จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,722
‘จุดแตกต่างอยู่ตรงไหน? ความสำเร็จที่สั่งสมมา?’
ยูเฟอมิน่าและเซียร่าถูกตัดสินให้หมดสิทธิ์ต่อสู้พร้อมกัน เวลาห่างกันไม่ถึง 0.1 วินาที
แน่นอนว่าเซียร่าไม่ตาย มีเพียงยูเฟอมิน่าที่เสียชีวิต… แต่ในสายตาทุกคน ศึกนี้จบลงด้วยผลเสมอ
ทว่า ข้อความโลกกลับยังเงียบ
มหากาพย์ที่คอยบันทึกความเคลื่อนไหวของยูเฟอมิน่า แต่เนื้อหากลับมีแค่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสรรเสริญ ‘เทพโอเวอร์เกียร์ผู้ยิ่งใหญ่’
ไม่มีข้อความโลกที่กล่าวยกย่องความสำเร็จส่วนตัวของยูเฟอมิน่า
สถานการณ์เหมือนกับเมอร์เซเดสและครอเกล
บราฮัมเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกยกย่องว่าโค่นเทพสำเร็จ จนกระทั่งกลายเป็นเทพเต็มตัว
เพราะการต่อสู้ของบราฮัมพิเศษกว่าใคร?
ถ้าจะมองแบบนั้น การต่อสู้ของเมอร์เซเดสก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้ลงเอยด้วยการขโมยพลังเทพเหมือนบราฮัม แต่เธอก็โค่นเมโลวรี่ด้วยเทคนิคที่เหนือชั้น
‘คงไม่ใช่ความสำเร็จของวันนี้อย่างเดียว แต่ต้องสะสมจากอดีตมาด้วย’
ครอเกลที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ ผุดคำถามใหม่
‘…หรือเธอจะได้พลังเหมือนกับเรา?’
สังหารเทพ
ขณะ ‘ดาบผ่ามิติ’ ถูกใช้ผ่านสนธยาของกริด
คงเพราะความสำเร็จที่สามารถผ่าเทพออกเป็นสองท่อนถูกประเมินไว้สูงมาก ครอเกลจึงได้รับ <คุณสมบัติสังหารเทพ> อย่างเจือจาง
ราวกับระบบต้องการบอกใบ้บางสิ่ง
ราวกับมันคือพลังที่ไม่สามารถประกาศให้โลกรับรู้ ข้อความโลกจึงไม่แจ้งว่าครอเกลได้รับคุณสมบัติสังหารเทพ
‘…ไม่สิ เธอไม่น่าจะได้พลังแบบเดียวกับเรา’
ครอเกลทราบดี ผู้สังหารเทพเป็นเทพไม่ได้
กล่าวคือ ผู้สังหารเทพไม่เหมาะกับยูเฟอมิน่า ซึ่งเป็นเจ้าของคลาสที่มีปลายทางเป็นเกรดมิธ
กริดจงใจสร้างรูปปั้นอัศวินไว้ในทุกมหาวิหาร และถ้านั่นหมายถึงเมอร์เซเดส แปลว่าเธอเองก็มีชะตากรรมที่ต้องกลายเป็นเทพ
‘เหงาเหมือนกันแฮะ’
ครอเกลเองก็เชื่อว่า การสู้ร่วมกับพวกพ้อง ย่อมดีกว่าต้องสู้ตามลำพัง
เป็นประสบการณ์หลังจากได้ต่อสู้ร่วมกับกริดและกิลด์โอเวอร์เกียร์ จนพักหลังเริ่มกลายเป็นความคุ้นเคย
เมื่อคิดว่าตนต้องกลายเป็นผู้สังหารเทพตามอย่างโดดเดี่ยว โดยที่ชาวโอเวอร์เกียร์ทยอยกลายเป็นเทพทีละหนึ่ง ครอเกลเผยสีหน้าขื่นขม
แต่แน่นอน นั่นเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว
คุณสมบัติสังหารเทพ
ชายหนุ่มทราบดีว่าสมญานามนี้ ซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นผู้สังหารเทพ คือพรสุดประเสริฐ
‘…ต่อให้เราต้องโดดเดี่ยวอีกครั้ง แต่ถ้าทำประโยชน์ให้ทุกคนได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว’
