จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,623



เขตแดนศักดิ์สิทธิ์คือตัวชี้วัดระดับของเทพ


ยิ่งเทพทรงพลังเพียงใด พลังเทพก็ยิ่งแข็งแกร่ง และสามารถสร้างเป็นเขตแดนอันกว้างขวางเพื่อห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้


‘นี่สินะ เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพโอเวอร์เกียร์’


เหล่าเทวทูตคุ้นเคยกับเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาเป็นอย่างดี


ไม่ว่าจะเป็นในยามทำศึกกับเทพตกสวรรค์ หรือในยามทำศึกกับเจ็ดมาร เหล่าเทวทูตจะได้รับความคุ้มครองขณะต่อสู้ภายในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาเสมอ


กล่าวคือ พวกมันมีสายตาและการประเมินที่แม่นยำ


กาบริเอลสามารถกะเกณฑ์ระดับเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพโอเวอร์เกียร์ได้เพียงแรกเห็น


‘ยอดเยี่ยมมาก…’


หุบเขาเหล็กกล้า


กระแสเหล็กกล้าเหลว ซึ่งหลอมละลายโดยความร้อนจากหัวใจเทพโอเวอร์เกียร์ ซ้อนทับลงบนตัวกริดจนกลายเป็นชุดเกราะนับร้อยชั้น


ราวกับว่า การโจมตีทุกชนิดจะถูกดูดซับความเสียหายไว้ทั้งหมด


เขตแดนซึ่งเกิดจากแนวคิดของผู้ต้องการปกป้อง


เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของเทพโอเวอร์เกียร์ ผู้ต้องการปกป้องมวลมนุษย์ให้อยู่รอดปลอดภัย


หากเป็นไลฟาเอลคงหัวเราะเยาะด้วยความดูแคลน ว่านี่คือเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนขลาด


ทว่า กาบริเอลมิอาจหัวเราะเยาะ


‘โลกจินตภาพที่น่ายกย่อง’


หุบเขาเหล็กกล้าอันสูงชันและเงียบสงบ


เหล็กกล้าปริมาณมหาศาลก่อตัวเป็นหุบเขาเย็นเยียบ แต่ขณะเดียวกันก็ถูกหลอมละลายจนเร่าร้อน


ด้วยความสัตย์จริง ฉากตรงหน้าคล้ายคลึงกับมุมหนึ่งของนรก


อย่างไรก็ดี กาบริเอลมองเห็นแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ในทิวทัศน์


มนุษย์มิได้แตกต่างจากมอนสเตอร์ เทวทูต อสูร หรือแม้กระทั่งเทพและมังกร


แต่ไหนแต่ไร ตัวตนมากมายพยายามทำให้โลกกึ่งกลางตกอยู่ในอันตราย แต่ทุกครั้ง เทพโอเวอร์เกียร์จะช่วยไว้ได้เสมอ


หุบเขาสูงชันเปรียบดังกำแพงเหล็กกล้าที่เทพโอเวอร์เกียร์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องโลกกึ่งกลาง และชุดเกราะจำนวนมากจากหุบเขา เปรียบดังความสำเร็จในอดีตของเทพโอเวอร์เกียร์


‘เทพแท้จริง’


สายตากาบริเอลจ้องไปทางกริด คาริออน และเดบีเรียนซึ่งหลบอยู่ด้านหลังสุด


แม้ทุกตนจะอ่อนแอ แต่กาบริเอลมองเห็นบางสิ่งที่คล้ายคลึงกับเทพธิดา


การต้องสังหารเทพเหล่านี้ทิ้ง นับว่าน่าเสียดายไม่น้อย


อย่างไรก็ดี ความรู้สึกดังกล่าวมิได้แปรเปลี่ยนเป้าหมายหลักของกาบริเอล


หัวใจกาบริเอลเย็นชืดมานานแล้ว


เยือกเย็นจนราวกับปราศจากอารมณ์ทั้งปวง


“เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าเพิ่งได้รับ ยอดเยี่ยมจนควรค่าแก่คำชื่นชม แต่การปกป้องเพียงอย่างเดียวนั้นมีขีดจำกัด”


เทพโอเวอร์เกียร์มักต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ


ความสำคัญอันดับแรกจึงหนีไม่พ้น ‘ความอยู่รอด’


