จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,707



“ในตอนนั้น ฉันเข้าใจแก่นแท้ของพลังเทพราชาอนุดาราอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายอาจดูไร้เทียมทาน แต่ก็ยังมีจุดอ่อน ทันทีที่ค้นพบ ฉันร่ายเวททั้งหมดพร้อมกับเปิดโลกจินตภาพเพื่อกางแร็กนาร็อก”


ทวีปตะวันออก


บราฮัมที่มาหากริด อธิบายเรื่องราวด้วยสีหน้าสุขุม


เป็นการข่มใจเพื่อไม่ให้ตื่นเต้น แต่น้ำเสียงเกือบจะสั่น


เทพ


แถมยังเป็นการเอาชนะเทพในระดับสูงสุด


แม้จะได้เปรียบด้านสภาพแวดล้อม แต่ใครจะกล้าปฏิเสธว่า บราฮัมได้สร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นรองเพียงกริดและฮายาเตะ?


“ฉากที่เวทมนตร์หลายร้อยชนิด ปกคลุมห้วงมิติด้วยการทวีคูณของกระจกจนมีจำนวนใกล้เคียงอนันต์ ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก แม้จะได้เห็นอย่างใกล้ชิด แต่ยังคงไม่อยากเชื่อว่าเป็นความจริง”


ซิกที่มาด้วยกันช่วยเสริมเป็นระยะ


มันอธิบายให้กริดเข้าใจความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ แทนที่บราฮัมผู้พยายามอธิบายหลักการของแร็กนาร็อกนับร้อยครั้งแต่ก็ยังไม่มีใครเข้าใจ


“ราชาอนุดารา…”


มีร์และเยอึมตกตะลึง


โดยเฉพาะเยอึมที่มองบราฮัมด้วยสายตายังกับเห็นผี


เธอหวนนึกถึงเหล่าพี่น้องที่เคยจบชีวิตในอดีต


บราฮัมถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาดนับตั้งแต่ตอนนั้น


เพียงเพื่อแลกกับแขนหนึ่งข้างของบราฮัม ครึ่งเทพจำนวนมากต้องสละชีวิต


แต่ใครจะไปคิดว่า เขาขับไล่เทพแท้จริงสำเร็จ?


แถมยังผ่านมาแค่ไม่กี่ปี


‘…สำหรับเทพโอเวอร์เกียร์ แนวคิดด้านเวลานั้นไร้ความหมาย’


ชายผู้อยู่เหนือกาลเวลา


เมื่อถกเถียงเกี่ยวกับเทพโอเวอร์เกียร์ คำนี้จะตามด้วยมาเสมอ


เพราะกริดสามารถไล่ตามเหนือมนุษย์ที่ดำรงอยู่มานานนับพันปี ด้วยร่างกายที่ถือกำเนิดได้ไม่ถึงร้อยปี


ดูเหมือนว่าอัครสาวกจะได้รับอิทธิพลอย่างมาก


แข็งแกร่งขึ้นพรวดพราดราวกับบีบอัดเวลาให้สั้นลง


‘คุณสมบัติของเทพสงคราม…’


เยอึมนึกถึงอนาคตในบางแง่มุม


กริดกลายเป็นเอกเทพ โดยมีเหล่าแปดเทพคอยก้มศีรษะคำนับ


ในสักวัน เจ็ดอัครสาวกที่นับรวมมีร์ และตัวเยอึมเอง เติบโตจนกลายเป็นเทวราชาแห่งโลกโอเวอร์เกียร์


“เลิกจินตนาการไร้สาระได้แล้ว”


“เฮือก!”


เยอึมที่ติดอยู่ในภวังค์ ได้สติกลับมาพร้อมกับอาการตื่นตระหนก


บราฮัมกำลังขมวดคิ้วพลางจ้องมาทางเธอ


เฉกเช่นเมื่อครั้งเผชิญหน้ากับเทพโอเวอร์เกียร์ในฐานะศัตรู หัวใจหญิงสาวกำลังเต้นโครมคราม


เป็นความรู้สึกคล้ายหนูที่อยู่ต่อหน้าแมว


“ไม่ได้เรื่อง… เฮ่อะ!”


บราฮัมที่ตำหนิเธอ หันไปมองมีร์


พัซเซิลชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เจ็ดอัครสาวกสมบูรณ์


มีร์คู่ควรกับตำแหน่งอัครสาวกคนสุดท้ายจริงหรือ?


