จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,696



เทพและเทวทูตจะอ่อนแอลงมากเมื่ออยู่นอกแอสการ์ด


นั่นคือสามัญสำนึกของคนส่วนใหญ่


แต่ปัญหาคือ ความอ่อนแอและความแข็งแกร่งมักเป็นของคู่กัน


มีเพียงไม่กี่คนบนโลกที่สามารถเอาชนะเทพและเทวทูต แม้อีกฝ่ายจะได้รับผลข้างเคียงร้ายแรงเมื่อออกจากถิ่น


ครืนนน!


หอนิรันดร์สั่นสะเทือนหนักหน่วง


ราวกับพร้อมจะถล่มลงทุกเมื่อ เหล่าจอมเวทในหอคอยต่างพากันแตกตื่น


เปรี้ยง! เปรี้ยะ!


รอยแตกคล้ายใยแมงมุมกระจายไปทั่วผิวนอกหอคอย


กึ่งกลางรอยแตกคือร่างปิอาโร่


“แค่ก!”


แม้จะโชกเลือด แต่ปิอาโร่ยังคงไม่ปล่อยมือจากอุปกรณ์ทำสวน


เลือดสีเข้มไหลไปตามแนวเส้นเลือดใหญ่บนหลังมือ


เลือดเหล่านี้เป็นของเทวทูตที่สิ้นชีพไปก่อนหน้า


บ้างถูกจอบทุบกะโหลกแตก บ้างถูกคราดกระชากกระดูกสันหลังออกมา


“กระทั่งนรกก็ยังมีคนป่าเถื่อนเยี่ยงเจ้าไม่มาก เห็นการใช้อาวุธพิสดารที่ถูกออกแบบเพื่อทรมานเหยื่อนั่นแล้ว ข้าได้แต่นึกสงสัยว่าเจ้าคือบาเอลจำแลงกายเป็นมนุษย์”


“ก็แค่อุปกรณ์ทำสวน…”


“จะตายรอมร่ออยู่แล้ว”


เหล่าเทวทูตที่รายล้อมปิอาโร่ทำหน้าเบื่อหน่าย


ผลดีชั่ว


ผลไม้ในเทวตำนานที่มักงอกเงยบนนรก


มันคือวัตถุอันตรายอย่างแท้จริง


ขึ้นอยู่กับการใช้งาน อาจทำให้การดำรงอยู่ของเทพไร้ประโยชน์ หรือสร้างเทพอสูรก็ยังได้


ไม่ใช่แค่นั้น จะทำให้เทวทูตเกิดในนรก หรืออสูรเกิดบนสวรรค์ก็ได้เช่นกัน


อรรถประโยชน์ช่างหลากหลาย


จนทุกฝ่ายลงความเห็นตรงกันว่า ยาธานสร้างมันขึ้นมาด้วยเจตนาไม่ดี


สำหรับแอสการ์ด มันคือวัตถุที่ต้องถูกลบล้าง


เป็นเหตุผลว่าทำไม สวรรค์ต้องส่งเทวทูตมากถึงหนึ่งร้อยห้าตนลงมายังโลกกึ่งกลาง


สามอัครเทวทูต และอีกหนึ่งร้อยสองเทวทูต


เป็นกำลังรบระดับกองทัพ


นี่คือครั้งแรกที่เทวทูตถูกระดมพลมากขนาดนี้นับตั้งแต่สงครามทวยเทพ


ประหนึ่งจะรบกับเทวราชาก็มิปาน


สวรรค์ประเมินไว้ว่า ในกรณีเลวร้ายอาจต้องเผชิญหน้ากับเทพโอเวอร์เกียร์


หากมีแค่อัครสาวกของเทพโอเวอร์เกียร์ พวกมันมิได้เกรงกลัวแต่อย่างใด


แต่พอเอาเข้าจริง ลำพังเพียงหนึ่งอัครสาวก กลับสร้างความรำคาญใจเป็นล้นพ้น


เทวทูตเจ็ดตนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ


ส่งผลให้เทวทูตกว่าสิบตน หวาดกลัวจนสละตรีเอกานุภาพและหนีไปจากสนามรบ


เป็นภาพที่ค่อนข้างน่าทึ่งทีเดียว


เทวทูตล้วนถูกสร้างจากตำนานมนุษย์


แม้เทวทูตจะได้รับผลข้างเคียงบนโลก แต่ลำพังตำนานกลุ่มหนึ่งก็น่าจะจัดการปิอาโร่ได้ไม่ยาก


