จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,625
‘นั่นสินะ ตอนนี้ยังมีข้อจำกัด’
เทคนิคดักสวน
หมายถึงการดึงจังหวะรอโจมตีทีหลัง ซึ่งแม้จะออกอาวุธช้ากว่า แต่กลับเป็นฝ่ายโจมตีโดนคู่ต่อสู้ก่อน
ผิดไปจากหลักพื้นฐานในการดวลทั่วไป
เพราะมันคือเทคนิคสำหรับใช้กับศัตรูอ่อนแอ
เป็นการอาศัยสมรรถภาพร่างกายและฝีมือควบคุมที่เหนือกว่า ช่วยให้โจมตีถึงตัวอีกฝ่ายก่อนแม้จะตอบสนองทีหลัง
อย่างไรก็ดี เทคนิคนี้ยากที่จะใช้กับศัตรูในระดับใกล้เคียงกัน
ลำพังสมรรถภาพร่างกายกับฝีมือยังไม่เพียงพอ ต้องพึ่งพาวิสัยทัศน์และโชคช่วยด้วย
มันทำได้ยากถึงเพียงนั้น
จวบจนปัจจุบัน บุคคลเดียวที่ใช้เทคนิคดักสวนใส่กริดสำเร็จคือครอเกล
และแม้แต่ครอเกลก็ยังใช้ใส่กริดเพียงไม่กี่หน นั่นคือขีดจำกัด
ว่ากันตามตรง กริดเพิ่งเข้าใจแนวคิดของเทคนิคดักสวนเมื่อไม่นานมานี้เอง
เหตุเกิดขณะกำลังวิเคราะห์วิดีโอ PVP ของผู้เล่นในช่วงหลัง
หลังจากวิเคราะห์วิดีโอไฮไลท์ของครอเกลตามความเคยชิน กริดพบความผิดปรกติจนตัดสินใจขุดคุ้ยลึกลงไป
เทคนิคที่ไม่เคยทราบมาก่อน แม้จะเคยเจอกับตัวมาหลายหน
ทันทีที่เข้าถึงแก่นแท้ของฝีมือควบคุมอันยอดเยี่ยมราวกับปาฏิหาริย์ กริดเกิดความหลงใหลในเทคนิคดักสวนทันที
ชายหนุ่มปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้ให้แตกฉาน และนำมาใช้งานอย่างคล่องแคล่ว
จนกระทั่งในวันนี้
ความทะเยอทะยานของกริดถูกกระตุ้นอย่างแรงกล้า
กาบริเอลคือผู้จุดประกาย
เธอสามารถหลบหลีกดาบแรก ของท่ารำดาบผสานหกชนิดซึ่งปลดปล่อยในสภาพบัฟเต็มสูบ
นั่นคือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า กาบริเอลมีความเร็วในการตอบสนองที่เหนือกว่ากริดหลายขุม
ชายหนุ่มเปิดหน้าต่างค่าสถานะ
ชื่อ: กริด
เลเวล: 719
คลาส: เทพโอเวอร์เกียร์
เผ่าพันธุ์: เทพ
สมญานาม: ดรากอนไนท์ และอีกมาก
★พละกำลัง: 8,900
★ความอดทน: 7,500
★ความว่องไว: 7,500
★สติปัญญา: 9,250
…
..
ชุดตัวเลขที่ลงตัว สร้างความพึงพอใจให้ชายหนุ่มทุกครั้งที่มอง
กริดเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงนับตั้งแต่กลายเป็นเทพ
แต้มสถานะจำนวนมากได้มาจากการเลเวลอัป และเมื่อผลิตไอเท็มหรือได้รับสมญานาม ชายหนุ่มต้องคอยจัดสรรแต้มสถานะคงเหลือเพื่อให้ตรงตามสัดส่วน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ‘สัดส่วนทองคำ’ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเลเวล ถูกรักษาสมดุลไว้อย่างประณีต
แต้มสถานะของกริด เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบโดยแท้จริง
เลเวลตัวละครสูงผิดปรกติไปไหมน่ะหรือ?
