จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,721



ไม้เท้าสีน้ำเงินโปร่งใส


ไม้เท้าด้ามเล็กที่พอดีกับมือเล็กๆ ของยูเฟอมิน่า ดูงดงามราวกับทำจากแก้ว


บางที สักวันมันอาจกลายเป็นเครื่องประดับของคนรุ่นใหม่


ยูเฟอมิน่าผู้ชื่นชอบของน่ารักๆ เพราะช่วยส่งเสริมรูปลักษณ์ของตน ย่อมตกหลุมรักไม้เท้าด้ามนี้อย่างจัง


ทว่า มีบางจุดที่เธอประทับใจมากกว่านั้น


คุณสมบัติของไอเท็ม


<คำสรรเสริญ>

เกรด: มิธ

พลังโจมตีเวท: 8,990

ความคงทน: 1,480/1,480

* สติปัญญา + 1,000

* ค่ามานาสูงสุดเพิ่มขึ้นสองเท่า

★ จำนวนของเพอร์เฟกต์·เมโมเรียล (Perfect Memorial) เพิ่มสูงสุด 2

★ เพิ่งพลังโจมตีให้เวทมนตร์เล็กน้อย

ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์โดยเปลี่ยนประเภททรัพยากร พลังทำลายของเวทมนตร์ถัดไปจะเพิ่มขึ้น ซ้อนทับสูงสุด 5 ครั้ง

คุณสมบัติจะถูกรีเซตถ้าใช้เวทมนตร์ที่มีทรัพยากรเหมือนกับเวทก่อนหน้า

★ ลดระยะหน่วงของเวทมนตร์ประเภทป้องกันเล็กน้อย

ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์โดยเปลี่ยนประเภททรัพยากร ระยะหน่วงของเวทมนตร์ถัดไปจะลดลง ซ้อนทับสูงสุด 5 ครั้ง

คุณสมบัติจะถูกรีเซตถ้าใช้เวทมนตร์ที่มีทรัพยากรเหมือนกับเวทก่อนหน้า

★ เพิ่มระยะเวลาแสดงผลของเวทมนตร์สนับสนุนเล็กน้อย

ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์โดยเปลี่ยนประเภททรัพยากร ระยะเวลาแสดงผลของเวทมนตร์ถัดไปจะเพิ่มขึ้น ซ้อนทับสูงสุด 5 ครั้ง

คุณสมบัติจะถูกรีเซตถ้าใช้เวทมนตร์ที่มีทรัพยากรเหมือนกับเวทก่อนหน้า


มานา พลังเทพ เวทมืด


คุณสมบัติข้างต้นของไม้เท้า ถือเป็นพลังในอุดมคติสำหรับยูเฟอมิน่า ผู้ใช้ทรัพยากรได้หลายประเภท


แม้ต้องใช้ฝีมือพอสมควรเพื่อจะดึงศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่เธอรู้สึกเหมือนได้รับความไว้วางใจจากกริด


ยูเฟอมิน่าสัมผัสได้ กริดคอยเฝ้าดูเธออยู่เสมอ


สายตาอันเร่าร้อนจนชวนให้หัวใจละลายของกริด ซึ่งมีเพียงไอรีน เมอร์เซเดส ยูร่า จิสึกะ และบาซาร่าที่จะได้เห็น ถูกวาดขึ้นในหัวยูเฟอมิน่าทันที


‘…เราเคยสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำแบบนี้’


ยูเฟอมิน่าส่ายหน้าพร้อมกับใช้สองมือเล็กๆ ตบแก้มเหมือนกับหนูแฮมสเตอร์ ประหนึ่งพยายามสลัดใบหน้าที่จู่ๆ ก็แดงก่ำ


