จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,624
[เทพโอเวอร์เกียร์กริด พิชิตอัครเทวทูตลำดับสอง กาบริเอล]
สำหรับเทวทูต ร่างเนื้อเปรียบดังเสื้อผ้า สามารถโยนทิ้งและเปลี่ยนใหม่ได้ตลอดเวลา การทำลายร่างเนื้อจะไม่สร้างความเจ็บปวดหรือทำให้ถึงแก่ความตาย
จริงอยู่ เรื่องราวจะต่างออกไปหากมีนักบุญหญิงอยู่ในเหตุการณ์ แต่ปัจจุบันรูบี้กำลังร่วมทีมสำรวจนรก
และเดิมที กริดมิได้ยึดติดกับกาบริเอลอยู่แล้ว
หลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายรอดชีวิตกลับไป ตรงข้ามกับความเสียใจ กริดพึงพอใจอย่างมากเมื่อยืนยันว่าตนปกป้องคาริออนสำเร็จ
“กลับวิหารกันก่อน”
กริดจับข้อมือคาริออนและเดบีเรียนอย่างทะนุถนอม
ชายหนุ่มมิได้นอบน้อมจนถึงขั้นต้องขออนุญาตก่อน แต่เคารพก็ในระดับสนทนากันอย่างสุภาพ
สองเทพยังคงอยู่ในอาการสับสน
ผลงานชิ้นเอกของเทพธิดารีเบคก้า
ลำดับชั้นของอัครเทวทูตกาบริเอล ยิ่งใหญ่จนทำให้เทพบนผืนดินรู้สึกตัวลีบเล็ก
แม้จะไม่สมบูรณ์แบบในยามต่อสู้บนโลกกึ่งกลาง แต่กาบริเอลนั้นมีชาติกำเนิดสูงส่ง
อย่างไรก็ดี เทวทูตระดับดังกล่าว กลับถูกกริดเหยียบย่ำทำลายในพริบตา
ตัวตนผู้อยู่เหนือกาลเวลา
ถ้อยคำดังกล่าวมิใช่คำเยินยอเกินจริงหรอกหรือ?
จริงอยู่ กริดอาจเคยถูกมังกรเชิดชู แต่ทั้งสองเทพก็ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
คาริออน ผู้เป็นสักขีพยานในเหตุการณ์กริดขับไล่เซราทุล ย่อมตกตะลึงยิ่งกว่า
เทียบกับในยามโค่นเซราทุลเมื่อไม่กี่เดือนก่อน กริดแข็งแกร่งขึ้นจากเดิมหลายระดับ
ฉึบ!
ท่ามกลางความเงียบสงบ ชายหนุ่มกระตุ้นม้วนคาถาพากลับ
หลังจากกาบริเอลถอนตัว พลังเทพที่เคยก่อตัวเป็นห้วงมิติเวทมนตร์เริ่มเสื่อมสลาย
พลังเวทจากม้วนคาถาแผ่ออกมาห่อหุ้มร่างเทพทั้งสาม
แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ม้วนคาถาพากลับที่พัฒนาโดยเวทมนตร์ของมนุษย์ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ
แตกต่างจากกริดและเดบีเรียนผู้มีพื้นฐานเป็นมนุษย์ คำสั่งการ ‘พากลับ’ มิอาจแทรกแซงธรรมชาติของคาริออนผู้เป็นเทพโดยกำเนิด โครงสร้างวงจรเวทมนตร์จึงถูกทำลายทันทีที่สัมผัสกับหญิงสาว
‘นี่มัน…’
กริดขมวดคิ้ว
คาริออนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณลำคอและศีรษะ
เธออาจไม่แสดงให้ใครเห็น แต่กริดสัมผัสได้ชัดเจน อีกฝ่ายจะยิ่งอ่อนแอลงเมื่อเวลาผ่านไป
ท่ามกลางสถานการณ์เร่งด่วน ทุกสิ่งกลับต้องหยุดชะงักเพียงเพราะม้วนคาถาพากลับใช้การไม่ได้
ต่อให้ใช้ชุนโปคอมโบกับเนตรบาร์บาทอส แต่กว่าจะกลับถึงไรน์ฮาร์ทก็ต้องเสียเวลาพอสมควร
‘เราน่าจะสร้างวิหารคาริออนให้มากกว่านี้…’
ความหวาดระแวงเล็กๆ ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนของกริด กำลังส่งผลให้คาริออนเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก
ขณะชายหนุ่มนึกเจ็บใจในความเห็นแก่ตัวของตน
ชิ้ง!
ลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งลงมาจากด้านบน
เป็นลำแสงสีม่วง เปี่ยมไปด้วยอำนาจทำลายล้างดุจดังอุกกาบาตเตรียมพุ่งชนโลก
ตัวตนที่แท้จริงของมันคือคลื่นพลังเวท
เป็นร่องรอยที่หลงเหลือจากเวทมนตร์เทเลพอร์ต
ลำแสงเส้นดังกล่าว ทรงพลังพอที่จะทำลายเศษเสี้ยวพลังเวทของกาบริเอลซึ่งยังหลงเหลือเจือจาง
ไม่เพียงเท่านั้น มันยังทำลายต้นไม้และก้อนหินที่กาบริเอลใช้เป็นสื่อกลางสำหรับสร้างห้วงมิติเวทมนตร์
กล่าวอีกนัยหนึ่ง อนุภาคพลังเทพของกาบริเอลถูกตรวจพบและทำลายทิ้งอย่างแม่นยำ
เพียงเทเลพอร์ตเวทมนตร์เดียว สามารถสร้างผลลัพธ์อันน่าทึ่งได้มากมาย
บราฮัมย่างกรายเข้าใกล้กริดผู้กำลังตกตะลึง
ทั้งเวทมนตร์เทเลพอร์ตซึ่งดุดันราวกับขีปนาวุธ และใบหน้าอันไร้อารมณ์ของบราฮัม กำลังดึงดูดความสนใจจากเทพทั้งสาม
“มาช้าไปก้าวนึงนะ”
นั่นเพราะฉันกำลังยุ่งอยู่กับการทดสอบประสิทธิภาพเวทมนตร์ใหม่…
บราฮัมพึมพำเสียงอ่อยในลำคอ
ขณะเดียวกัน พลังเวทของบราฮัมซึ่งพุ่งกระจายไปทุกทิศ ทยอยย้อนกลับมาหาเจ้าของหลังจากทำลายพลังเทพของกาบริเอลจนสิ้นซาก
ในหัวคาริออนและเดบีเรียนเต็มไปด้วยคำถาม
ทั้งสองจ้องมองบราฮัมราวกับอีกฝ่ายคือ ‘เทพแห่งความตาย’
นั่นเพราะพวกมันสัมผัสถึงบารมีเทพจากตัวบราฮัมได้เลือนราง
ย่อมเป็นธรรมดาที่จะเข้าใจผิด คิดว่าบราฮัมคือเทพแห่งความตาย
การผสมผสานระหว่างเวทมนตร์และพลังเทพ จนออร่ารอบตัวเปี่ยมไปด้วยจิตทำลายล้างเข้มข้น ส่งผลให้แม้แต่กริดก็ยังตกตะลึง
บราฮัมเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องต้น
หลังจากตรวจสอบพลังเทพของคาริออนด้วยพลังเวทที่ย้อนกลับมา บราฮัมจ้องศีรษะหญิงสาวพร้อมกับวาดวงแหวนเวทกลางอากาศ
“ข้าจะเร่งมือ”
“อะ…อื้อ…”
แม้จะสัมผัสได้ว่า อัครสาวกคนอื่นกำลังเข้ามาใกล้ แต่บราฮัมประเมินว่าตนไม่ควรเสียเวลารอ
กริดพยักหน้าแผ่วเบา ส่วนคาริออนและเดบีเรียน แม้จะยังระแวงอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ยอมให้พลังเวทของบราฮัมห่อหุ้มร่างกาย
“ฝ่าบาท…!”
