จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,629



เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไล่ตามไลฟาเอล


เมฆสีทองบนท้องฟ้าสูง ทำหน้าที่ขัดขวางการเข้าใกล้ของฮายาเตะและเหล่าอัครสาวก


เป็นคำเตือนกลายๆ ว่า ผู้ไม่ได้รับอนุญาตควรถอยกลับไป


บราฮัมพ่นลมหายใจ


“โอหังชะมัด”


คำเย้ยหยันของบราฮัมมิได้เกิดจากอารมณ์ แต่เป็นความรู้สึกที่มีเหตุผลรองรับ


สวรรค์


แอสการ์ดเคยเป็นผู้ปกครองสูงสุดเพียงเพราะหนึ่งเหตุผล


ที่นั่นคือโลกของเทพ


เป็นธรรมดาที่จะถูกกราบไหว้บูชาและสั่งสมพลังเทพอย่างต่อเนื่อง


แต่ปัจจุบัน แอสการ์ดมิใช่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงแห่งเดียว


ไม่เพียงจะมีอาณาจักรฮวานแห่งตะวันออก แม้แต่กริดก็ยังสร้างโลกโอเวอร์เกียร์บนโลกกึ่งกลาง


โลกโอเวอร์เกียร์


ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ฉาบโลกกึ่งกลางด้วยพลังเทพสีใหม่


แตกต่างจากแอสการ์ด พลังเทพชนิดนี้คล้ายคลึงกับของนักพรต มองเห็นและสัมผัสได้ชัดเจน สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกกึ่งกลาง


ผู้คนค่อยๆ ออกห่างจากแอสการ์ด


แม้กระทั่งปัจจุบัน หนึ่งในสัญลักษณ์ของแอสการ์ดอย่างเมฆทอง ก็ยังดูโอหังเกินตัวในสายตาบราฮัม


ไม่สบอารมณ์เลยสักนิด


ก็แค่พวกขอทาน ที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเกาะผู้อื่นกิน


บราฮัมที่ยักไหล่ ถอนสายตากลับ


มันได้พบกับสุภาพบุรุษผมทอง


ชายผู้มาถึงจุดเกิดเหตุก่อนบราฮัม


ความน่าเกรงขามของอีกฝ่ายช่างน่าทึ่ง ไม่มัวหมองเลยสักนิดแม้จะยืนเทียบเคียงกับตนผู้มีสายเลือดสูงส่ง


บราฮัมทราบว่าอีกฝ่ายเป็นใคร


“นักล่ามังกร”


ตัวตนสัมบูรณ์เพียงหนึ่งเดียวของโลกกึ่งกลาง


ผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องมวลมนุษย์มาอย่างยาวนาน


เหนือสิ่งอื่นใด ชายคนนี้เคยฆ่ามังกรมาแล้ว


กล่าวคือ เป้าหมายที่บราฮัมใฝ่ฝันมาตลอด ใครบางคนทำสำเร็จได้นานแล้ว


“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบ…”


บราฮัมกล่าวทักทาย


แม้จะไม่ได้คำนับ อย่างมากก็แค่ผงกศีรษะแผ่วเบา แต่การเลือกใช้คำพูดนั้นต่างไปจากปรกติ


เป็นเกียรติ…?


ขณะปิอาโร่เผยสีหน้าพึงพอใจ เมอร์เซเดสอดไม่ได้ที่จะทึ่ง


นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นบราฮัมถ่อมตนกับใครบางคน


แน่นอน อาการตกตะลึงคงอยู่เพียงชั่วขณะ


เมอร์เซเดสเองก็สามารถตรวจสอบตัวตนของฮายาเตะ รวมถึงการวัดฝีมือในเชิงลึก


ทั้งที่มีพลังพ้นฟ้า แต่กลับเก็บซ่อนเอาไว้โดยไม่งัดออกมาใช้ข่มเหงใคร


ชายผู้สามารถปกครองโลกได้แค่เพียงเอ่ยปาก กลับเร้นกายปกป้องโลกโดยไม่สลักชื่อลงในประวัติศาสตร์


