จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,620



“หา? ยุคนี้แล้ว ยังมีคนแบบนั้นอยู่อีก?”


เทพสงคราม อาเรส


ชายผู้ถูกค่อนขอดว่าชื่อเสียงนำฝีมือไปไกล และโด่งดังได้เพราะเมื่อก่อนค่าเฉลี่ยเลเวลของผู้เล่นไม่สูงนัก


อาเรสถูกเย้ยหยันและวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนมาสักพักใหญ่


ส่วนหนึ่งเพราะถูกนำไปเปรียบเทียบกับกริด


ช่วยไม่ได้


ผู้เล่นผู้ก่อตั้งอาณาจักร


แถมยังมีไฮแรงเกอร์เป็นลูกน้องจำนวนมาก จึงไม่แปลกหากจะถูกผู้คนจับตามองเป็นพิเศษ และนำไปเทียบกับกริดซึ่งมีสถานการณ์คล้ายคลึงกัน


อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของอาเรสค่อนข้างซอมซ่อ


เมื่อเทียบกันแล้ว กริดประสบความสำเร็จมากกว่าหลายเท่า แม้แต่ในยุคที่เคยถูกจักรวรรดิกดขี่


หากเปลี่ยนอาเรสเป็นกริด เกรงว่าวัลฮัลล่าคงไม่ถูกกดขี่หนักหน่วงเหมือนกับที่เคยเป็น


แต่นั่นล้วนเป็นเรื่องราวในอดีต


หลังจากจบมหาสงครามระหว่างมนุษย์กับอสูร วัลฮัลล่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด


กองทัพวัลฮัลล่าเคลื่อนพล ‘บดขยี้’ กองทัพอสูรอย่างดุดัน กวาดล้างเหล่าสัตว์อสูรในพริบตาประหนึ่งกองทัพราชรถแล่นผ่าน


ว่ากันว่า เทพสงครามสามารถทำให้กองทัพแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า และนั่นไม่ใช่คำกล่าวเกินจริง


ยิ่งไปกว่านั้น ความเก่งกาจของตัวอาเรสเองก็ไม่ธรรมดา สามารถโค่นจอมอสูรหลักยี่สิบได้ตามลำพัง


และเมื่อถูกเพ่งเล็งโดยจอมอสูรหลักสิบ อาเรสจะสั่งถอยทันทีโดยไม่เหลียวหลังกลับ


พฤติกรรมเช่นนี้มิได้ทำให้ชื่อเสียงอาเรสมัวหมอง


ผู้คนต่างแซ่ซ้องอาเรสผู้สั่งถอนทัพโดยไม่เหลียวหลัง เพราะมองว่าอาเรสตัดสินใจได้เฉียบขาด จนไม่สูญเสียไพร่พลไปอย่างเปล่าประโยชน์


ชื่อเสียงซึ่งถูกสั่งสมในเวลานั้น ทำให้วัลฮัลล่ามีทุกวันนี้


จากบรรดาอาณาจักรใต้ปึกจักรวรรดิ วัลฮัลล่ามีสัดส่วนผู้เล่นสูงที่สุด


อำนาจทางการทหารจึงแข็งแกร่งเป็นรองเพียงจักรวรรดิเท่านั้น


แต่นั่นมาพร้อมความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่


อาณาจักรสุดขอบตะวันออก ปกครองท่าเรือเส้นทางหลักสำหรับเข้าสู่ทะเลแดง กลายเป็นปราการด่านแรกเพื่อรับมือสาวกเทพสงครามซึ่งเดินทางมาจากเกาะลับบนทะเล


ขณะเดียวกัน วัลฮัลล่าต้องคอยเฝ้าระวังเทพตกสวรรค์จากทวีปตะวันออก


เมื่อจักรวรรดิส่งเหล่าขุนพลเอกลงไปสำรวจนรกและมิอาจเคลื่อนทัพโดยสะดวก กองทัพวัลฮัลล่าจึงกลายเป็นกำลังสำคัญเพื่อรับมือการรุกรานจากภายนอก


ไม่เพียงสาวกเทพสงครามจะเต็มไปด้วยยอดฝีมือ แต่วัลฮัลล่ายังต้องรักษาความตึงเครียดไว้ตลอดเวลา เพื่อเตรียมรับมือการรุกรานอันไม่คาดฝันจากยังบัน