ไม่เลย
เลเวลของกริดได้มาอย่างถูกต้อง
ผ่านการดวลกับศัตรูที่ยากจะรับมือรายแล้วรายเล่า
หลังจากกลายเป็นเทพ ความพ่ายแพ้อย่างแท้จริงก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย
นอกจากนั้นยังสร้างไอเท็มเกรดมิธขึ้นอีกหลายชิ้น
กริดภูมิใจในเลเวลตัวละครของตนมาก
สิบเก้าเลเวลที่ได้มาจากการโค่นกาบริเอลในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นเพียงส่วนน้อย
‘อันที่จริง… ค่า EXP สูงกว่าตอนพิชิตเซราทุลเสียอีก’
แต่เป็นเพราะเมื่อถึงเลเวลเจ็ดร้อย ปริมาณ EXP ที่ต้องการในแต่ละเลเวลเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลังจากช่วงเลเวลสี่ร้อย ‘ขั้นบันได’ ของค่า EXP ในแต่ละเลเวลที่เคยคงตัวมานาน เริ่มทะยานขึ้นอีกครั้งหลังจากเจ็ดร้อย
ทำเอานึกถึง ‘ช่วงเวลานรก’ ที่เคยเผชิญในช่วงเลเวลปลายสามร้อย…
กริดพอจะคาดเดาสาเหตุได้อย่างคลุมเครือ
‘…กลไกในการรักษาสมดุล’
ย้อนกลับไปสมัยที่เลเวลของกริดยังอยู่ในช่วงสามร้อยตอนปลาย
เลเวลเฉลี่ยของ NPC พิเศษคือหลักห้าร้อย
หาก ‘ช่วงนรก’ ไม่เกิดขึ้นในตอนนั้น เลเวลกริดจะแซง NPC พิเศษไปอย่างง่ายดาย
‘ถ้าเป็นแบบนี้… ขอเดาว่าเลเวลของพวก NPC สุดพิเศษก็น่าจะอยู่แถวๆ เก้าร้อย’
ช่องว่างดังกล่าวมิได้ลดลงเลย แม้กริดจะกลายเป็นเทพและได้รับสิทธิพิเศษของหัวแถว
ดูเหมือนว่า การเร่งเลเวลให้ทันเหล่าศัตรูในอนาคต คือเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
แต่ชายหนุ่มไม่แยแส
เพราะตนยังมีสมญานามและระดับตัวตนซึ่งทำให้เลเวลกลายเป็นสิ่งไร้ค่า รวมไปถึงพรของซือโหยว
นั่นคือเหตุผลที่ความกังวลในปัจจุบันของกริด กำลังมุ่งไปยังประเด็นอื่น
★ ง่ายต่อการเข้าถึงพลังและความเร็วสูงสุด
ทุกครั้งที่ระดับตัวตนเพิ่มขึ้น กริดจะทำลายเพดานขีดจำกัดเดิมเสมอ
ขีดจำกัดของผู้เล่นถูกก้าวข้ามหนแล้วหนเล่า
จนกระทั่งถึงจุดที่ข้อความข้างต้น ปรากฏขึ้นในหน้าต่างค่าสถานะของกริด
เฉกเช่นการที่ ‘แรงบีบ’ ของชายหนุ่ม กลายเป็นค่าสูงสุดหลังจากสวมแขนของอิฟริต พลังและความเร็วของกริดก็สามารถไต่ไปถึงเพดานสูงสุดได้ง่ายดายในทุกสถานการณ์
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ พัฒนาการของท่ารำดาบผสานหกชนิด
ในวินาทีที่ดาบหนักกูเซลถูกฟันออกไป ความเร็วโจมตีของกริดจะกลายเป็นค่าสูงสุดทันที เพิ่มไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
แต่กาบริเอลกลับยังหลบได้
‘ถ้าต้องสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ากาบริเอลบนโลกกึ่งกลาง…’