เข้าใจได้ว่า เหตุใดเขตแดนศักดิ์สิทธิ์จึงมุ่งเน้นไปในด้านการป้องกัน


ทว่า การปกป้องเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสร้างบทสรุปของเรื่องราว


ชัยชนะที่แท้จริงเกิดจาก การต่อสู้และทำลายศัตรู


กล่าวคือ การโจมตีเป็นแนวคิดที่สำคัญกว่าการป้องกัน


หากมีอำนาจครอบจักรวาลเหมือนกับเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาก็ว่าไปอย่าง แต่เทพโอเวอร์เกียร์ผู้ยังถือกำเนิดได้ไม่นาน มิอาจสร้างเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ในระดับดังกล่าวได้


“มาดูกันว่าจะทนได้สักกี่น้ำ”


กาบริเอลดึงหอกกลับ คราวนี้ถือด้วยฝ่ามือแทนปลายนิ้ว


หอกอันเป็นสัญลักษณ์ประจำกาย


สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องสัมผัส


ลำพังการควบคุมด้วยปลายนิ้ว ก็มากพอจะทำให้ผืนฟ้าแลแผ่นดินสั่นสะเทือน


จึงไม่ต้องพูดถึงในยามควบคุมเต็มฝ่ามือ


โลกอาจถึงคราวแตกดับในพริบตา


ทว่า กาบริเอลไม่ผุดแม้แต่เศษเสี้ยวความลังเล


เพราะที่นี่มิใช่โลกความจริง หากแต่เป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพโอเวอร์เกียร์ การทำลายทิ้งย่อมไม่สร้างผลกระทบใด


ครืนนนนน!!


คลื่นพลังที่แผ่ออกจากร่างกาบริเอล สร้างแรงสะเทือนไปทั่วหุบเขา


ชุดเกราะและหอกสีทองคู่กาย เปล่งแสงสว่างตามเจตจำนงของเธอ


เกราะและหอกที่เทพธิดาประทานให้ในยุคต้นกำเนิด


พวกมันต่างเป็นสัญลักษณ์ประจำกายกาบริเอล เพราะอยู่คู่กันมาตั้งแต่เกิด


ท่ามกลางโลกอันสั่นสะเทือน คาริออนเผยสีหน้าลังเล


เธอตกตะลึงเมื่อเห็นว่า พลังของกาบริเอลสามารถสั่นสะเทือนเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพ


หลังจากคำนึงว่าหากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลาย บารมีเทพของกริดจะลดลงอย่างมาก คาริออนตัดสินใจโน้มน้าว


“เจ้าไม่ควรปะทะซึ่งหน้ากับกาบริเอลผู้เอาจริง… คงเป็นการดีกว่าหากสลายเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ทิ้งและมองหาโอกาสตอบโต้”


แค่ครั้งเดียว


หากอีกฝ่ายโจมตีพลาดเพียงครั้งเดียว โอกาสก็จะเปิดกว้าง


ไม่ว่ากาบริเอลจะแข็งแกร่งสักเพียงใด แต่หากใช้พลังมากมายเช่นนี้บนโลกกึ่งกลาง ผลข้างเคียงที่ตามมาย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่


บางที ระยะเวลาของตรีเอกานุภาพอาจใกล้หมดลงแล้ว


คาริออนคิดเช่นนั้น แต่น่าเสียดายที่กริดไม่ถูกโน้มน้าว


กระแสการต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว


กาบริเอลเข้าประชิดตัวชายหนุ่มเรียบในพริบตา


คมหอกซึ่งกำลังควงหมุนเป็นกงล้อ อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศสุดแสนน่าสะพรึง


อนุภาคแสงสีทองกระจัดกระจายไปทุกสารทิศ ทุกสิ่งที่สัมผัสกับพลันสลายในพริบตา


เขตแดนศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยรูแหว่งโหว่


หอกและเกราะของกาบริเอล รวมถึงเจตจำนง พฤติกรรม และการดำรงอยู่ของกาบริเอล ล้วนเป็นปัจจัยที่คอยทำลายเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพโอเวอร์เกียร์อย่างต่อเนื่อง


‘สายไปแล้ว…’


ภาพของคมหอกซึ่งย่างกรายมาถึงเบื้องหน้า สะท้อนลงบนกระจกตาคาริออน


คาริออนผู้สัมผัสถึงการดับสูญ ฝืนใช้พละกำลังทั้งหมดดึงเสื้อคลุมกริดเข้าหาตน พร้อมกับดันร่างตัวเองไปด้านหน้าแทน


