จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,633



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว


เมืองในอาณาจักรหนึ่ง ทำการแต่งตั้งเจ้าเมืองคนใหม่


มันเป็นคนละโมบ


ใช้ข้ออ้างมากมายเพื่อรีดภาษี แถมยังคอยกดขี่ชาวเมืองอย่างหนัก


ยิ่งกำแพงและยอดปราสาทเจ้าเมืองสูงขึ้น คุณภาพชีวิตประชาชนก็ยิ่งแย่ลง


แน่นอน ผู้คนมิได้ตาบอด พวกมันพยายามยื่นอุทธรณ์ไปยังกษัตริย์ เพื่อชี้แจงความผิดของเจ้าเมือง


แต่อาณาจักรกลับไม่เหลียวแล


เพียงเพราะว่า ข้ออ้างที่เจ้าเมืองใช้ขึ้นภาษี ฟังดูสมเหตุสมผล


ผู้ตรวจการที่ถูกส่งมาพอเป็นพิธี รับสินบนจากเจ้าเมืองและเพิกเฉยต่อความยากลำบากของผู้คน


อีกทั้งยังชมเชยเจ้าเมืองที่สร้างกำแพงสูง ซึ่งนั่นสามารถช่วยป้องกันการรุกรานจากต่างชาติ


หลังจากผู้ตรวจการกลับไป


เจ้าเมืองโกรธแค้นประชาชน


พวกแกที่ควรจะซื่อสัตย์และเชื่อฟังฉัน ทำไมถึงกล้าทรยศฉัน?


มันสั่นสะท้านไปด้วยความเกลียดชังต่อประชาชนที่หักหลัง


นับแต่นั้น ประชาชนทวีความทุกข์ยากด้วยภาวะอดอยาก


เนื่องจากไม่ได้กินอาหารอย่างถูกต้อง จำนวนคนที่ป่วยตายจึงเพิ่มขึ้น


เป็นลาร์สที่ยื่นช่วยพวกเขาเหล่านั้น


เหล่าชาวเมืองที่ต้องล้มตายด้วยความอดยาก เพราะมีเจ้าเมืองเวรตะไล


เด็กชายที่รู้สึกสงสาร เค้นสมองคิดและใช้อำนาจของบิดาช่วยเหลือชาวเมือง


อ่างเก็บน้ำถูกสร้างขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม จนเกิดเป็นทะเลสาบ


อาชีพชาวประมงถือกำเนิด และคอยจุนเจือปากท้องประชาชนนับแต่นั้น


พ่อของมันมิได้เอะใจแม้แต่น้อย


ลาร์สเพียงอธิบายไปว่า ตนสร้างเขื่อนเพราะต้องการผูกขาดทะเลสาบขนาดใหญ่


แน่นอน เจ้าเมืองมิได้ขัดขวาง


เพราะเจ้าเมือง ก็คือพ่อของลาร์ส


เด็กชายผู้เป็นลูกของเจ้าเมืองชั่วร้าย ช่วยเหลือประชาชนด้วยหัวใจบริสุทธิ์ ผ่านอำนาจของบิดาผู้เป็นที่รัก


จนกระทั่งวันหนึ่ง ความอดยากของผู้คนบรรเทาลงเพราะการกระทำของเด็กชาย


แต่แล้ว เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น


หลังจากเจ้าเมืองทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ทะเลสาบถูกสร้าง


สารพิษถูกปล่อยลงสู่ทะเลสาบ


ฝูงปลาตายเป็นเบือ และทยอยลอยขึ้นผิวน้ำจนทะเลสาบกลายเป็นสีดำ


จำนวนของปลาตาย มากมายจนมองไม่เห็นผิวน้ำ หรือแม้กระทั่งท้องปลา


ชาวเมืองต่างพากันตัดพ้อ เด็กชายเผชิญความสิ้นหวัง


“ทำไมฉันต้องเกิดมาเป็นลูกคนอย่างแกด้วย…?”