เป็นใครก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม


ในท้ายที่สุด เมื่อเมอร์เซเดสและปิอาโร่โค้งศีรษะคำนับ ฮายาเตะเผยสีหน้าลำบากใจ


“วีรชนที่แท้จริงจะไม่มองคนผิด… ข้าก็แค่คนขลาดเท่านั้น… ไม่เหมือนกับพวกท่านที่ปกป้องโลกอย่างกล้าหาญร่วมกับกริด ไม่สิ ร่วมกับเทพโอเวอร์เกียร์… ข้าก็แค่… ชายชราผู้ซ่อนตัวอย่างหวาดกลัวมาตลอด ได้โปรดเข้าใจเสียใหม่ด้วย”


“กริดเป็นที่รักขนาดนี้เชียว…”


บราฮัมพึมพำพลางขมวดคิ้ว ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นดำมืด


“ท่านยอดฝีมือถ่อมตนเกินไป”


เมอร์เซเดสกล่าว พลางยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นท่าทีของบราฮัม


ไม่นานมานี้


มวลมนุษย์ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของมังกร


เพียงลมหายใจแผ่วเบา เพียงการกระพือปีกเล็กน้อยของมังกร ก็มากพอที่จะทำลายเมืองใหญ่ของมนุษย์ในพริบตา


ฮายาเตะคือบุคคลที่คอยปกป้องมนุษย์จากสัตว์ประหลาดเหล่านั้น


หากไม่มีนักล่ามังกร มนุษย์คงเผชิญภัยพิบัติที่มังกรก่อขึ้นหนแล้วหนเล่า ต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังเหนือพรรณนา


ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ


เปรี้ยะ!


เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นภายในเมฆสีทองที่อยู่ห่างออกไป


พายุสายฟ้าก่อตัวพร้อมกับซัดกระหน่ำใส่ฮายาเตะและเหล่าอัครสาวก


ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่


ผืนดินถูกทำลายในพริบตา


“นั่นมัน…”


บราฮัมที่คลุมกายด้วยบาเรียเวทมนตร์สีแดง แหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้า


ท่ามกลางปุยเมฆกระจัดกระจาย มันมองเห็นชุดเกราะสีใสคลุมเครือ


เทพ


ดูเหมือนว่าจะมีลำดับชั้นสูงมาก


เส้นขุนที่ลุกตั้งชันบนผิวหนังใต้บาเรียเวท คือเครื่องยืนยันสมมติฐานดังกล่าว


“โดมิเนี่ยน”


เป็นเสียงของซิก


หนึ่งในสาเหตุที่ไลฟาเอลรีบเผ่นหนี


ขณะเฝ้ามอง ‘เหล่าผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก’ จากจุดห่างไกล ในที่สุดมันก็มิอาจนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ และตัดสินใจเข้ามาสมทบ


“ร่างอวตารของการไร้พ่ายและชัยชนะไม่สิ้นสุด ผู้สวมเกราะที่มิอาจทะลวง ผู้ซัดหอกที่แทงทะลุทุกสิ่ง”


“ขี้โกงชะมัด”


“ใช่”


โดมิเนี่ยนคือเทพแห่งสนามรบ


ส่งผลให้แอสการ์ดไม่เคยพ่ายแพ้ในศึกใดจวบจนปัจจุบัน


โดมิเนี่ยนคือสาเหตุที่เจ็ดมารก่อกบฏล้มเหลวไม่เป็นท่า


“…”


ฮายาเตะมิอาจละสายตาไปจากซิก


ไม่ใช่เพราะบุพเพสันนิวาสหรืออะไรทำนองนั้น แต่ในฐานะมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ฮายาเตะย่อมสัมผัสถึงบางอย่างได้จากมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกก่อนหน้า


เพียงได้เห็นความเฉื่อยชา มันเผยสีหน้าประหลาดใจ


‘เป็นเจ็ดนักบุญจริงๆ …’