เป็นความปรารถนาอันริบหรี่ที่ต้องการรักษาชีวิตกริดไว้


ทว่า พลังเทพของเธอยังไม่ฟูฟื้นกลับมา


ร่างกายยังคงอ่อนแอ


แม้จะทุ่มเทพละกำลังทั้งหมด แต่ร่างกริดยังคงไม่ขยับเขยื้อนไปจากตำแหน่ง


“อะ…”


ความคิดคาริออนพลันขาวโพลน


เธอมิได้สิ้นหวังเพราะตนกำลังจะตาย


แต่สิ้นหวังเพราะสงสารกริด ผู้ต้องเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัสก่อนตาย


คาริออนเคยสัมผัสความเจ็บปวดของปราณสังหารเทพมาแล้ว


เธอแทบใจสลายเมื่อจินตนาการว่า กริดกำลังจะทุกข์ทรมานแบบเดียวกับตน


“…?”


คาริออนพลันผงะ


เนื่องจากใบหน้ากาบริเอลซึ่งขยายใหญ่ขึ้นหลังจากเข้ามาใกล้ กำลังยับยู่ยี่ประหนึ่งกระดาษถูกขยำ


ดวงตาซึ่งอัดแน่นไปด้วยความประหลาดใจของอีกฝ่าย คือภาพที่คาริออนไม่เคยพบเจอมาก่อน


ผ่านไปสักพัก คาริออนเพิ่งตระหนักได้


กาบริเอลในปัจจุบัน กำลังสวมเพียงผ้าขาวบาง


เมื่อสักครู่ กาบริเอลเพิ่งถอดชุดเกราะซึ่งเคยสวมใส่อย่างภาคภูมิใจมาตั้งแต่โบราณกาล และเผยให้เห็นเพียงร่างกายกึ่งเปลือยเปล่า


ทำไมกัน?


ยังไม่ทันจะได้ซักถาม คาริออนพบว่าหอกของกาบริเอลกำลังลอยสูง


ประหนึ่งต้องการปฏิเสธผู้เป็นเจ้าของ


ตรงข้ามกับเจตจำนงของกาบริเอล ผู้เค้นพละกำลังทั้งหมดจนฝ่ามือขาวซีด หอกสีทองหลุดออกจากฝ่ามือโดยมิได้ถามไถ่ความยินยอม


ทั้งที่อีกนิดเดียว มันเกือบจะเสียบทะลุร่างกริด


กลับกลายเป็นว่า กาบริเอลเข้าประชิดตัวกริดโดยปราศจากอาวุธและชุดเกราะโดยสิ้นเชิง


ท่าทีราวกับเธอเหวี่ยงหมัดใส่อากาศส่งเดช


ไม่มีคำนิยามใด อธิบายฉากตรงหน้าได้ดีกว่า ‘เต็มไปด้วยช่องว่าง’


พรึบ—


ผ้าคลุมของกริด ซึ่งคาริออนมิอาจออกแรงดึงให้ขยับเขยื้อนแม้จะใช้พละกำลังทั้งหมด เริ่มพัดกระพืออีกครั้ง


ทันใดนั้นเอง แสงสีส้มซึ่งแผ่กระจายไปทุกทิศประหนึ่งผ้าม่าน ทำการฟื้นฟูเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เคยถูกฉีกทำลาย


ฉึบ!


หลังจากรำดาบด้วยดาบคู่ กริดฟาดดาบหนักกูเซลเข้าไปก่อน


เพื่อใช้ประโยชน์จากการฟันอันรวดเร็วของ ‘ดาบหนัก’


ศัตรูส่วนใหญ่จะตอบสนองได้ไม่ทัน เพราะดาบหนักกูเซลมีอัตราความเร่งเหนือจินตนาการ


ไม่เพียงเท่านั้น เลเวลในปัจจุบันของกริดคือหลักเจ็ดร้อย


การตื่นของค่าสถานะระดับเจ็ด ช่วยให้กริดแข็งแกร่งกว่าเมื่อครั้งดวลกับเซราทุลหลายเท่า


ทว่า กาบริเอลกลับหลบการโจมตีพ้น


ราวกับแสงที่แผ่ออกจากร่างเธอตลอดเวลา ทำหน้าที่แทนประสาทสัมผัส


คล้ายกับประสาทสัมผัสเทียมของกริด แต่เหนือกว่าในทุกแง่มุม


‘สุดยอด…’