‘…คนละประเด็นกับเรื่องที่เคยช่วยชีวิตกริด’


เหล่าอัครสาวกล้วนพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง


…แม้แต่นังแย้เด็กที่เอาแต่กินนั่น ก็ยังกลายเป็นเหนือมังกร และช่วยให้กริดเข้าสู่โหมดเทพบ้ามังกรบ้า


ตอนนี้กริดเป็นศัตรูกับทั้งนรกและแอสการ์ด


เพื่อเป็นพลังให้กริด อัครสาวกต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ไม่ว่าเจ็บแค่ไหนก็ต้องทน และเตรียมใจตายตลอดเวลา


มีร์คนนี้จะกระตือรือร้นได้ระดับนั้นจริงหรือ? ในเมื่อถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อกรกับบาเอลและไลฟาเอล


อันที่จริง เทียบกับที่เคยเห็นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ดูเหมือนความแข็งแกร่งจะไม่เพิ่มขึ้นเลย


‘หนำซ้ำ บางจุดยังแย่ลง’


ของบกพร่องชิ้นนี้จะมาเป็นอัครสาวกคนสุดท้าย?


บราฮัมผิดหวังอย่างเปิดเผย


มันเชื่อว่า มีร์ได้รับตำแหน่งอัครสาวกเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว


“เอ่อ…”


จู่ๆ บราฮัมก็ปรากฏตัวและเอาแต่พ่นถ้อยคำไม่จำเป็น แถมยังจ้องมีร์ด้วยสายตาเหยียดหยัน จนทำให้บรรยากาศการสนทนาหม่นหมอง


กริดย่อมมิอาจนิ่งดูดาย อย่างน้อยก็ต้องพูดให้อีกฝ่ายสงบลง


แต่เป็นมีร์ที่ก้าวออกมา


“เข้าใจว่าเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อใจยังบันอย่างข้า แต่ข้าไม่หลงเหลือความรู้สึกที่มีต่ออาณาจักรฮวานอีกแล้ว…”


“ชาติกำเนิด? นั่นไม่ใช่ประเด็น”


บราฮัมคือบุตรของจอมอสูร


ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาเจ็ดอัครสาวก ยังมีเทวทูตที่ถูกขับไล่จากแอสการ์ด รวมไปถึงลูกสาวมังกรคลั่ง


ถ้าจะคุยเรื่องชาติกำเนิดล่ะก็ มีอัครสาวกไม่น้อยที่ค่อนข้างพิเศษ


“เจ้าคู่ควรที่จะรับใช้กริดจริงหรือ ดูจากความแข็งแกร่งที่ถดถอยลงจากครั้งล่าสุด นั่นเป็นทัศนคติของคนตาย”


เยอึมพะงาบปาก ราวกับอยากพูดออกไปว่า ถ้าเจ้าไม่รู้ว่ามีร์ผ่านอะไรมาบ้าง ก็อย่าพูดจาทำร้ายน้ำใจกันส่งเดชเลย


แต่สุดท้ายก็ปิดปากเงียบโดยไม่แสดงออก


เพราะนี่เป็นเรื่องของมีร์


มีร์ต้องสะสางความเข้าใจผิดด้วยตัวเอง


ที่เธอไม่ออกหน้า ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวบราฮัม


“ข้าพบเจอยังบันมาไม่น้อย เกือบทั้งหมดเอาแต่พึ่งพาพลังที่ติดตัวตั้งแต่เกิด หรือก็คือพวกไม่เอาถ่าน เจ้าก็คงเหมือนกันสินะ”


บราฮัมเคยฆ่ายังบันไปแล้วสองหลัก


เป็นประสบการณ์เพียงพอที่จะนิยามตัวตนของยังบัน


เมื่อเทียบกับกริด ที่เคยเห็นแค่การัมและเหมารวมยังบันทุกคน บราฮัมมีอคติน้อยกว่ามาก


‘การัมสินะ…’


ยิ่งกลับมาคิด ก็ยิ่งตระหนักว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งเพียงใด


เป็นอีกครั้งที่กริดนึกเสียดายพรสวรรค์ของการัม


ขณะหวนนึกถึงวันเก่า ชายหนุ่มมองดูสถานการณ์


“ในวันข้างหน้า ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นด้านที่แตกต่าง”


มีร์กล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง


ไม่พยายามหาข้ออ้าง ไม่เล่าสิ่งที่ตนประสบ แต่ให้อนาคตเป็นเครื่องพิสูจน์


ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสุภาพ การเปิดใจ และไหวพริบ


กริดพึงพอใจกับคำตอบมาก


‘อย่างที่คิด ต้องมีแบบมีร์ไว้สักคน’


คงน่าปวดหัวไม่น้อย ถ้าอุปนิสัยของมีร์คล้ายคลึงกับอัครสาวกที่มีอยู่


คงไม่แคล้วได้เดือดดาลใส่บราฮัมที่เข้าใจตนผิด และชักดาบออกมาฟาดฟันให้รู้ดำรู้แดง


กริดอยากมีอัครสาวกสักคนที่เข้ากับทุกฝ่ายได้ง่าย


เพราะเชื่อว่า ยิ่งทุกคนไว้ใจและพึ่งพากัน ก็ยิ่งแสดงพลังได้เต็มประสิทธิภาพ


“ห…หือ? เฮ่อะ!”