เจ็ดนักบุญ หรือเจ็ดมาร คือประวัติศาสตร์ในโลกก่อนหน้า


เดิมที ข้อมูลเหล่านี้ไม่ควรเผยแพร่มายังโลกปัจจุบัน


แต่ในความเป็นจริง ตำนานดังกล่าวถูกบันทึกและเผยแผ่อย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจยุคสมัย


ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่ใครนอกจากเซียนเบนทาโอ


ลงเอยด้วย ผู้คนในโลกปัจจุบันรู้จักเจ็ดมาร ฮายาเตะก็เช่นกัน


ด้วยเหตุนี้ การสนทนาจึงสั้นกระชับ


ฮายาเตะยอมฟังคำแนะนำของซิกโดยไม่ปริปาก


ท่าทีประหนึ่งกำลังแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโส


“ไม่มีทางที่ตัวตนระดับนี้จะเสด็จเยือนด้วยเหตุผลเล็กน้อย… ไรน์ฮาร์ทกำลังตกอยู่ในอันตราย”


ซิกเสนอให้ถอนตัว


แน่นอน บราฮัมไม่ชอบใจ


ศัตรูอยู่เพียงเหนือศีรษะ


หากมันเป็นภัยคุกคาม เช่นนั้นก็ควรบดขยี้ให้ราบคาบไม่ใช่หรือ?


จะเกิดอะไรขึ้นถ้าถูกไล่ตามไปจนถึงไรน์ฮาร์ท?


ผลลัพธ์แทบไม่แตกต่าง ก็แค่เปลี่ยนสถานที่ต่อสู้


ดังนั้น มีเหตุผลใดให้ต้องหนี?


บราฮัมต้องการคำอธิบายจากซิก


อย่างไรก็ดี มันมิอาจถามออกไปตรงๆ


จริงอยู่ ลำพังความเห็นของซิกมิได้ถือเป็นใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าฮายาเตะจะเห็นด้วยกับซิก บราฮัมจึงไม่กล้าปริปาก


‘ทำไม… คนอย่างข้า บราฮัม ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้…’


เดิมที บราฮัมมองทุกคนเท่าเทียมกันหมด


นอกจากตัวมันเองที่เป็นศูนย์กลางของโลก ทุกคนล้วนไร้ค่า


แต่ความคิดดังกล่าวเปลี่ยนไปเพราะกริด


หลังจากเฝ้ามองกริดจากด้านข้าง มันตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของเหล่าวีรชน


มันนึกเสียใจกับอดีต ที่ตนเคยทำไม่ดีกับลูกศิษย์ไว้มากมาย


นั่นคือจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ ‘ความเคารพต่อผู้อื่น’


ดังนั้น บราฮัมตัดสินใจไม่คัดค้านความเห็นของสองวีรชน


มันไม่แยแสไลฟาเอลที่หลบหลังโดมิเนี่ยนพลางหัวเราะคิกคัก เพียงกระตุ้นม้วนคาถาพากลับในมือ


และเมื่อกลับถึงไรน์ฮาร์ท บราฮัมได้เห็น


ท้องฟ้าเหนือไรน์ฮาร์ทกำลังส่องแสงสีทองอร่าม


เมฆสวรรค์เบียดเสียดเรียงรายโดยแทบไม่เหลือช่องว่าง


ด้านหน้าสุดของกลุ่มเมฆ คือสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา


การดำรงอยู่ที่สวมเกราะสีใสคลุมเครือ ถือหอกด้วยมือทั้งสองข้าง


เทพสนามรบ โดมิเนี่ยน ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน


“หมายความว่ายังไง…”


ไม่มีทางที่โดมิเนี่ยนจะมีสองคน


กำลังจะบอกว่า โดมิเนี่ยนเมื่อครู่เป็นเพียงร่างแยกหรือไม่ก็ภาพลวงตา


แต่นั่นก็น่าเหลือเชื่อเกินไป


ของปลอม…?