เดิมที การสร้างท่าเรือเพื่อเข้าสู่ทะเลแดงไม่ใช่เรื่องง่าย


ภัยพิบัติเกิดขึ้นทุกวันเพราะน้ำทะเลเกรี้ยวกราดกว่าปรกติ แถมยังมิอาจคาดเดาสภาพอากาศ


สิ้นเปลืองเม็ดเงินและแรงงานไปมากมาย อีกทั้งสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ลงในทุกวัน


NPC สุดพิเศษ ซือหม่าเซียน กุนซือชื่อดังจากทวีปตะวันออก


หากซือหม่าเซียนไม่ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าต้องสร้างท่าเรือ อาเรสจะไม่ชายตามองทะเลแดงโดยเด็ดขาด


ศัตรู ณ ปัจจุบันอยู่ในนรก และศัตรูในอนาคตน่าจะมาจากสวรรค์ แล้วเหตุใดถึงต้องเตรียมรับมือการรุกรานจากตะวันออก?


อาเรสซึ่งสิ้นเปลืองกำลังคนในการปราบปรามศัตรูจากภายนอกเพื่อขยายดินแดน มีเรื่องให้ปวดเศียรเวียนเกล้ามากพอแล้ว


‘ไม่อยากเชื่อว่าผู้เล่น PK จะกล้าอาละวาดในยุคนี้’


อึกอึก


โพชั่นระดับสูงสุดจากโรงแปรธาตุเรย์ดัน


อาเรสกระดกดื่มโพชันราคาแพง ซึ่งในระยะหลังสินค้าขาดตลาดจนต้องเก็บรักษาอย่างดีในคลังสัมภาระ


อีกหนึ่งสรรพคุณของมันคือการบรรเทาความเครียด เพราะรสชาติคล้ายคลึงกับโค้ก


ก่อนมังกรจะบุกทำลายเรย์ดัน อาเรสดื่มมันทุกวัน แต่ปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นมาก


อาเรสถอนหายใจพลางโยนขวดเปล่าทิ้ง


“ไม่ใช่พวกวิหารยาธานหรือเศษเดนของสามโบสถ์หลัก แต่กลุ่มที่กำลังก่อความวุ่นวาย… คือผู้เล่นแน่ใช่ไหม?”


มหาสงครามระหว่างมนุษย์กับอสูร ถูกประเมินให้เป็นโอกาสมากกว่าวิกฤติ


เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กริดและโอเวอร์เกียร์กลายเป็นศูนย์กลางของโลกเต็มตัว สร้างความกลมเกลียวในหมู่ผู้เล่น


กระทั่งผู้เล่นสายมืดซึ่งโด่งดังด้านการก่ออาชญากรรม เฉกเช่นสองพี่น้องแบล็กไวท์ ก็ยังตัดสินใจร่วมมือกับโลก


ศัตรูร่วมของทุกฝ่ายอย่าง ‘นรก’ ถูกต้อนรับขับสู้ด้วยความสมัครสมานสามัคคี


ผู้เล่นจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันไปอีกสักระยะ จนกว่านรกจะถูกพิชิตโดยสมบูรณ์


อย่างไรก็ดี โลกนี้มีคนหลายประเภท


แม้แต่ในประวัติศาสตร์ของโลกความจริง มนุษย์ไม่เคยกลมเกลียวอย่างสมบูรณ์เลยสักครั้ง


ยังไม่ครบหนึ่งปีหลังจากมหาสงครามจบลง


ผู้เล่นด้านมืดกลุ่มใหม่ทยอยปรากฏตัว ประหนึ่งว่าเบื่อหน่ายในสันติภาพ หรือไม่ก็เงินขาดมือเพราะไม่ได้ทำชั่ว


เมื่อความสนใจของหลายฝ่ายมุ่งสู่นรก โลกกึ่งกลางเผชิญความปั่นป่วน


และดูเหมือนพวกมันจะมีสมอง เพราะขอบเขตการลงมืออยู่นอกจักรวรรดิโอเวอร์เกียร์ทั้งหมด กระจายออกไปตามอาณาจักรเล็ก


