จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,631
โลกเปลี่ยนไปมาก
เป็นอีกครั้งที่กริด ผู้กำลังเอียงถ้วยชาเพื่อจิบ ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว
ต้นเหตุมาจากฮายาเตะที่นั่งฝั่งตรงข้าม
นักล่ามังกรผู้ซ่อนตัวมานานนับพันปี ปรากฏกายต่อสาธารณชนเป็นหนแรก
เป็นความรู้สึกแปลกใหม่โดยแท้จริง
“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า”
ฮายาเตะที่เฝ้ามองผู้คนคลาคล่ำด้านนอกหน้าต่าง ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้
ฮายาเตะวางตัวนิ่งเฉยในแทบจะทุกเรื่อง ด้วยเกรงว่าความประมาทเพียงเล็กน้อยของตน อาจไปกระตุ้นโทสะมังกรจนโลกถูกทำลาย
แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไป
มันเรียนรู้จากกริดผู้หมั่นเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง
เรียนรู้จากกริดผู้ไม่เกรงกลัวความพ่ายแพ้
เรียนรู้จากกริดผู้เปลี่ยนความล้มเหลวเป็นบทเรียน
การหลีกหนี ย่อมไม่มีวันสิ้นสุด
แม้จะพ่ายแพ้ แต่ก็ต้องสู้ เพื่อเรียนรู้และพัฒนา
“ข้ามีแผนจะออกเดินทางสักพัก เป้าหมายคือการเยี่ยมเยียนและสนทนากับมังกรระดับสูง ผู้หยิ่งทะนงและซ่อนตัวในจุดเดิมเป็นเวลานาน”
“สนทนา…”
การสนทนาระหว่างมังกรกับนักล่ามังกร?
ไม่มีภาพเลย
หรือว่าการแลกเปลวไฟกับคมดาบ ก็ถือเป็นการสนทนาเหมือนกัน?
ฮายาเตะอธิบายหลังจากอ่านความคิดกริดผู้กำลังฉงน
“เมื่อไม่นานมานี้ ข้าเพิ่งพบว่ามังกรระดับสูงส่วนใหญ่ที่ถูกคุกคามโดยมังกรโบราณมาตั้งแต่เกิด สามารถไตร่ตรองได้อย่างมีเหตุและผล”
มังกรส่วนใหญ่ มักตัดสินใจและลงมือทำตามสัญชาตญาณเป็นหลัก เพราะพวกมันเชื่อว่าตนคือเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่
ส่งผลให้พฤติกรรมของมังกร ยากที่จะคาดเดาและทำความเข้าใจ
ในทางกลับกัน มีมังกรระดับสูงจำนวนหนึ่ง ยังพอจะหลงเหลือเหตุและผล (ตามนิยามของมนุษย์) อยู่บ้าง
เกือบทั้งหมดตกเป็นเป้าของมังกรโบราณ จึงระวังตัวมากเป็นพิเศษ
แตกต่างอย่างมากกับมังกรระดับต่ำที่หยิ่งทะนง มังกรระดับกลางที่หมกมุ่นอยู่กับการล่ามังกรระดับต่ำ และมังกรโบราณที่ปราศจากสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง
กริดเป็นคนสอนฮายาเตะในเรื่องนี้
“ข้าได้เรียนรู้จากตำนานเทพบ… ตำนานดรากอนไนท์อันลือเลื่องของเจ้า”
“…”
ฮายาเตะตัดสินใจไม่พูดคำว่า ‘เทพบ้ามังกรบ้า’ ออกมา
ไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่เป็นการให้เกียรติ
เหตุผลที่ตำนานดรากอนไนท์มีชื่อว่า ‘เทพบ้ามังกรบ้า’ นั้นไม่ซับซ้อน
นั่นเป็นชื่อที่ผู้เห็นเหตุการณ์อย่าง ‘สามซา’ แห่งตะวันออกตั้งให้
กล่าวคือ ความจริงแล้วกริดไม่ได้บ้า
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเล่าตำนานออกไป แล้วต้องคอยอธิบายให้ฟังทีละคน?
แค่คิดก็สงสารตัวเองจับใจ
ขณะกริดเผยสีหน้าลังเล ฮายาเตะกล่าวต่อ
“ระหว่างการเดินทาง ข้าจะช่วยโน้มน้าวเหล่าเทพมนุษย์ให้”
“…!”