อีกฝ่ายแข็งแกร่งจนไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของปลอม


ซิกอธิบายกับบราฮัมที่กำลังฉงน


พร้อมกับเสกอักขระโบราณเพื่อเร่งความเร็วให้ตัวเอง


“โดมิเนี่ยนจะอยู่ในทุกสนามรบ…”


เสียงหายไปในพริบตา


บราฮัม ผู้กระตุ้นเวทเทเลพอร์ต ไล่ตามซิกไปจนทัน


ซิกอธิบายเพิ่ม


“หรือก็คือ ที่นี่กลายเป็นสนามรบแล้ว”


ซิกรู้สันดานของเทพดี


พวกมันชอบ ‘ตักเตือน’


และการตักเตือนมักมาพร้อมภัยพิบัติ


> เทพโอเวอร์เกียร์กริดเอ๋ย


ครืน! เปรี้ยง!!


ท้องฟ้าคำรามทันทีที่โดมิเนี่ยนเปิดปาก


เกิดระเบิดบนผืนดินหลายจุด เปลวไฟจำนวนมากลุกโชน


เป็นผลจากการโหมกระหน่ำของสายฟ้า


ด้านล่างกำลังเต็มไปด้วยผู้คน


ส่วนใหญ่มารวมตัวเพื่อเฉลิมฉลองการถือกำเนิดของโลกโอเวอร์เกียร์


‘หืม…’


บราฮัมที่เตรียมกางข่ายเวทมนตร์ป้องกันเป็นวงกว้าง หยุดมือกะทันหัน


ปิอาโร่ที่ดูเหมือนจะหายตัวไป กำลังจัดการปัญหาภาคพื้นดินอย่างรวดเร็ว


คราดของมันกระชากก้อนหินที่ฝังลึกใต้ดินขึ้นมาสร้างเป็นกำแพง ขนาดเกือบเท่าภูเขาลูกเล็ก แถมยังได้รับพลังเวทจากซาลิเอล


ด้วยเหตุนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจึงต่ำกว่าที่ควรมาก แต่เหล่าอัครสาวกยังไม่วางใจ


โดมิเนี่ยนบนเมฆ เล็งหอกมายังกริดที่ยืนอยู่ปากทางเข้าตามลำพัง


พลังเทพสีครามซึ่งแผ่ขยายไปทุกทิศ มอบบรรยากาศข่มขวัญสุดขีด เป็นรัศมีที่กว้างและเข้มข้นกว่าพลังเทพของกริดหลายเท่า


หอกของมันรวดเร็วยิ่งกว่าฟ้าผ่า


> บาปของการสร้างโลกเทพจอมปลอมด้วยความโลภ จนทำให้ระเบียบของโลกต้องปั่นป่วน เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิตไปพร้อมกับเหล่าสาวกผู้จงรักภักดี


เสียงคำรามของโดมิเนี่ยน ดังกึกก้องไปทั่วกรุงไรน์ฮาร์ท


มนุษย์ทุกคนได้ยินเสียงอันเกรี้ยวกราดดุจดังอสนีบาตดังกล่าว


ใครบางคนได้ยินคล้ายเสียงออกคำสั่งของแม่ทัพ บางคนได้ยินคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่า แต่ทุกคนล้วนมีใบหน้าขาวซีด


สีหน้าของกริดก็แข็งทื่อไม่ต่างกัน


‘ไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์’


การมาเยือนอย่างกะทันหันของเทพแห่งสนามรบ คือวิกฤติร้ายแรงอย่างไม่ต้องสงสัย


ความใหญ่โตของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากภาพลวงตาที่ผสมผสานระหว่างพลังเทพและบรรยากาศคุกคาม แต่เป็นขนาดจริงของร่างกาย


แม้จะอยู่สูงลิบ แต่ก็ยังมองเห็นได้เด่นชัด


อย่างไรก็ดี การกระทำของโดมิเนี่ยนกลับรอบคอบและละเอียดอ่อนไม่สมกับขนาดตัว


มันเอาแต่ตะโกนอยู่นอกขอบเขตโลกโอเวอร์เกียร์


นั่นเป็นเรื่องเข้าใจได้


หากไม่โง่เขลาจนเกินไป คงไม่มีใครบุ่มบ่ามเข้าไปสู้ในถิ่นของอีกฝ่าย


แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเทียบกับขนาดตัวมหึมา ฉากตรงหน้าชวนให้ขบขัน


