จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,724



เพียงแต้มเดียวหลังจากนี้


ชนะอีกแค่คู่เดียว โลกโอเวอร์เกียร์ก็จะเป็นฝ่ายคว้าชัยในศึกศักดิ์สิทธิ์


นักธุรกิจหัวไวหลายคนเตรียมเพิ่มเงินลงทุนกับจักรวรรดิ


เพราะผลลัพธ์คือสิ่งยืนยันว่า กิลด์โอเวอร์เกียร์สามารถปกป้องอธิปไตยของโลกได้ด้วยกำลังตัวเอง


กองกำลังที่เกิดจากผู้เล่น


กองกำลังของกริดที่คอยเกื้อกูลฝ่ายผู้เล่นมาตลอด คือตลาดลงทุนขนาดมหึมาที่มีมูลค่ามหาศาล


หากป้องกันการรุกรานของเทพสำเร็จ มันจะยิ่งกลายเป็นตลาดที่มีอนาคตสดใส


“ระดับการต่อสู้พวกนี้…”


บรรดาแรงเกอร์ต่างก้มหน้าครุ่นคิด


ในยุคสมัยที่ใครๆ ก็รู้จักเหนือมนุษย์


เป้าหมายของไฮแรงเกอร์จึงเป็นการทำลายขีดจำกัด และก้าวข้ามขอบเขตของมนุษย์


หลายคนเชื่อว่า ฝันของตนคงสำเร็จในอนาคตอันใกล้


กล่าวคือ ความทะเยอทะยานที่เคยดับมอดไป ทยอยฟื้นฟูคืนกลับมา


แต่ในวันนี้


พวกเขาได้เรียนรู้ว่า ในหมู่เหนือมนุษย์ก็ยังมีการแบ่งชนชั้น และได้ประจักษ์ตัวตนสัมบูรณ์ที่เหนือกว่าเหนือมนุษย์ไปอีกขั้น


เหล่าอัครสาวกที่เผชิญหน้ากับเทพ ล้วนแสดงให้เห็น


เป็นอีเวนต์ที่สร้างความสับสนเป็นอย่างมาก แก่เหล่าแรงเกอร์ที่ฝันจะเก่งกาจทัดเทียมอัครสาวก จนเป็นพลังให้กริดได้ในสักวัน


ความฮึกเหิมและทะเยอทะยานที่เคยกลับมาลุกโชน ห่อเหี่ยวและเจือจางลงอีกครั้ง


“แค่นี้ก็หดหู่แล้ว? พวกน่าสมเพช”


อาสึกะที่อ่านบรรยากาศออก พ่นลมหายใจเหยียดหยัน


ชีวิตนี้เพิ่งเคยเจอเรื่องผิดหวังกันรึไง?


จะท้อแท้ก็ไม่ว่า แต่ถ้าทำตัวหดหู่ทุกครั้งที่สิ้นหวัง มันดูน่าตลก


แถมปัญหายังเกิดขึ้นเพราะทุกคนเข้าใจผิดและตื่นเต้นกันไปเอง


ถ้ากำหนดเป้าหมายให้ถูกต้องตั้งแต่แรก วันนี้ก็คงไม่มานั่งท้อแท้


‘กริดเปรียบดังดวงอาทิตย์’


สว่างไสว เจิดจ้า แต่เข้าใกล้ไม่ได้ ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งเจ็บปวด เพราะจะยิ่งตระหนักว่า ช่องว่างกว้างใหญ่กว่าที่ตนเคยจินตนาการไว้


อาสึกะที่นิยามกริดในใจ ลุกขึ้นยืน


เหนือยอดแหลมของหอคอย


เป็นทำเลสำคัญที่สามารถมองเห็นสังเวียนและคนดู รวมถึงทิวทัศน์ของทั้งเมือง


“ไม่ต้องดูจนจบก็ได้ กลับกันเถอะ”


อัครสาวกที่เหลือคือซิกและซาลิเอล


อาสึกะไม่สนใจทั้งสอง


ซาลิเอลคืออัครเทวทูตผู้เกิดมาพร้อมพลังเทพ ส่วนซิกคือเจ้าแห่งอักขระโบราณ


ให้นั่งดูสักร้อยปีก็คงไม่เกิดประโยชน์


“ครับ คุณหนู”


เท็ดดี้แบร์ลุกและเดินตาม


แม้ในใจกำลังคิดว่า คงเป็นการดีกว่าถ้าได้เห็นบทสรุปการต่อสู้ด้วยตาตัวเอง


แต่มันก็ทำเพียงเดินตามโดยไม่กล่าวคำใด


เพราะมันเห็นมุมปากอาสึกะกำลังกระตุก


ขณะนั่งดูการแข่ง มันสังเกตเห็นอาสึกะคันไม้คันมือราวกับได้แรงบันดาลใจบางอย่าง


***


“โฮ่…”


