จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,695



ฉึก!


เสียงประหลาดดังขึ้น


ดังมาจากหลังมือพุงซาที่ถูกดาบกริดสับใส่


ผิวหนังฉีกขาด กระดูกถูกบดขยี้โดยปราณดาบมังกรทองอันเกรี้ยวกราดเฉกเช่นรูปโฉม


เลือดสดสาดกระเซ็นไปทุกทิศท่ามกลางปราณดาบกลีบดอกไม้


เป็นเครื่องยืนยันว่า ‘สิ่งที่ถูกเทพสร้าง’ ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่นามธรรมอันสูงส่ง


ถึงพวกมันจะยืนกรานปฏิเสธ แต่เห็นได้ชัดว่ายังมีจุดร่วมที่คล้ายมนุษย์


กึก!


ดาบกริดถูกตรึงไว้โดยเมฆหนาที่อึนซารวบรวม


ปราณดาบมังกรโจมตีพลาดเป้า ส่งผลให้กริดไร้การป้องกันไปชั่วขณะ


แต่สามซาพลาดโอกาสจู่โจมใส่ช่องว่าง


เพราะกริดตอบสนองได้ดีเกินไป


ชายหนุ่มกระตุ้นพลังมังกรครามและอาศัยทักษะ ‘ประกายอสนี’ เพื่อกระจายสายฟ้าไปทั่วเมฆ เป็นการย้อนศรพลังของศัตรู


‘ไอ้สัตว์ประหลาด’


ความอลหม่านทำให้สายตาที่จับจ้องจากเบื้องล่าง เพิ่มจำนวนขึ้นทุกขณะ


มนุษย์บนพื้นดิน กำลังเพิ่มบารมีเทพให้สามซาอย่างต่อเนื่อง


พวกมันเชื่อว่าเทพที่ตนศรัทธาจะไม่แพ้ และนั่นกลายเป็นพลังให้สามซา


ใช่แล้ว


สำหรับชาวเมืองอาณาจักรปา กริดคือผู้บุกรุกนิรนาม


แม้เสือขาวจะคืนชีพ แต่คนเหล่านี้ก็ยังไม่หลุดพ้นจากเทวตำนานปลอม


การดำรงอยู่ของสามซาบนท้องฟ้า ช่วยยืดกระบวนการออกไป


สามซาที่บาดแผลสมานตัวอย่างรวดเร็ว รีบผนึกกำลังอย่างแข็งขัน


เหล่าเทพสวรรค์ผู้ไม่เคยย่ำเท้าลงบนพื้นแม้แต่หนเดียว


พวกมันอาศัยประสบการณ์การรบกลางอากาศอันโชกโชนเพื่อถือไพ่เหนือกริด


สามซาก่อกวนกริดโดยการหมุนและกลับหัวท้องฟ้าตลอดเวลา ทำให้ยากต่อการจำแนกทิศทางและโจมตีพลาดเป้าได้ง่าย ระหว่างนั้นก็รอสวนกลับอย่างใจเย็น


สามเทพกำลังสามัคคีกันปราบกริด โดยไม่คิดประมาทแม้แต่วินาทีเดียว


“ฟู่ว…”


สามซาเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นภาพลวงตาคล้ายกำแพงใสบนท้องฟ้า


กริดที่พักหายใจจากอาการวิงเวียน สูดลมหายใจลึก


ลมหายใจมังกรทอง


ลมหายใจสีเหลืองทองค่อยๆ แผ่ซ่านออกจากลำตัว


วินาทีดังกล่าว ผมสีดำของกริดถูกย้อมเป็นสีพลังเทพ


ผลจากการซ้อนทับด้วยพลังเทพ เกิดเป็นภาพลวงตาคลื่นกระเพื่อม


เส้นผมสีอัสดงของกริดงอกยาวคลุมไปถึงแผ่นหลัง เข้ากันกับเครื่องแต่งกายอย่างน่าเหลือเชื่อ