กริดอดไม่ได้ที่จะชื่นชม


กาบริเอลสามารถหลบหลีกการโจมตีอันไม่คาดฝันพ้น แม้จะถูกปลดอาวุธและชุดเกราะจนหมดเกลี้ยง


เป็นอีกครั้งที่ได้ตระหนักว่า ตัวตนสัมบูรณ์ซึ่งมันต้องเผชิญหน้าในอนาคต ทรงพลังและรับมือได้ยากเย็นเพียงใด


‘แต่ไม่เป็นไร’


กริดมิได้เสียขวัญ


เพราะมันสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของคาริออนและเดบีเรียนด้านหลัง


เหล่าอัครสาวกและเทพมนุษย์


กริดเองก็มีพวกพ้องที่สามารถกลายเป็นตัวตนสัมบูรณ์


นอกจากนั้น ยังมีเหล่าขุนพลโอเวอร์เกียร์ผู้กำลังโลดแล่นอยู่ในนรก


หากบุคคลเหล่านั้นกลายเป็นเหนือมนุษย์หรือตำนาน ก็จะเป็นกำลังสำคัญได้ไม่แพ้กัน


บึ้ม!!


เสียงระเบิดดังอึกทึกกึกก้อง


เป็นผลงานของ ‘เขาครานเบล’


แม้จะหลบหลีกอาวุธผสานระหว่างดาบหนักกูเซลกับดาบมังกรเพลิงพ้น แต่กาบริเอลยังคงถูกดาบล่องหนแทงใส่อย่างจัง


นั่นเพราะเธอมัวทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการหลบหลีกดาบหนักกูเซล


เมื่อตระหนักว่ากาบริเอลถูกแทงด้วยดาบโค้งทรงประหลาด กริดขยับนิ้วโป้งในมือซ้ายเพื่อจับด้ามดาบหนักกูเซลให้สั้นลง


“สยบมังกรทำลายล้างคลื่นร่ายรำสังหาร”


หลังจากกาบริเอลเสียสมดุล กริดชุนโปขึ้นไปเหนือศีรษะอีกฝ่ายพร้อมกับทิ้งดิ่ง


ขณะดึงดาบหนักกูเซลมาไว้แนบอก ชายหนุ่มฟาดเขาของครานเบลไปด้านหน้า


ท่วงท่า ‘มังกรโฉบ’ ทะลวงผ่านกลุ่มแสงสว่างรอบตัวกาบริเอล ผู้กำลังเผยสีหน้าสับสนสุดขีด


มังกรโฉบ


ฉากดังกล่าว เกิดจากการผนึกกำลังระหว่างท่ารำดาบและเขาของครานเบล


‘ถ้าสู้ตรงๆ คงไม่ชนะแน่…’


กาบริเอลประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว


การต้องสู้มือเปล่าหลังจากสูญเสียหอก ช่วยให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


ใครจะไปคิดว่า อาวุธประจำกายของเธอ อาวุธที่อยู่ร่วมกับเธอมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นเทวภัณฑ์ จะถูกช่วงชิงไปง่ายดายเช่นนี้


เหลวไหลสิ้นดี


ฉึบ!


กาบริเอลกระตุ้นชุนโป


ทว่า ร่างของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อนราวกับถูกตอกตะปูยึดไว้


เป็นอำนาจของคลื่นพลังงาน จากวิชาดาบผสานหกชนิดที่กริดปลดปล่อย


พลังงานปริมาณมหาศาล ดูดกลืนทุกสิ่งโดยรอบมายังจุดศูนย์กลางประหนึ่งหลุมดำ


กาบริเอลผู้เผยท่าทีตกตะลึง จ้องเข้าไปในดวงตากริด


สายตาของผู้กำลังตกที่นั่งลำบาก ปราศจากเสี้ยวความยินดีหรือโกรธเคืองโดยสิ้นเชิง


กาบริเอลยกมุมปากเล็กน้อย ราวกับจดจ้องในสิ่งไม่สลักสำคัญ


หมดสิทธิ์ต่อต้านโดยสิ้นเชิง


ความรู้สึกถูกข่มขวัญประหนึ่งเผชิญหน้ากับเทพต้นกำเนิด มังกรโบราณ และเอกเทพซือโหยว พลันแล่นไปทั่วร่าง


