ยนมิอาจหลบหอกที่พุ่งเข้าใส่


เพราะนั่นเปรียบดัง ‘คำเตือน’ ของเทพโอเวอร์เกียร์


หงึกหงึก


เมื่อหอกที่ทะลวงได้ทุกสิ่ง และชุดเกราะที่ไม่มีวันถูกเจาะมาปะทะกัน ผลลัพธ์คือเสมอ


อย่างไรก็ดี แรงปะทะที่ชุดเกราะดูดซับเข้าไป ยังคงถูกถ่ายทอดไปยังผู้สวมใส่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ฝ่ายที่พ่ายแพ้จึงไม่ใช่หอก


เลือดไหลออกจากมุมปากโดมิเนี่ยน ผู้กำลังกัดปากริมฝีปากตัวเองอย่างแรง


สีแดงสด เหมือนกับเลือดมนุษย์


นี่คือวินาทีที่ความเชื่อทางศาสนาซึ่งระบุว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์คล้ายคลึงกับเทพ ได้รับการยืนยัน


แม้ในจุดเกิดเหตุจะมีสาวกจากสามโบสถ์หลักเห็นเหตุการณ์


แต่โดมิเนี่ยนก็ไม่ยี่หระ


ไม่ช้าก็เร็ว พวกแกทั้งหมดจะต้องชดใช้บาป…


ก่อนหน้านี้ โดมิเนี่ยนประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยืนเคียงข้างมนุษย์อีกต่อไป


เป็นท่าทีที่อาจทำให้ความเชื่อของสาวกซึ่งยังหลงเหลือเลือนราง ดับสูญไปในพริบตา


ปัจจุบัน แม้แต่มนุษย์ที่เคยศรัทธาสามเทพก็ยังพึ่งพาได้เพียงกริด


พวกมันยกย่องกริดผู้สร้างโลกโอเวอร์เกียร์ ให้เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมเหล่าสามเทพ


แต่สำหรับโดมิเนี่ยน มนุษย์ทุกคนยังคงเหมือนเดิม


มันมิได้โกรธหรือเกลียดชัง


โดมิเนี่ยนผู้เคยมอบความรักให้มนุษย์ในสมัยอดีตกาลเมื่อนานมาแล้ว เคยลิ้มรสความผิดหวังครั้งใหญ่


นับแต่นั้น มันก็ไม่คาดหวังในตัวมนุษย์อีกเลย


ไม่โกรธเคืองหรือผิดหวัง เพราะไม่เคยคาดหวัง


ตรงกันข้าม มันยอมจำนนต่อผลลัพธ์


“ขอแนะนำให้เจ้ากลับไปอย่างสันติ”


ซิกที่เข้ามาใกล้โดยไม่มีใครทันตระหนัก เล็งดาบไปทางโดมิเนี่ยน


อักขระโบราณที่หมุนวนอย่างไม่สม่ำเสมอ ทะลวงเข้าไปในเมฆใต้ฝ่าเท้าอีกฝ่าย


การที่สามารถเข้าใกล้เมฆสีทองซึ่งแฝงไว้ด้วยพลังเทพของรีเบคก้า หมายความว่าซิกพัฒนาภาษาที่ใช้ต่อกรกับพลังเทพเสร็จสมบูรณ์แล้ว


> เจ้าคือผู้ทรยศที่น่ารังเกียจที่สุด


โดมิเนี่ยนกล่าว


สีหน้าของมันเฉยเมย แต่น้ำเสียงใกล้เคียงการตัดพ้อ


เจ็ดครึ่งเทพ


นั่นเพราะโดมิเนี่ยนกำลังระลึกถึงช่วงเวลาที่อีกฝ่ายทรยศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ การก่อกบฏของเจ็ดมาร


ซิกเป็นผู้นำกลุ่มต่อต้าน


> ในไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะกลายเป็นอุปสรรคที่คอยฉุดรั้งเจ้านายใหม่


เมฆบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลจากอักขระโบราณ เริ่มสูญเสียสีทอง


พลังเทพถูกลบล้าง


ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีทองอร่ามเริ่มมีรูโหว่


“เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้น”


> เจ้าไม่มีทางรู้ได้


โดมิเนี่ยนหันศีรษะ


มันกลัวว่าหากจ้องซิกนานกว่านี้ ความทรงจำอันน่ารังเกียจในอดีตที่พยายามฝังไว้ จะผุดกลับขึ้นมา


> การสร้างโลกเทพใบใหม่ เป็นความผิดพลาดที่ไม่วันหวนกลับ


ในวินาทีที่หอกปะทะกับเกราะและหลุดจากการตกอยู่ใต้อำนาจกริด สิทธิ์การเป็นเจ้าของหอกกลับสู่โดมิเนี่ยนตามเดิม


มันก้มหน้ามองกริดที่ยืนอยู่บนพื้น ตามด้วยกล่าว


> เจ้าอาจคิดว่ามนุษย์นั้นน่านับถือ แต่ความจริงแล้วตรงกันข้าม… ในไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะต้องผิดหวังในตัวมนุษย์ พึงระลึกไว้เสมอว่าไม่มีพวกพ้องคนใดในโลกที่คอยปลอบโยนและยื่นมือช่วยเจ้าได้


ท่านแม่


เทพธิดารีเบคก้า คาดหวังบางสิ่งในตัวเทพโอเวอร์เกียร์


เป็นเช่นนั้นนับตั้งแต่เทพโอเวอร์เกียร์ยังเป็นมนุษย์


โดมิเนี่ยนและยูดาห์ต่างก็ตระหนักได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้เหตุผล


หรือต่อให้รู้เหตุผล แต่พวกมันก็คงมิอาจเคารพกริดได้อีกต่อไป


การสร้างโลกเทพใหม่จนทำให้อิทธิพลของแอสการ์ดอ่อนแอลง ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นการกระทำที่ล้ำเส้น ดังนั้น พวกมันจำต้องวางตัวเป็นศัตรูกับกริดไปตลอดกาล


นั่นคือความรับผิดชอบที่เทวราชาต้องแบกรับ


“คำเตือนที่แสนห่วงใยนั่น… มันจะไม่เกิดขึ้นกับฉัน”


กริดที่เงียบมาตลอด เปิดปากตอบโต้


ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่หน้าปากทางเข้าวิหาร


กริดซึ่งฉลาดกว่าแต่ก่อนมาก มิได้ย่างกรายออกจากโลกโอเวอร์เกียร์แม้แต่ก้าวเดียว


เห็นได้ชัดว่า มันเลือกที่จะเชื่อใจและพึ่งพาความแข็งแกร่งของอัครสาวก


กริดแสยะยิ้ม


“หนึ่งสิ่งที่แน่ชัดก็คือ… ไม่มีใครทำให้ฉันผิดหวังได้”


นั่นมิได้เป็นความเชื่อเลื่อนลอย


กริดเคยเห็นจุดตกต่ำที่สุดของมนุษย์มาแล้ว


ไม่ใช่ใครนอกจากตัวมันเอง


แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเทพแอสการ์ดที่ชอบตัดสิน คาดหวัง อิจฉา และผิดหวังในตัวมนุษย์


“ไสหัวไป”


กริดออกคำสั่งกับผู้มาเยือน


ใจจริง มันอยากทำลายบารมีเทพของโดมิเนี่ยน แต่สนามรบไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไร


โลกโอเวอร์เกียร์มีขนาดเท่าวิหารเพียงไม่กี่แห่ง ไม่ใช่ทั้งหมดของไรน์ฮาร์ท


โดมิเนี่ยนแข็งแกร่งเกินกว่าจะสร้างศึกใหญ่กลางกรุงไรน์ฮาร์ท


ลำพังผลข้างเคียงจากการต่อสู้ ก็มากพอจะทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก


‘ตึงมือแน่นอน’


กริดหวนนึกถึงข้อมูลของหอกที่เคยตกอยู่ในความครอบครองชั่วคราว


<หอกโดมิเนี่ยน>

พลังโจมตี: 41,000

ความคงทน: 21,300/21,300

เทวภัณฑ์ที่เทพแห่งการตีเหล็ก เฮ็กเซเทีย สร้างขึ้นอย่างประณีต

..