ต้องขอบคุณหน้าผากและดั้งจมูกที่โด่งเป็นสันจนสร้างเงาบนใบหน้า กริดจึงยังหล่อเหลาในทุกทรงผม


‘ในอนาคต นี่คือศัตรูระดับต่ำสุดที่เราต้องต่อกร’


หลังจากเริ่มต่อสู้ รวมถึงระหว่างการปะทะอีกหลายยก


สามซามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง


ราวกับกำลังแสดงให้เห็นว่า พลังที่ฮานึลมอบให้นั้นไร้ขีดจำกัด สามซาคอยเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตัวเอง


ถึงจุดนี้ กริดอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังถูก ‘ทดสอบ’


ขณะสามซากำลังรุมล้อม ชายหนุ่มใคร่ครวญบางสิ่ง


ชีวิตการเป็นจักรพรรดิตน มีความไม่สบายใจในหลายด้าน


เป็นปัญหาที่เกิดจากการดำรงตำแหน่งสูงสุด


บุคคลที่จักรพรรดิกริดสามารถแสดงความเคารพ มีได้แค่บุพการีและเหล่าสภาหอคอย


นอกเหนือไปจากนั้น กริดไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความเคารพ เนื่องด้วยปัญหาด้านกฎมนเทียรบาล


นั่นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโดดเดี่ยว


จำเป็นต้องคิดคำพูดให้เหมาะสมกับอีกฝ่ายทุกครั้ง จนเกิดเป็นความเครียดสะสมภายใน


แต่กลับกัน เทพโอเวอร์เกียร์นั้นอิสระกว่ามาก


กริดมีอายุเทพน้อยที่สุดในหมู่เทพ


ข้อได้เปรียบใหญ่คือการไม่ต้องกลัวความล้มเหลว


ใครจะกล้าตำหนิ หากกริดพ่ายแพ้ต่อเทพที่เหนือกว่าหรือตัวตนสมบูรณ์ ซึ่งมีระดับห่างชั้นกันมาก?


อาจน่ากังวลในกรณีที่ต้องเสียชีวิต เพราะนั่นจะทำให้ระดับตัวตนลดลง


แต่อย่างน้อย จนถึงปัจจุบันก็ยังเคยไม่ใกล้เคียงสถานการณ์ดังกล่าว


เพราะในหลายครั้ง ชายหนุ่มมักโชคดีมีคนคอยช่วยเหลือ


ทว่า สถานการณ์ตรงหน้าต่างออกไป


อาณาจักรปาอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรฮวาน


ไกลเกินกว่าจะให้เทพในโลกโอเวอร์เกียร์เข้ามาแทรกแซง รวมถึงเหล่าสภาหอคอย


การอัญเชิญอัครสาวกก็เหมือนกับเรียกมาตาย


เต่าดำและฟีนิกซ์แดงออกจากดินแดนของตัวเองไม่ได้ และมังกรครามกับเสือขาวก็เพิ่งคืนชีพ ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์


และคงไม่บังเอิญมีมังกรตัวไหนบินผ่านมา


กริดต้องเอาชนะด้วยตัวเองเท่านั้น


ชัยชนะที่ต้องคว้ามาให้ได้


สามซา


ถือเป็นมวยถูกคู่ แม้อีกฝ่ายจะเป็นถึงคนสนิทของเทพต้นกำเนิด — เทวราชาแห่งอาณาจักรฮวาน


ด้วยฐานะผู้ครอบครองพลังควบคุมสภาพอากาศ พวกมันแข็งแกร่งพอๆ กับเทพสี่ทิศ


แม้แต่ซิกก็มิได้ก้มหัวให้สามซา


หากเอาชนะตามลำพังไม่ได้ กริดผู้เป็นเจ้าของโลกโอเวอร์เกียร์คงถูกหลายฝ่ายดูแคลน


ชายหนุ่มนึกทบทวน


ต้องไม่ลืมว่า แต่ไหนแต่ไร เทพบนอาณาจักรฮวานล้วนเคยพ่ายแพ้มาก่อน


เป็นพวกบกพร่องที่พ่ายแพ้และถูกขับไล่ออกมาพร้อมฮานึล


จะเรียกว่าไร้ฝีมือก็ไม่ผิด


‘ไม่ว่ายังไงก็ต้องชนะให้ได้’