วัลฮัลล่าคือหนึ่งในนั้น


แน่นอน วัลฮัลล่าแข็งแกร่งพอที่จะปราบปรามพวกมันอย่างอยู่หมัด


แต่ผู้เล่นไม่มีวันตาย ถึงตายก็คืนชีพได้เรื่อยๆ


ต่อให้จัดการได้ในพริบตา แต่ไม่นานก็จะคืนชีพในจุดอื่นและสร้างความวุ่นวายต่อ


วิธีจัดการในอุดมคติคือการจับมาขังตามอำนาจกฎหมาย แต่ความผิดในทุกกรณี มีระยะเวลาคุมขังสูงสุดเพียงหนึ่งสัปดาห์


นั่นเป็นข้อจำกัดของระบบ


เพื่อรักษาสิทธิส่วนบุคคลของผู้เล่น หรืออะไรทำนองนั้น


และอันที่จริง ตามปรกติแล้วผู้เล่นจะติดคุกได้ยากมาก เว้นเสียแต่จะเป็นไอ้งั่งเต็มตัว


หรือถ้าถูกจับขัง ก็แค่ฆ่าตัวตายเพื่อสลัดให้หลุดจากวิกฤติ


การมัดแขนขาไว้ไม่ช่วยป้องกันการฆ่าตัวตายเสมอไป ยิ่งถ้าดื่มพิษเข้าไปก็ยิ่งจนปัญญา


นับตั้งแต่โบราณกาล ช่องทางหารายได้เสริมของวิหารยาธานคือการสร้างยาพิษ ส่งผลให้พิษวิวัฒนาการไปในรูปแบบต่างๆ


“วิธีปราบปรามผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการฆ่าทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เลเวลของพวกมันลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา หากพบตำแหน่งเมื่อใด ก็รีบส่งไฮแรงเกอร์ไปจัดการในคราวเดียว”


“เรื่องนั้นฉันก็รู้ แต่ว่า… ลัค สก็อตต์ และบองเดรอยู่ในนรก ส่วนแม่ทัพคนอื่นต่างก็ประจำการในสมรภูมิแนวหน้าเพื่อรับมือการรุกรานของสาวกเทพสงคราม และถ้าฉันออกหน้าด้วยตัวเอง ท่านซือหม่าเซียนผู้เก่งกาจคงไม่เห็นด้วยใช่ไหมล่ะ?”


“โอเอซิสเพิ่งกลับจากดงสัตว์ร้ายพอดี”


“โอเอซิส…? เจ้านั่นยังอ่อนหัดเกินไป…”


อาเรสแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย


แม้โอเอซิสจะอยู่ในหมวดหมู่ไฮแรงเกอร์ แต่ก็เป็นพวกปลายแถว และเหนือสิ่งอื่นใด บทลงโทษความตายนั้นรุนแรงมาก


โอเอซิสจะพ่ายแพ้ไม่ได้เด็ดขาด


หากถูกแรงเกอร์รุมโจมตีจนพ่ายแพ้ โอเอซิสจะถูกฝักดาบราชาไร้พ่ายทอดทิ้ง


“ผู้เล่น PK แตกต่างจากมอนสเตอร์ในจุดเก็บเลเวล ปัญญาประดิษฐ์ของมอนสเตอร์มีขีดจำกัด ตรงข้ามกับพฤติกรรมผู้เล่นที่คาดเดาไม่ได้ ฉันไม่อยากส่งโอเอซิสผู้อ่อนประสบการณ์ไปเสี่ยงอันตราย”


โอเอซิสคือหนึ่งในความหวังสูงสุดของวัลฮัลล่า


อาเรสปรารถนาให้อีกฝ่ายเชี่ยวชาญวิชาดาบทัพหนึ่งแสนโดยเร็ว


ยอดกุนซือหัวเราะในลำคอ


“โอเอซิสรายงานว่า เขาเรียนรู้หลายสิ่งจากทีมสำรวจนรกของโอเวอร์เกียร์ และสัตว์ร้ายที่ปราบได้ล้วนมีเลเวลสูงกว่าห้าร้อย แถมสองในนั้นยังเป็นถึงบอสพิเศษ”


ปัญญาประดิษฐ์ของบอสพิเศษ เหนือกว่าแรงเกอร์ส่วนใหญ่ค่อนข้างมาก


“เลิกมองว่าข้าเป็นตัวจุ้นจ้านและยอมเชื่อใจดีกว่านะ”