ถัดจากบราฮัม สองอัครสาวกผู้มาถึงจุดเกิดเหตุคือซิกและเมอร์เซเดส
ขณะซิกกวาดตาสำรวจรอบตัวอย่างใจเย็น เมอร์เซเดสมิอาจเก็บซ่อนความขุ่นเคืองใจ
“เชื่องช้าเป็นหอยทาก”
นั่นเพราะบราฮัมผู้มาถึงเป็นคนแรก กล่าวเย้ยหยันอย่างไม่ยี่หระ
ซิกยังคงสงบนิ่งหลังจากได้ยิน ไม่มีการแปรเปลี่ยนทางอารมณ์ แต่เมอร์เซเดสเผยสีหน้าเจ็บใจสุดขีด
ไม่ใช่เพราะเธออ่อนไหวง่าย
หากแต่เป็นเพราะบราฮัมถนัดการทำให้ผู้อื่นหงุดหงิด
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกริดโดยตรง
เมอร์เซเดสย่อมร้อนรนที่ตนมิอาจตอบสนองการเรียกหาของกริดได้ทันเวลา
แต่สาเหตุหลักที่สติแตก ปัจจัยสำคัญคือการถูกบราฮัมยั่วยุ
คนที่แปลก คือซิกผู้ไม่สะทกสะท้านเลยต่างหาก
‘ไอ้หุ่นกระบอก’
บราฮัมส่ายศีรษะหลังจากเห็นซิกยังคงหน้านิ่ง
จากนั้นก็กระตุ้นเวทมนตร์เทเลพอร์ต
“ฉ…ฉัน…!”
เมอร์เซเดสผู้ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง เกิดความอับอายจนตัวสั่น
สำหรับซิก การแสดงอารมณ์คือพฤติกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
มันฉีกม้วนคาถาพากลับโดยไม่กล่าวคำใด ติดตามบราฮัมและกริดกลับไปยังไรน์ฮาร์ท
หลังจากตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซิกพบข้อบกพร่องของกาบริเอลจากร่องรอยการต่อสู้
เมื่อเทียบกับกาบริเอลในสงครามเจ็ดมาร กาบริเอลในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย และประเด็นนี้ควรค่าแก่การตรวจสอบ
“…กระหม่อมมาช้าเกินไป”
ปิอาโร่เพิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ
เนื่องจากไม่มีทักษะเคลื่อนย้ายตำแหน่งระยะไกลเหมือนคนอื่น นี่คือความเร็วที่น่าทึ่งมากแล้ว แต่ปิอาโร่ยังคงไม่พอใจ
ผิดกับบราฮัม เมอร์เซเดสหันไปกล่าวกับปิอาโร่อย่างถ่อมตน
“ฝ่าบาทกลับวังหลวงแล้ว พวกเราก็กลับกันเถอะ”
“อืม… ขอเวลาสักครู่”
ปิอาโร่ดึงจอบและเคียวสั้นออกมาถือ
จากนั้นก็เริ่มเก็บกวาดผืนดินและร่องรอยการต่อสู้
มันเกรงว่าจะมีผู้ใดนำสภาพจุดเกิดเหตุไปวิเคราะห์พลังของกริด
หลังจากทั้งสองจากไปสักพัก
สักพักใหญ่ๆ
“ข้ามาถึงคนแรก!”
เนเฟลิน่าผู้มาถึงจุดเกิดเหตุช้ากว่าใครทั้งหมด ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างภูมิใจ
ในฐานะลูกสาวมังกรโบราณ พรสวรรค์ของเธอย่อมไม่ธรรมดา แต่ปัจจุบันยังเป็นเพียงแฮชลิ่ง
แม้จะตรวจพบห้วงมิติเวทมนตร์ของกาบริเอลได้รวดเร็ว แต่ยังมีบางจุดที่เธอมิอาจวิเคราะห์ได้แตกฉาน จึงมัวหลงทางอยู่ในวงกตเวทมนตร์เป็นเวลานาน
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมาถึงเป็นคนแรก
จุดเกิดเหตุซึ่งถูกเก็บกวาดอย่างไร้ที่ติโดยบราฮัมและปิอาโร่
ท่ามกลางดินแดนอันรกร้าง ปราศจากพลังเทพหรือร่องรอยการต่อสู้ใด เนเฟลิน่านึกชื่นชมความเก่งกาจของตัวเอง
กริดกับกาบริเอล
เธออดไม่ได้ที่จะยกย่องตัวเอง ผู้มาถึงจุดเกิดเหตุเป็นคนแรก แซงหน้าแม้กระทั่งผู้เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งสองคน
แต่ผ่านไปสักพัก
‘…ทำไมเราถึงกล้าคิดแบบนั้น?’
เนเฟลิน่าผู้ตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากล เริ่มอับอายด้วยใบหน้าแดงก่ำ
หรือว่าอาการเสียสติของบิดา… จะส่งผลกระทบมาถึงเราด้วย?
และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เรามักสมองเสื่อมไปชั่วขณะในเหตุการณ์สำคัญ?
