จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,693
ณ ส่วนลึกสุดของเมืองแวมไพร์
ที่นี่ซุกซ่อนห้วงลึกที่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์เอื้อมไม่ถึง
ดอกบัวสีส้มเบ่งบาน ณ ใจกลางห้วงลึก
ปราสาทที่สว่างไสวจากแสงคบเพลิงซึ่งไม่วันดับ
มองผิวเผินดูคล้ายกับดอกไม้
กำแพงรอบทิศมอบความน่าเกรงขามและงดงามในเวลาเดียวกัน
“แมรีโรส!”
โครม!
เพดานปราสาทที่ไม่มีใครรุกล้ำมานานกว่าร้อยปี ถึงคราวพังถล่ม
มันมิอาจทนต่อพลังเวทอันเกรี้ยวกราดของบราฮัม ผู้กำลังแหกปากตะโกน
“เจ้ารู้ทุกสิ่งมาตลอด! แต่จงใจเลี่ยงความรับผิดชอบ!”
บราฮัมที่ลงไปท้าทายนรก ได้พบกับเลอราเฆ่
จอมอสูรลำดับสิบ ผู้มีฉายาว่าราชาไม่พ่าย
เลอราเฆ่สารภาพและพิสูจน์ให้เห็นว่า ตนคือคนสนิทของเบริอาเช่ และรอคอยวันที่ทายาทเบริอาเช่จะมาเยือนนรก
แทนที่จะถูกศัตรูล้อมโจมตี บราฮัมกลับได้พบพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
แมรีโรสจะไม่รู้เรื่องนี้เชียว?
ตอนแรกยังกังขา แต่ตอนนี้มั่นใจแล้ว
บราฮัมสังเกตเห็นเมื่อครั้งแมรีโรสช่วยขับไล่มังกรมาร
แตกต่างจากตน นังนั่นสืบทอดความทรงจำของมารดามาด้วย
แมรีโรสมีข้อมูลที่แม้แต่ดยุคแห่งปัญญายังไม่มี — ความจริงเบื้องหลังโลก
ย่อมล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่ของเลอราเฆ่
แล้วทำไมถึงยังประวิงเวลาแก้แค้นให้ท่านแม่ออกไป?
“เมื่อลองนึกดูให้ดี เจ้ามีโอกาสถอนคำสาปให้ตัวเองได้นานแล้ว”
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ราชาโลหิต’ คือบทบาทที่มารดาจัดเตรียมไว้สำหรับแมรีโรส
ในฐานะสามี ราชาโลหิตต้องป้อนสารอาหารล้ำค่าให้แมรีโรส
วันที่กริดกลายเป็นราชาโลหิต
แมรีโรสสามารถใช้กำลังบังคับเพื่อทำให้กริดยอมจำนน
นั่นจะส่งผลเธอก้าวข้ามมารดา และสลัดหลุดจากคำสาปอย่างง่ายดาย
แต่แมรีโรสก็ไม่ทำ
ราวกับจงใจละเลยหน้าที่
“คิดอะไรอยู่? ทำไมถึงประวิงเวลาแก้แค้นให้ท่านแม่ออกไป?”
“…”
แมรีโรสที่ลุกขึ้นจากโลงศพสีขาวบริสุทธิ์ จ้องหน้าบราฮัม
เธอชาชินกับสายตาดูหมิ่นของบราฮัม
อีกฝ่ายเป็นแบบนี้เสมอ
“เหตุใดถึงไม่รีบแก้แค้นให้ท่านแม่? เจ้าที่เกิดมาได้เพราะความตายของท่านแม่ มีหน้าที่เติมเต็มความปรารถนาของท่าน!”