“ก็ได้…”


สิบห้าวันถัดมา


กลุ่มผู้เล่นซึ่งเคยสร้างความวุ่นวายในวัลฮัลล่า อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย


ล้างบาง


โอเอซิสผู้สังหารเหยื่อทุกครั้งที่ชักดาบออกจากฝัก สร้างความพรั่นพรึงแก่กลุ่มผู้ก่อความวุ่นวาย


ข่าวคราวความยอดเยี่ยมของอีกฝ่าย ดังมาถึงหูลอเอลในเวลาไม่นาน


“ได้ยินว่าวัลฮัลล่าเต็มไปด้วยอัจฉริยะ แต่ดูเหมือนโอเอซิสจะโดดเด่นกว่าใคร”


“เขาใช้วิชาดาบทัพหนึ่งแสนได้แล้วสินะ”


“ถึงจะใช้ได้แค่ดาบพินาศทัพ แต่ก็…”


“ถ้าวัดกันแค่พลังทำลาย นั่นคือทักษะเกรดเลเจนดารี”


“ไม่โกรธหรือ? วิชาดาบราชาไร้พ่ายคือสัญลักษณ์ประจำตัวฝ่าบาทมาตลอด แต่ตอนนี้มีโอเอซิสมาร่วมวง…”


“ไม่เลย โอเอซิสเป็นคนซื่อตรงในทุกเรื่อง ยิ่งเขาแข็งแกร่งก็ยิ่งเป็นเรื่องดีกับเรา นอกจากนั้น วิชาดาบราชาไร้พ่ายไม่ใช่ลายเซ็นประจำตัวฉัน ไม่มีความจำเป็นต้องผูกขาด”


ยิ่งไปกว่านั้น วิชาดาบราชาไร้พ่ายของกริดถูกยกระดับหนแล้วหนเล่า ทั้งเลเวลและประสิทธิภาพสูงกว่าของโอเอซิสอย่างเทียบไม่ติด


ถึงจะเป็นวิชาดาบทัพหนึ่งแสนเหมือนกัน แต่ของกริดเหนือกว่าหลายขุม


“เรื่องพวกนี้ นายก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”


“ฮะฮะ! ก็แค่คิดถึงฝ่าบาทสมัยก่อน”


ลอเอลจ้องทั่งเหล็ก


กระทั่งดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มสุดท้าย ก็ยังถูกหลอมและสกัดทิ้ง


ผลงานที่ชวนให้นึกถึงอดีตของกริด


ผลงานซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นฝีมือเทวทูตข่าน ถูกกริดทำลายทิ้งจนไม่เหลือร่องรอย


ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย


กริดในปัจจุบันมองเพียงข้างหน้า มิใช่อดีต


‘นี่ก็ไม่มี…’


ในช่องสัมภาระของกริดผู้สกัดดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มสุดท้าย


[ท่านได้รับอดามันเทียม]


มีอดามันเทียมกองรวมกันสี่สิบเอ็ดก้อน


น่าเสียดาย ไม่มีศิลาศักดิ์สิทธิ์แม้แต่ก้อนเดียว


เฮ็กเซเทียคือผู้สร้างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ย่อมเป็นธรรมดาที่ข่านจะไม่มีสิทธิ์ใช้งาน


กริดเตรียมใจไว้นานแล้ว แต่ก็อดผิดหวังไม่ได้เมื่อเผชิญความจริง


ชายหนุ่มกล่าวเสียงห่อเหี่ยว


“พูดถึงวัลฮัลล่า ฉันกำลังจะสร้างอาวุธและชุดเกราะใหม่ให้ลุงอาเรส”


อดามันเทียมถูกสกัดได้ในปริมาณมากกว่าที่คิดไว้


เหลือเฟือสำหรับสร้างชุดเกราะให้อัครสาวก


เนื่องจากเหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ในนรก ง่ายต่อการรวบรวมวัสดุสำหรับผลิตไอเท็มให้ตัวเอง กริดจึงอยากใช้อดามันเที่ยมที่เหลือช่วยสนับสนุนอาเรส


ไม่ใช่แค่เพราะวัลฮัลล่าคอยปกป้องจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่กริดยังตระหนักดีว่าอาเรสเป็นมิตรกับโอเวอร์เกียร์เพียงใด