เด็กชายที่แหกปากตะโกนใส่บิดาเป็นครั้งแรกในชีวิต กระโดดลงไปในทะเลสาบ


นั่นคือหลังจากเคี้ยวสมุนไพรชนิดพิเศษ ที่หากผสมกับเลือดมนุษย์ จะมีสรรพคุณช่วยบำบัดน้ำเสีย


คำสาปแช่งและเคียดแค้นของบุตรชาย ที่ยังคงตำหนิบิดาในวาระสุดท้ายของตน ดังกึกก้องภายในใจเจ้าเมืองไปตลอดกาล


และในวันนี้ ทะเลสาบสีดำสนิท กลับมาเป็นสีฟ้าครามอีกครั้ง


เด็กชายเสียชีวิต


ตาย และกลายเป็นเทพ


ถือเป็นกรณีหายากในหมู่เทพมนุษย์


อย่างไรก็ดี เด็กชายยังไม่ตระหนักถึงการตายของตน


เหตุเพราะความทรงจำซ้อนทับกัน ขณะเกิดใหม่จากความปรารถนาอันแรงกล้าของชาวเมือง


“ท่านเป็นใคร”


สิ่งที่ไหลรินออกจากบาดแผลของเด็กชาย คือหยดน้ำ มิใช่เลือดสด


เทพนักจับปลา ลาร์ส ซักถามหลังจากได้สติกลับมา


ดูเหมือนว่ามันจะไม่รู้จักกริด ผู้กำลังมีสีหน้าเห็นใจ


แตกต่างจากเดบีเรียน ที่พอจะคาดเดาตัวตนกริดได้คลุมเครือในครั้งแรกที่พบกัน


ราวกับว่า ลาร์สแทบไม่มีโอกาสได้ศึกษาโลก เพราะชีวิตอยู่แต่ในทะเลสาบและแม่น้ำ


“พระองค์คือเทพโอเวอร์เกียร์”


“เทพ… โอเวอร์เกียร์…”


“เหมือนกับเจ้า พระองค์คือเทพ ขณะเดียวกันก็เป็นมหาจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิ พระองค์ถือกำเนิดจากความปรารถนาของมนุษย์ คอยปกป้องและดูแลมนุษย์จำนวนมาก”


“ฉันไม่เคย… ดูแลผู้คน”


ขณะฟังคำแนะนำตัวของคาริออน กริดทำหน้าเครียด


เราเคยดูแลคนอื่นตอนไหน?


จริงอยู่ที่เคยต่อสู้เพื่อปกป้องผู้คน แต่จะเรียกว่านั่นคือการดูแลก็ไม่ถูก


เป็นคำเยินยอที่กริดมิอาจรับไว้ได้


ชายหนุ่มกระอักกระอ่วนจนใบหน้าแดงก่ำ ประหนึ่งใกล้ระเบิดเต็มที


ลาร์สที่เฝ้าสังเกตอากัปกิริยาของกริด เผยรอยยิ้ม


“ท่านคือเจ้าของโลกเทพใบใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดนี่เอง… ข้าเคยได้ยินจากปากชาวประมงบ่อยๆ พวกเขาเล่าให้ฟังว่าท่านยอดเยี่ยมเพียงใด… ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้า คงตามหาข้าด้วยเหตุผลบางประการสินะ… ถ้ามีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยได้ ข้าสาบานว่าจะหยิบยื่นด้วยสองแขน และช่วยเหลือท่านอย่างสุดกำลัง”


ไม่นานหลังจากได้เห็นสัตว์ประหลาดในมิติอันมืดมิด


สัตว์ประหลาดรูปร่างพิสดาร ที่นำกระดูกเทพมนุษย์ไปประกอบเข้ากับร่างกายตัวเอง


ลาร์สมั่นใจ


ต่อให้ตายไป มันคงไม่มีวันลืมความน่ากลัวในวินาทีดังกล่าวเด็ดขาด


หรือหากในอนาคต ตนมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับอสูรที่โด่งดังในนรก แต่ลาร์สก็เชื่อว่า มันไม่มีทางหวาดกลัวอีกฝ่ายมากไปกว่าปีศาจเมื่อครู่


ทว่า


ในวินาทีนี้ ความกลัวทั้งหมด พลันถูกขจัดเป็นปลิดทิ้ง


ร่างกายที่เคยสั่นสะท้าน สงบลงราวกับที่ผ่านมาเป็นเพียงเรื่องโกหก


สาเหตุมาจากความอบอุ่นที่แฝงอยู่ในพลังเทพของกริด ผู้ย้อมทะเลสาบให้กลายเป็นสีส้มพระอาทิตย์ตกดิน