‘โชคดีที่มีอัครสาวกอยู่ด้วย’


กริดไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม


โดมิเนี่ยนเองก็เป็นเทวราชา


แถมยังเป็นหนึ่งในบุตรทั้งสองของรีเบคก้า


และสำคัญที่สุด โดมิเนี่ยนไม่ประมาท


หลักฐานยืนยันก็คือ มันเพิ่งมาปรากฏตัวเอาป่านนี้ โดยไม่เคยเผยโฉมให้กริดเห็นมาก่อน


ไม่มีทางที่จะอ่อนแอไปกว่าเซราทุลหรือกาบริเอล


พิจารณาจากความรอบคอบ โดมิเนี่ยนคงลงมายังโลกกึ่งกลางในสภาพที่แข็งแกร่งกว่าทั้งสอง


‘อัครสาวกจะคอยปกป้องชาวเมือง’


ณ ปากทางเข้าวิหาร


กริดที่ยืนอยู่บนรอยต่อระหว่างโลกโอเวอร์เกียร์และโลกกึ่งกลาง เตรียมพร้อมอพยพผู้คนทุกเมื่อ


ในระหว่างที่โดมิเนี่ยนเพ่งเล็งชาวเมืองซึ่งมีอัครสาวกคอยปกป้อง ชายหนุ่มพยายามมองโอกาส


มันไม่ตั้งคำถามว่า เหตุใดโดมิเนี่ยนถึงลงมาตอนนี้


แอสการ์ดเป็นศัตรูกับโลกอยู่แล้ว


ไม่แปลกเลยสักนิด หากรีเบคก้าจะเสด็จเยือนด้วยตัวเอง


แค่ต้องสู้จนถึงที่สุด เหมือนกับทุกครั้ง


“…?”


กริดที่กำลังเพ่งสมาธิ เผยอาการตกตะลึง


พลังศักดิ์สิทธิ์ของโดมิเนี่ยนค่อยๆ ทวีความแข็งแกร่ง


ยิ่งหอกในมือถูกพลังเทพฉาบปกคลุม บรรยากาศคุกคามก็ยิ่งเข้มข้น


กริดตระหนักได้ทันที


โดมิเนี่ยนไม่มีเจตนาจะทำร้ายผู้คน


เป้าหมายคือตนมาตั้งแต่แรก


‘คิดจะจัดการเราเพื่อลดระดับตัวตน?’


หากกริดที่ยืนอยู่บนโลกโอเวอร์เกียร์ถูกหอกเสียบทะลุ ต่อให้ไม่ตาย แต่ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียระดับตัวตน


ประหนึ่งเป็นการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า โลกโอเวอร์เกียร์มิได้ไร้เทียมทานแต่อย่างใด


ฟ้าว!


โดมิเนี่ยนทำการซัดหอก


เป้าหมายคือกริด


หอกที่ใหญ่กว่าหอกของจักรกลเวทมนตร์ พุ่งเข้าหากริดพร้อมกับแหวกท้องฟ้าออกเป็นสองซีก


กริดตอบสนองทันที


โดยไม่ลังเล ชายหนุ่มกระตุ้น ‘วังวน’


เคร้ง!!


ดาบสองเล่มที่ปะทะกับหอกยักษ์ เสียหลักและเอนมาด้านหลังเล็กน้อย


แต่ในท้ายที่สุด กริดใช้ปลายดาบวาดเส้นโค้งพลางตวัดกลับ


มันควรจะเป็นเช่นนั้น


ทว่า


[สวนกลับล้มเหลว]


หอกทรงพลังเกินไป


วังวนถูกยกเลิก หอกเสียบทะลุหัวใจกริด


ฉึก!