พลังโจมตีสูงลิบ


แต่มีบางสิ่งน่าสนใจยิ่งกว่านั้น


คุณสมบัติการ ‘เจาะทะลวงในทุกการโจมตีอย่างไร้เงื่อนไข’


เกราะของโดมิเนี่ยนก็คงมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน จำพวกต้านทานการแทงและฟันอย่างไร้เงื่อนไข


ไม่มีทางปิดบัญชีได้ในพริบตา


‘หากจะสู้กับหมอนี่ ต้องเลือกจังหวะลงมือให้ดี’


ปัญหาเร่งด่วนในปัจจุบันคือการรีบทาบทามเทพองค์ใหม่


ต้องเพิ่มเลเวลของโลกโอเวอร์เกียร์ให้เร็วที่สุด


อย่างน้อยก็ต้องใหญ่พอจะปกคลุมกรุงไรน์ฮาร์ททั้งหมด เพื่อให้ทุ่มสมาธิไปกับการล่าบาเอลได้อย่างสบายใจ


‘สิ่งที่น่ากังวลที่สุดขณะบุกนรก คือการถูกลอบกัดจากหลัง’


ก่อนที่โลกโอเวอร์เกียร์จะถือกำเนิด ชายหนุ่มเคยมองว่านั่นเป็นปัญหาร้ายแรงอันดับหนึ่ง


จึงไม่มีทางเลือกอื่นอีก นอกจากต้องเชื่อใจซาลิเอลและเหล่าอัศวิน รวมถึงอัสโมเฟล


แต่ตอนนี้ ทุกสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว


จะไม่มีอันตรายใดเกิดขึ้น ในดินแดนที่มีโลกเทพโอเวอร์เกียร์คอยคุ้มครอง


> คิดแบบนั้นจริงๆ สินะ…


โดมิเนี่ยนเผยสีหน้าซับซ้อน


เพราะท่าทีที่กริดมั่นใจว่ามนุษย์จะไม่ทำให้ตนผิดหวัง ดูแล้วออกมาจากใจจริง


อีกไม่นาน เจ้าจะต้องเปลี่ยนความคิด…


อาจเพราะยังอายุน้อยอยู่


สักวันหนึ่ง เจ้าจะต้องเผชิญสิ่งเดียวกับข้า และกลายเป็นเหมือนข้าในที่สุด…


ซู่ว—


เมฆสีทองที่เคยปกคลุมผืนนภา ทยอยลอยขึ้นฟ้า


ภาพที่พวกมันค่อยๆ ลอยสูงช่างดูน่าตื่นตาตื่นใจ


ร่างของโดมิเนี่ยนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว


ไม่มีถ้อยคำใดทิ้งท้าย


สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของตัวตนสัมบูรณ์


เหมือนกับตอนที่ปรากฏตัวต่อหน้าเทพโอเวอร์เกียร์และเหล่าอัครสาวกโดยไม่สั่นไหว จนผู้คนพากันอกสั่นขวัญแขวน


แต่แน่นอน กริดที่ไล่โดมิเนี่ยนกลับไปได้ ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่า


ไม่นานหลังจากโดมิเนี่ยนลับสายตา


“…”


ผู้คนทยอยหันมามองกริดด้วยความอิจฉา


โดยเฉพาะสายตาของเหล่าผู้เล่นที่ส่องประกายเป็นพิเศษ


เทพ


กริดยังคงปลอดภัยดี หลังจากสู้กับโดมิเนี่ยน หนึ่งในสามเทพผู้ยิ่งใหญ่?