นี่คือศึกที่ห้ามแพ้


ทันใดนั้น


การตระหนักรู้ของกริดค่อยๆ แปรเปลี่ยน


กลายเป็นทัศนคติของมหาจักรพรรดิกริด มิใช่เทพโอเวอร์เกียร์


แนวคิดทำนองว่า ‘แพ้ก็ไม่เสียหาย’ ถูกลบออกจากสมอง


ซ่า!


ชายหนุ่มปลดปล่อยท่ารำดาบ ‘สะพรั่ง’ และ ‘คลื่น’


ปริมาณการโจมตีทัดเทียมกับฝั่งสามซา ที่กระหน่ำจู่โจมด้วยฝน สายฟ้า และพายุ


กริดยังยิงวิชาดาบราชาไร้พ่ายเพื่อสลายทักษะของอีกฝ่าย


ครืนนนน!


ท้องฟ้ากำลังโกลาหลสุดขีด


พายุที่โหมกระหน่ำหายไปราวกับเรื่องโกหก สายฟ้าถูกย้อมกลายเป็นแสงสนธยา


สงครามทวยเทพน่าสะพรึงยิ่งกว่าที่ใครหลายคนจินตนาการไว้


ประหนึ่งโลกกำลังกรีดร้อง


และเนื่องจากเป็นศึกระหว่างตัวตนอายุขัยนิรันดร์ ย่อมมีโอกาสที่การต่อสู้จะดำเนินไปโดยไม่มีวันจบ


ขณะผู้คนหวาดกลัวไปถึงขั้นนั้น


“อึก…”


สถานการณ์บนท้องฟ้าพลิกผันอย่างรวดเร็ว


ร่างสามซามีบาดแผลเพิ่มขึ้นทุกวินาที


ทุกครั้งที่ดาบของกริดกวัดแกว่ง จะเกิดภาพลวงตาที่ท้องฟ้าถูกแสงสีส้มผ่าครึ่ง


สามซายากจะต้านทานพลังทำลายที่อัดแน่นมาในคมดาบ


เมื่อกริดใช้ท่ารำดาบผสานหกชนิด พวกมันเอาตัวรอดอย่างฉิวเฉียดด้วยการใช้ยังบันกว่าสิบคนเป็นโล่


ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ คงได้แพ้เข้าจริงๆ แน่


สามซาที่เริ่มหวาดหวั่นไม่ต่างจากเมื่อครั้งเผชิญหน้าเทพสงคราม ทำการสวดวิงวอนจากก้นบึ้ง


โดยหวังว่าฮานึลจะช่วยชี้นำ


ทันใดนั้น


[ภารกิจถูกสร้างขึ้น]


หน้าต่างข้อความระบบปรากฏตรงมุมสายตากริด


<กฎแห่งสวรรค์>

ระดับความยาก: SSS+

นับแต่นี้ไป ทุกครั้งที่ท่านบาดเจ็บเพราะสามซา สภาพแวดล้อมจะค่อยๆ คล้ายกับอาณาจักรฮวาน

นับแต่นี้ไป ทุกครั้งที่ท่านทำให้สามซาบาดเจ็บ สภาพแวดล้อมจะค่อยๆ คล้ายกับอาณาจักรฮวาน


“…?”


ภารกิจกะทันหัน


ภารกิจระดับความยาก ‘สูงสุด’ ซึ่งปรากฏไม่บ่อยนัก เนื้อหาของมันอ่านแล้วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว


ไม่ว่าจะทำให้สามซาบาดเจ็บ หรือบาดเจ็บจากสามซา สภาพแวดล้อมจะค่อยๆ คล้ายอาณาจักรฮวาน?