จริงอยู่ เธอถูกบั่นทอนพลังไปหลายส่วน เช่นการต่อสู้บนโลกกึ่งกลาง หรือการสูญเสียอาวุธและชุดเกราะ


แต่ถึงจะไม่มีปัจจัยดังกล่าว กาบริเอลยังคงชื่นชมกริด


กริด ผู้สร้างบรรยากาศคุกคามสุดขีด โดยการเลียนแบบจิตวิญญาณและบุคลิกของมังกร น่าพรั่นพรึงถึงเพียงนั้น


ในเวลาเดียวกัน เสียงกระดิ่งดังกังวาน ราวกับจะช่วยยืนยันความคิดของเธอ


‘…ซือโหยว?’


กาบริเอลเย็นวาบไปทั้งหลัง


คลื่นอารมณ์ระลอกใหญ่ผุดขึ้นภายในใจที่ยังคงสุขุมท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤติ


เธอสัมผัสได้ว่า ความเอ็นดูที่ซือโหยวมอบให้กริด มากมายยิ่งกว่าในข่าวลือหลายขุม


ซือโหยวเคยแสดงความเอ็นดูเช่นนี้กับใครด้วยหรือ?


อย่าบอกนะว่า ซือโหยวเชื่อโดยไม่เคลือบแคลง ในเรื่องที่เทพโอเวอร์เกียร์จะกลายเป็นผู้สังหารเทพเต็มตัว?


หนึ่งในกฎเหล็กของโลกใบนี้ คือเทพจะกลายเป็นผู้สังหารเทพเต็มตัวมิได้


เช่นนั้นแล้ว ซือโหยวกำลังคาดหวังในสิ่งใด?


‘…เราต้องชนะ’


หลังจากตระหนักว่า โอกาสคว้าชัยของตนเหลือเพียงไม่มาก


กาบริเอลผู้เตรียมถอนตัวเพื่อมองหาโอกาสตอบโต้อย่างเหมาะสม ตัดสินใจเปลี่ยนแผน


เหตุเพราะเธอยังไม่ลืมว่า ซือโหยวเป็นเทพเช่นไร


ซือโหยวไม่เคยคาดหวังในสิ่งเพ้อฝัน และไม่ใช่ตัวตนที่เลอะเลือนเพราะความชรา


หากอีกฝ่ายเจาะจงให้เทพโอเวอร์เกียร์รับหน้าที่ ‘ผู้มาจบชีวิตตน’ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ‘ผู้สังหารเทพ’ นั่นหมายความว่า เทพโอเวอร์เกียร์มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็น


ดังนั้น หน้าที่ของกาบริเอลคือการไม่พ่ายแพ้


เธอตัดสินใจประจันหน้ากับพายุดาบอันเกรี้ยวกราดของเทพโอเวอร์เกียร์โดยไม่หลีกหนี


พลังเทพที่ห่อหุ้มร่างกายถูกใช้ต่างชุดเกราะ ขณะเดียวกันก็เสกพลังเทพซัดใส่เทพโอเวอร์เกียร์ต่างหอก


บาดแผลตามร่างกายกาบริเอลเพิ่มจำนวนขึ้นทุกขณะ และชั้นเกราะหนาของเทพโอเวอร์เกียร์ ก็เริ่มถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด


ตาต่อตา ฟันต่อฟัน


ตกตายกันไปทั้งคู่


กาบริเอลผู้ต่อต้านอย่างสุดกำลัง โดยหวังสูญสิ้นบารมีเทพไปพร้อมกับกริด แทนที่จะพ่ายแพ้อยู่ฝ่ายเดียวและปล่อยให้เทพโอเวอร์เกียร์เพิ่มพูนระดับตัวตน ทวีความดุดันและแข็งแกร่งขึ้นจากเดิม


แต่กริดยังคงไม่หยุดรำดาบ


ตรงกันข้าม ชายหนุ่มยิ่งเค้นพลังเพื่อโจมตีเต็มพิกัด ดำเนินการปลดปล่อยอีกหนึ่งท่ารำดาบผสานหกชนิด


ไม่สนว่ากาบริเอลจะดิ้นรนขัดขืนได้เข้มแข็งสักเพียงใด กริดยังคงเดินหน้าฆ่าฟันโดยไม่แยแส


ขอเพียงศัตรูมิอาจทำลายหรือกำราบเขตแดนทองคำศักดิ์สิทธิ์ ในท้ายที่สุด ผู้ชนะจะกลายเป็นกริดอย่างแน่นอน


ฉึก!