ประหนึ่งถูกมีดเสียบทะลุหัวใจ
เป็นความเจ็บปวดที่แตกต่างจากการถูกลิ่มตอก
เจ็บกว่ามาก และไม่มีวันฟื้นตัว
แต่แมรีโรสไม่แสดงออก
เฉกเช่นทุกครั้ง เธอยิ้มสบายๆ ขณะจ้องหน้าบราฮัม
ผู้ที่ไร้พลังจะแก้แค้นอย่างเจ้า เหตุไฉนถึงยังกล้าตำหนิข้า?
เธอไม่สามารถพูดแบบนั้นออกไป
อารมณ์ความรู้สึกของแมรีโรสเริ่มขยับเข้าใกล้มนุษย์ การโต้ตอบถ้อยคำทิ่มแทงด้วยสิ่งเดียวกัน จึงไม่ใช่พฤติกรรมที่พึงกระทำ
และนี่คือข้อเท็จจริงที่เธอเพิ่งตระหนัก
“ถ้าใช้กำลังบังคับกริด ข้าจะไม่มีวันได้รับความรักที่แท้จริง”
“หา…? ความรัก?”
บราฮัมทำหน้าเหมือนกำลังเห็นผี
ร่างกายถึงกับกระตุกแผ่วเบา
“เจ้าเกิดมาเพื่อทำให้ท่านแม่ต้องตาย เกิดมาพร้อมกับพลังอำนาจเบ็ดเสร็จและความรู้ครอบจักรวาล แต่เจ้ากลับพูดเรื่องรักใคร่? นังสัตว์ประหลาดเอ๋ย… เจ้าที่ต้องอยู่คนเดียวไปจนตาย เหตุใดถึงยังปรารถนาความรัก?”
“ทีเจ้ายังมีความสุขกับห้วงอารมณ์เหล่านั้นได้ ให้ข้าได้รับความรักบ้างไม่ได้หรือ”
บราฮัมมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับบรรดาศิษย์ของตน รวมถึงแพ็กม่าและกริด
ถึงจะบิดเบี้ยวไปบ้าง แต่ก็เป็นความรู้สึกที่มีค่า
“เจ้า… กล้าดียังไงถึงเอาตัวเองมาเปรียบกับข้า…”
ใบหน้าอันหล่อเหล่าของบราฮัมกำลังบิดเบี้ยว
“คิดว่าท่านแม่ให้กำเนิดเจ้า เพื่อให้เจ้าได้รับความรักหรือไง? เหตุผลที่ท่านให้กำเนิดเจ้าก็เพราะ…!”
“ข้าไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย”
“…”
แมรีโรสไม่เคยอยากให้มารดาต้องสังเวยชีวิตเพื่อตน และไม่อยากแบกรับความรับผิดชอบแทนใคร
ถึงจะไม่ได้พูดออกไปทั้งหมด แต่เท่านี้ก็คงเพียงพอสำหรับการถ่ายทอด
สมองบราฮัมขาวโพลนไปชั่วขณะ
มันยืนจ้องแมรีโรสด้วยสายตาเหม่อลอย ซึ่งไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
บราฮัมหมดคำจะกล่าวเพราะไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะกล้าพูดจาเหลวไหลถึงเพียงนี้
ท่อนขาเรียวขาวของแมรีโรสก้าวออกจากโลงศพ ลำพังอากัปกิริยาเพียงเล็กน้อยก็มากพอจะสร้างความน่าหลงใหล
“นอกจากนั้น มาตำหนิข้าตอนนี้ก็สายไปแล้ว”
บราฮัมได้สติกลับมา
“สายเกินไป? หมายถึงอะไร?”