ลาร์สที่ถูกช่วยไว้ได้ทันเวลา ก่อนจะถูกวิญญาณเร่ร่อนแห่งสุสานร้างกลืนกิน ย่อมกะเกณฑ์ความแข็งแกร่งของกริดได้แม่นยำ


ทรงพลังมาก


แต่ถึงอย่างนั้น กริดกลับยังทักทายตนอย่างมีมารยาท


ลาร์สอยากเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง


ขณะมันตัดสินใจได้


“ได้โปรดมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพวกเรา”


กริดเข้าประเด็นทันที


“ฉันต้องการให้นาย ย้ายมาอาศัยในโลกโอเวอร์เกียร์ด้วยกัน”


เป็นคำขอร้องที่สุภาพ ปราศจากการบังคับขู่เข็ญโดยผู้เหนือกว่า


ประกอบกับในช่วงเวลาที่ผ่านมา ลาร์สต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลานาน


มันจึงสัมผัสถึงแรงดึงดูดทางจิตใจ


ทว่า


“ถ้าไม่มีปลา ความหมายในการดำรงอยู่ของข้าก็จะเลือนราง… อันที่จริง พลังของข้าก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก ได้แต่สงสัยว่า ข้าคู่ควรที่จะอาศัยในโลกของท่านจริงหรือ…”


โลกเทพใบใหม่ ขนาดพื้นที่ยังเล็กมาก


คงไม่มีแม่น้ำหรือทะเลสาบ


หรือต่อให้มี แต่ลาร์สเป็นเทพที่อ่อนแอ เกรงว่าจะทำได้เพียงช่วยผู้คนจับปลา


เราจะเป็นประโยชน์ได้จริงหรือ?


คาริออนอธิบายกับลาร์ส ผู้สงสัยในตัวเอง


“แค่มาอยู่ด้วยกันก็ช่วยเราได้มากแล้ว… เดิมที ยิ่งโลกเทพมีเทพอาศัยอยู่มาก โลกก็ยิ่งแข็งแกร่ง และเจ้ายังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ แม้จะตัวเล็ก แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อผู้คนได้แน่”


เทพนักล่า เดบีเรียน และเทพนักจับปลา ลาร์ส


แก่นสำคัญของทั้งสอง คือการช่วยเหลือคนยากจน


ถ้าอยู่ด้วยกัน จะต้องไปได้สวยแน่


ผู้คนที่ผ่านเข้าออกโลกโอเวอร์เกียร์ จะได้รับพรแห่งความอุดมสมบูรณ์ จนเกิดเป็นความศรัทธาและเริ่มสวดวิงวอนอย่างแรงกล้า


กล่าวคือ นั่นเป็นวัฏจักรการพึ่งพาอาศัยกัน ที่สมบูรณ์แบบในตัวเอง


แน่นอน คาริออนตระหนักว่าโลกโอเวอร์เกียร์จำเป็นต้องมีทะเลสาบหรือแม่น้ำ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล


คาริออนคือเทพแห่งผืนดิน และยังมีปิอาโร่ หนึ่งในอัครสาวกของเทพโอเวอร์เกียร์


หากทั้งสองร่วมมือกัน การสร้างทะเลสาบและแม่น้ำในโลกโอเวอร์เกียร์ คงไม่ใช่เรื่องยากเย็น


“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับพวกท่าน”


ลาร์สพยักหน้าด้วยความยินดี


[เทพนักจับปลา ลาร์ส กลายเป็นสมาชิกของโลกโอเวอร์เกียร์]


[เนื่องจากมีจำนวนเทพเพิ่มขึ้น เลเวลของโลกโอเวอร์เกียร์เพิ่มขึ้น 1 ระดับ]


[หากสร้างวิหารของลาร์สในโลกโอเวอร์เกียร์ พื้นที่ของโลกโอเวอร์เกียร์จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย]


[เทพนักล่า เดบีเรียน และเทพนักจับปลา ลาร์ส ได้กระตุ้นให้เกิดคุณสมบัติ <เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ (1) >]


[เมื่อเป้าหมายที่เป็นมิตร เดินทางมายังอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ เป้าหมายจะได้รับโบนัสค่า EXP, ลดผลข้างเคียงจากการอดอาหาร, เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ขณะอยู่ในป่า, เพิ่มระยะเวลาในการดำน้ำ]


‘สำเร็จ’


