จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,690



เปรี้ยะ!


ทิวทัศน์แบ่งออกเป็นหลายหมื่นส่วน


นั่นเพราะสายฟ้าของมังกรครามกำลังก่อกวนการมองเห็น


ประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์และประสาทสัมผัสเทียมกำลังร้องเตือนถึงอันตราย


เดาได้จากทักษะ <เทพอสนี> มังกรครามไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ประกอบจากกระดูกและเลือดเนื้อ แต่เป็นสายฟ้ารูปร่างมังกร


ลำพังการดำรงอยู่ก็จัดเป็นภัยคุกคามแล้ว


‘เสือขาวเอาชนะมังกรครามได้ยังไง?’


เสือขาวคือเสือตัวใหญ่


สูงและยาวหลายสิบเมตร


เป็นขนาดที่สามารถพูดได้ว่า ใหญ่โตเท่าขุนเขาโดยไม่เคอะเขิน


ขนสีขาวที่แผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้าประหนึ่งคลื่น มอบความรู้สึกทั้งงดงามและลึกลับ


ตัวตนที่ไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องทราบว่านี่คือ ‘เทพ’


ทว่า นั่นก็ยังดูบกพร่องเมื่อเทียบกับมังกรครามข้างๆ


ต่อหน้ามังกรคราม ร่างกายใหญ่มหึมาของเสือขาวมิได้ดูพิเศษ แถมยังมีบรรยากาศน่าเกรงขามน้อยกว่ามังกรครามที่เป็นสายฟ้าทั้งตัว


จะบอกว่าดูเหมือนแมวก็ไม่ผิด


มังกรครามทั้งตัวใหญ่และทรงพลังถึงเพียงนั้น


แค่มองผิวเผินก็รู้ทันทีว่าแข็งแกร่งกว่าเสือขาว


‘แต่แน่นอน เราไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก’


นั่นคืออคติ


มังกรครามไม่เหมือนกับมังกร


อาจเป็นมังกร แต่เป็นมังกรตะวันออก เท้าจึงไม่เหยียบพื้น


สามารถบินบนฟ้าได้ตลอดเวลา พร้อมกับปลดปล่อยแสงอสนีบาตและเสียงคำรามโดยไม่ต้องพึ่งพาเมฆและฝน


ในทางกลับกัน เสือขาวคือเทพธรณี — ผู้พิทักษ์ที่ปกป้องผืนแผ่นดิน


จำต้องยืนบนพื้นดินตลอดเวลา และนั่นทำให้ค่อนข้างเสียเปรียบมังกรครามที่ลอยอยู่ในอากาศ


แถมยังไม่มีเทวภัณฑ์อย่าง <ลูกแก้ววิเศษ> ที่มังกรครามคาบไว้ในปาก


และมีร์เคยพูดไว้ชัดเจนว่า


มังกรครามแข็งแกร่งที่สุดในสี่ผู้พิทักษ์


อีกทั้งยังเป็นเจ้าของเทวตำนานอันน่าตกตะลึง


เทวตำนานเมื่อครั้งทะลวงหัวใจฮานึล — หนึ่งในเทพต้นกำเนิด จนเกิดรูโหว่


เช่นนั้นแล้ว เสือขาวเอาชนะมังกรครามในศึกสุดท้ายได้อย่างไร?


‘ศึกสุดท้ายระหว่างเสือขาวกับมังกรคราม เกิดขึ้นก่อนที่มังกรครามจะทะลวงหัวใจฮานึล…’


ดูเหมือนว่าเสือขาวจะมีศักยภาพซ่อนเร้น


ขณะกริดกำลังสำรวจเสือขาวและมังกรคราม


> ไอ้ขยะ


เสือขาวกล่าวเสียงขรึม


เป็นคำพูดที่ค่อนข้างน่าทึ่งเมื่อพิจารณาว่า นี่คือคำแรกหลังจากได้รับอิสระในรอบหลายร้อยปี


มังกรครามขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะแอบสำรวจกริดเงียบงัน


> กัดไม่โดนแม้แต่คำเดียว แต่ปากยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะ


> ได้ยินว่าเจ้าบาดเจ็บระหว่างถูกผนึก ถูกตีหัวมาหรือไง? ถึงได้ลืมไปแล้วว่า เป็นเจ้าต่างหากที่กัดไม่โดนข้าแม้แต่คำเดียว


> กำลังโอ้อวดชัยชนะโชคช่วยที่ได้มาเพราะข้าถูกขัดจังหวะ? ชัยชนะซึ่งกำลังจะเป็นครั้งที่หนึ่งพันของข้า?