ฮายาเตะเข้าใจโครงสร้างของโลกโอเวอร์เกียร์ได้ทันทีที่ย่างกรายเข้ามา
มันตระหนักว่ากริดต้องการสิ่งใด และคิดหาวิธีช่วย
ลงเอยด้วย ฮายาเตะตัดสินใจช่วยกริดค้นหาและโน้มน้าวเทพมนุษย์
กริดเกิดความซาบซึ้งจนมิอาจพรรณนา
“จากการตรวจสอบของเหล่าสภา มีสัญญาณที่ดีเกิดขึ้น… พวกเขาแจ้งว่า พายุที่เกิดขึ้นในมหาพงไพรได้สร้างความผิดปรกติบางอย่าง”
ตัวการสำคัญที่ทำให้เทพมนุษย์ต้องหลบซ่อน ไม่ใช่ใครนอกจาก ‘ผู้ล่าเทวตำนาน’
จากบรรดาทั้งหมด ‘วิญญาณเร่ร่อนแห่งสุสานร้าง’ และ ‘สายลมแห่งมหาพงไพร’ โดดเด่นเป็นพิเศษ
แตกต่างจากราชาขุนเขาที่ใช้ภูเขาเป็นถิ่นฐาน พื้นที่ในการล่าของทั้งสองนับว่ากว้างใหญ่ไพศาล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริวารของสายลมแห่งมหาพงไพรที่ถูกขนานนามว่า ‘ลมกระโชก’ เนื่องด้วยคุณสมบัติในการเคลื่อนที่ไปตาม ‘ป่า’ และ ‘ต้นไม้’ ได้อย่างอิสระ เป็นภัยคุกคามต่อเทพมนุษย์มากที่สุด
‘เดบีเรียนเคยบอกว่า แม้แต่เขารับมือได้ยาก’
เดบีเรียนคือเทพนักล่า เมื่ออยู่ในป่าจะสำแดงพลังได้หลากหลาย
แต่มันกลับบอกว่า ตนต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว
เหตุเพราะสมุนของวิญญาณเร่ร่อนแห่งสุสานร้างมีจำนวนมากเกินไป และสมุนของสายลมแห่งมหาพงไพรก็ปกคลุมทั่วภาคตะวันออกและตะวันตก
สรุปโดยสั้น ผู้ล่าเทวตำนานแข็งแกร่งมาก
กริดเคยมีประสบการณ์กับตัวมาแล้ว
ไม่มีทางที่พวกมันจะเผชิญความยากลำบาก หากคู่ต่อสู้ไม่แข็งแกร่งจนโดดเด่น
กริดที่กำลังเลียริมฝีปากอันเรียบเนียนของตน ฉุกคิดถึงบางสิ่ง
ความรู้สึกเจ็บแปลบพลันแล่นไปทั่วร่าง
‘อย่าบอกนะว่า…’
“โลกนี้เต็มไปด้วยพวกขี้ขลาดที่เอาแต่หลบซ่อน ข้าไปจะเก็บเกี่ยวพลังที่ใกล้เลือนหายไปอย่างเปล่าประโยชน์”
แมรีโรส
หญิงสาวผู้มอบความเจ็บปวดและเพลิดเพลินอันหาจากที่ใดไม่ได้ ด้วยการเคี้ยวริมฝีปากกริดอย่างละเมียดละไม ทิ้งคำพูดสุดท้ายแฝงเลศนัยไว้ก่อนออกเดินทาง
นอกจากฮายาเตะ มีเพียงเธอเท่านั้นที่เหนือกว่าผู้ล่าเทวตำนานอย่างชัดเจน
‘…เธอจะกินผู้ล่าเทวตำนาน?’