“…!?”


การเคลื่อนไหวของกาบริเอลผู้ต่อต้านอย่างแข็งขัน ชะงักงันราวกับเรื่องโกหก


หอกที่ถูกช่วงชิงไปเมื่อครู่


จิตใจของเธอถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก หลังจากถูกหอกซึ่งเปรียบดังส่วนหนึ่งของตน แทงใส่จากด้านหลัง


‘เป็นไป… ไม่ได้…?’


ใบหน้ากาบริเอลเริ่มขาวซีด ขณะพยายามหลบหลีกหอกซึ่งเตรียมแทงใส่อีกครั้ง โดยฝ่ามือสีดำทองที่เคลื่อนไหวได้เอง


ในเวลาเดียวกัน เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ช่วยสร้างความแตกต่างให้กว้างขึ้น


บรรดาชุดเกราะบนตัวกริดที่ถูกทำลายจนกลายเป็นเศษเหล็ก


ซากชุดเกราะซึ่งเคยหุ้มร่างเทพโอเวอร์เกียร์ เปลี่ยนรูปกลายเป็นอาวุธหลายร้อยชิ้นตามเจตจำนงของพลังเทพภายในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์


จำนวนและพลังทำลายของพวกมัน มากเกินกว่าที่กาบริเอลจะรับเข้าไปพร้อมกับท่ารำดาบเทพโอเวอร์เกียร์เต็มกำลัง


“เหลวไหลสิ้นดี…”


กาบริเอลยกมุมปากยิ้ม


เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพโอเวอร์ ที่เธอเคยเข้าใจว่าเน้นหนักในด้านการป้องกัน


ในความเป็นจริง มันโดดเด่นทั้งสองด้านจนเกือบถึงระดับไร้เทียมทาน นั่นคือเหตุผลที่กาบริเอลนึกถึงเขตแดนของเทพธิดาในตอนแรก


เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า ความสำเร็จในอดีตของเทพโอเวอร์เกียร์ สูงส่งเกินกว่าจินตนาการของตนไปมาก


‘…ตัวตนสัมบูรณ์บนโลกกึ่งกลาง’


หลังจากประเมินระดับของกริด กาบริเอลตัดสินใจเปิดเผยพลังที่แท้จริง


ลำแสงถูกยิงออกจากวงแหวนที่ขยายใหญ่ ปีกสิบสี่ข้างพัดกระพือเพื่อสร้างลมพายุ


เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของกริดสั่นสะเทือนหนักหน่วง ดาบนับร้อยเล่มแหลกละเอียดในพริบตา


ฝ่ามือของเธอซึ่งเคลือบด้วยปราณสังหารเทพ ทะลวงเข้าไปในหัวใจกริดอย่างแม่นยำ


[ท่านได้รับความเสียหายหนักหน่วง]


[ท่านเข้าสู่สภาวะอมตะ]


[ปราณสังหารเทพผนึกความสามารถบางส่วนของบัฟอมตะ บัฟอมตะจะมีอายุขัยเพียง 4 วินาที]


แต่ก็ช้าไปหนึ่งก้าว


เหตุผลที่มือของกาบริเอลเอื้อมถึงหัวใจกริด เป็นเพราะกริดขยับเข้าใกล้เพื่อสะบั้นคอเธอให้หลุดจากบ่า


ดวงวิญญาณของกาบริเอล สละร่างเนื้อพร้อมกับหลบหนีไป


ก่อนที่อัครสาวกจะมาถึง กริดสะสางปัญหาได้ตามลำพัง


กริดในปัจจุบัน เหนือกว่ากริดผู้พิชิตเทพสงครามเมื่อไม่กี่เดือนก่อนอย่างเทียบไม่ติด


ทั้งเลเวลและเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ใหม่ สร้างความแตกต่างเป็นอย่างมาก


ข้อความแจ้งเตือนผุดขึ้นตรงมุมสายตาชายหนุ่มหลายบรรทัด


แต่สิ่งที่ทำให้กริดพึงพอใจที่สุดมิใช่ของรางวัล หากแต่เป็นคาริออนผู้ยังคงมีลมหายใจอยู่ด้านหลัง


กริดปกป้องเธอไว้ได้

______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00