ผลเสมอของคู่ยูเฟอมิน่ากับเซียร่า ช่วยให้ฝ่ายโลกโอเวอร์เกียร์ถือครองความได้เปรียบ
ในศึกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ โลกโอเวอร์เกียร์มีคะแนนนำแอสการ์ดชัดเจน
เป็นผลลัพธ์ที่อาจทำให้สาธารณชนลิงโลด
ทว่า ชาวโอเวอร์เกียร์ที่ตระหนักถึงศักยภาพของแอสการ์ด ยิ่งทวีความกังวล
ณ ปัจจุบัน คู่ต่อสู้ของโลกโอเวอร์เกียร์ไม่ใช่แอสการ์ด แต่เป็นแค่กลุ่มเดียว
แค่กองกำลังเทพสงคราม
ยังมีเทวราชาองค์อื่นนอกจากเซราทุล แถมพวกนั้นยังต่อสู้ได้โดยไม่ถูกจำกัดอำนาจส่วนตัว
หากวันใดกิลด์โอเวอร์เกียร์บุกถล่มแอสการ์ด
ทวยเทพที่ต้องเผชิญหน้า จะแข็งแกร่งสักเพียงใด?
แถมยังต้องสู้กับเทวราชาที่สามารถกระหน่ำทักษะได้อย่างไร้ขีดจำกัด แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้ว
นั่นคือเหตุผลที่ครอเกลอยากพัฒนาตัวเอง
อนาคตของซาทิสฟาย
ครอเกลตระหนักดี ตนต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะถึงวันที่โลกกลายเป็นของมนุษย์โดยสมบูรณ์
เป็นหน้าที่ของผู้ถือครองพลังสังหารเทพ?
ไม่ใช่ เป็นหน้าที่ของผู้ที่รักและห่วงใยทุกสิ่งเกี่ยวกับจักรวรรดิโอเวอร์เกียร์
ขณะครอเกลสาบานกับตัวเองหนักแน่น พลางหวนนึกถึงชาและคุกกี้ที่มเหสีไอรีนนำมาให้เมื่อช่วงเช้า
“ท่านอาจารย์ ข้าจะมีโอกาสได้ยืนบนสังเวียนบ้างไหม”
ลอร์ดเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับตั้งคำถาม
เด็กที่เกิดจากข้อดีของกริดและไอรีน
ใครบางคนอาจวิจารณ์ว่าลอร์ดด้อยกว่าผู้เป็นพ่อ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวลอร์ด แต่เป็นตัวกริดต่างหาก
ภายในระยะเวลาแสนสั้น กริดพัฒนาตัวเองได้ไกลเกินไป
ลอร์ดเป็นเด็กที่สุดยอดมากแล้ว
หากยังพัฒนาต่อไป อีกไม่กี่ปีก็คงกลายเป็นเหนือมนุษย์
เมื่อเทียบกับกริดสมัยเด็ก ลอร์ดมีพื้นฐานที่ดีกว่ามาก แถมนิสัยยังเหมือนกัน ลอร์ดไม่เคยหยุดทำงานหนักและปล่อยให้พรสวรรค์ของตนสูญเปล่า แถมยังเดินตามรอยเท้ากริดจนได้รับประสบการณ์มากมาย
“ต้องได้อยู่แล้ว”
ครอเกลเผยรอยยิ้มหายาก พลางตบบ่าลอร์ดแผ่วเบา
เนื่องจากได้เป็นอาจารย์ของลอร์ดตั้งแต่เด็ก สายสัมพันธ์จึงแน่นแฟ้นมาก ถึงขึ้นที่อยากให้ลอร์ดมีตัวตนอยู่จริง
เมื่อตอนที่ได้ยินข่าวแปลกๆ เกี่ยวกับการค้นพบอุกกาบาตลูกหนึ่งที่แอบหลังดวงจันทร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า วงโคจรของอุกกาบาตลูกนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
หลายคนจินตนาการถึงจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ไซไฟอวกาศ บางคนจินตนาการว่าโลกความจริงกับซาทิสฟายอาจผสานเข้าด้วยกัน
“…ผมอยากไล่ตามท่านอาจารย์กับท่านพ่อให้ทัน เพื่อแบ่งเบาภาระของท่านทั้งสอง”
ขณะลอร์ดให้สัญญาด้วยสีหน้าขึงขัง
แหมะ!