แต่ใบหน้าของหญิงสาวที่กลับเป็นปกติ ไม่นานก็แดงก่ำอีกครั้ง


เพราะเหลือบไปเห็นคำอธิบายใต้คุณสมบัติไอเท็ม


ไม้เท้าที่เทพโอเวอร์เกียร์กริดสร้างขึ้น เพื่อสรรเสริญมหาจอมเวทยูเฟอมิน่า


โดยอ้างอิงจากแนวทางการต่อสู้ของยูเฟอมิน่า และคำแนะนำของบราฮัม


ไม้เท้าที่ทั้งงดงามและทรงพลังด้ามนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตามเจตจำนงของผู้ถือ คือคำสรรเสริญที่กริดและบราฮัมส่งไปถึงยูเฟอมิน่า


“…”


ยูเฟอมิน่าลองร่ายเวท


ไม้เท้าซึ่งส่องแสงสีฟ้าคล้ายมานาบริสุทธิ์ของเธอ สว่างวาบเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นแท่งแสงสว่าง


รูปลักษณ์ของไม้เท้าเปลี่ยนไปทันทีที่เธอใช้ ‘พลังเทพ’ เป็นสื่อกลางเวทมนตร์


กับเวทมืดก็เช่นกัน


‘คงต้องเอาใจใส่กับเครื่องแต่งกายมากกว่านี้’


สไตล์การแต่งตัวที่เข้ากับทุกเฉดสีของไม้เท้าซึ่งคอยสลับไปมา


ยูเฟอมิน่าที่ผุดความกังวลตามประสาหญิงสาวในวัยไล่เลี่ยกัน เผยรอยยิ้มสดใส


ของขวัญจากกริดและบราฮัม


เธอได้รับ ‘คำสรรเสริญ’ จากพวกเขา


วันนี้คือวันที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต


ขณะเดียวกัน คู่ต่อสู้ของยูเฟอมิน่าเดินขึ้นเวที


“เด็กที่กินผลดีชั่วเข้าไปสินะ”


เทพในร่างสตรี


แม้จะไม่มีอำนาจทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้เหมือนเมโลวรี่ แต่ความงามมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน


และแน่นอน ความงามของยูเฟอมิน่าผู้กำลังยืนเผชิญหน้า ก็ไม่เป็นรองสักเท่าไร


เพียงแต่ความสูงและขนาดหน้าอก


มันพัฒนาได้ไม่มากเท่าที่ควร


‘จะต่างกันสักแค่ไหนเชียว’


ชุดชั้นในสตรีถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคกลาง


จนกระทั่งปัจจุบัน ชุดชั้นในสตรีมีคุณสมบัติและฟังก์ชันหลากหลาย ชนิดที่ใครหลายคนนิยามมันว่า ‘โอเวอร์เกียร์’


กล่าวคือ ผู้หญิงสามารถปรับขนาดหน้าอกและอุ้งเชิงกรานได้ตามใจชอบ


จากมุมมองของยูเฟอมิน่า เธอแทบไม่แตกต่างกับเทพธิดาตรงหน้า


“ในตอนที่พูดถึงเจ้า… เหล่าเทวทูตต่างแตกตื่นราวกับเห็นผี แต่พอได้เจอตัวจริงแล้วผิดคาดทีเดียว ทั้งเล็กและน่ารัก”


“เล็ก? เป็นคำชมที่แปลกดีนะ”


ขมับยูเฟอมิน่าสั่นกระตุก


แต่ยังคงกระจายรอยยิ้มไปทั่วใบหน้า


“ฉันโตเป็นสาวแล้ว ตรงไหนที่เธอมองว่าเล็ก? สายตาของเทพคงแตกต่างจากมนุษย์สินะ หรือว่าเป็นช่องว่างระหว่างวัย?”