แมรีโรสกระชากศีรษะ ‘สายลม’ พลางแสยะยิ้มพร้อมกับเลียริมฝีปาก
เมื่อจินตนาการถึงฉากอันน่าหวาดหวั่น แผ่นหลังกริดพลันสั่นสะท้าน
อย่างไรก็ดี ชายหนุ่มก้มศีรษะให้ฮายาเตะโดยไม่แสดงออก
“ขอบคุณที่ช่วย”
“เมื่อเทียบกับที่เจ้าเคยช่วย ของข้าเล็กน้อยกว่ามาก”
“ได้โปรด… รักษาตัวด้วย”
“ข้าเคยซ่อนตัวมานับพันปี ถึงจะถูกมังกรโบราณไล่ล่า ก็ยังห่างไกลจากอันตรายมาก”
“ครับ…”
กริดอยากแนะนำต่อไปว่า จงระวังหญิงงามให้ดี แต่ก็ฉุกคิดได้ว่านั่นเป็นการเสียมารยาท
แม้แมรีโรสจะงดงามที่สุดในโลก แต่ฮายาเตะคือตัวตนสัมบูรณ์
ทันทีที่เผชิญหน้าแมรีโรส ฮายาเตะคงระบุตัวตนได้ และเพิ่มความระมัดระวัง
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัว”
เหตุผลที่ฮายาเตะรีบร้อนมายังไรน์ฮาร์ท มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นห่วงกริด
โดมิเนี่ยนแข็งแกร่งเกินกว่าจะสู้ไปพลางปกป้องชาวเมือง มันจึงตัดสินใจเดินทางมาสนับสนุน
แต่เมื่อมาถึง สถานการณ์ก็จบลงแล้ว
ไม่มีเหตุผลให้ต้องอยู่ที่นี่นานนัก
“…”
ฮายาเตะที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เผยรอยยิ้มกะทันหัน
มันสบตากับไอรีน ผู้กำลังมองมาด้วยสายตาเป็นกังวล และสบตากับลอร์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างมารดา
ครอบครัวของกริด
รวมถึงผู้คนด้านนอก
โลกที่มันหันหลังให้โดยอ้างเหตุผลร้อยพัน เต็มไปด้วยสิ่งที่มีค่า
เกือบทั้งหมดถูกสร้างขึ้นและปกป้องโดยกริด
‘เราจะไม่หันหลังหนีอีกแล้ว’
สีหน้าของฮายาเตะที่สาบานกับตัวเอง เปี่ยมไปด้วยความขึงขัง
ไอรีนและลอร์ดซึ่งจ้องมองด้วยความกังวล พลันถูกข่มขวัญจนต้องรีบก้มศีรษะ
หมับ
กริดจับข้อมือฮายาเตะไว้
ด้วยความอ่อนโยนเจือเคารพ ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาฮายาเตะ
“ขอย้ำอีกครั้ง จงถือว่าชีวิตของท่านมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด”
ชีวิตของคุณ มีค่ามากที่สุดบนโลกใบนี้
ยังคงเป็นเช่นนั้น แม้จะนำมาเทียบกับชีวิตของฉัน และคนสำคัญของฉัน
ใครจะคอยรับมือการล่มสลายของหอแห่งปัญญา ที่ค้ำจุนโลกมายาวนาน?
เมื่ออ่านความคิดจากคู่ดวงตาของกริด ในใจฮายาเตะเกิดความขื่นขม
ตัวตนที่ห้ามเสียสละ
สถานภาพที่ไม่แปรเปลี่ยนมานานนับพันปี ทำให้มันอึดอัดจนแทบอาเจียน
ฮายาเตะเพียงพยักหน้ารับโดยไม่แสดงออก
“ข้าจะจำใส่ใจไว้”
คำสัญญาที่คอยย้ำเตือนตัวเอง
“…”
ลอร์ดที่ยืนห่างออกไป บีบมือมารดาแน่นขึ้น
เด็กหนุ่มผู้เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่วันหนึ่งได้กลายเป็นบุตรแห่งเทพ กำลังเปี่ยมไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
มันสัมผัสถึงความโดดเดี่ยวจากตัวตนผู้เป็นเสาหลักค้ำจุนโลก จนเกิดแรงกระตุ้นบางอย่าง
ลอร์ดมองย้อนกลับไปยังเส้นทางที่เคยเดินตามรอยบิดา
อาจได้รับประสบการณ์มากมาย เปี่ยมไปด้วยความประทับใจ
แต่ก็ไม่เคยสร้างสายสัมพันธ์แสนพิเศษกับผู้คน
ถนนที่บิดาเดินผ่านมา ล้วนสมบูรณ์แบบในตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีช่องว่างให้ลอร์ดแทรกเข้าไป
ความรู้สึกส่วนใหญ่ตลอดการเดินทาง มีเพียงความชื่นชม ประทับใจ และการยืนยันความสำเร็จของผู้เป็นบิดา
ยังขาดความเข้มข้น
ยังขาดบางสิ่งอย่างแรงกล้า
แต่ในวินาทีนี้ ลอร์ดถูกเติมเต็ม
ขณะได้อยู่ร่วมห้องกับกริดและฮายาเตะ ลอร์ดสลัดพันธนาการที่คอยฉุดรั้งตัวเอง
เด็กหนุ่มนึกทบทวนบทเรียน ที่เคยศึกษาจากเหล่าคณาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เด็กหนุ่มกระจ่าง
แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับการสนับสนุนจากพลังเทพ ของโลกโอเวอร์เกียร์
‘เหมือนพ่อไม่มีผิด’
ฮายาเตะย่ำเท้าด้วยย่างก้าวแผ่วเบา
หลังจากมองเห็นศักยภาพในตัวลอร์ด มันเบาใจลงเล็กน้อย
***
ผู้เล่นที่กำลังโลดแล่นในนรกมักส่งข่าวดีกลับมา
แต่เหตุผลที่พวกมันไม่ค่อยมีความสุข ก็เพราะทราบว่าโลกกึ่งกลางกำลังตกอยู่ในอันตราย
เหตุการณ์เสด็จเยือนของเทพสงครามเซราทุล สร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเทพแห่งสนามรบ โดมิเนี่ยน คือลิ่มที่ตอกซ้ำเข้าไป
ในยามที่แอสการ์ดตั้งตนเป็นศัตรูกับโลกกึ่งกลางอย่างเปิดเผย ใครหลายคนตั้งคำถามว่า พวกตนควรยึดติดกับนรกจริงหรือ?