บางสิ่งคล้ายน้ำ ตกใส่ผมลอร์ด
‘ฝน?’
ฝนจะตกจากท้องฟ้าเปิดโล่งที่ไม่มีเมฆสักก้อนได้ยังไง?
ลอร์ดที่ใช้มือปัดน้ำฝน เผยสีหน้าตกตะลึง
เพราะสิ่งที่ติดมือมาไม่ใช่น้ำ แต่เป็นเลือด
ลอร์ดมองไปทางกริดทันที
บิดาของตนกำลังลอยสูงบนท้องฟ้า
ลอร์ดมองเห็นได้ไม่ชัด
ไม่ชัดพอที่จะตรวจสอบสภาพร่างกายกริด
แต่ลอร์ดรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ
ถึงข้อเท็จจริงที่ว่า บิดาตนไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ
“ต…ต้องรีบบอกท่านอา…”
“ไม่ต้องหรอก ถ้ากริดอยากรักษา คนเรียกรูบี้ไปนานแล้ว”
“…”
ลอร์ดเข้าใจหัวอกผู้เป็นพ่อ
คงไม่อยากให้ใครเห็นบาดแผล
เป็นความรับผิดชอบที่บิดาของตนต้องแบกรับ
“สักวัน มันจะกลายเป็นสิ่งที่องค์ชายต้องแบกรับเช่นกัน”
ความรับผิดชอบที่ต้องสืบทอด
“…ครับ”
จินตภาพของลอร์ดเริ่มบ่มเพาะ
อาจมิได้อลังการเหมือนจินตภาพของคนอื่น
เพราะมันคือภาพของบิดา
***
สักขีพยานต่างพากันแตกตื่น
นั่นเพราะเทพเด็กชายย่างกรายขึ้นมาบนเวที
ศัตรูที่บราฮัมยำเกรงที่สุด
ขุนพลที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะต่อสู้เป็นคู่ปิดงาน ก้าวขึ้นมาก่อนอย่างเหนือความคาดหมาย
ยิ่งไปกว่านั้น ศัตรูยังไม่ใช่ซิก
“ได้โปรดชี้แนะด้วย”
มีร์
อัครสาวกคนล่าสุด
สาธารณชนส่วนใหญ่ไม่รู้จักมีร์
มีข่าวลือว่าเคยเป็นยังบัน แต่ก็รู้แค่นั้น
ยังบันคือตัวตนที่เข้ามาพัวพันกับกริดนานแล้ว
คำนึงจากผลงานกริด ยังบันกลายเป็นตัวตนที่ถูกประเมินฝีมือไว้ต่ำ
จริงอยู่ อาจมีบางคนเคยเห็นมีร์ปกป้องกริดจากอัครเทวทูตไลฟาเอล แต่ก็เป็นแค่ส่วนน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น มีร์ในปัจจุบันยังแตกต่างจากที่พวกตนเห็น ดูอ่อนแอกว่าพอสมควร
“ได้ยินว่าเขาอยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก เป็นความจริงสินะ…”
สำหรับชาวโอเวอร์เกียร์ มีร์คือตัวตนพิเศษ
จากผลงานในอดีต กริดได้นิยามมีร์เอาไว้หนึ่งประโยค
มีส่วนคล้ายฮายาเตะ
ทว่า มีร์ในปัจจุบันไม่หลงเหลือบรรยากาศทำนองนั้น
“คู่นี้คงปล่อยจอยมั้ง…”
ไม่มีใครในกิลด์โอเวอร์เกียร์ กังขาคุณสมบัติของมีร์
เพราะกริดเลือกให้เป็นอัครสาวกด้วยตัวเอง
แต่มีร์ยังต้องการเวลา และศัตรูก็ผิดรุ่นเกินไป
คำนึงจากสถานการณ์ เป็นธรรมดาที่หลายคนจะมองว่าคู่นี้ ฝ่ายโอเวอร์เกียร์ตัดสินใจปล่อยจอย
และไม่ผิดจากที่คาด
เปรี้ยง!