> ไอ้ขยะขี้แพ้หุบปากไปเลย


‘…ไม่ใช่เก้าสิบเก้า’


แต่แพ้ 999 ครั้ง และชนะแค่หนึ่ง?


จริงอยู่ อาจมีคำกล่าวที่ว่า ใครชนะครั้งสุดท้ายคือผู้ชนะ แต่นี่ไม่ไร้ยางอายไปหน่อยหรือ?


จิตของฟีนิกซ์แดงและเต่าดำปรากฏตัวสองฝั่งซ้ายขวากริด ผู้กำลังเดาะลิ้น


> เอาแต่ทำตัวสถุลกันอยู่ได้


ในสายตากริด ฟีนิกซ์แดงเปรียบดังมารดา


ไม่ใช่แค่เพราะสามารถรักษาบาดแผล แต่คำพูดคำจาก็ยังนุ่มนวล


สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเอาใจใส่


เต่าดำก็เช่นกัน


ในวันนี้ หลังจากไม่ได้พบกันมานาน กริดค่อนข้างเสียใจที่ทั้งสองใช้สรรพนามสุภาพกับตน


พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนโยนถึงเพียงนั้น


> ผู้คนเหล่านี้ยังไม่ลืมพวกเจ้า และช่วยปลดผนึกพวกเจ้าออกมา แต่แทนที่จะขอบคุณ กลับแว้งกัดกันเองประหนึ่งสัตว์ป่า


> ผู้คนคงผิดหวังที่เห็นเทพเป็นเช่นนี้ บางคนคงอยากกลับไปนับถือตำนานจอมปลอมมากกว่า


ทั้งสองตำหนิมังกรครามและเสือขาวอย่างรุนแรง


เป็นระดับที่กระแทกกระทั้นเข้าไปในหัวใจของผู้ฟัง


ยากที่จะให้เชื่อลง เมื่อคำนึงจากนิสัยของเต่าดำและฟีนิกซ์แดง


‘ไหนว่ามาไกล่เกลี่ยไง?’


หากปล่อยเอาไว้ ไม่เพียงจะไม่ห้ามศึก แต่น่าจะเข้าไปร่วมตะลุมบอนเสียเอง


กริดเริ่มกังวล แต่โชคดีที่บรรยากาศสงบลงภายในเวลาไม่นาน


> ขอโทษ


> ข้าก็เหมือนกัน


ค่อนข้างผิดคาด มังกรครามและเสือขาวถ่อมตนต่อหน้าฟีนิกซ์แดงและเต่าดำ


ไม่สิ ไม่ได้ถ่อมตนอะไรนัก ก็แค่ทำตัวตาม ‘มารยาท’ ขั้นพื้นฐาน


ด้วยความอับอาย พวกมันก้มหัวให้กริดและผู้มีพระคุณคนอื่น


สายตาที่มองมาทางกริดค่อนข้างพิเศษ


ทั้งสองถูกเจตจำนงของกริดปลุกให้ตื่นจนกระทั่งคืนชีพสำเร็จ จึงตระหนักดีว่า กริดยอดเยี่ยมเพียงใด


การสื่อสารที่สั้นกระชับแต่เข้มข้น


เจตจำนงอันแรงกล้าที่สามารถทะลวงผ่านผนึกหนาๆ ของผู้รุกรานชั่วช้า…


ตอนแรกคิดว่าคงเป็นตัวตนพิเศษ แต่เมื่อได้เจอตัวจริง กลับพบว่าพิเศษยิ่งกว่านั้นอีก


ทั้งสองทราบได้ทันที ชายคนนี้คือตัวเอกในเทวตำนานของทวีปตะวันออก


ไม่เพียงเท่านั้น กริดยังเป็นตัวเอกในอีกหลายเทวตำนาน รวมถึงเทวราชาของโลกแห่งเทพ


> เจ้า… แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ทั้งที่มีประวัติศาสตร์แสนสั้น