เธออับอายเสียจน อดไม่ได้ที่จะถามตัวเองเช่นนั้น
***
เทวทูตแตกต่างจากเทพ
พลังเทพของเทวทูต มีลักษณะคล้ายกับพลังเทพของนักบวชมนุษย์
พลังซึ่งมีบ่อเกิดจากความศรัทธาในตัวเทพ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เทวทูตไม่มีวันสร้างบารมีเทพเป็นของตัวเอง
นอกจากนั้น พวกมันจะไม่ได้รับบัฟอมตะขณะเสียชีวิต
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
เทวทูตก็เหมือนจอมอสูร มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ผ่านการคืนชีพด้วยดวงวิญญาณ
นอกจากนั้น ตรงข้ามกับจอมอสูร เทวทูตมีร่างเนื้อสำรองจำนวนมากไว้คอยสับเปลี่ยน ทันทีที่สูญเสียร่างเนื้อเก่า ก็จะคืนชีพในร่างใหม่ได้ทันที
“เจ้าไม่ได้เปลี่ยนชุดมานานแค่ไหนแล้ว? หรือว่าตั้งแต่เกิด?”
ไลฟาเอลต้อนรับกาบริเอลผู้เดินออกจากวิหารในสภาพไร้รอยขีดข่วน
พฤติกรรมการหยิกแก้มอันอ่อนนุ่มราวกับเด็กทารกของไลฟาเอล เป็นไปอย่างสนุกสนานรื่นเริง
ท่าทีแตกต่างจากเมื่อครั้งเซราทุลเผชิญความพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง
ราวกับไม่แยแสในเรื่องที่กาบริเอลสูญเสียระดับตัวตน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ระดับตัวตนของเทวทูตจะถูกฟื้นฟูได้รวดเร็ว
และอันที่จริง ระดับตัวตนของกาบริเอลก็แทบไม่ได้ลดลงเลย
เทวทูตคือข้ารับใช้ของเทพ
การพ่ายแพ้ต่อเทพ มิใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรือเสียเกียรติ
นี่คือกฎเหล็กของโลก ใช้ได้กับทุกสถานการณ์โดยไม่สนใจความแข็งแกร่ง
เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งถ้ากาบริเอลอ่อนแอลง ไลฟาเอลก็ยิ่งได้รับอิสระ
ว่ากันตามตรง ไลฟาเอลกำลังมีความสุขสุดขีด เนื่องจากอิสระของมันค่อยๆ เพิ่มขึ้น
“เทพโอเวอร์เกียร์เป็นยังไงบ้าง? ต่ำทรามเหมือนที่ข้าบอกไหม?”
“ไม่เลย… หากเทียบกับเจ้า เขาเป็นคนที่น่านับถือ”
“หืม? ฮะฮะ! ทำไมเจ้าถึงชอบพูดจาทำร้ายจิตใจข้านัก?”
กาบริเอลไม่ตอบโต้ไลฟาเอลผู้เอาแต่หัวเราะร่วน
เกลียดชัง อยากฆ่าให้ตาย
เมื่อเผชิญหน้ากับไลฟาเอล ความรู้สึกที่เทวทูตไม่ควรมี ทยอยผุดขึ้นในใจกาบริเอลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งที่เคยคิดว่าตัวเองตัดขาดจากอารมณ์ไปหมดแล้ว
เธอทราบดี
ถึงเหตุผลที่ไลฟาเอลโยนงานนี้มาให้เธอทำแทน
ไลฟาเอลยังคงหวาดระแวง และต้องการประเมินความแข็งแกร่งของเทพโอเวอร์เกียร์
ถูกหลอกใช้
แต่กาบริเอลมิได้นึกเสียใจ
หากไลฟาเอลลงมือด้วยตัวเอง คาริออนคงต้องเจ็บปวดกว่าที่เป็นอยู่
ไลฟาเอลคงเอาแต่สาดเทถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม ในเรื่องที่คาริออนไม่มีประโยชน์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
เหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
นับแต่นั้น กาบริเอลได้รับหน้าที่เป็นผู้ดับลมหายใจคาริออนแทน
‘แต่หนนี้… เราเองก็ไม่ได้ต่างจากเจ้านั่นสักเท่าไร’
การทรยศต่อเทพธิดาของคาริออน คือความผิดที่ไม่สมควรได้รับการอภัย
ถึงกาบริเอลจะมิได้โกรธ แต่จะให้พูดจาดีๆ ก็คงไม่ได้เช่นกัน
“เจ้าไม่ควรตื่นเต้นจนออกนอกหน้า”
“ช่างข้าเถอะน่า ข้ากำลังจะถูกเทพธิดาตำหนิในอีกไม่ช้า ตอนนี้ขอมีความสุขก่อนไม่ได้หรือ”
“ก่อนหน้านั้น เจ้าอาจต้องทุกข์เพราะเทพโอเวอร์เกียร์อีกก็ได้”
“หืม? ฮะฮะฮะ! ทั้งที่เจ้าเพิ่งทำภารกิจล้มเหลว ยังมีอารมณ์ขันได้อีกนะ”
ไลฟาเอลกะพริบตาหนึ่งข้าง พลางใช้พลังเทพวาดรูปหัวใจ
ราวกับต้องการส่งหัวใจให้กาบริเอล
‘…ฆ่าทิ้งซะดีไหม?’