“ข้าสามารถเข้าใจมนุษย์แม้จะมองในมุมที่ต่างกัน… และเทพไม่มีแนวคิดด้านอายุ ดังนั้นความเห็นของข้าจึงเกิดจากบรรทัดฐานปกติ หืม… หรือเจ้าจะคิดว่าข้ากำลังเย้ยหยัน? ไม่มีเจตนาเช่นนั้น หวังว่าจะไม่เข้าใจผิดกันนะ”


ทุกคำที่เทพธิดาเซียร่าเปล่ง กลายเป็นท่วงทำนองอันไพเราะและงดงาม


ราวกับกำลังฟังเพลงขณะพูดคุย


เพราะเธอคือเทพธิดาแห่งท่วงทำนอง


จิตใจยูเฟอมิน่าสงบลงโดยไม่รู้ตัว


ความโกรธที่เคยมีต่อเซียร่าหลังจากถูกเรียกว่า ‘เล็ก’ จางหายไป


และต้องไม่ลืมว่า ศัตรูคือเทพ


บรรยากาศอันลึกลับที่เกิดจากออร่าทรงกลด ทำเอาหญิงสาวรู้สึกถูกข่มขวัญจนต้องผงะถอยหลัง


คงมีเพียงกริดและบราฮัมเท่านั้น ที่สามารถมองเทพเป็นแค่มนุษย์ปกติ


“ในเมื่อเธอขอโทษ ฉันก็ไม่ติดใจอะไร”


“ขอบใจ”


เซียร่า เทพแห่งท่วงทำนอง มักใจดีกับมนุษย์เสมอ


โดยเฉพาะเหล่าศิลปิน


คงเพราะเธอเข้าใจหัวอกของผู้รังสรรค์เป็นอย่างดี จึงเห็นอกเห็นใจมนุษย์ได้ง่าย


“เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะขับขานบทเพลงให้ฟัง”


ดนตรีที่เซียร่าเผยแพร่ในหมู่มนุษย์ คือผลงานที่รังสรรค์ขึ้นอย่างยากลำบาก


แรงบันดาลใจของเธอเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา จึงปรารถนาแรงบันดาลใจใหม่อยู่เสมอ


นั่นคือเหตุผลที่เซียร่าเรียนวิชาต่อสู้ของเซราทุล


จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการสร้างเพลงแนวใหม่


วิชาต่อสู้


วิชาที่เรียนเพื่อทำร้าย ปกป้อง เอาตัวรอด และสร้างเกียรติยศ


ประสบการณ์ขณะได้ใช้งานร่างกายตัวเองอย่างดุเดือดพลางโอบกอด ‘จิตวิญญาณนักสู้’ กลายเป็นแรงกระตุ้นที่สดใหม่ให้เซียร่า


ดนตรีของเธอเปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็น


ตึง!


การแสดงเริ่มขึ้นเมื่อเธอนำด้ามง้าวกระแทกพื้น


ไม่ว่าจะเสียงมือของเซียร่าที่สัมผัสกับง้าว เสียงง้าวแหวกอากาศ หรือเสียงเวทีสั่นสะเทือน


ทุกเสียงถูกเรียบเรียงเป็นท่วงทำนองเสนาะหู


ยูเฟอมิน่าสัมผัสได้โดยสัญชาตญาณ


จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเซียร่าใช้พลัง?


ทันทีที่เริ่มบรรเลง ตนต้องเผชิญวิกฤติแน่


ทุกท่วงทำนองเปรียบดังการโจมตีอันหนักหน่วง


ฟ้าว!


ทันใดนั้น การมองเห็นของยูเฟอมิน่าเริ่มสั่นไหว


เพราะเซียร่าที่เหวี่ยงง้าวซึ่งสูงกว่าตัวเองไปในอากาศ สร้างคลื่นผันผวนขึ้นเป็นวงกว้าง ขนาดของคลื่นมหึมาจนสามารถบิดเบือนห้วงมิติ


พลังทางกายภาพอย่างเดียว สร้างปรากฏการณ์แบบนี้ได้ด้วยหรือ?