หลังจากแสดงความเคารพต่อกริด โทสะพลันผุดขึ้นบนใบหน้ามังกรครามที่กำลังกวาดสายตาไปรอบๆ


เพราะมันเห็นมีร์และเยอึม


มีร์และเยอึมผู้เฉลียวฉลาด พยายามซ่อนปราณให้ดูเหมือนมนุษย์ปกติ แต่มีหรือที่จะเล็ดลอดสายตาของเทพผู้พิทักษ์


> เมื่อลองมานึกดู…


ถัดจากมังกรคราม เสือขาวเริ่มตื่นตัว


เทพทั้งสองยังไม่ลืม


ว่ากริดมอบเจตจำนงอันแรงกล้าให้พวกตนด้วยวิธีใด


รำดาบ


ท่ารำดาบที่เป็นตัวแทนของอารมณ์ แนวคิด และสัญลักษณ์


ท่ารำดาบที่เป็นวัฒนธรรมอันน่ารังเกียจของผู้บุกรุกชั่วช้า


> พวกเจ้า… คิดจะก่อกบฏกับฮานึล?


> ก็นึกอยู่ว่าเป็นเทพที่แข็งแกร่งมาจากไหน ที่แท้ก็หนึ่งในพวกอาณาจักรฮวานที่คิดต่อต้านฮานึล


> ไร้ยางอายสิ้นดี! คิดจะลากเราเข้าไปพัวพันกับศึกแย่งยิงอำนาจสินะ? เราสองคนไม่ได้หัวอ่อนเหมือนเต่าดำกับฟีนิกซ์แดง!


> เทพอย่างเราดำรงอยู่เพื่อมนุษย์ เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่โบราณกาล ไม่คิดจะลดตัวไปเป็นเครื่องมือของใคร!


ครืนนน!


‘บรรลัยแล้วไง… นึกว่าจะราบรื่น’


กริดเคยจินตนาการว่า มังกรครามกับเสือขาวจะสร้างความวุ่นวายทันทีที่หลุดพ้นผนึก


ชายหนุ่มจึงเตรียมตัวรับมือกับศึกใหญ่เต็มที่


แต่กลับต้องผิดคาด เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น


ทว่า จนแล้วจนรอด ดูเหมือนเส้นเรื่องจะวกกลับสู่ความโกลาหลอีกครั้ง


> เจ้าพวกนี้ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด


เต่าดำและฟีนิกซ์แดงตอบสนองประหนึ่งไม่มีทางเลือกอื่น


โดยปราศจากอาการตื่นตระหนก บารมีเทพถูกยกระดับในพริบตา


ดูเหมือนว่า วิธีเดียวที่จะไกล่เกลี่ยสำเร็จ คือการนำร่างจริงมาที่นี่


> …!?


> นี่มัน…? เป็นไปไม่ได้…


เต่าดำและฟีนิกซ์แดงที่ตกตะลึงพร้อมกัน รีบหยุดการกระทำของตน


> เทพแห่งอาณาจักรฮวานเสด็จเยือนโลก อาณาจักรชิงและโชถูกล้อมไว้แล้ว… ถ้าพวกเรามาด้วยร่างจริง ทั้งสองอาณาจักรจะสูญเสียบาเรียคุ้มกันและถูกยึดครองในที่สุด


ในสายตาอาณาจักรฮวาน การสูญเสียดาบหนักมังกรครามให้กริดคือสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย


แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตอบโต้ ไว้ค่อยจัดการภายหลังก็ยังไม่สาย


อย่างช้าที่สุด เทพแห่งอาณาจักรฮวานจะรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากล เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับอูรัม


ไม่ว่าจะลงมือล่าช้าเพียงใด พวกตนก็ควรเสด็จเยือนโลกได้ก่อนที่กริดและพรรคพวก จะหนีเข้าไปในฐานทัพฮวัลบินดัง