เทพสวรรค์และไลฟาเอล บาเอลและอาโมแรค เทพตกสวรรค์แห่งอาณาจักรฮวาน
มีมากกว่ายี่สิบรายเป็นอย่างน้อย
จากบรรดาพวกมัน เกือบทั้งหมดมีประสาทสัมผัสและสมรรถภาพร่างกาย สูงกว่ากาบริเอลที่เราเพิ่งโค่นลงไป…
กล่าวคือ พวกมันล้วนแข็งแกร่งกว่ากริด
เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ไม่ว่าจะเกมออนไลน์ใด บอสย่อมแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นเสมอ
อย่างไรก็ดี กริดเป็นคนโลภมาก
ปรารถนาอยู่ตลอดเวลา ว่าตนต้องแข็งแกร่งกว่าศัตรู
ทั้งความพยายามในอดีต ความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง หรือวาสนาที่คอยค้ำจุนครั้งแล้วครั้งเล่า
คำนึงจากปัจจัยข้างต้น เป็นธรรมดาที่กริดจะเชื่อว่า ตนสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อีก
นั่นคือเหตุผลที่ชายหนุ่มกำลังหมกมุ่นอยู่กับ ‘เทคนิคดักสวน’
โดยเชื่อว่าเทคนิคดักสวน เป็นกุญแจสำคัญในการทำลายขีดจำกัดสูงสุดของระบบ
‘ส่วนอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ…’
ใช่แล้ว การยกระดับพลังแห่งไอเท็ม
กริดประเมินว่า การยกระดับหัตถ์เทวะคือเรื่องเร่งด่วน
เดิมที จุดแข็งของหัตถ์เทวะคือการทำให้ศัตรูต้อง ‘เลือกป้องกัน’
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ หากกริดและหัตถ์เทวะลงมือโจมตีพร้อมกัน
หัตถ์เทวะที่ถูกยกระดับถึงขีดสุด จะทำให้ศัตรูต้องเลือกป้องกันเพียงหนึ่งจากสอง
อย่างไรก็ดี ในศึกระยะหลัง หัตถ์เทวะแทบไม่มีประโยชน์
ปัญหาหลักก็คือ ความเร็วของพวกมันต่ำเกินไป
ในศึกดวลกับกาบริเอลที่ผ่านมา หัตถ์เทวะโจมตีสำเร็จเพียงหนเดียว มิอาจใช้หอกของกาบริเอลที่ช่วงชิงมาได้เกิดประโยชน์สูงสุด
‘เป็นปัญหาที่บราฮัมต้องแก้ไข’
กรีบาเนียม
เมื่อไรละโมบจะถูกยกระดับ?
ขณะกริดกำลังใช้ความคิด
“เทพธรณีฟื้นฟูตัวเองเสร็จแล้ว ให้ข้ามาพาเลยไหม?”
“ไม่ต้อง ฉันไปหาเอง”
***
ผู้คนกำลังยุ่งวุ่นวาย
งานผลิตเทวรูปคาริออนและภาพจิตรกรรมฝาผนังใหม่ ถูกเร่งดำเนินการด้วยความเร็วสูงสุด
แต่ใบหน้าทุกคนกลับสดใส
ไม่มีวิศวกรคนใดหัวเสียกับงานที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน
มิใช่เพียงความยินดีที่ได้ทำงานให้เทพผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นอารมณ์ปีติ คล้ายคลึงกับความสุข
‘เพราะแบบนี้ไง หน้าตาถึงสำคัญ’
ใครบางคนกล่าวไว้ว่า หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
เหตุใดพระเอกนางเอกในนิยายถึงเข้ากับคนได้ง่าย?