นอกจากนั้น พวกมันยังถูกชุบเลี้ยงเยี่ยงทหาร


เทวทูตย่อมแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ แถมยิ่งรวมกลุ่มก็ยิ่งเก่ง


ดังนั้น หากมีการรวมตัวในระดับกองทัพ เกรงว่าแม้แต่เทวราชาก็อาจตกที่นั่งลำบาก


ทว่า เมื่อต้องเผชิญหน้าอัครสาวกหนึ่งคน


แถมยังเป็นอัครสาวกอ่อนแอที่สุดอย่างปิอาโร่


ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทำเอาเหล่าอัครเทวทูตเริ่มกังวล


‘…คงได้รับอิทธิพลจากเทพที่พวกมันรับใช้’


เทพโอเวอร์เกียร์


ชายผู้อยู่เหนือกาลเวลา


เติบโตได้เร็วยิ่งกว่าการคาดคะเนของเทพผู้ทรงปัญญา


อัครสาวกของกริดย่อมได้รับอิทธิพลไปด้วย ทุกคนพัฒนาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง


“จัดการให้สิ้นซาก วันนี้พวกเราต้องลดจำนวนให้ได้!”


ชิ้ง!


ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งอัครเทวทูต เทวทูต ทั่วไปขยับวงแหวนเหนือศีรษะ


สัญลักษณ์ของเทวทูต


วงแหวนแห่งแสงขยายตัวอย่างรวดเร็ว


วงแหวนแสงสว่างเกือบร้อยวง พร้อมใจกันเล็งมาทางปิอาโร่


เทวทูตทุกตนผนึกกำลังกันเพื่อหวังสังหารปิอาโร่ให้สิ้นซาก


ไม่ว่ายังไงก็ห้ามปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไป


‘จบแล้ว… สินะ…’


อดทนมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว


ศัตรูเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ


ปิอาโร่ไม่ทางรับมือกับกองทัพเทวทูต ที่ยิ่งแข็งแกร่งเมื่อสู้เป็นกลุ่มใหญ่


แต่อย่างน้อย ชาวนาอย่างปิอาโร่ก็ลากเพื่อนร่วมทางไปด้วยเจ็ดคน


ชาวนาคือตัวตนอันยิ่งใหญ่ ที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง


นั่นไม่ใช่คำยกย่องเกินจริง


จากบรรดามนุษย์แท้ๆ มีเพียงไม่กี่คนที่สร้างโลกจินตภาพได้ หนึ่งในนั้นคือปิอาโร่


ซู่ว!


เสาลำแสงถูกยิงจากวงแหวนเทวทูต


เป็นการกระหน่ำยิงเต็มพิกัด โดยกะจังหวะช่วงที่ประกันชีวิตอมตะของปิอาโร่หมดลง


‘…เป็นชีวิตที่ไม่มีอะไรต้องเสียดาย’


กริดช่วยขจัดปมในใจให้หมดแล้ว


มองไปยังโลกสีขาวโพลน


ปิอาโร่ยิ้ม


มันมีความสุขเมื่อนึกย้อนกลับไปสมัยที่ได้พบกับเด็กหนุ่มนามว่ากริดครั้งแรก


จนกระทั่งอีกฝ่ายกลายเป็นเจ้าเมือง ราชา มหาจักรพรรดิ และเทพที่ตนศรัทธา


แม้ในยามใกล้ตาย ศักดิ์ศรีที่ไม่สั่นคลอนของตน ทำให้ปิอาโร่รู้สึกอิ่มเอมใจ


ไม่มีความกลัวหรือนึกเสียดาย


ทันใดนั้น เสียงตำหนิดังขึ้น


“ใช่เวลามัวยิ้มรึไง? ทำไมไม่นึกถึงหัวอกคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังบ้าง? ไหนจะครอบครัวของนายอีก?”


เสียงอันสดใส


เจ้าของเสียงคือเด็กผู้หญิง


ไม่สิ ไม่ใช่เด็กผู้หญิง แต่เป็นหญิงสาวที่ตัวเล็กและมีเสียงเหมือนเด็ก


ยูเฟอมิน่า


ผู้พิทักษ์หอเวทโอเวอร์เกียร์ มุ่งหน้ามาที่นี่ตามคำขอของเจ้าหอเวทลาเอลล่า


อ้อมแขนหญิงสาวกำลังกอดผลไม้ที่ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กๆ ของตน


“ผลดีชั่ว…!”


ดวงตาเหล่าเทวทูตพลันเบิกกว้าง


“ยูเฟอมิน่า! เอาเลย!!”