กล่าวคือ สามซาที่อ่อนแอลงเพราะต่อสู้บนโลกกึ่งกลาง จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป


เป็นกริดที่เสียเปรียบฝ่ายเดียว


สีหน้าของสามซาที่กำลังล้อมจู่โจมกริด เผยความตึงเครียดไม่ต่างกัน


พวกมันได้ยินเสียงของฮานึล


วิวรณ์


วิวรณ์ที่แจ้งว่า ยิ่งทำร้ายกริดและถูกกริดทำร้าย พวกตนจะยิ่งได้เปรียบ


นี่คือพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของฮานึล หนึ่งในเทพต้นกำเนิด


อำนาจในการแจกจ่ายภารกิจและกำหนดบทลงโทษเพื่อสร้างความได้เปรียบ


เคยถูกใช้มาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อช่วยเหลือการัม


เป็นเหตุให้ช่างตีเหล็กหลายร้อยคนที่ติดตามกริดมายังทวีปตะวันออก ถูกสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยม


“…”


เมื่อเข้าใจสถานการณ์ สีหน้ากริดเปลี่ยนไปทันที


ความมุ่งมั่นถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารอันดำมืด


อึก!


สามซากลืนน้ำลายแห้ง


มีเหตุผลง่ายๆ ที่สีหน้าของพวกมันยังตึงเครียด แม้จะได้รับวิวรณ์จากฮานึล


ทุกครั้งที่ทำให้เทพโอเวอร์เกียร์บาดเจ็บ หรือถูกอีกฝ่ายทำให้บาดเจ็บ สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปเป็นโลกเทพของพวกตน


ความนัยที่แฝงมาด้วยก็คือ


ฮานึลประเมินแล้วว่า เทพโอเวอร์เกียร์มีลำดับชั้นสูงกว่าพวกตนหลายขั้น


จึงต้องสร้างเงื่อนไขที่ได้เปรียบมากๆ เพื่อให้เท่าเทียมหรือเหนือกว่า


“ทำไมกัน…”


กับศัตรูที่เป็นแค่มนุษย์ เหตุใดช่องว่างถึงถูกทิ้งห่างภายในเวลาแค่ไม่กี่ปี?


ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด


ฮานึลจะต้องเข้าใจอะไรผิดแน่


“ย๊ากกก!”


สามซาโหมบุกใส่กริดอีกครั้ง


เป็นหนแรกนับตั้งแต่เกิดที่พวกมันแหกปากตะโกนขณะโจมตี อาจทำไปเพื่อสลัดความกลัวภายในใจ


กริดเรียกคืนหัตถ์เทวะทั้งหมด


ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หลังจากเห็นสามซาใช้ยังบันเป็นโล่ กริดส่งหัตถ์เทวะสามร้อยข้างลงไปบนพื้นดินเผื่อเอาไว้


เพื่อคอยปกป้องไม่ให้ประชาชนโดนลูกหลง


แต่ตอนนี้ ทั้งหมดถูกเรียกกลับมาและเรียงตัวเป็นระเบียบสองฝั่งซ้ายขวากริด


เกิดเป็นฉากที่ดูคล้ายกับปีกยักษ์สีทองเข้ม


ปีกจะขยับไปตามทิศทางที่ปลายดาบในมือหัตถ์เทวะเล็ง บางมุมจึงมองเห็นเป็นปีกสีเงิน


“ท่ารำดาบ”


เขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์


โลกจินตภาพในโฉมหุบเขาของกริด ถูกบรรจงวาดด้วยดาบ


เป็นสัญญาณขณะเริ่มใช้งาน ‘ทิวทัศน์ขุนเขาและลำธาร’