เริ่มต้นได้สวย


กริดโล่งใจ แต่ก็ยังยิ้มไม่ออก


ชายหนุ่มกังวลเกี่ยวกับวิญญาณเร่ร่อนที่พบในสุสานร้าง ซึ่งพวกลิชพยายามส่งลาร์สผ่านมิติเข้าไป


อีกฝ่ายแข็งแกร่ง และชั่วร้ายกว่าที่คิดไว้มาก


ชั่วร้ายจากก้นบึ้ง


มอบความรู้สึกไม่ต่างจากบาเอล


‘พิสัยการลงมือ กว้างกว่าที่เราคิดไว้พอสมควร…’


หากปล่อยเอาไว้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดผลเสียในอนาคต


อย่างไรก็ดี มีหลายปัจจัยที่ช่วยห้ามปรามกริด ไม่ให้ลงมือก่อนเวลาอันควร


อันดับแรก สุสานร้างมีขนาดใหญ่เกินไป


ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในซาทิสฟาย


สุสานร้างใหญ่ถึงเพียงนั้น


มองจากภายนอกจะดูเหมือนผืนป่าและภูเขา จึงเพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้


เนื่องด้วยขนาดที่ใหญ่โต จึงไม่มีทางทราบได้เลยว่า จะมีกับดักรออยู่มากเพียงใด


ต้องใช้เวลานานพอสมควร กว่าจะเข้าถึงตัวเจ้าผีนั่น…


นอกจากนั้น ยังมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่บรรดา ‘บอสรอง’ จะเป็นตัวตนระดับ ‘บอสสุดพิเศษ’


เป็นเรื่องยากที่กริดจะเคลียร์ทั้งหมดได้ตามลำพัง หากหวังกวาดล้าง ทางเลือกเดียวคือต้องพาอัครสาวกไปด้วย


แต่ปัจจุบันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ที่จะลงทุนสำรวจสุสานไร้ผู้สืบทอด


อยู่ในช่วงต้องประหยัดทรัพยากร


ตัวอย่างเช่น โพชั่น


โพชั่นที่ผลิตจากโรงแปรธาตุเรย์ดัน ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักและกำลังฟื้นฟู ต้องถูกสำรองไว้เพื่อใช้กับภารกิจปราบบาเอล ไม่ใช่การนำไปผลาญกับสุสานร้าง


‘ไม่สิ… อาจต้องเปลี่ยนความคิด’


ลองสมมติว่า ถ้าเรานำทรัพยากรทั้งหมด ทุ่มลงไปกับการสำรวจสุสานร้าง


หากล้มเหลว ก็แค่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


แต่ถ้าสำเร็จ จะเกิดกำไรอย่างมหาศาล


เลเวลของกริดและอัครสาวกจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงไอเท็มทรงพลังที่จะได้รับ


‘คงต้องเปลี่ยนแผนสินะ…’


นอกจากนั้น ทีมสำรวจนรกยังต้องการเวลาอีกสักพัก


อย่างน้อยก็ต้องรอจนจนกว่า กิลด์โอเวอร์เกียร์หลักจะมีเลเวลห้าร้อยครบทุกคน


ทันใดนั้นเอง


คาริออนที่อ่านความคิดกริดออก มอบคำแนะนำ


“เราไม่ควรแตะต้องสุสานร้าง”


“เจ้าผีนั่น แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียว?”


“ความแข็งแกร่งของเจ้าผีนั่นเป็นแค่ประเด็นรอง ท่านลองไตร่ตรองแก่นแท้ของเจ้าผีนั่นให้ดี”


“แก่นแท้ของเจ้าผีนั่น…? ไม่ใช่นักล่าเทวตำนานหรือ?”


“ไม่ใช่ นั่นก็แค่บทบาทรอง… เหตุใดเจ้านั่นถึงได้ชื่อว่าวิญญาณเร่ร่อนแห่งสุสานร้าง? เพราะมันไม่เคยออกจากสุสานร้าง… แล้วทำไมมันถึงไม่เคยออกจากสุสาน?”


“เพื่อปกป้องสุสาน… อ๊ะ!”