เสียงตะโกนของลาเอลล่าดังมาจากยอดหอคอย


หลังจากพิสูจน์ตัวเองจนภารกิจสำเร็จในระหว่างที่ปิอาโร่ช่วยยื้อเวลา ลาเอลล่ามั่นใจว่า ศักยภาพของยูเฟอมิน่ากำลังจะผลิบาน


ผู้สืบทอดมูมัด ยูเฟอมิน่า


มหาจอมเวทในตำนานผู้ตีความเวทมนตร์ทุกชนิดใน ‘วิถีมูมัด’ จนใช้งานได้อย่างทรงพลังและรวดเร็วยิ่งขึ้น


สำหรับเธอ ตำนานไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย


คลาสผู้สืบทอดมูมัดแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเป็นเกรดมิธ


ทว่า การยกระดับคลาสไม่ใช่เรื่องง่าย แค่เพิ่มเลเวลกับสร้างความสำเร็จยังไม่พอ


รุ่นพี่เทวตำนานอย่างกริดพิสูจน์ให้เห็นแล้ว


ชายหนุ่มพูดกับยูเฟอมิน่าอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘คลาสเกรดมิธ? ตัดใจเถอะ’


ก็เข้าใจได้


หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญเพื่อก้าวไปเป็นเทวตำนานคือ ‘ถูกศรัทธา’


ต้องตกเป็นเป้าศรัทธาของผู้คนหมู่มาก และยูเฟอมิน่าก็ไม่มั่นใจว่าตนจะทำได้


เธอไม่เหมือนกับกริด


สำหรับผู้เล่นทั่วไป ไม่มีเหตุผลที่ NPC จำนวนมากต้องมอบความศรัทธา


กริดคือกรณีพิเศษ


ยูเฟอมิน่าเกิดลางสังหรณ์ตั้งแต่วันที่ได้พบกันครั้งแรก


เราไม่ใช่คู่แข่งของเขา…


ถูกต้อง


ยูเฟอมิน่าไม่มั่นใจว่าตนจะเป็นเหมือนกริดได้ แค่ฝันยังไม่กล้า


นั่นคือเหตุผลว่าทำไม เธอจึงไม่ตื่นเต้นหลังจากได้ยินลาเอลล่าพูดว่า ผลดีชั่วจะช่วยมอบเบาะแสสำหรับวิวัฒนาการให้เธอ


<ผลดีชั่ว>

…

..

★ เมื่อจอมเวทกินเข้าไป พลังเวทจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่พิเศษ


เจ้าหอเวทโอเวอร์เกียร์ ลาเอลล่าค้นพบว่า


‘เธอจะได้ครอบครองทั้งเวทศักดิ์สิทธิ์และเวทมืด!’


ตามปกติแล้ว เวทมืดจะได้รับจากการทำพันธสัญญากับอสูร และเวทศักดิ์สิทธิ์จะได้รับจากการเปลี่ยนคลาสเป็นนักบวช หรือนักบุญที่รับใช้เทพสวรรค์โดยตรง จอมเวททั่วไปไม่มีวันได้ครอบครองหรือใช้งาน


จริงอยู่ สมาชิกกิลด์โอเวอร์เกียร์ล้วนทำพันธสัญญากับภูตธาตุ


ย่อมมีสิทธิ์ใช้เวทมืดและเวทศักดิ์สิทธิ์ หากได้ทำพันธสัญญากับภูตมืดหรือภูตแสง


นอกจากนั้น ยูเฟอมิน่าที่เป็นผู้สืบทอดมูมัด ยังมีคุณสมบัติในการใช้งานเวทมืดและเวทศักดิ์สิทธิ์


เธอสามารถใช้เวทมืดและเวทศักดิ์สิทธิ์ในระดับพื้นฐาน ผ่านการตีความใหม่ในวิถีมูมัด


อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดด้านพลังเวท ยูเฟอมิน่าจึงมิอาจใช้เวทมืดได้เหมือนกับจอมเวทที่ทำพันธสัญญากับอสูร หรือใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ได้เหมือนกับนักบวช


ไม่เพียงโอกาสสำเร็จจะต่ำ แต่ยังไร้ประสิทธิภาพ


ทว่า สิ่งเหล่านั้นจะเปลี่ยนไปหากมีผลดีชั่ว


ลาเอลล่ามั่นใจ แม้แต่พลังเวทก็มีการแบ่งแยกดีและชั่ว


ถ้ายูเฟอมิน่าผู้สามารถใช้เวทมนตร์ได้ทุกธาตุเป็นทุนเดิม กินผลดีชั่วเข้าไป จะต้องเกิดผลลัพธ์ที่ไม่มีใครจินตนาการถึง