ในเมื่ออีกฝ่ายแสดงความจริงใจก่อน เป็นธรรมดาที่จะแสดงน้ำใจตอบแทน


ยิ่งไปกว่านั้น กริดชื่นชมอาเรสมานานแล้ว


นิสัยใจคอไม่มีจุดด่างพร้อย และเหนือสิ่งอื่นใด อาเรสเป็นคนเก่ง


หากกองทัพโอเวอร์เกียร์ถูกย้ายไปสังกัดวัลฮัลล่าโดยมีอัสโมเฟลเป็นแม่ทัพ นั่นจะกลายเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์


หากหวังสร้างความเชื่อใจทางการทหาร อันดับแรกต้องซื้อใจอีกฝ่ายให้ได้


ลอเอลฉีกยิ้มกว้าง


“ตอนนี้ฝ่าบาทสามารถตัดสินใจอย่างชาญฉลาดโดยไม่ต้องมีคำแนะนำจากกระหม่อมแล้ว”


“เหลวไหลน่า… ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนาย อย่าคิดหนีไปไหนเชียว”


“ไม่ต้องห่วง ต่อให้ฝ่าบาทเฉดหัวทิ้ง กระหม่อมก็จะไม่ไปไหน”


หลังจากละทิ้งความโลภอันไร้ค่า


กริดเริ่มมองโลกกว้างขึ้น สามารถกุมหัวใจผู้คนโดยไม่ต้องใช้กำลังหรืออารมณ์


นี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าพลังอำนาจ


***


“มันเป็นผลงานที่ห่วยแตก ดูดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่พลังช่างกระจ้อยร่อย คู่ควรกับการถือโดยพวกชั้นต่ำมากกว่าตัวตนผู้ยิ่งใหญ่”


ไลฟาเอล อัครเทวทูต กำลังยิ้มเหมือนทุกครั้ง


รอยยิ้มดังกล่าวสอดคล้องกับใบหน้าของชายหนุ่มรูปงาม มอบความบริสุทธิ์และจริงใจ


ทว่า คำพูดที่พรั่งพรูจากปาก ทั้งรุนแรงและเสียดแทงความรู้สึก


“โดยทั่วไปแล้ว ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกต้อง ควรจะสลักความยิ่งใหญ่ไว้ในตำนานมนุษย์ตราบชั่วฟ้าดินสลาย แต่ดาบศักดิ์สิทธิ์ผลงานของเจ้ากลับมิอาจสร้างความสำเร็จใดนอกจากถูกเทพโอเวอร์เกียร์กลืนกิน ศาสตราซึ่งผลิตจากโลหะสวรรค์อันเลอค่ากลายเป็นเพียงขยะ… นั่นไม่ต่างจากการดูแคลนสวรรค์ ดูแคลนข้าผู้ไว้ใจและติดปีกให้เจ้า… ได้ยินมาว่า สมัยยังมีชีวิต เจ้าประสบความสำเร็จและได้รับคำเยินยอไม่น้อย แต่ความจริงแล้ว นั่นเป็นเพียงลมปากหรอกหรือ? ข้าเอะใจตั้งแต่เห็นพุงป่องๆ ของเจ้าแล้ว ต้องเกียจคร้านเพียงใดกันจึงสะสมไขมันได้มากเช่นนี้? เป็นปศุสัตว์ในกรงหรืออย่างไร? เจ้าไม่คิดว่าตัวเองควรเพิ่มความพยายามและความขยันให้มากกว่านี้หรือ?”


“…ข้าผิดไปแล้ว ไม่มีข้อแก้ตัวใดทั้งสิ้น”


เทวทูตพุ่งป่องไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า


เมื่อได้ยินข่าวคราวครั้งแรก มันอดคิดไม่ได้ว่า เทพมนุษย์นามโอเวอร์เกียร์ช่างยอดเยี่ยม


แต่เมื่อถูกไลฟาเอลตำหนิ เทวทูตพุงป่องเริ่มตระหนักว่าฝีมือของตนยังบกพร่อง


มันรู้สึกผิดมหันต์ที่มิอาจสร้างดาบศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเหมาะสม แม้จะยืมใช้ห้องทำงานของเทพเฮ็กเซเทีย