กริดตระหนักถึงแก่นแท้ของวิญญาณเร่ร่อนได้ทันที


ผู้พิทักษ์สุสานร้าง


แม้จะล่าเทพมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยออกจากสุสานร้างเลยสักครั้ง


มองผิวเผินอาจคล้ายกับราชาขุนเขาแห่งเกรเนียร์ แต่มีบางจุดที่แตกต่างกันชัดเจน


อาณาเขตที่ราชาขุนเขาปกป้อง คือภูเขาเกรเนียร์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ


ในขณะที่สุสานร้าง คือสุสานของใครบางคน


เหตุใดวิญญาณเร่ร่อนแห่งสุสานร้าง ถึงต้องปกป้องสุสานของใครบางคน?


เป็นคำสั่งจากเจ้าของสุสาน?


นั่นคือปัญหา


“หากท่านถ้าไปยุ่งกับวิญญาณเร่ร่อน เกรงว่านั่นอาจเป็นการยั่วยุเจ้าของสุสานตัวจริง”


“แล้วใครคือเจ้าของสุสาน?”


“ข้าไม่ทราบ”


“เธอ… ไม่รู้?”


สุสานร้าง ถูกสร้างบนผืนดิน


แต่เทพแห่งผืนดิน คาริออน กลับไม่ทราบตัวจริงของเจ้าของสุสาน?


ขณะกริดเริ่มกระสับกระส่าย คาริออนเผยรอยยิ้มขื่นขมบนใบหน้าอันงดงาม


“ใช่ ก็อย่างที่ท่านทราบ ตัวข้ามิได้มีอำนาจล้นฟ้า… เหตุผลที่ข้าคอยดูแลผืนดิน ก็เพราะท่านแม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ท่านแม่มีสิทธิ์ควบคุมข้าได้ดั่งใจ… เท่าที่ข้าจำความได้ จู่ๆ สุสานร้างก็โผล่ขึ้นกะทันหัน บางที สิ่งที่สร้างสุสานนั่น อาจเป็นท่านแม่ หรือไม่ก็ตัวตนที่มีระดับทัดเทียมพระองค์”


นั่นคือเหตุผลว่าทำไม เธอถึงเชื่อว่าตอนนี้ยังไม่ควรไปแตะต้องสุสานร้าง


มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลซุกซ่อนอยู่ที่นั่น


หลังจากตระหนักถึงความกังวลของคาริออน กริดหันเหความสนใจ


‘ยังไม่ควรสำรวจสุสานตอนนี้สินะ’


ถ้าอย่างนั้นก็ต้อง ตระเวนรวบรวมเทพมนุษย์ต่อไป


ขณะเดียวกัน ในอีกไม่ช้า เกล็ดของเซนอนก็จะงอกเงย


ยังมีหลายเรื่องให้ต้องทำ


“…กลับบ้านกันก่อน”


มีน้ำพุขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้กับวิหารของกริด คาริออน และเดบีเรียนในโลกโอเวอร์เกียร์


เปลี่ยนน้ำพุให้เป็นทะเลสาบเพื่อสร้างวิหารของลาร์สดีไหม?


กริดที่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง นำม้วนคาถาพากลับออกมา


ในเวลาเดียวกัน


“คุณถูกพ่อแม่ตัดความสัมพันธ์ใช่ไหมครับ?”


“ถามทำไม?”


“ผมได้ยินมาว่า ท่านอาจารย์ยังมีพี่น้องฝาแฝดอีกสองคน”


บนโลกความเป็นจริง ฮิวรอยกำลังสร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างในสังคม


“พ่อแม่ของท่านอาจารย์เป็นคนที่สุดยอดมาก ถึงกับคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่า จากบรรดาเด็กที่เกิดพร้อมกันสามคน จะมีหนึ่งคนเป็นไอ้เด็กเวรที่เลี้ยงเสียข้าวสุก… หากคุณต้องการ ผมสามารถติดต่อนักเขียนคนดังให้ได้ เขาจะช่วยคุณเขียนและตีพิมพ์ ชีวประวัติอันน่ายกย่องของพ่อและแม่คุณ”


ฮิวรอยกำลังวิจารณ์ผู้ร่วมดีเบตอย่างออกรส


เหตุเพราะอีกฝ่ายยืนกรานว่า ซาทิสฟายควรนำระบบ ‘ซีซั่น*’ มาใช้ (Season - ฤดูกาล)


ฮิวรอยรู้สึกฉุน เมื่อได้ยินผู้ร่วมดีเบตกล่าวด้วยท่าทีไม่ยี่หระทำนองว่า “แค่รีเซต NPC ก็ได้”


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00