เพราะพวกมันหน้าตาดี
ผิดไปจากความคาดหมายของทุกฝ่าย คาริออนซึ่งเคยถูกเข้าใจว่าเป็นตาลุงวัยกลางคนหรือแก่กว่านั้น แท้จริงแล้วเป็นสาวงาม
ดวงตากลมโต เจือความเศร้า
มอบความอ่อนโยนและอบอุ่นเมื่อนำไปรวมกับเรือนร่างอันอวบอัด
เปรียบดังมารดาหรือไม่ก็พี่สาว เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ลึกลับที่ทำให้ผู้คนอยากพึ่งพา
“มามอง…” (ภาษาฝรั่งเศส)
ราวกับเป็นการพบปะระหว่างครอบครัวที่พลัดพราก
ใครบางคนทำราวกับคาริออนเป็นมารดาบังเกิดเกล้า
หลังจากเดินผ่านกลุ่มผู้เล่นคลาสจิตรกร เป็นอีกครั้งที่กริดตระหนักได้
‘ผู้เล่นชาวฝรั่งเศสก็มีไม่น้อยเหมือนกัน…’
ประเทศที่ผลิตไฮแรงเกอร์อย่างบองเดร
ขณะชายหนุ่มปล่อยสมองให้ล่องลอย
“ยินดีต้อนรับ นายท่าน”
เมื่อกริดมาถึงจุดหมาย ประตูถูกเปิดออกก่อนที่จะเหยียดแขนออกไปเคาะ
คาริออนกำลังยืนอยู่หลังประตู
เธอสัมผัสถึงกริด จึงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ด้วยกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย
“ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเพราะ…”
“ข้ามีชีวิตรอดมาได้เพราะท่าน จึงต้องรับใช้ท่านให้เต็มที่”
แม้กระทั่งในยามเผชิญวิกฤติ คาริออนก็ไม่เคยพูดเพราะกับกริด
ยิ่งตอนเขียนบนพื้นยิ่งแล้วใหญ่ เธอมีนิสัยไม่ชอบสนทนาด้วยภาษาสุภาพ
อย่างไรก็ดี หลังจากถูกช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ ระหว่างการฟื้นตัว คาริออนตัดสินใจเปลี่ยนทัศนคติ
‘กดดันแฮะ…’
กริดเคารพคาริออน
คาริออนคือหนึ่งในเทพที่เก่าแก่ที่สุด อายุมากกว่ากริดหลายเท่า อย่างน้อยก็หลักพันปี
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนจำนวนมากเริ่มเรียกเธอว่าองค์มารดา
ในอีกไม่ช้า คาริออนจะกลายเป็นพระแม่ และถ้าตัวตนดังกล่าวคอยตามรับใช้กริด ชายหนุ่มเกรงว่าแอนตี้แฟนของตนจะเพิ่มขึ้นเหมือนกับในกรณีโนเอะ
อย่างไรก็ดี กริดมิได้พูดออกไปเพื่อให้เธอเปลี่ยนทัศนคติ
เพราะนั่นจะยิ่งไม่สุภาพ
กริดเคารพคาริออนมาก และอยากให้เธอทำตามใจตัวเอง
“นอกจากนั้น ท่านยังเป็นเทวราชาสำหรับข้า”
คาริออนอ่านความฉงนบนสีหน้ากริดออก จึงอธิบายเสริม
ณ ปัจจุบัน พลังเทพของเธอขึ้นอยู่กับกริด
ส่งผลให้กริดกลายเป็นเทพที่มีเทพคอยรับใช้ และคำเรียกขานตามปรกติก็คือ ‘เทวราชา’
เทวราชา
กริดผู้ตระหนักถึงน้ำหนักของคำดังกล่าว ซักถามด้วยความคาดหวัง
“หมายความว่า ระดับตัวตนของฉันยังเพิ่มได้อีกมากใช่ไหม?”
“ถูกต้อง ยิ่งพระองค์มีเทพรับใช้มากเพียงใด ระดับตัวตนก็ยิ่งสูงส่งเท่านั้น”
คาริออนมอบคำตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมกันหันหลังกลับ จากนั้น เดบีเรียนค่อยๆ เดินเข้าหากริดด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน
“ท่าน… ช่วยสร้างวิหารให้ข้าด้วยได้ไหม?”
ลักษณะการพูดเปี่ยมไปด้วยความนอบน้อม
แต่น้ำเสียงปราศจากความลังเล อีกทั้งยังแฝงความมั่นใจบางอย่าง
“อันที่จริง ข้าไม่เคยทราบว่าเทพคืออะไร… ข้ากลายเป็นเทพโดยไม่รู้ความ และเคยเกลียดชังตัวเองที่ตกอยู่ในสภาพนี้”
ณ ช่วงเวลาที่เหล่าผู้ช่วงชิงเทวตำนานออกอาละวาดอย่างสุดเหวี่ยง
เหตุใดเราถึงต้องเผชิญความทุกข์ทรมาน?