เกือบทุกคนที่ได้เห็นซาลิเอล ตอบสนองคล้ายกัน


ครวญครางในลำคอ


เพราะรูปลักษณ์ของเธอทั้งงดงามและสูงส่ง


ลำพังนิสัยที่อ่อนโยนและดวงตาอันลุ่มลึก ก็มากพอที่จะสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์


วงแหวนแสง ปีกสีขาวบริสุทธิ์ พลังเทพ และอื่นๆ


ต่อให้ไม่มีองค์ประกอบที่สื่อถึงเทวทูต แต่ใครหลายคนก็มองว่าซาลิเอลคือตัวตนศักดิ์สิทธิ์


“ข้าดีใจที่เห็นเจ้ามีชีวิตที่ดี… อาจจะฟังดูเหมือนเสแสร้ง”


กล่าวโดยเทพที่ก้าวขึ้นมาบนสังเวียน


ดารา


เทพที่มีอำนาจควบคุมดวงดาว


จากบรรดาเทพที่ติดตามเซราทุล ดาราโด่งดังในหมู่มนุษย์ที่สุด


เพราะมังก์และนักดาราศาสตร์หลายคน ยังคงนับถือเทวตำนานอันเลือนรางของดารา


‘ซาลิเอล อัครเทวทูตที่สูงส่งที่สุด’


คำที่พูดออกไปไม่ได้


เพราะทุกคนกำลังจดจ้อง


เธอตระหนักถึงความสำคัญของวาจาเทพบนสังเวียน


เพราะเพิ่งได้เห็นกับตาว่า เทพที่พูดจาไม่คิด จะถูกมหากาพย์ของเทพโอเวอร์เกียร์กลืนกิน


แต่เธออยากกล่าวคำนี้จากใจ


“ข้าขอโทษ”


ได้โปรดให้อภัยที่ข้าทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมอง


ซู่ว—


ดวงดาวบนท้องฟ้าเริ่มเคลื่อนตัว


ไม่ใช่ดวงดาวเทียมที่ควบแน่นจากเวทมนตร์เหมือนของยูเฟอมิน่า แต่เป็นดวงดาวของจริงบนท้องฟ้า


ราวกับกำลังตอบสนองเจตจำนงของดารา กลุ่มดาวบนฟ้าเรียงตัวกันในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้น


กลุ่มดาวนักรบถือดาบและโล่


พวกมันเคลื่อนไหวตามดารา ผู้ฝึกฝนวิชาต่อสู้ของเซราทุล


ในความเป็นจริง กลุ่มดาวนักรบของดาราสามารถเหวี่ยงดาบลงบนสังเวียนโดยตรงได้


แต่นั่นเป็นพลังของดารา


เธอทราบแก่นแท้ของศึกศักดิ์สิทธิ์ จึงผนึกอำนาจของตัวเองไว้


“มาเริ่มกันเถอะ”


แม้จะเปล่งเสียงด้วยสีหน้ามุ่งมั่น แต่หัวใจดารากำลังหม่นหมอง


เหตุผลที่เธอเรียนวิชาจากเซราทุล ก็เพื่อต้องการแข็งแกร่งขึ้น


แล้วทำไมถึงต้องการพลัง?


เพราะเธอไม่อยากนิ่งดูดายขณะเทวทูตที่สูงส่งอย่างซาลิเอล ถูกรังแกด้วยความอยุติธรรม


ซาลิเอลคือเทวทูตที่รักแอสการ์ดมากที่สุด และเคร่งครัดในเจตจำนงของเทพธิดายิ่งกว่าใคร


แต่เมื่อเปิดเผยบาปของเทพ ซาลิเอลกลับถูกขับไล่


เทพผู้สร้างซาลิเอล และมอบหมายหน้าที่ให้ซาลิเอล กลับไม่เห็นหัวซาลิเอล


อัปลักษณ์สิ้นดี


ทว่า ทวยเทพส่วนใหญ่รวมถึงดารา ไม่มีทางเลือกนอกจากทำตัวเป็นผู้ชม


เพราะเธออ่อนแอ


ไม่มีพลังเทพหรือกองกำลังไว้คานอำนาจ คำพูดของเธอไม่มีน้ำหนัก


ในเวลานั้น เทพจำนวนมากคิดแบบเดียวกับดารา


ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้


เพื่อยับยั้งมิให้เทพชั้นสูงทำตัวอัปลักษณ์ พวกตนต้องแข็งแกร่งเพียงพอที่จะต่อต้าน


นับแต่นั้น ทวยเทพจำนวนหนึ่งพยายามยกระดับตัวเองด้วยวิธีการของตน ส่วนดาราเลือกที่จะฝึกฝนฝีมือ