ในพริบตาที่ดาบใหญ่ของเทพเด็กชาย พุ่งใส่เป้าหมายดุจดังสายฟ้า
มีร์ทรุดลงในสภาพเลือดท่วมทันที
แรงปะทะหนักหน่วงจนมือข้างที่ถือดาบเละเทะ เลือดสดไหลซึม นิ้วหักผิดรูป
เทพเด็กชายกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ยาธานสร้างบาเอลเพื่อโค่นไลฟาเอล แต่ฮานึลสร้างเจ้าเพียงเพื่อคานอำนาจไลฟาเอล ข้าเข้าใจหัวอกฮานึล และนั่นไม่ใช่ความผิดของเจ้า”
“กำลังจะบอกว่า ข้าเป็นรองไลฟาเอลกับบาเอล?”
“หากเทียบกับพวกเขา เจ้าไม่ได้เป็นรอง เพราะพลังของเจ้าจะเบ่งบานถึงขีดสุดในยามที่สู้กับเจ้าพวกนั้น แต่ในสถานการณ์อื่น อำนาจส่วนใหญ่ของเจ้าจะถูกผนึกไว้”
ครึ่งเทพที่เกิดมาพร้อมสายล่ามจูง
สีหน้าของเทพเด็กชาย เปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก
บนหน้าเผยความเศร้า แม้กระทั่งหลั่งน้ำตาให้มีร์
ราวกับกำลังสงสารจับใจ
แน่นอน
เทพเด็กชายมีนามว่าดารีโน่
เทพแห่งวิญญาณผู้คอยช่วยเหลือเทพธิดาสร้างชีวิต
ตำนานต้นกำเนิดที่แพร่หลายในหมู่มนุษย์ ถูกบรรยากาศไว้สั้นๆ ว่า ‘เทพธิดาคือผู้สร้างชีวิต’ ทำให้มีแค่ไม่กี่คนที่รู้จักดารีโน่ แม้ในความเป็นจริง ดารีโน่คือเทพรุ่นแรกที่คอยสร้างวิญญาณให้มนุษย์ สุนัข วัว หรือไก่
ย่อมมองเห็นวิญญาณของอีกฝ่ายได้ง่าย
และทราบว่าวิญญาณของมีร์ทั้งใจดี อบอุ่น และหนักแน่น
เป็นวิญญาณที่หาได้ยาก
“ดีแล้วที่เจ้ามีสิทธิ์เลือกเทพที่อยากรับใช้ เทพโอเวอร์เกียร์จะนำพาเจ้าไปบนทางที่ถูกต้อง และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเจ้าในสักวัน”
ฉึบ—
ดารีโน่ตั้งท่าดาบอีกครั้ง
เป็นเชิงดาบที่ค่อนข้างแปลก ดาบใหญ่ถูกจับกลับด้าน ส่วนคมของดาบหันลงพื้นสังเวียน
ร่างกายกว่าครึ่งของดารีโน่ถูกใบดาบขนาดมหึมาบดบัง
มองผิวเผินดูเหมือนท่าตั้งรับ
ฟุ่บ!
แต่ดารีโน่คือเทพ
ย่อมสามารถโจมตีด้วยท่วงท่าที่มนุษย์มิอาจลอกเลียนแบบ ไม่เพียงจะจับดาบสลับด้าน แต่ยังเป็นดาบใหญ่ ดารีโน่ใช้พลังเทพเร่งความเร็วเพื่อพุ่งจู่โจมมีร์ในพริบตา
วิชาดาบอิสระ
วิชาดาบที่นักดาบคนโปรดของดารีโน่ใช้
นักดาบที่แข็งแกร่งและสง่างามกว่าใครทั้งหมด มุลเลอร์
ดารีโน่ที่คอยเฝ้ามองมุลเลอร์ เมื่อถึงจุดหนึ่ง มันเริ่มอยากเรียนวิชาดาบของมุลเลอร์
นั่นคือช่วงที่ศึกษาวิชาดาบจากเซราทุล
อย่างไรก็ดี วิชาดาบของมุลเลอร์ คือสิ่งที่มีร์เองก็คุ้นเคย
ระบุให้ชัดก็คือ ‘จิตใต้สำนึก’ ของมีร์
เคร้ง!เคร้ง!