ทำไมเราถึงไม่แก่… ไม่ตาย…
เรากลายเป็นแบบนี้เพราะความปรารถนาของผู้อื่น…
แล้วมันต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดที่น่าสังเวช?
เดบีเรียนเคยเอาแต่ตั้งคำถามเหล่านั้น
เป็นอาการทั่วไปในช่วงแรกของเทพมนุษย์ส่วนใหญ่
แต่วันนี้
มันได้เห็นเทพตนอื่น และได้เห็นความรับผิดชอบ ความภาคภูมิใจที่อีกฝ่ายกำลังแบกรับ
เดบีเรียนปรารถนาที่จะเป็นแบบเดียวกัน
เป็นพวกเดียวกัน
กริดซึ่งอ่านความคิดออก ยื่นแขนออกไปจับมือเดบีเรียน
“ด้วยความยินดี”
ข้อความโลกแสดงขึ้นทันที
[เทพโอเวอร์เกียร์กริด เขียนมหากาพย์บทที่สิบเก้า]
[ณ โลกเล็กๆ ใบใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิด]
‘โลกใบใหม่…?’
[เขาได้รับความเคารพจากสองเทพ]
[เทพธรณีคาริออน เทิดทูนความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือกาลเวลาของเขา และหลงใหลในความสำเร็จที่เขาสั่งสม]
[เทพนักล่าเดบีเรียน เทิดทูนความรับผิดชอบอันสูงส่งที่เขาแบกรับ และหวังจะได้เรียนรู้จากความสำเร็จในอนาคตของเขา]
“ได้โปรดให้พวกเราได้รับใช้ท่าน”
[ความปรารถนาของเทพทั้งสอง ที่ต้องการรับใช้ท่าน กระตุ้นให้พิธีกรรมก่อกำเนิด]
[พลังเทพอันสูงส่งแผ่ลงมายังโลกมนุษย์]
[เสาหลักกำแพงถูกฝังราก กำแพงซึ่งคอยกีดกันความริษยาของเหล่ามาร]
…
..
[รางวัลตอบแทนการเขียนมหากาพย์ ค่าบารมีเทพของท่านเพิ่มขึ้น 10 แต้ม]
[เนื่องจากบารมีเทพเพิ่มขึ้น <เขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์> มีระดับเพิ่มขึ้น]
[ปัจจุบัน ท่านคือ ‘ผู้ปกครองโลก’]
[ขนาดของโลกจะเท่ากับขนาดของวิหารไรน์ฮาร์ท]
[ยิ่งมีเทพอาศัยมากเพียงใด ขนาดและอิทธิพลของโลกก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น]
[กรุณาตั้งชื่อโลกใบใหม่]
เป็นไปไม่ได้…!
ร่างกายกริดพลันสั่นสะท้าน
มันกำลังขนลุกกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง
ถัดจากแอสการ์ดและอาณาจักรฮวาน โลกใบใหม่ถือกำเนิด
ผู้ปกครองโลกไม่ใช่ใครนอกจากกริด
เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อครั้งก่อตั้งอาณาจักรโดยสิ้นเชิง
“โลกของเรา… ท่านจะเรียกมันว่าอย่างไร?”
โลกของเรา
เป็นคำที่น่าฟังจริงๆ
กริดมอบคำตอบแก่คาริออน ผู้ซักถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้ว… โลกโอเวอร์เกียร์”
น้ำเสียงอันสั่นเครือ อธิบายความรู้สึกของกริดได้เป็นอย่างดี
ความรู้สึกในปัจจุบันถูกถ่ายทอดไปยังคาริออนและเดบีเรียน
เทพทั้งสามต่างยิ้มแย้มและหัวเราะท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น
______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059 ★ ★ จบบริบูรณ์ ★ ★ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ
Comments
Post a Comment