ร่างกริดท่อนบนระเบิดทันที เลือดเนื้อกระจายไปทุกทิศ


หอกของโดมิเนี่ยนทะลุผ่านร่าง พุ่งเข้าไปในวิหารเทพโอเวอร์เกียร์ และทำลายวิหารจนพังครืนด้วยพลังที่ยังหลงเหลือ


สับสนอลหม่าน


ผู้คนที่เฝ้ามองฉากดังกล่าวด้วยสายตาเหม่อลอยมาสักพัก ได้สติกลับมาและแหกปากกรีดร้อง


ในเวลาเดียวกัน


“…แค่ก”


กริดสูญเสียระดับตัวตน



..


“…?”


กริดได้สติกลับมา


ความเจ็บปวดที่ทำให้เส้นผมกลายเป็นสีขาว เลือนหายไปราวกับเรื่องโกหก


วิหารด้านหลังที่เคยพังทลาย ยังคงอยู่ในสภาพเดิม


บนหน้าอกไม่มีแผล


โดมิเนี่ยนบนท้องฟ้าสูง อยู่ในท่าเตรียมซัดหอก


หมายความว่ายังไง?


‘เดจาวู?’


กริดที่สับสนและโล่งใจ เผยสีหน้าลังเล


หอกยักษ์ที่ฉาบด้วยพลังท่วมท้น


การรับไว้ตรงๆ คือสิ่งถูกต้องแล้วหรือ?


ศัตรูของกริดมีแต่จะเก่งขึ้นในทุกศึก


เป็นปรกติสำหรับโลกแห่งเกม


กระต่ายที่เคยล่าเมื่อตอนเลเวลหนึ่ง ไม่มีทางเทียบได้กับศัตรูในตอนเลเวล 719


‘ไม่มีทางที่กลยุทธ์พุ่งเข้าชน จะประสบความสำเร็จเสมอไป’


ท่ารำดาบเทพโอเวอร์เกียร์มิได้ไร้เทียมทานถึงเพียงนั้น


ศัตรูในอนาคตของกริดมีระดับสูงมาก จนสามารถอนุมานได้ว่า กริดจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทุกครั้ง


หรือว่าเดจาวูเมื่อครู่… จะเกิดจากจิตใต้สำนึกดังกล่าว ที่บ่มเพาะมาเป็นเวลานาน?


ไตร่ตรองสักพัก กริดรีบตัดสินใจ


มันปลดปล่อยท่ารำดาบ ‘สละ’


(เปลี่ยนชื่อท่ารำดาบ จาก ‘เหนือ’ เป็น ‘สละ’)


ท่ารำดาบที่ซวนเซคล้ายกับจะล้ม


ประหนึ่งความมุ่งมั่นและเสียสละที่ต้องการปกป้องใครสักคน


หอกยักษ์ซึ่งพุ่งมาจ่อปลายจมูก ชะงักงันกะทันหัน


ด้วยอำนาจของกริด


หอกถูกตรึงไว้กับความว่างเปล่า


หอกยักษ์ที่เชื่อมโยงกับโดมิเนี่ยนผ่านพลังเทพ และคอยสื่อสารกับโดมิเนี่ยนตลอดเวลา


ย่อมเชื่อมต่อเข้ากับประสาทสัมผัสและความรู้สึกของโดมิเนี่ยน


ด้วยเหตุนี้ หอกจึงได้รับอาการผิดปรกติจนหยุดชะงัก


เพียง 0.2 วินาที


แต่แค่นั้นก็พอแล้ว


ขอเพียงตรงตามเงื่อนไข ‘สละ’ สามารถใช้ได้กับเป้าหมายทุกชนิด


หลังจากตระหนักถึงข้อเท็จจริงใหม่ กริดรีบกางเขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์


ชายหนุ่มบงการหอกยักษ์ที่หยุดนิ่ง และส่งมันกลับไปหาโดมิเนี่ยน


คำเตือนจากสวรรค์


สิ่งที่เปรียบดังประกาศิตอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งคนทั่วไปไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ กำลังถูกส่งกลับคืนเจ้าของ


ดวงตาทั้งสองข้างของโดมิเนี่ยนและซิกที่ตระหนักถึงความหมาย ต่างเบิกกว้างโดยพร้อมเพรียง


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00