ยูเฟอมิน่าที่กำลังสวมเวทสนับสนุนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและปฏิกิริยาตอบสนอง รีบสร้างบาเรียเวทมนตร์ขึ้นมาคลุมตัวเอง แต่กระนั้นก็ไม่แคล้วยังต้องหลั่งเลือด


“ท่วงทำนองดุดันและมืดมนเอาเรื่องเลยนะ… เป็นเพลงสวดวิญญาณให้เซราทุลรึไง”


“ฮุฮุ~ แม้แต่เพลงเดียวกันก็มอบความรู้สึกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับอารมณ์และสภาพแวดล้อมของผู้ฟัง เจ้าแค่ต้องโอบกอดมัน”


เซียร่าตอบอย่างนุ่มนวล


แต่ในความเป็นจริง จิตใจของเธอค่อนข้างว้าวุ่น


เทพที่เพิ่งถือกำเนิด


บราฮัม เทพแห่งเวทมนตร์และปัญญา แก่นแท้คือเผ่าอสูร


บุตรของหนึ่งในสามอสูรต้นกำเนิด เบริอาเช่


เชื้อสายของอสูรกลายเป็นเทพ


แม้จะเกิดจากการขโมยพลังเทพและอำนาจของเทพ แต่ก็ยากที่จะเกิดขึ้นในยามปกติ


ปาฏิหาริย์ดังกล่าวเป็นจริงได้เพราะสักขีพยานจำนวนมากที่มารวมตัว


กล่าวคือ เซราทุลช่วยทำให้บราฮัมกลายเป็นเทพ


บาปที่เปลี่ยนอสูรให้กลายเป็นเทพ


ตอนนี้สวรรค์คงเริ่มปรึกษาหาหรือเกี่ยวกับจุดยืนของเซราทุลบ้างแล้ว


และกลุ่มที่ติดตามเซราทุลลงมาก็คงได้รับโทษไม่ต่างกัน


‘ในสถานการณ์แบบนี้’


เซียร่าสังเกตเห็นไม้เท้าที่มนุษย์สตรีกำลังถือ


ไม้เท้าที่มีกลิ่นอายปราณอสูร


แสดงให้เห็นถึงแก่นแท้ของผู้หญิงคนนี้


ผลดีชั่วที่สามารถเปลี่ยนแปลงกฎของโลก


กล่าวคือ คนบาปหนาที่กินผลดีชั่วเข้าไป ก็เลวร้ายไม่ต่างไปจากบราฮัม


จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเซียร่าแพ้?


เกรงว่าตนคงได้ก่อบาปที่ร้ายแรงเทียบเท่าเซราทุล


เพราะถ้ายูเฟอมิน่าโค่นเทพสำเร็จ มีแนวโน้มที่เธอจะกลายเป็นเทพเหมือนกับบราฮัม


เสียงเชียร์จากสักขีพยานคือลางบอกเหตุ


‘ห้ามแพ้เด็ดขาด’


ย้อนกลับไปสมัยเจ็ดมารบุกรุกแอสการ์ด


เซียร่าผู้เคยบรรเลงเพลงไว้อาลัยพวกเขาทั้งน้ำตา กำลังรวบรวมหัวใจและความกล้าทั้งหมดที่มี


เพราะในศึกนี้ เธอต้องทำร้ายมนุษย์


เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดมา


เพราะกลัวจะถูกลงทัณฑ์?


ไม่ใช่ เธอแค่ไม่อยากเห็น ‘เทพอสูร’ เดินเพ่นพ่าน


เป็นหน้าของเทพสวรรค์


ฟุ่บ!


เซียร่าวาดง้าวเป็นวงกว้าง นิ้วมืออันเรียวยาวคอยเคาะด้ามง้าวเป็นระยะจนเกิดคลื่นเสียง เป็นเทคนิคที่ยากจะสร้างด้วยพละกำลัง เพราะนั่นคืออำนาจของพลังเทพ


‘…บ้าบอสิ้นดี’


ยูเฟอมิน่าที่อ่านออก ตั้งรับด้วยเวทมนตร์ป้องกันอีกครั้ง


แม้ร่างกายจะคลุมด้วยบัฟเวทมนตร์สนับสนุนจำนวนมาก แต่กลับยังมองไม่เห็นโอกาสตอบโต้


การจู่โจมของเซียร่าทั้งรวดเร็วและทรงพลัง จนเธอแบ่งสมาธิไปทำเรื่องอื่นไม่ได้


สมแล้วที่เป็นเทพแท้จริง


เซียร่าแตกต่างจากศัตรูทุกคนที่ยูเฟอมิน่าเคยพานพบ


แล้วครอเกลที่ไม่ใช่แม้กระทั่งอัครสาวก เอาชนะสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้ยังไง?