‘ไม่นึกเลยว่าพลังที่อุตส่าห์สั่งสมมา จะถูกนำมาใช้เพื่อบดขยี้เจ้า’


เป็นทั้งความขื่นขมและเศร้าโศก


ดารากำลังใจสลาย


เธอจำเป็นต้องโค่นซาลิเอล เพื่อไม่ให้ซาลิเอลคนที่สองหรือสามถือกำเนิด


ถึงจะฟังดูยอกย้อน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว


ดาราต้องการสำแดงฝีมือให้โดดเด่น เพื่อให้ได้รับความศรัทธาจากทุกฝ่าย


เหตุผลที่เคลื่อนย้ายดวงดาวทั้งที่ไม่คิดจะใช้งาน ก็เพื่อโอ้อวดอำนาจยิ่งใหญ่ของตน


ลูกไม้ค่อนข้างเยอะ หากเทียบกับเจตนาที่บริสุทธิ์


กล่าวคือ ดาราไม่ใช่ศัตรูที่รับมือได้ง่าย


กริดเองก็สังเกตเห็น


‘อันดับสามสินะ’


ดารีโน่ เทพเด็กชายผู้โค่นมีร์ และคาร์โดรที่ถูกบราฮัมช่วงชิงพลังเทพ


เทพที่แข็งแกร่งรองลงมาคือดารา


ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า เป็นคู่ต่อสู้ที่ซาลิเอลรับมือได้ยาก


‘ไม่เป็นไร ซาลิเอล’


เหมือนที่เคยกล่าวกับมีร์ แพ้ชนะไม่สำคัญ


สิ่งที่ฉันสนใจคือคุณค่าของพวกเธอ


จงสลัดความกดดันและฉวยโอกาสยกระดับตัวเองให้ได้ จงมองว่ากำลังเผชิญศัตรูที่ล้ำค่า…


ขณะกริดคาดหวัง


ครืน—!


พื้นสังเวียนกำลังสั่น


ปีกหกคู่


ปีกแห่งคุณธรรมและการเข่นฆ่าของซาลิเอล เริ่มเปลี่ยนเป็นรูปทรงประหลาด


ขนนกสีขาวบริสุทธิ์ทุกเส้นที่ประกอบกันเป็นปีก ทยอยแข็งตัวและคมกริบราวกับใบมีด


มิคาเอล อัครเทวทูตลำดับสามที่ถูกกริดสังหาร


คุณสมบัติของปีกที่เคยเป็นของมัน กำลังเผยสู่สายตาสาธารณชน


ปีกแห่งการเข่นฆ่า


“อึก…”


ซาลิเอลที่กำลังกัดกรามแน่น ไขว้สองมือไว้บนหน้าอก


ใบหน้าเผยความเจ็บปวดชัดเจน


คล้ายกับกำลังขัดขืน หรือข่มบางสิ่งเอาไว้


สีหน้ากริดดำมืดทันที


‘ปราณอสูร…’


คำขอโทษและความใจดีของดารา เป็นได้เพียงความเห็นแก่ตัว


ไม่มากไปกว่าการบรรเทาความรู้สึกผิดในใจตัวเอง


แต่คงไม่คิดว่าคำพูดเหล่านั้น จะทิ่มแทงเข้าไปในบาดแผลที่ฝังลึกในร่างกายซาลิเอล และกระตุ้นความมืดมิดที่ยากจะยับยั้ง


ปราณอสูรเริ่มควบคุมไม่อยู่ อีกไม่นานคงเกิดการ ‘อาละวาด’


“ซาลิเอล…!”


ดาราที่ตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากล รีบตะโกนเรียกพร้อมกับยื่นมือไปหา


เธอแค่อยากช่วยเหลือ มิให้ซาลิเอลถลำลึกไปถึงจุดที่มิอาจย้อนกลับ


วินาทีนี้ ดารามิได้แยแสสายตาของสักขีพยานหรือสวรรค์


เป็นความปรารถนาดีอย่างจริงใจ


แต่ซาลิเอลปฏิเสธ


แผลใจสมัยอดีตของเธอ ใหญ่เกินกว่าจะถูกเติมเต็มโดยใคร


ถ้าแค่ขอโทษแล้วบาปหายไป


…แล้วทำไมข้าถึงถูกขับจากสวรรค์จนต้องเผชิญความเจ็บปวดชั่วนิรันดร์!