บางคนวิพากษ์วิจารณ์ความหัวรั้นของกริด
แต่ทันใดนั้น นักล่ามังกรปรากฏกาย
ความสง่างามอันไม่มีใครเหมือน ทำให้โดมิเนี่ยนผู้สำแดงเดชผ่านภัยธรรมชาติ กลายเป็นตัวตนที่ไม่น่าจดจำ
ยิ่งไปกว่านั้น ฮายาเตะมีภาพลักษณ์ตรงข้ามโดมิเนี่ยน ผู้สวมเกราะหนาและถือหอกยักษ์โดยสิ้นเชิง
เสื้อผ้าบางเบา ย่างก้าวผ่อนคลาย
นึกว่าออกมาเดินเล่น
กลายเป็นโดมิเนี่ยนที่เผชิญหน้ากับกริดอย่างขึงขัง ถูกมองเป็นตัวตลก
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด คงหนีไม่พ้นการวางตัวของบราฮัม
บราฮัมผู้ทะนงตนล้นฟ้าในสายตาทุกคน กลับถ่อมตนต่อหน้าฮายาเตะ
ต้องเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าพรั่นพรึงเพียงใด?
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทีที่ฮายาเตะมีต่อกริด ก็ยังเป็นไปอย่างสุภาพ
นั่งจิบน้ำชาสนทนาในวิหารอย่างเป็นกันเอง
และแม้จะเป็นแขก ฮายาเตะยังคอยชงชาและรินให้กริด
ทุกคนได้เห็นเต็มสองตา
นักข่าวที่ถ่ายภาพและวิดีโอ ต่างนำประเด็นนี้ไปพาดหัวข่าวเผยแพร่ทั่วโลก
ลงเอยด้วย ความสงสัยและความไม่พอใจของกลุ่มคนที่เคยมองว่ากริดหัวรั้น สลายไปโดยพลัน
อันที่จริง ฮายาเตะชอบชงชาเป็นงานอดิเรก แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้…
“นี่ก็เป็นพลังของนักล่ามังกร?”
บราฮัมพลันสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสถึงพัฒนาการของลอร์ด รวมถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของผู้คน
กล่าวคือ มันประหลาดใจและชื่นชมอิทธิพลของฮายาเตะ ที่เปลี่ยนแปลงโลกได้โดยไม่ต้องกล่าวคำใด
บราฮัมหันไปยิ้มให้ลอร์ด
ทันใดนั้น ความฝันสูงสุดในการกำจัดมังกร ผุดขึ้นภายในใจอีกครั้ง
“หลังจากนี้ เจ้าต้องอยู่กับข้าไปอีกสักพัก จนกว่าปัญญาที่ได้รับจากฮายาเตะจะเลือนหาย ข้าจะสั่งสอนเจ้าด้วยตัวเอง”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง!”
“ทำให้โลกสงบด้วยพิธีชงชา แถมยังมอบปัญญาให้เด็กคนหนึ่ง… หากต้องการมีอิทธิพลระดับนี้ เราต้องกำจัดมังกรให้ได้ก่อนสินะ”
“…”
“…”
แม้เหล่าอัครสาวกจะมองบราฮัมด้วยสายตาว่างเปล่า แต่บรรยากาศก็เป็นไปอย่างชื่นมื่น
“หากพายุในมหาพงไพรสร้างปัญหาบางอย่างขึ้น… แปลว่าเทพมนุษย์สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระไปอีกสักพัก มีหลายพิกัดที่ข้าคิดว่าน่าจะเป็นจุดซ่อนตัวของพวกเขา”
“รีบไปกันเถอะ”
กริด พร้อมด้วยคาริออนและเดบีเรียน เตรียมตัวออกเดินทาง
ชายหนุ่มหวนนึกถึงเกมสามก๊กเก่าแก่ที่เคยเล่น
ต้องอดหลับอดนอน พลิกแผ่นดินหาทั้งทวีปเพื่อชักชวนขุนพลลับมาเป็นพวก
เมื่อเทียบกันแล้ว สถานการณ์ในปัจจุบันดูดีกว่าหลายเท่า
Comments
Post a Comment