“ตอนนี้สามีสุดที่รักของข้าแข็งแกร่งมาก เห็นทีคงหมดสิทธิ์ใช้กำลังบังคับ”
“อย่าพูดให้ขำนักเลย”
บราฮัมพ่นลมหายใจ
“มัวเพ้อเจ้ออะไรอยู่? ถึงจะเป็นเหนือมนุษย์ระดับสูง แต่เขาก็ยังห่างไกลจากตัวตนสัมบูรณ์มาก บารมีเทพครึ่งๆ กลางๆ ไม่มีวันเทียบชั้นตัวตนสัมบูรณ์ได้อยู่แล้ว กริดไม่มีทางต่อต้านเจ้าเว้นเสียแต่จะขี่มังกร”
ถูกความรักบังตาจนกุข้ออ้างโง่เขลา
นังสารเลว…
ขณะโทสะบราฮัมกำลังพลุ่งพล่าน แมรีโรสกล่าวต่อไป
“ข้าเคยเป็นหนึ่งเดียวกับสามีสุดที่รักมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงทราบดี”
แมรีโรสเคยดื่มเลือดกริด
เลือดที่หวานจนเวียนหัว
ความสุขครั้งนั้นซาบซ่านชนิดที่เธอไม่เคยลิ้มรสมาก่อนในชีวิต
นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ไม่ว่าอยู่ห่างกันแค่ไหน แมรีโรสจะสัมผัสถึงกริดได้เสมอ
“ลำดับชั้นของสามีสุดที่รัก… เกือบจะทัดเทียมข้าแล้ว”
“เอาแต่พล่ามเหลวไหลอยู่ได้…!”
บราฮัมที่จ้องแมรีโรสด้วยสายตาปานจะเข่นฆ่า เกิดสะดุ้งกะทันหัน
เพราะมันสัมผัสได้ว่า บารมีเทพของกริดซึ่งเป็นรากฐานของพลังเวทตน ถูกยกระดับขึ้นในพริบตา
ในฐานะอัครสาวกแห่งเทพโอเวอร์เกียร์ บราฮัมแข็งแกร่งขึ้นกะทันหัน
“อะไรกัน…”
บราฮัมที่กระอักกระอ่วนเนื่องจากเหตุไม่คาดฝัน ไม่นานก็กระจ่าง
กริดกลายเป็นเจ้าของเทวตำนานบทใหม่ <มังกรทอง>
นอกจากนั้น สถานะเหนือมนุษย์ยังถูกระดับถึงขั้นสูงสุด ห่างจากการเป็นตัวตนสัมบูรณ์แค่เอื้อมมือ
แตกต่างจากสมัยที่ต้องพึ่งการขี่มังกรเพื่อให้เอื้อมถึง
“ในอนาคต สามีสุดที่รักของข้าจะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าทวยเทพ”
“…”
“สำหรับข้า ความปลอดภัยของเขา สำคัญกว่าการแก้แค้นให้ท่านแม่”
“…”
ท้ายที่สุด บราฮัมทำได้แค่เงียบ
จากนั้น แมรีโรสที่เผยสีหน้าพึงพอใจแสยะยิ้ม
“หรือเจ้าจะลองถอนคำสาปให้ข้า?”