จิตใต้สำนึกอันเคียดแค้นของซาลิเอล กระตุ้นให้ปราณอสูรพลุ่งพล่าน


พลังเทพที่แต่เดิมมีสีคล้ายกริด เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม เส้นผมสีทองสว่างกลายเป็นแดงสด


ดวงตาที่ปิดลงพร้อมกับหลั่งน้ำตาเลือด เบิกกว้างอีกครั้ง


“เทพแห่งดวงดาวเอ๋ย เจ้าก็เป็นคนบาปเช่นกัน”


ดวงตาสีเทาเข้มจดจ้องดารา


เป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกประหลาด คงเพราะสีของดวงตาที่ดูคลุมเครือ


“เจ้าไม่เพียงจะเพิกเฉยต่อบาปของเทพ แต่ยังเพิกเฉยในตอนที่ข้าตั้งคำถามกับบาปของเทพ!”


“ก็ข้าไร้พลัง! จะให้ทำเช่นไรเล่า!”


น้ำเสียงของดาราสั่นเครือ


เป็นผลจากอำนาจของซาลิเอล เทวทูตแห่งคุณธรรม


ดารารู้สึกราวกับทุก ‘ปม’ ในใจของเธอถูกดึงออกมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ความลับทั้งหมดถูกเปิดเผยต่ออีกฝ่าย เป็นสถานการณ์ที่ชวนอับอายและอึดอัด


“การไร้พลังไม่ใช่ข้ออ้าง! หากพวกเจ้าทุกตน… ทุกตน! ช่วยข้าประณามบาปของเทพ! เทพย่อมมิอาจหลุดพ้นจากบทลงโทษ! พวกเจ้าล้วนทราบเรื่องนี้อยู่แก่ใจ!”


บาปของการเพิกเฉยต่อบาป


เทพธิดารีเบคก้าพิสูจน์ให้เห็นด้วยตัวเองแล้ว


ซาลิเอลที่กล่าวโทษดารา พยายามครองสติให้มั่นคง ทว่า


“…ตายซะ!”


สติของเธอจบลงตรงนี้


ซาลิเอลสูญสิ้นเหตุและผลทันทีที่ปราณอสูรปะทุขึ้นเพราะอ่านปมในใจดารา


อาละวาดโดยสมบูรณ์


พลังที่ถูกสะกดไว้นับตั้งแต่กลายเป็นอัครสาวกของกริด


ไม่เพียงเท่านั้น พลังที่เธอกำลังปลดปล่อย ส่วนหนึ่งได้กริดช่วยดูดซับมาจากมิคาเอล


อย่าว่าแต่ซาลิเอล แม้แต่กริดก็ไม่คิดว่าจะทรงพลังขนาดนี้


บึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้มบึ้ม!


“…หือ?”


ขนนกกระจัดกระจายไปทุกทิศหลังจากซาลิเอลเปิดศึกเต็มรูปแบบ


บางส่วนลอยขึ้นฟ้าจนกระตุ้นประสาทสัมผัสเทียมของกริด


หากตอบสนองช้ากว่านี้เล็กน้อย ขนนกคงเฉือนแก้มกริดจนเลือดไหล


ตรงข้ามกับกริดที่กำลังสับสน


‘เจ๋ง…!’


ลอเอลกำลังมีความสุข


มันกำหมัดแน่น ในใจพยายามข่มเสียงเชียร์


วินาทีที่ซาลิเอลใช้อำนาจส่วนตัว การต่อสู้นี้ก็ถือเป็นโมฆะทันที


ในสถานการณ์ที่ซาลิเอลยากจะเป็นผู้ชนะ นับว่าโชคเข้าข้างที่ผลออกมาโมฆะ


แถมยังเป็นสถานการณ์ที่ทวยเทพมิอาจอ้างความ ‘ไม่สมเหตุสมผล’


ซาลิเอลอาละวาดเพราะ ‘ปราณอสูรคลุ้มคลั่ง’


ซึ่งต้องไม่ลืมว่า ตัวการที่บรรจุพลังอสูรลงไปในใจซาลิเอลก็คือเทพสวรรค์


สวรรค์ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับ


ทำได้แค่เงียบและปล่อยผ่าน


นับตั้งแต่ซาลิเอลกางปีกแห่งการเข่นฆ่าและพุ่งจู่โจม ดาราก็ตอบสนองด้วยอำนาจส่วนตัวเช่นกัน


คงเพราะตระหนักถึงวิกฤติ เธอตัดสินใจตอบโต้ด้วยกลุ่มดาว


เมื่อดาบยักษ์ของนักรบกลุ่มดาวฟาดใส่สังเวียน การต่อสู้ก็ชุลมุนวุ่นวายทันที


อ๊าาาก…


เสียงกรีดร้องดังมาจากท้องฟ้า


เสียงร้องของเซราทุล


______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


 

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00