กริดปลดปล่อยท่ารำดาบผสานหกชนิด จากทั้งมือซ้ายและขวาพร้อมกัน


เป็นพฤติกรรมที่หนักหนาเกินกว่าร่างกายจะรับไหว


ทรัพยากรอย่างปราณดาบและมานา เหือดแห้งในพริบตา


เหตุผลที่ทรัพยากรฟื้นฟูไม่ทัน เพราะพวกมันถูกใช้ต่อทันทีที่ฟื้นฟูเสร็จ


กริดเข้าสู่ภาวะอ่อนเพลียหลายสิบครั้ง


ขณะเข้าประชิดตัวสามซา วิสัยทัศน์ของกริดกลายเป็นสีดำพร้อมกับสมองที่วิงเวียนอย่างต่อเนื่อง


จากแผ่นหลัง ปีกสีทองกำลังกระพือ


เป็นผลจากการที่หัตถ์เทวะทั้งสามร้อยข้าง ใช้ท่ารำดาบพร้อมกัน


คงทำเช่นนี้ไม่ได้หากกริดยังถูกฉุดรั้งไว้ด้วยระบบค่าเรี่ยวแรง


กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความท้าทายตรงหน้าจะไม่มีวันสำเร็จ หากกริดยังยืนอยู่ในจุดเดียวกับผู้เล่นทั่วไป


ชิ้งชิ้งชิ้งชิ้งชิ้ง——!


เส้นดาบสีเงินนับพันถูกวาดลงบนท้องฟ้า


ฉากตรงหน้าดูราวกับผืนนภากำลังจะพังถล่ม


เกิดเป็นคลื่นยักษ์กลืนกินสามซา


จากมุมมองของผู้คน เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นหลังจากปีกของกริดกระพือแค่ไม่กี่ครั้ง


“อะ…”


สามซาไม่แม้แต่จะส่งเสียงกรีดร้องได้เต็มคำ


ร่างพวกมันถูกฉีกออกเป็นหมื่นชิ้น


สภาพแวดล้อมกลายเป็นอาณาจักรฮวานทันที


แต่ก็เปล่าประโยชน์


ร่างเนื้อใช้การไม่ได้แล้ว


สามซาหมดสิทธิ์ต่อสู้ ทำได้แค่รีบร้อนถอนตัวกลับ


ระดับตัวตนได้รับความเสียหายพอๆ กับร่างกาย


ชาวเมืองที่แหงนหน้ามองจากเบื้องล่าง ต่างหวนนึกถึงเทวตำนานที่วนเวียนอยู่ในหัว


เมื่อนานมาแล้ว ฮานึลมายังดินแดนแห่งนี้พร้อมกับข้ารับอีกใช้นับร้อย เพื่อช่วยเผยแผ่อารยธรรมแก่มวลมนุษย์


จากบรรดาทวยเทพ สามซามีหน้าที่ป้องกันภัยพิบัติและช่วยเหลือด้านการเกษตร


โกหกทั้งเพ


บรรพชนของมนุษย์สามารถสร้างอารยธรรมได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาเทพ


และเมื่อประสบปัญหา มนุษย์จะสวดวิงวอนถึงเทพเสือขาว


นั่นคือช่วงเวลาที่เทพของอาณาจักรปาถือกำเนิด


เทวตำนานที่ดูแคลนสติปัญญาของมนุษย์ ไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก


[ชาวเมืองอาณาจักรปาเป็นอิสระจากเทวตำนานจอมปลอม]


[เทวตำนานเทพสี่ทิศ ‘เสือขาว’ ถูกคืนชีพอีกครั้งในอาณาจักรปา]


[เทวตำนานของเทพโอเวอร์เกียร์หยั่งรากลึกลงในอาณาจักรปา]


[อาณาจักรปาผสานเข้ากับโลกโอเวอร์เกียร์ได้เร็วขึ้น]


เมื่อเทพจอมปลอมถอนตัว ขนปุยสีขาวบริสุทธิ์ของเสือขาวปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้าสีคราม


พลังเทพของผู้พิทักษ์


พลังที่คอยสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่ดินแดนอาณาจักรปา ซึ่งเลือนหายไปนานหลายปี


กริดกลายเป็นศูนย์กลาง


กึก!


ประชาชนของอาณาจักรปาและเสือขาวต่างก้มศีรษะให้


______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00