ขณะในหัวเต็มไปด้วยคำถามและความสิ้นหวัง หญิงสาวฉุกคิดถึงไม้เท้าในมือ


เหตุผลที่ครอเกลสามารถฟันเทพ


ไม่ใช่แค่ฝีมือที่เก่งฉกาจ


แต่ยังเสริมด้วยความโอเวอร์เกียร์จากกริด


ตัวเธอในปัจจุบันก็กำลังโอเวอร์เกียร์เพราะกริดเช่นกัน


‘…ไม่ใช่สถานการณ์ที่มัวคิดเรื่องแพ้ชนะ’


ต้องชนะเท่านั้นต่างหาก


หน้าที่ของเรา คือการได้รับ ‘คำสรรเสริญ’ จากกริด


ยูเฟอมิน่าที่หวนนึกถึงออปชัน <เพอร์เฟกต์·เมโมเรียล> ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ <คำสรรเสริญ> ตัดสินใจลองร่ายเวทพร้อมกันสามชนิด


ร่ายคาถาจากสมองหนึ่งชนิด จากปากหนึ่งชนิด และโคจรมานาเพื่อเปลี่ยนให้เป็นบาเรียคุ้มกาย


“…!”


ดวงตาของเซียร่า ผู้เคยทำลายบาเรียคุ้มกายของยูเฟอมิน่าอย่างง่ายดาย เบิกกว้างเล็กน้อย


เพราะไม้เท้าของยูเฟอมิน่ากำลังส่องแสงสีฟ้า ดำ และขาวพร้อมกัน เป็นธรรมดาที่ควรต้องระวังตัว


“ทำแบบนี้สิ”


เวลาเดียวกัน เสียงของเซราทุลดังกังวานในความคิดเซียร่า


ความทรงจำเก่าหวนกลับมา


ท่าฟาดง้าวยักษ์


หลักการใกล้เคียงกับการกระแทกมากกว่าฟัน จึงเรียนรู้ได้ค่อนข้างยาก


ทว่า ความทรงจำใหม่ที่ผุดขึ้นในหัว ช่วยให้เธอมองเห็นวิชาที่สมบูรณ์แบบ


เปรี้ยง!


ง้าวยักษ์ที่ฟาดใส่บาเรียคุ้มกาย ทำลายปราการป้องกันทั้งหมดของยูเฟอมิน่าในพริบตา


ปราณอสูรที่กระจายตัวคล้ายอวกาศ พยายามควบแน่นรอบตัวยูเฟอมิน่าเพื่อสร้างบาเรีย แต่ก็ได้แค่พยายาม


คมง้าวทะลุผ่านบาเรียด่านสุดท้ายและสับเข้าใส่กระดูกไหปลาร้า


แต่โชคยังดี ยูเฟอมิน่าร่ายคาถาเสร็จทันเวลา


ทางช้างเผือกแผ่ปกคลุมมิติรอบสังเวียนซึ่งแต่เดิมมีเพียงสีดำ


เวทมนตร์ที่ต้องแสดงผลโดยใช้มานา พลังเทพ และเวทมืดพร้อมกันเท่านั้น


นี่คือจุดเริ่มต้นของ <สตาร์ดัสต์> เวทมนตร์ที่ไม่ควรมีดำรงอยู่ ซึ่งช่วยมอบบารมีเทพอันเลือนรางให้ยูเฟอมิน่า


“แค่ก!”