นั่นคือเหตุผลที่ยูเฟอมิน่าถูกเลือกให้กิน


แต่ก็ถูกตั้งคำถามกลับไปว่า ‘ให้บราฮัมกินไม่ดีกว่าหรือ’


“บราฮัมเป็นแวมไพร์ ไม่เหมือนกับมนุษย์ที่เป็นกลาง แวมไพร์ถูกจัดให้อยู่ในเผ่ามาร ผลดีชั่วอาจแทรกแซงเผ่าพันธุ์ของเขาด้วย พวกเราเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”


“…”


“และตอนนี้ ดยุคปิอาโร่กำลังตกอยู่ในอันตราย รีบกินและรีบไปช่วยชีวิตเขา!”


“…”


“ไม่ต้องห่วง กริดอนุญาตแล้ว ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า เธอมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ไกลกว่าใคร”


‘ถ้าคุณสมบัติของผลชั่วเป็นจริง…’


ในทางทฤษฎี ยูเฟอมิน่าจะกลายเป็นจอมเวทไร้เทียมทาน สามารถก้าวข้ามได้แม้กระทั่งบราฮัม


เราคู่ควรกับพลังแบบนั้นจริงหรือ…


ผิดแล้ว


ไม่ใช่คู่ควรหรือไม่ แต่จะแบกรับไว้เป็นหน้าที่หรือไม่


จะไม่กินแล้วปล่อยให้ปิอาโร่ตาย?


งั่ม!


ปากเล็กๆ ของยูเฟอมิน่ากัดลงบนผลดีชั่ว แก้มของเธอปูดขึ้นขณะเคี้ยวเหมือนกันกระรอก


ขณะลำแสงที่เหล่าเทวทูตระดมยิงใกล้พุ่งมาถึง


“หึ…”


ยูเฟอมิน่าคืออัจฉริยะ


ทันทีที่กินผลดีชั่วเข้าไป เธอสามารถจำแนกการเปลี่ยนแปลงและรู้วิธีใช้งานมัน


ไม่จำเป็นต้องสร้างบาเรียคุ้มกัน เพราะเธอสามารถยกเลิกเวทมนตร์ของอีกฝ่ายในพริบตา


มุมปากที่ยกโค้งทำให้รูปโฉมของหญิงสาวดูคล้ายกับปีศาจตัวจิ๋ว


“สตาร์ดัสต์” (Stardust)


ห้วงจักรวาลแผ่ขยายไปทุกทิศ


เป็นการดัดแปลงเวท ‘บลิสซาร์ด’ (Blizzard) ของมูมัดโดยแทนที่ด้วยเวทมืดและเวทศักดิ์สิทธิ์


ท่ามกลางโลกสีดำ ละอองแสงดาวกระจัดกระจายอยู่ท่วมท้น


ชื่อสตาร์ดัสต์ถูกตั้งจากฉากตรงหน้า ซึ่งเธอจินตนาการว่ามันจะเกิดขึ้น


“…!?”


เสาลำแสงที่เหล่าเทวทูตยิงใส่ เลือนหายไปราวกับเรื่องโกหก


สว่างที่อ่อนแอถูกความมืดกลืนกิน


และแสงที่แข็งแกร่ง ถูกแสงที่แข็งแกร่งกว่ากลืนกิน


ภาพของยูเฟอมิน่าผมทวินเทลสีทองผู้กำลังแสยะยิ้ม คือเครื่องพิสูจน์เพียงหนึ่งเดียวว่า เหตุการณ์จนถึงเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องโกหก


“ฮีล” (Heal)


ทรัพยากรของยูเฟอมิน่าผู้กินผลดีชั่ว แบ่งออกได้เป็นสามประเภทใหญ่


มานา เวทมืด เวทศักดิ์สิทธิ์


ความรู้ของมูมัดทำให้เธอมีเวทฮีลในครอบครอง แต่ไม่เคยได้ใช้งานเพราะขาดทรัพยากร


แม้จะเป็นเวทมนตร์เดียวกัน แต่รูปร่างและคุณสมบัติจะต่างกันตามทรัพยากรที่ใช้


เหมือนกับบลิสซาร์ดของมูมัดเมื่อครู่


เมื่อเปลี่ยนจากมานาเป็นเวทมืดและเวทศักดิ์สิทธิ์ เกล็ดหิมะจึงเปลี่ยนเป็นละอองดาว และสภาพอากาศเย็นเยือกเปลี่ยนเป็นความมืด