แต่กลับต้องผิดคาด เมื่อลงมาถึง พวกมันไม่พบใครเลย จึงตัดสินใจรุดหน้าไปล้อมอาณาจักรชิงและโชไว้


รุกฆาต


เทพแห่งอาณาจักรฮวานที่รู้จักนิสัยของมังกรครามและเสือขาวเป็นอย่างดี ย่อมเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้


พวกมันทราบดี กริดไม่มีทางรับมือการอาละวาดของมังกรครามกับเสือขาวโดยปราศจากความช่วยเหลือของเต่าดำและฟีนิกซ์แดง จึงบังคับให้อีกฝ่ายต้องเลือก


จะยอมไกล่เกลี่ยมังกรครามกับเสือขาว และเสียอาณาจักรชิงกับโช


หรือจะยอมแพ้ และผนึกมังกรครามกับเสือขาวกลับไปอีกครั้ง?


“วิกฤติแล้ว…”


ใบหน้าฮวางกิลดงที่มักผ่อนคลายในทุกสถานการณ์ กำลังตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็น


“ที่นี่เก็บซ่อนบารมีเทพของสองเทพไม่ไหว มันจะล้นทะลักห้วงมิติภายในไม่กี่วัน”


และเมื่อถึงตอนนั้น ตำแหน่งของฐานทัพจะถูกค้นพบ…


ฮวางกิลดงกุมหัวพลางอธิบายต่อ


“ในกรณีเลวร้ายที่สุด พวกเราจะสูญเสียทุกสิ่ง”


หากเทพแห่งอาณาจักรฮวานบุกเข้ามาในตอนที่เสือขาวกับมังกรครามกำลังก่อความวุ่นวาย…


กริดและพรรคพวกคงมิอาจรอดพ้นจากการถูกกวาดล้าง


มังกรครามกับเสือขาวจะถูกผนึกอีกครั้ง สถานการณ์ของทวีปตะวันออกจะยิ่งหม่นหมอง


ในเมื่อฮวางกิลดงกับฮวัลบินดังถูกทำลายจนสิ้นซาก จะมีใครคอยสืบหาตำแหน่งของผนึกมังกรครามกับเสือขาวได้อีก?


กริดทำคนเดียวไม่ได้แน่


หรือต่อให้ทำได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน


กว่ากริดจะหาผนึกมังกรครามกับเสือขาวพบ เกรงว่าเทพแห่งอาณาจักรฮวานจะหาวิธีรุกรานชิงและโชได้ก่อน


‘เหนือสิ่งอื่นใด ในวันนี้ เทพแห่งอาณาจักรฮวานเสด็จเยือนโลกเป็นจำนวนมาก’


เทวตำนานของกริดอาจจบลงในวันนี้เลย


ขณะฮวางกิลดงเอาแต่ปิดปากเงียบ กริดตั้งคำถามกับระบบเกม


‘อิลดากยองเท่ากับกี่ชั่วโมงแล้วนะ…’


เท่าที่ชายหนุ่มจำได้ หนึ่งชั่วยามเท่ากับสองชั่วโมง และหนึ่งอิลดากยองเท่ากับสี่ชั่วโมง


เพื่อความแน่ใจ จำเป็นต้องยืนยันให้ชัดเจน


[สิบห้านาที]


‘ฉิบหายแล้ว…’


หน่วยบอกเวลาที่เท่ากับสี่ชั่วโมงคือ ‘อิลกยอง’ ไม่ใช่ ‘อิลดากยอง’


กริดที่เอาแต่พึมพำในสภาพเหงื่อท่วม ตัดสินใจเปิดปาก


“ฟังนะเทพทั้งสอง ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรฮวาน… ฉันคือเทพโอเวอร์เกียร์ ผู้สร้างโลกเทพนามว่าโลกโอเวอร์เกียร์ ตรงกันข้าม ฉันคือศัตรูของอาณาจักรฮวาน”


> ข้าไม่เคยได้ยินชื่อโลกโอเวอร์เกียร์มาก่อน


> ข้าก็เหมือนกัน


“ก็โดนผนึกอยู่ตลอด จะไปรู้จักได้ยังไง!”