ยูเฟอมิน่าที่สำลักเลือดสีดำคำโต แสยะยิ้มพลางกล้ำกลืนอาการวิงเวียน


เวทมนตร์ป้องกันตัวทั้งหมดหยุดทำงานทันที เพราะเธอเลือกที่จะโจมตีเต็มรูปแบบ


โดยยังไม่ยิงสตาร์ดัสต์ออกไป ยูเฟอมิน่าเลือกกระหน่ำเวทมนตร์นานับชนิดเข้าใส่


แน่นอนว่าเป็นการร่ายเวทต่างชนิดกัน เกิดจากการคำนวณอย่างพิถีพิถัน


เพื่อเค้นความสามารถของ ‘คำสรรเสริญ’ ให้ถึงขีดสุด


[ผลของอมตะจะหมดลงในอีก 5 วินาที]


[ผลของอมตะจะหมดลงในอีก 4 วินาที]


[ผลของอมตะจะหมดลงในอีก 3…]


[…2…]


ทัศนวิสัยของเธอกลายเป็นสีแดงกะพริบ บ่งบอกถึงอันตรายที่ย่างกรายเข้ามา


หญิงสาวถูกบีบด้วยความฉุกละหุกของกรอบเวลา


เป็นวิกฤติที่ยูเฟอมิน่าไม่เคยลิ้มรสมาก่อน


อย่างไรก็ดี เธอยังคงเยือกเย็นโดยไม่ลนลานไปกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลังจากเวทมนตร์ห้าชนิดถูกปลดปล่อย ถึงคราวที่ยูเฟอมิน่ายิงสตาร์ดัสต์ออกไป


ทางช้างเผือกพุ่งเข้าใส่เซียร่า


“อึก…!”


เซียร่าที่เตรียมรับมืออยู่แล้ว ตอบสนองเต็มรูปแบบ


ง้าวที่ฉาบด้วยพลังเทพสีเขียวอมฟ้าถูกควงสะบัด


เป็นวิชาที่หมายทำลายทางช้างเผือกซึ่งพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศ


แต่แค่ครั้งเดียวยังไม่พอ


ถัดจากทางช้างเผือกที่เลือนหายไป ทางช้างเผือกใหม่หลั่งไหลเข้ามาแทนที่


<เพอร์เฟกต์·เมโมเรียล>

ใช้เวทมนตร์ที่กำหนด ในสภาพสมบูรณ์แบบ

เวทมนตร์ที่ถูกกำหนดไว้ใน <เพอร์เฟกต์·เมโมเรียล> จะมีระยะหน่วงแยกกับเวทหลัก


เป็นการคอมโบด้วยคุณสมบัติของไม้เท้า


เธอเตรียมใจที่จะตายไว้แล้ว


ยูเฟอมิน่าไม่แยแสผลข้างเคียงของ <กระแสมานาย้อนกลับ> และกัดฟันปลดปล่อยท่าไม้ตายติดๆ กัน


อาการอ่อนเพลียเข้าครอบงำร่างกายทันที ทัศนวิสัยกลายเป็นพร่ามัว


[ผลขอ…อมต…หมดล…]


[ท่า…เสี.. ชีวิ…]


หน้าต่างแจ้งเตือนเลือนรางจนอ่านได้ไม่ชัด


‘อา…’


ความรู้สึกแบบนี้


ตายสินะ


‘แพ้แล้ว’


เจ็บใจจังเลย


ข้อความระบบแสดงขึ้นบนหน้าจอยูเฟอมิน่าผู้กำลังรู้สึกผิด ไม่ใช่เพราะความตาย แต่เพราะตนทรยศต่อความคาดหวังของกริดและบราฮัม


[ท่านขับไ…เทพแห่…ท่วงทำนอ…สำเร็…]


…


..


เนื้อหาค่อนข้างยาว


ปัญหาคือเธออ่านได้ไม่ชัด


แต่เห็นประโยคหนึ่งชัดเจน


[ท่านกลายเป็…มหาเวทโอเวอร์เกียร์…]


‘???’


[ท่านจะคืนชีพที่จุดบันทึกหรือไม่]


“…”


ยูเฟอมิน่าไม่กล้าตอบว่าใช่


เพราะเธอยังไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง



______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00