ความรู้สึกซึ่งเคยเลือนหายไปยุคต้นกำเนิด กลับมาปะทุภายในใจกาบริเอลอีกครั้ง
กาบริเอลจ้องไลฟาเอลด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันหลังและเตรียมเดินเข้าไปในวิหารของเทพธิดา เพื่อสารภาพบาปเรื่องที่ตนลงทัณฑ์คนทรยศไม่สำเร็จ
***
“ทางนี้”
ซาลิเอลแตกต่างจากเทวทูตปรกติ
เทวทูตตกสวรรค์
ถูกเนรเทศจากแอสการ์ด สูญเสียพลังไปมากมาย
มีร่างเนื้อเพียงหนึ่ง ความตายหมายถึงจุดจบ
นอกจากนั้นยังปนเปื้อนไปด้วยปราณอสูรซึ่งสั่งสมจากห้วงนรก พร้อมอาละวาดได้ทุกเมื่อ
ด้วยเหตุนี้ ซาลิเอลจึงเป็นอัครสาวกเพียงคนเดียวที่คอยประจำการในกรุงไรน์ฮาร์ท
สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ เธอสามารถคาดเดาสภาพร่างกายคาริออนล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมไว้เสร็จสรรพ
ผู้ศรัทธาจำนวนมหาศาลถูกระดมมายังวิหารคาริออน เพื่อสวดวิงวอนและร้องเพลงสรรเสริญให้เธอ
ในจักรวรรดิโอเวอร์เกียร์ อัครสาวกเป็นรองเพียงเทพ และซาลิเอลคืออัครสาวกผู้โด่งดังเพราะมีหน้าตางดงามและนิสัยอ่อนโยน
ไม่เพียงเท่านั้น คาริออนคือเทพที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นทุนเดิม เหล่าสาวกจึงหลั่งไหลมายังวิหารอย่างไม่ขาดสาย
คำวิงวอนและบทเพลงสรรเสริญที่เปี่ยมด้วยศรัทธาอันแรงกล้า จะกลายเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ปริมาณเข้มข้นส่งไปถึงคาริออน จนร่างกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
หากไม่เกิดปัญหาใดกลางคัน บาดแผลคาริออนจะสมานเข้าด้วยกันในพริบตา
“ว่าแต่… นั่นใคร?”
ไม่ว่าจะเป็นเทวรูปหรือจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร
รูปลักษณ์คาริออนถูกแสดงในร่างชายชราผู้คอยค้ำจุนผืนดินด้วยท่อนแขนเปี่ยมมัดกล้ามเนื้อและแผ่นหลังลูกผู้ชาย
แต่ในความเป็นจริง เทพคาริออนกลับเป็นสตรีเลอโฉม
คำสวดวิงวอนของผู้คนเริ่มสั่นคลอน
เมื่อพลังเทพซึ่งควรโอนถ่ายไปถึงคาริออนโดยตรง เริ่มกระจัดกระจายจนมิอาจควบคุมและสลายไปอย่างสูญเปล่า ระยะเวลาในการฟื้นตัวจึงล่าช้ากว่ากำหนด
“ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่หรือ?”
“…”
กริดเอาแต่ปิดปากเงียบ มิอาจตอบโต้ลอเอลที่กำลังถลึงตาจ้อง
อย่างไรก็ดี ในค่ำคืนเดียวกัน
คาริออนสามารถฟื้นฟูพลังและร่างกายกลับเป็นปรกติได้อย่างราบรื่น
Comments
Post a Comment