แม้จะมีข่าวอยู่เต็มโลกอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเรื่องที่กริดพิชิตเทพสงครามเซราทุล แต่การได้มาเห็นของจริงนั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิง ระดับความประทับใจไม่สามารถนำมาเทียบกันได้เลย


‘นึกว่าจะต้องตายซะแล้ว…’


มีคนจำนวนไม่น้อยที่เครียดจนแก่ลงไปสิบปี


พลังเทพของเทพโอเวอร์เกียร์ที่แผ่ปกคลุมรอบวิหาร


ผู้เล่นที่ยุ่งอยู่กับการถ่ายภาพโลกโอเวอร์เกียร์ สังเกตเห็นการปรากฏตัวของโดมิเนี่ยนได้ค่อนข้างช้า


ต้องรอให้โลกถูกปกคลุมด้วยแสงทองอร่าม พวกมันถึงตระหนักได้ว่าท้องฟ้าด้านบนแทบไม่หลงเหลือสีปรกติ และหลังจากนั้นก็เริ่มเห็นโดมิเนี่ยนที่อยู่บนเมฆก้อนหน้าสุด


[เทพแห่งสนามรบ โดมิเนี่ยน เสด็จเยือน]


ไม่นานนักหลังจากมีผู้คนพบเห็นจำนวนหนึ่ง ข้อความโลกแสดงขึ้น


กริดที่ยืนหันหลังให้ปากทางเข้าวิหาร ดูคล้ายกับกำลังต้อนรับการมาเยือนของโดมิเนี่ยน


โดมิเนี่ยนกล่าวบางสิ่ง


ขณะที่ผู้คนเริ่มสัมผัสถึงความไม่ชอบมาพากล


เปรี้ยง!!


เสียงคำรามที่ทำให้ผืนฟ้าแลแผ่นดินสะเทือน


แสงสีครามที่แหวกผ่านและผ่าท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน พุ่งลงมาจ่อจมูกกริด


เป็นวิถีของหอกที่โดมิเนี่ยนซัดใส่


แต่ผู้คนไม่ทราบเรื่องนี้


กว่าจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ตอนที่แสงสว่างวาบขึ้นกะทันหัน


เมื่อหอกยักษ์ถูกส่งกลับไปปะทะชุดเกราะโดมิเนี่ยน ใครบางคนเริ่มคาดเดาสถานการณ์ได้ทีละนิด


โดมิเนี่ยนกระอักเลือด


ดูเหมือนจะเกิดจากการตอบโต้ของกริด


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลังจากนี้คงได้มีศึกใหญ่เกิดขึ้น


ใครหลายคนที่คิดว่าจะเกิดการนองเลือด อดไม่ได้ที่จะเย็นสันหลัง


แต่ในท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้สูญเสีย


กริดและอัครสาวกคอยเฝ้าระวังโดยไม่คลาดสายตา


“อา…”


เอลนีดาน่า


สมาชิกกิลด์โอเวอร์เกียร์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง เฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าพึงพอใจ


เธอเป็นสมาชิกของกองพลโอเวอร์เกียร์ที่หก ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากจบมหาสงครามระหว่างมนุษย์และอสูร


เอลนีดาน่ามาจากสมาคมการค้าไลออน ที่เริ่มใกล้ชิดกับกิลด์โอเวอร์เกียร์ผ่านการสนับสนุนปัจจัยสงคราม


เธอเป็นนักบัญชีที่มีนิสัยร่าเริง แม้เลเวลจะไม่สูง แต่ก็คิดเลขเร็วมากจนสะดุดตาลอเอล ผู้เห็นแววและตัดสินใจว่าจ้าง