> อย่าเสียเวลาโน้มน้าวเลย พวกเขามักเชื่อว่าความคิดตัวเองถูกเสมอ เพราะแบบนี้ถึงไม่ค่อยมีใครอยากคุยด้วย


แม้จะถูกฟีนิกซ์แดงและเต่าดำตำหนิอย่างต่อเนื่อง แต่มังกรครามกับเสือขาวมิได้หวั่นไหว


บางทีพวกมันคงไม่รู้จักยางอาย ยังกล้าพูดออกมาอีกว่า ‘ฟีนิกซ์แดงช่างรู้ใจพวกเรา’


“ไม่มีเวลาแล้ว ต้องปราบปรามด้วยกำลัง”


รู้ตัวอีกที มีร์พุ่งเข้ามาใกล้กริด


ร่างกายอาบด้วยพลังของผู้พิทักษ์ทั้งสี่ต่อหน้าเจ้าของพลัง


“พวกเขาเพิ่งเป็นอิสระจากผนึก และยังไม่ได้รับพลังที่แท้จริงกลับคืนมา นี่เป็นโอกาสของเรา”


แต่ถึงอย่างนั้นก็น่ากังขาว่า กริดจะสะสางให้เสร็จภายในสิบห้านาทีได้จริงหรือ


[ภารกิจแข่งกับเวลาถูกสร้างขึ้น!]


ระบบเกมประเมินว่า สถานการณ์ตรงหน้าสมควรเป็นภารกิจแข่งกับเวลา


ราวกับจะสื่อถึงระดับความยาก รายการรางวัลตอบแทนสุดหรูหราทำเอากริดถึงกับเครียด


แผ่นหลังของชายหนุ่มชนกับหลังมีร์


เชื่อใจกันและกัน เหมือนกับที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง


“เอ้า”


นึกขึ้นได้ว่ามีร์มือเปล่า กริดยื่นดาบจำนวนหนึ่งให้


“เลือกเอาที่ชอบ”


ไม่ใช่ศาสตรามังกร


เงื่อนไขการสวมใส่ศาสตรามังกรคือกริด นักล่ามังกร อริยดาบ อัครสาวก และดรากอนไนท์


แต่นอกเหนือจากศาสตรามังกร กริดยังมีอาวุธที่น่าทึ่งอีกหลายชนิดซึ่งมีร์สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


“เริ่มจากตัวที่ง่ายก่อน”


มีร์พยักหน้าให้กริด


เมื่อเห็นสายตาทั้งสองหันไปทางเสือขาว มังกรครามหัวเราะเสียงดัง ส่วนเสือขาวขมวดคิ้ว


> ข้าแข็งแกร่งกว่ามัน!


โฮกกก!!


เสือขาวคำรามพร้อมกับตะปบอุ้งเท้าหน้า


กริดและมีร์ที่ลงเรือลำเดียวกัน ใช้ชุนโปฉากหลบไปคนละทาง


เคร้ง——!!


วินาทีที่ดาบของกริดและมีร์ ปะทะกับกรงเล็บเสือขาวจนเกิดเสียงดังสนั่น


“ท่านเสือขาว!!”


ชองโฮ (เสือคราม) โผล่พรวดเข้ามาในเขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์


ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวั่นวิตก


คล้ายกับเตรียมโน้มน้าวด้วยคำพูดนุ่มนวล


เสือขาวตัดพ้อทันที


มันไม่อยากเชื่อว่าสายเลือดของตน จะกลายเป็นพวกเดียวกับอาณาจักรฮวาน


เสือขาวนึกเคียดแค้นระยะเวลากว่าร้อยปีที่ตนหายตัวไป


ชองโฮตะโกนด้วยอาการร้อนรน


“ถ้าไม่หยุด ท่านเสือขาวไม่รอดแน่!!”


> …?


> …?


มังกรครามและเสือขาวต่างไม่เชื่อหู


ทันใดนั้น ดวงตาพวกมันเบิกกว้างพร้อมกัน


คนอื่นก็เช่นกัน


จากแผ่นอกขนาดมหึมาของเสือขาว ซึ่งใหญ่ราวกับกำแพง


โลหิตกำลังสาดกระเซ็น


______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00