กำลังคาดหวังข้ออ้างรึไง?


บราฮัมที่พ่นลมหายใจหลังจากได้ยินคำพูดมีร์ กระอักกระอ่วนเล็กน้อยและปิดปากเงียบ


ท่าทางคล้ายยังมีเรื่องอยากพูดต่อ แต่ก็ไม่กล้าพ่นอะไรส่งเดช


เป็นเพราะท่าทีของมีร์


ยิ่งพูดอะไรมาก บราฮัมก็ยิ่งดูแย่


‘ไอ้จิ้งจอกเฒ่า!’


บราฮัมร้อนรุ่มภายใน


มันเห็นกริดมองมีร์ด้วยสายตาพึงพอใจ


จึงเข้าใจว่ามีร์พยายามซื้อใจกริด ด้วยเล่ห์กลเชิงคารมคมคาย


ต้องเป็นแบบนั้นแน่


จะมีเหนือมนุษย์คนใดในโลก ยอมรับคำตำหนิตรงๆ?


ตัวตนระดับนี้ล้วนเชื่อว่า เส้นทางที่ตนเลือกเดินนั้นถูกต้องและสมบูรณ์แบบ


การที่มีร์ยอมรับแต่โดยดีแม้จะถูกตำหนิ คือสิ่งที่บราฮัมไม่เคยพบเจอมากก่อน จนถึงขั้นเกิดคำถามตามมามากมาย


> เลิกทำตัวมีปัญหาได้แล้ว


เป็นเสียงของซิก


มันตักเตือนหลังจากเห็นใบหน้าบราฮัมเริ่มร้อนรน


ส่งผลให้บราฮัมใจเย็นลง พลางสูดลมหายใจลึก


มันข่มหัวใจที่ต้องการท้าดวลมีร์


มีร์แค่ยิ้มตอบ


ดวงตาโก้งโค้งเล็กๆ ชวนให้นึกถึงแพ็กม่า


แม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น แต่ก็เป็นสายเลือดเดียวกัน


‘วันนี้ฝากไว้ก่อนเถอะ’


“เทพสี่ทิศกำลังยุ่งกันอยู่หรือ? ไหนๆ บราฮัมกับซิกก็มาแล้ว ฉันอยากจะแนะนำให้พวกเขารู้จัก”


กริดทำลายบรรยากาศตึงเครียด


ในทุกวัน ทวีปตะวันออกจะเพิ่มความคืบหน้า 1%


กล่าวคือ เทพบนดินแดนแห่งนี้ จะกลายเป็นเทพแห่งโลกโอเวอร์เกียร์ในไม่ช้า


จึงไม่ใช่เรื่องผิดที่จะแนะนำให้รู้จักอัครสาวกไว้ล่วงหน้า


นอกจากนั้น ราชาอนุดาราเพิ่งพ่ายแพ้ไปไม่ใช่หรือ?


ทวีปตะวันออกคงปลอดภัยที่สุดในโลกไปอีกสักระยะ ถึงเวลาผ่อนคลายเสียบ้าง


“ในเมื่อผู้ปกครองที่นี่คือมังกรทอง… ข้าคิดว่าหากได้ยินเสียงเรียกจากผู้ปกครอง เทพทั้งสี่ต้องมารวมตัวกันแน่”


เป็นความเห็นของมีร์


เหตุใดถึงได้พูดจาน่าฟังนัก?


โดยไม่สนใจความรู้สึกของบราฮัม กริดยิ้มอย่างมีความสุขพลางแผ่ออร่ามังกรทอง


“เทพทั้งสี่ จงตอบรับการเรียกหาจากฉัน”


ชายหนุ่มลองพูดออกไป


[ท่านเรียกข้าหรือ]


[มาแล้ว]


เทพทั้งสี่ตอบสนองคำเรียกในทันที


ฟีนิกซ์แดงคือกลุ่มก้อนเพลิงแห่งชีวิต ส่วนมังกรครามคือกลุ่มก้อนประกายสายฟ้า


งูที่เป็นหางของเต่าดำแผ่ออร่าความตาย ส่วนเสือขาวหยั่งรากลึกลงในดิน


ฉากการรวมตัวของเทพสี่ทิศ ดูน่าเกรงขามจนทำให้บรรยากาศรอบข้างถูกสะกด


บราฮัมและซิกต่างผงะเล็กน้อย


[โฮ่…]