ลอเอลมิได้สนใจท่าทีของสมาคมการค้าไลออน


แม้จะบอกว่าสนิทสนมกันมากขึ้น แต่กิลด์โอเวอร์เกียร์ก็มิได้สนับสนุนสมาคมการค้าไลออนอย่างออกนอกหน้า


กิลด์โอเวอร์เกียร์แค่วางสมาคมการค้าไลออนไว้ใกล้ตัว เพื่อที่จะได้จับตามองได้ง่าย


ขณะเอลนีดาน่าจ้องมองกริด จู่ๆ รอยยิ้มของเธอก็กระจายไปทั่วใบหน้า


“มาช้านะ”


เสียงทุ้มต่ำของบราฮัมดังขึ้น


มันไพเราะเสียจนเด่นสะดุดหูท่ามกลางความวุ่นวาย


สายตาของผู้คนหันไปทางบราฮัมทันที ก่อนจะมองตามสายตาบราฮัมไป


สุภาพบุรุษผมทองรูปงาม


เสื้อผ้าที่แทบไร้ริ้วรอย ผนวกกับท่วงท่าอันสูงส่ง สร้างความประทับใจให้ผู้คนเป็นอย่างมาก


ทุกสิ่งผสมผสานอย่างลงตัวกับใบหน้าอันหล่อเหลา


มองผิวเผิน อีกฝ่ายสง่างามและสูงส่งเสียจนอดสงสัยไม่ได้ว่า นั่นใช่พี่น้องของบราฮัมหรือไม่


อย่างไรก็ดี สีชื่อตัวละครกลับค่อนข้างประหลาด


สีหยก ไม่เคยปรากฏในชื่อใครมาก่อน


แม้แต่นาม ‘ฮายาเตะ’ เองก็ฟังดูไม่คุ้นหู


“ประสาทสัมผัสไม่แม่นยำหรือ? ดูเหมือนว่าแม้แต่นักล่ามังกรก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบสินะ แต่ช่างเถอะ จุดบอดของเจ้า ข้าจะช่วยเติมเต็มให้เอง”


“…!”


“…!”


ดวงตาผู้คนพลันเบิกกว้าง หลายคนมัวแต่กลืนน้ำลายจนลืมหายใจ


นักล่ามังกร


ถ้าจำไม่ผิด เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อของนักล่ามังกรที่ปรากฏในข้อความโลก ก็ดูเหมือนจะเป็นฮายาเตะจริงๆ


ผู้คนต่างตกตะลึงเมื่อบุคคลไม่คาดฝันปรากฏตัวท่ามกลางความวุ่นวาย เป็นความประหลาดใจ ดีใจ และกระสับกระส่าย


เพราะดูเหมือนว่า หลังจากนี้จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นต่อ


“เหล่าพสกนิกรทั้งหลาย มิต้องกังวลไป เทพโอเวอร์เกียร์จะปกป้องพวกเจ้าทุกคน จงสลัดความไม่สบายใจด้วยการสวดวิงวอน”


ขณะซาลิเอลประกาศกึกก้องเพื่อให้ผู้คนสงบลง เมอร์เซเดสส่งข้อความเสียงไปหาบราฮัม


> ท่านฮายาเตะใช้คาถาพากลับไม่ได้


“…”


> เพราะจุดบันทึกของท่านฮายาเตะไม่ใช่ไรน์ฮาร์ท ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมาช้ากว่าพวกเราหนึ่งก้าว


ใบหน้าสีขาวหิมะของบราฮัมค่อยๆ แดงระเรื่อ


ย้อนกลับไปยังครั้งแรก ที่ได้พบกับชายผู้บรรลุความฝันของตนได้นานแล้ว บราฮัมค่อนข้างกระสับกระส่ายผิดจากท่าทีภายนอก


‘วันนี้เราไม่ควรนอนในโลง’


ด้วยเกรงว่าจะเผลอทำลายโลงทิ้งขณะกำลังหลับ


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00