จนกระทั่งไม่นานมานี้ มันเคยเป็นได้
แต่ปัจจุบันคงหมดสิทธิ์
แมรีโรสที่ใช้พลังไปมากเพื่อกำราบมังกรมาร ได้รับผลข้างเคียงร้ายแรงจากคำสาป
เดิมที คำสาปเกียจคร้านมีโครงสร้างที่เกิดมาเพื่อข่มเบริอาเช่ ยิ่งแมรีโรสใช้พลังที่สืบทอดจากเบริอาเช่ คำสาปก็ยิ่งรุนแรง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไสหัวไปซะ”
แมรีโรสออกคำสั่ง
บราฮัมออกจากปราสาทด้วยหัวใจที่สับสน
มันเกลียดตัวเองที่เคยสนใจการแก้แค้นให้มารดามากกว่าความรู้สึกของกริด หัวใจจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
แต่ก็แค่ไม่นาน
สำหรับตอนนี้ กริดสำคัญที่สุดสำหรับบราฮัม
***
[เทวตำนาน <มังกรทอง> สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อโลกโอเวอร์เกียร์]
[ดินแดนที่เทพสี่ทิศปกครอง กำลังจะถูกผนวกรวมเข้ากับโลกโอเวอร์เกียร์]
[การผสานเทวตำนานอาจต้องใช้เวลานาน]
[อัตราการโอนถ่ายในปัจจุบัน: 0.1%…]
[เทพบนอาณาจักรฮวานเริ่มมีการตอบสนอง ท่านควรระมัดระวัง]
[เทวตำนาน <มังกรทอง> มอบพลังใหม่กับท่าน]
[พลังใหม่ที่เกิดจากอุดมคติของเทพสี่ทิศ]
[ท่านได้รับทักษะใหม่ <ลมหายใจมังกรทอง>]
<ลมหายใจมังกรทอง> Lv.1
ติดตัว
เมื่อใช้ทักษะเกี่ยวกับมังกร ประสิทธิภาพของทักษะจะถูกยกระดับ
สามารถกระตุ้นพลังฟีนิกซ์แดง เต่าดำ มังกรคราม และเสือขาว
เมื่อกระตุ้นพลังของเทพสี่ทิศ ทักษะทั้งหมดของเทพสี่ทิศจะถูกปลดล็อก
★ ทุกครั้งที่เลเวลทักษะเพิ่มขึ้น คุณสมบัติจะเพิ่มขึ้น
“หือ…?”
ไม่หรูหราไปหน่อยหรือ?
กริดที่กำลังกระอักกระอ่วนเมื่อเห็นพลังเทพของตนกลายเป็นมังกรทอง ยิ่งตกตะลึงเมื่อได้อ่านข้อความระบบที่พรั่งพรู
ขณะยืนเหม่อราวกับถูกผีสิง กริดตัดสินใจลองกระตุ้นพลังมังกรคราม
เปรี้ยะ!
พลังเทพในโฉมมังกรทองบางส่วน แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า
เกิดเป็นสายฟ้าสีทองสว่างวิบวับรอบตัวกริด
หน้าต่างข้อความระบบจำนวนมากปรากฏขึ้นตรงมุมสายตา
[ท่านเปิดใช้งาน <อสนีจุติ>]
[ท่านได้รับคุณสมบัติ <เทพอสนี>]
[ท่านได้รับทักษะ <ประกายอสนี>]
[ท่านได้รับทักษะ <อสนีบาต!>]
‘บ้าไปแล้ว…’
ทักษะที่เคยถูกบรรจุใน <รองเท้ามังกรครามโอหังสยบฟ้าดิน>
กล่าวคือ กริดมีสิทธิ์ใช้ทุกทักษะที่ติดมากับยุทธภัณฑ์ซึ่งสร้างโดย ‘ลมหายใจมังกรครามเสริมแกร่ง’
กระทั่งทักษะแบบมีเงื่อนไขอย่าง <เทพอสนี> ก็กลายเป็นทักษะ ‘กดใช้’ เหมือนกับ <อสนีจุติ>
กริดที่ยืนสั่นสะท้าน ลองกระตุ้นพลังฟีนิกซ์แดง
ซู่ว!