น้ำเสียงไลฟาเอลเริ่มอ่อนโยน


“แต่ข้ายังเชื่อในตัวเจ้า หากมัวไม่ยึดติดกับความทรงจำเก่า เจ้าต้องสร้างอาวุธที่ดีกว่าเดิมได้แน่”


“…ขอบคุณที่ยังไว้ใจกัน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีก”


“ขอแนะนำสักเรื่องได้ไหม? เจ้าคิดว่าเหตุใดเทวทูตถึงมีวงแหวนแห่งแสงและปีก? สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานว่าเทพธิดารีเบคก้าคอยอวยพรพวกเราอยู่ และในเมื่อเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งแสง มันจึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้”


“พรจากเทพธิดา…”


“ถูกต้อง เป็นพรที่ทรงพลังยิ่งกว่าของข้า ลองใช้ดูนะ… แม้จะเจ็บปวดมาก แต่การเจ็บตัวเพื่อสวรรค์ เจ้าจะทนไม่ได้เชียวหรือ?”


“ขอรับ… ท่านกล่าวได้ถูกต้อง”


ใบหน้าของเทวทูตผู้กล่าวขานรับ เริ่มดำมืด


ไม่ใช่เพราะมันกลัวความเจ็บปวด


แต่เพราะไม่มีความสุข


มันมีความสุขเมื่อทราบว่าตนกลายเป็นเทวทูตและได้จับค้อนอีกครั้ง แต่หลังจากทราบว่าอาวุธของตนถูกนำไปใช้ทำร้ายผู้คน หัวใจทั้งหนักอึ้งและเจ็บปวด


ไม่ใช่ว่าสวรรค์ดำรงอยู่เพื่อมนุษย์หรอกหรือ?


จริงอยู่ เทพโอเวอร์เกียร์เป็นศัตรูและสมควรถูกลงทัณฑ์ แต่การทำร้ายมนุษย์คนอื่นกลายเป็นสิ่งถูกต้องตั้งแต่เมื่อไร?


“อึก…”


ความคิดเป็นทุกข์ของเทวทูต เลือนหายไปชั่วขณะ


มันต้องหยุดคิดเพราะความเจ็บปวดจากหัวไหล่


เมื่อใช้ดวงตาสั่นระริกหันไปมอง มันเห็นฝ่ามือเรียวงามของไลฟาเอลกำลังวางบนไหล่ตน


“เจ้าต้องซื่อสัตย์ในหน้าที่ นี่คือจุดหมายในการดำรงอยู่ของเทวทูต ขณะเดียวกันก็เป็นเคล็ดลับเพื่อให้ได้รับความรักจากเทพธิดา จงละทิ้งความคิดไร้สาระไปเสีย”


หลังดึงมือกลับ ไลฟาเอลแสยะยิ้มพลางเดินออกจากห้องทำงาน


จากนั้น มันหันไปมองยังทิศทางของคุกซึ่งใช้จองจำเฮ็กเซเทีย ตามด้วยส่ายหน้า


“แนะนำเพียงเท่านี้ก็คงพอ…”


ดาบซึ่งถือกำเนิดจากการเสียสละดวงวิญญาณของผู้สร้าง


แถมยังเป็นดาบที่เกิดจากการสังเวยเทวทูต พลังทำลายย่อมสูงส่งจนยากจะคาดเดา เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าศาสตรามังกร


‘นอกจากนั้น มันยังเข้ากับอสูรในนรกได้ดี’


บาเอล พยายามเข้าล่ะ…


หลังจากกล่าวเรื่องน่าสะพรึงหากมีใครได้ยินเข้า ไลฟาเอลเดินไปยังวิหารพำนักของเทพธิดา


จุดประสงค์เพื่อป่าวประกาศการทรยศของคาริออน และแนะนำเทพธิดาว่า คาริออนควรถูกริบบารมีเทพทั้งหมด


เฉกเช่นในโลกก่อนหน้า และก่อนๆ หน้า


แผ่นดินสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะถูกย่ำยีสักเพียงใด


และแน่นอน เทพธิดาคงไม่ตอบสนองเช่นเคย


ดังนั้น อำนาจการตัดสินใจจึงตกอยู่กับไลฟาเอล

______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00