เทพสี่ทิศอุทานด้วยเสียงชื่นชม


เป็นสายตาที่ตระหนักได้ว่า บราฮัมและซิกคือผู้โค่นราชาอนุดารา


ดวงตาสี่คู่ซึ่งต่างสีสัน กำลังแฝงไว้ด้วยแสงแห่งความหวัง


[บราฮัมและซิก… ข้าคุ้นชื่อพวกเจ้า]


[สมแล้วที่เป็นอัครสาวกของเทพโอเวอร์เกียร์ ข้าดีใจที่ได้ยืนเคียงข้างพวกเจ้าเพื่อรับใช้มวลมนุษย์]


“ทางนี้ก็เช่นกัน ข้าเฝ้ารอวันที่จะได้ร่วมมือกับพวกท่าน”


โชคยังดี บราฮัมไม่เล่นสงครามประสาทกับสี่เทพ


บรรยากาศที่ตึงเครียดมาสักพักจึงเริ่มผ่อนคลาย


[…เวทมนตร์ของเจ้า ใช้ร่วมกับไฟของข้าได้ไหม]


ฟีนิกซ์แดงและมังกรครามแสดงความสนใจเวทมนตร์บราฮัม


จากมุมมองของฟีนิกซ์แดงที่เป็นไฟ และมังกรครามที่เป็นสายฟ้า พวกมันเชื่อว่าร่างกายของตนสามารถรองรับเวทมนตร์บราฮัมได้


“น่าสนใจมาก…”


บราฮัมเริ่มเห็นพ้อง


พลังเวทของตน จะแทนที่พลังธรรมชาติของฟีนิกซ์แดงและมังกรครามได้หรือไม่?


หากทำสำเร็จ เวทธาตุที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกอาจถือกำเนิด


ขณะดยุคแห่งปัญญาผู้ใฝ่เรียนมากกว่าใคร ผุดจิตวิญญาณแห่งความท้าทายครั้งใหม่


จ้อกแจ้กจอแจ


ด้านนอกวังที่กริดประทับ กำลังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน


เป็นขบวนแห่เพื่อสักการะเทพโอเวอร์เกียร์ผู้กอบกู้โลก


กริดพึงพอใจในหลายด้าน


ศัตรูที่เคยแข็งแกร่งเกินไป และขุมกำลังฝ่ายตนที่เคยอ่อนแอเกินไป


หลังจากเห็นทวีปตะวันออกได้รับอิสระกลับคืนมา และอัครสาวกมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ความอึดอัดใจกลายเป็นความยินดี


ตอนนี้มีขุมพลังเพียงพอแล้ว


หากพิมพ์เขียวฉบับสมบูรณ์ของเรือเหาะถูกออกแบบเสร็จ การบุกรุกแอสการ์ดก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป


“เจ้าคงผ่านความยากลำบากมามาก…”


ขณะเดียวกัน ซิกสนใจมีร์


หลังจากเคยแวะไปเยือนอาณาจักรฮวานและแลกเปลี่ยนกันเล็กน้อย ซิกมองเห็นเนื้อแท้ของมีร์


ชายผู้มีหัวใจใฝ่พัฒนา ชนิดที่ไม่มีใครเทียบได้


ชายผู้ปรารถนาจะเป็นเทพสงคราม


ชายคนนั้น ย่อมไม่ถดถอยด้วยเหตุผลเพียงเล็กน้อยแน่


“เจ้า… รู้จักข้าหรือ”


คำถามของมีร์ช่วยให้ซิกเข้าใจสถานการณ์ทันที


พยักหน้าแผ่วเบา ซิกเสกอักขระโบราณ


เป็นคำซึ่งมีความหมายว่า ‘บันทึก’


“สิ่งนี้จะช่วยเจ้าได้”


***


เวลาเดียวกัน กรุงไรน์ฮาร์ท


ซาลิเอลที่กำลังสวดวิงวอนต่อหน้าเทวรูปเทพโอเวอร์เกียร์ บรรจงลืมตาขึ้น


“…กล้าดียังไงถึงมาที่นี่”


ขนนกสีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวไปทั่วกรุงไรน์ฮาร์ท บางเส้นลอยเข้าไปในห้องนอนไอรีนเพื่อสร้างบาเรียคุ้มกัน บางเส้นตรวจจับตำแหน่งผู้บุกรุก


อัสโมเฟลและอดีตอัศวินสีชาด รวมถึงเหล่าอัศวินและทหารที่ได้รับการสอนสั่งจากพวกเขา; จู้ดและหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนพระองค์; รวมถึงอริยดาบครอเกล ต่างไล่ตามขนนกสีขาวโพลนท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน

______________

ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ


Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00