เกิดเป็นเวทมนตร์ชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติดูดกลืนแสงและความมืด


การใช้เวทมนตร์โดยเปลี่ยนทรัพยากร ร่างกายจะต้องแบกรับภาระทางจิตใจ


แต่สำหรับยูเฟอมิน่า นั่นคือความสนุก


ระบบ ‘ผสม’ นี้จะทำให้การเล่นเกมของเธอน่าตื่นเต้นขึ้นจากเดิมหลายเท่า ชนิดที่สมัยนักคัดลอกก็เทียบไม่ติด


และแน่นอน ไม่มีใครเคยใช้เวทมนตร์และทักษะได้มากชนิดเท่ายูเฟอมิน่าอีกแล้ว เธอคือนักผสมทักษะตัวยง


“เจ้า… คงเป็นอัครสาวกคนสุดท้ายของเทพโอเวอร์เกียร์สินะ”


อัครเทวทูตเริ่มหวาดระแวงยูเฟอมิน่า


พวกมันเลิกยึดติดกับผลดีชั่วที่เสียไปแล้ว โดยมองว่าการจำกัดยูเฟอมิน่าผู้กินผลไม้เข้าไป จะทำให้ปัญหาจบลง


แน่นอน ถึงจะไม่ใช่ศัตรูที่ง่าย แต่กองทัพเทวทูตถือไพ่เหนือกว่ามาก


เหนือสิ่งอื่นใด เทวทูตล้วนต้านทานเวทมนตร์เกือบทุกชนิด และการใช้เวทศักดิ์สิทธิ์กับเวทมืดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มองยังไงฝ่ายกองทัพเทวทูตก็ยังได้เปรียบ


ขณะเทวทูตกำลังจัดกระบวนทัพ


มหากาพย์ที่พรรณนาว่า กริดกลายเป็นเจ้าของเทวตำนานบทใหม่ ‘มังกรทอง’ ถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก


ปิอาโร่ที่ใกล้ตายเต็มที ได้รับชีวิตชีวากลับคืนมา


ไม่สิ เป็นระดับที่เกินกว่าการฟื้นฟู


“ฝ่าบาทเกิดมาเพื่อเป็นเทพ”


เขียนเทวตำนานบทใหม่ ไปพร้อมกับมอบพลังให้อัครสาวกในจังหวะเหมาะเจาะ


ปิอาโร่นึกชื่นชมชายหนุ่มที่สร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ


ชาวนาในตำนานฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับโปรยเมล็ดพันธุ์


ปิอาโร่แทรกตัวเข้าไปในกลุ่มเทวทูตที่กำลังตกตะลึง จากนั้นก็กวัดแกว่งอุปกรณ์ทำสวน


ช่วยให้ยูเฟอมิน่ามีเวลาคำนวณอย่างละเอียดก่อนใช้เวทมนตร์แต่ละชนิด


การนำทรัพยากรสามชนิดมาผสมผสานกัน ทำให้เกิดเวทมนตร์ชนิดใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็น


ผู้พิทักษ์หอเวท


ตำแหน่งซึ่งมอบให้จอมเวทที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้าหอเวท


ในแง่ทักษะ ยูเฟอมิน่าคืออันดับหนึ่งในหอเวทโอเวอร์เกียร์


นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีลาเอลล่า


รวมถึงเหล่าจอมเวทของหอนิรันดร์อีกนับร้อย ที่เริ่มฮึกเหิมหลังจากเห็นการแสดงฝีมืออันน่าทึ่งของยูเฟอมิน่า


เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด


ที่นี่คือเมืองหลวงรอง ไททัน


แม้หอนิรันดร์จะอยู่รอบนอกเมือง แต่ผ่านไปนานขนาดนี้ ไม่มีทางที่ข่าวคราวจะไปไม่ถึงปราสาท


ราชินีบาซาร่าและเหล่าดยุคที่สัมผัสถึงความไม่ปกติ นำกองทัพใหญ่ออกมาทำศึกด้วยตัวเอง


“…น่ารำคาญชะมัด”


เทพสายฟ้าไคล์รุดหน้ามาถึงสมรภูมิ


ความเร็วของสายฟ้าย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว


“นี่มัน… ลมเปลี่ยนทิศ?”


เหล่าเทวทูตต่างพากันแตกตื่น


หลายคนกระวนกระวายเพราะดูเหมือนพวกตนจะตกที่นั่งลำบาก ทั้งที่เทพโอเวอร์เกียร์ยังไม่ได้ออกโรงด้วยซ้ำ


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00