พลังเทพที่อยู่ในโฉมสายฟ้า เปลี่ยนเป็นเปลวไฟลุกโชน
[ท่านเปิดใช้งาน <อัคคีจุติ>]
[ท่านได้รับคุณสมบัติ <ลมหายใจฟีนิกซ์แดง>]
[ท่านได้รับทักษะ <เพลิงแห่งชีวิต>]
[ท่านได้รับทักษะ <โบยบิน!>]
ถัดมา กริดทดสอบใช้พลังเสือขาวและเต่าดำ
สมบูรณ์แบบมาก
ถึงตอนนี้จะยังเปิดใช้งานพร้อมกันมากกว่าสองชนิดไม่ได้ แต่ปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขในอนาคต เมื่อเลเวลทักษะ <ลมหายใจมังกรทอง> เพิ่มขึ้น
‘ถึงจะซ้อนทับไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ’
เพราะไม่มีระยะหน่วงสำหรับการใช้งาน
หากไม่นับทักษะกดใช้อย่าง ‘อสนีบาต’ และ ‘โบยบิน!’ ทักษะติดตัวทุกชนิดสามารถสับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาโดยไม่มีระยะหน่วง
กริดรู้สึกคล้ายกับว่า ตนกำลังสวมใส่ไอเท็มที่มองไม่เห็น
ประหนึ่งสวมเกราะไหล่ กางเกง รองเท้า และถุงมือของเทพสี่ทิศทับลงบนชุดเกราะมังกร
คุณสมบัติของมังกรทองยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น
แต่สิ่งที่กวนใจกริดมากที่สุด คือรูปลักษณ์ของพลังเทพที่อลังการพอๆ กับคุณสมบัติ
พลังเทพซึ่งแต่เดิมก็ดูยิ่งใหญ่เกินจำเป็นในบางครั้ง ตอนนี้อยู่ในโฉมมังกรทอง
กริดสูดลมหายใจยาวพลางเคลื่อนย้ายไปยังบ่อน้ำในศาลเจ้า
เพื่อมองภาพสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำ
พลังเทพรูปลักษณ์มังกรทองที่ดูมีชีวิตชีวา แผ่ออกจากแผ่นหลังชายหนุ่มในลักษณะวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางสามเมตร
ไม่ว่าจะมองยังไงก็ดูเท่เกินความจำเป็น
ฉูดฉาดและอลังการจนอาจทำให้ถูกแมลงวันรุมตอม
แมลงวันก็อย่างเช่น ลอเอล หรือลอเอล
‘บางทีครอเกลก็อาจจะ…’
โดโปสีเข้มตัวเก่งของครอเกล มักมีรูปมังกรทองปักอยู่ด้านหลังเสมอ
ช่างบังเอิญเหลือเกิน ดูเหมือนว่าพลังเทพโฉมใหม่ของกริด จะสอดคล้องกับรสนิยมครอเกลพอดิบพอดี
‘เราจะทำยังไงดีถ้าหมอนั่นอิจฉาตาร้อน? น่าอายชะมัด’
กริดที่รู้สึกผิด ไม่นานก็ตระหนัก
บางที ตนอาจเรียนทักษะตัดเย็บมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ
เพื่อสร้างโดโปมังกรทองตัวใหม่ที่เท่พอๆ กับพลังเทพของตน
“…”
กริดที่คิดเป็นจริงเป็นจัง แหงนหน้ามองท้องฟ้า
เมฆทรงโค้งก้อนหนึ่ง และเมฆตรงอีกก้อนหนึ่ง ลอยตัดกันบนผืนนภาสีครามเหนือเพดานศาลเจ้าที่พังถล่ม
ดูคล้ายกับถูกตกแต่ง มากกว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ
เป็นร่องรอยของค่ายกลที่ใช้ซ่อนฐานทัพฮวัลบินดังมานานหลายปี
กริดอ้าปากและเล็งไปทางร่องรอยดังกล่าว
ซู่ว!
เบรธสีเกือบทองถูกยิงขึ้นฟ้า
มอบความรู้สึกคล้ายกำลังยิงพลังเทพ
เบรธสีทองที่แตกต่างจากเบรธเทียมของ <เศียรครานเบล> แหวกทะลวงท้องฟ้าด้วยอำนาจข่มขวัญ
เวลาเดียวกัน เสียงของบางสิ่งดังแผ่วเบา
เป็นเสียงของสามซาที่กริดคุ้นเคยดี
การถือกำเนิดของเทวตำนานมังกรทอง ทำให้แหล่งกบดานของฮวัลบินดังไร้ความหมาย
เทพแห่งอาณาจักรฮวานกำลังจู่โจมที่นี่
______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059 ★ ★ จบบริบูรณ์ ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ
Comments
Post a Comment