“…!”
ป้องกันได้?
นี่คือท่าโจมตีที่มีร์ตอบสนองไม่ทันมาตลอดไม่ใช่หรือ
ในระยะประชิด มีร์จ้องดวงตาที่เบิกกว้างของดารีโน่ จากนั้นก็กล่าว
“สายล่ามจูงของข้าขาดไปนานแล้ว ชะตากรรมก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน”
นับตั้งแต่ได้พบเทพโอเวอร์เกียร์ในฐานะศัตรู จนกระทั่งถูกเลือกเป็นอัครสาวก
กระบวนการทั้งหมดเปลี่ยนมีร์ให้เป็นคนใหม่
ดาบในมือมีร์ ผู้เปล่งถ้อยคำอย่างหนักแน่น มิใช่อื่นใดนอกจากสนธยา
ถือด้วยสิทธิ์ของอัครสาวก
ขณะเดียวกัน
> ข้าได้รับสถานะของเทพ… ไม่ใช่คลาส แต่เป็นสถานะ
กริดบนท้องฟ้าได้รับข้อความเสียงจากยูเฟอมิน่า
ได้ยินข่าวดี รอยยิ้มฉาบทั่วใบหน้าชายหนุ่มทันที
“นั่นคือจุดเริ่มต้น ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้ ยอดเยี่ยมมาก”
เป็นความยินดีเมื่อเห็นคนสำคัญได้ดี
ขณะกริดแสดงความชื่นชมกับผลงาน เสียงของยูเฟอมิน่ายังคงหม่นหมอง
> แต่ว่า…
“ว่า…?”
> …ชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวฉันคือ ‘มหาเวทโอเวอร์เกียร์’ … มันเขียนไว้แบบนั้น…
“เจ๋งเป…”
เจ๋งเป้ง!
กริดที่เตรียมตะโกนอย่างมีความสุข รีบปิดปากสนิท
ชายหนุ่มกำลังมีความสุขประหนึ่งได้สวม ‘ไอเท็มเซต’ แต่นึกขึ้นได้ว่ายูเฟอมิน่าอาจคิดต่าง
> คงฉายา ‘โอเวอร์เกียร์’ เพราะฉันพึ่งพาพลังแห่งไอเท็ม… ‘คำสรรเสริญ’ คงแข็งแกร่งเกินไป ถึงจะน่าเสียดาย แต่ฉันคงต้องงดใช้มันจนกว่าจะกลายเป็นเทพ…
“ไม่ได้”
> …?
“คำสรรเสริญคืออาวุธที่เติบโตไปพร้อมกันเธอ”
> มันไม่ใช่ประเภทเติบโตสักหน่อย
“ที่จะสื่อก็คือ ฉันจะสร้างไอเท็มชิ้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยรวบรวมข้อมูลการใช้งานคำสรรเสริญของเธอ”
> …
“และไม่ต้องห่วง การคำนวณของระบบจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เสมอ ไม่มีอะไรรับประกันว่าเธอจะกลายเป็นเทพมหาเวทโอเวอร์เกียร์ ดังนั้นอย่ารีบตีตนไปก่อนไข้”
> นั่นสินะ การเลิกใช้พลังแห่งไอเท็มเพียงเพราะไม่ชอบชื่อฉายาตัวเอง นั่นไม่ต่างอะไรกับเด็กเอาแต่ใจ ฉันจะสลัดความกังวลและเอาใจช่วยมีร์เต็มที่
“…อื้อ”
กริดรู้สึกผิดเล็กน้อย
Comments
Post a Comment