จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ 1,702



จะเกิดอะไรขึ้นถ้าถูกลูกตัวเองอ่านใจ?


การตอบสนองของคนส่วนใหญ่คงคล้ายคลึงกัน


เอ็กไซล์ ผู้นำตระกูลแวนซ์รู้สึกหัวเสีย


เป็นคนบริสุทธิ์มาจากไหน ถึงกล้าบุกรุกความเป็นส่วนตัวคนอื่น?


คิดว่าฉันสกปรกอยู่คนเดียว?


ทุกคนมันก็หน้าซื่อใจคดทั้งนั้น…


ในฐานะผู้นำตระกูลที่ดำรงอยู่เพื่อเข่นฆ่า


เอ็กไซล์ใช้ชีวิตไม่ซับซ้อน


แม้แต่ความขัดแย้งเพียงเล็กน้อย มันก็ไม่ลังเลที่จะเผยใบหน้าเปี่ยมจิตสังหาร


เอ็กไซล์พยายามปกปิดตัวตนนั้น


เพราะตระหนักดีว่า หากถูกใครจับได้ ตนจะไม่ถูกปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์อีก


นั่นคือวิธีดำรงชีวิตในสังคม


วิธีกลมกลืนไปกับความปกติ


วิธีรักษาสภาพจิตใจ


คำสอนของอดีตผู้นำตระกูล กลายเป็นเกราะกำบังในการดำรงชีวิต


ท่ามกลางชีวิตประจำวันที่ต้องละทิ้งสัญชาตญาณ


มันเกิดความสงสัย


ทำไมภรรยาถึงเหมือนกับตน?


ทำไมเธอถึงกลัวเนตรมองทะลุของลูกสาว?


เธอก็สกปรกเหมือนฉันหรือ?


***


“นิสัยแบบนี้ สมกับเป็นคนของตระกูลจริงๆ”


เศียรของเทพพลูโตที่ถูกสักการะมาหลายชั่วอายุคน กระเด็นกระดอนไปบนพื้น


เกิดจากฝีมือของสตรีที่ออกจากตระกูลไปนานแล้ว


และช่างบังเอิญ เธอคือสายเลือดสุดท้ายที่เหลืออยู่


เอ็กไซล์จึงยอมให้เธอเข้ารับการทดสอบ


ด้วยข้ออ้าง ‘ไม่อยากขัดใจมเหสี’ มันพยายามเปิดใจยอมรับสตรีที่ตนเคยทอดทิ้งไป


โดยไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้


“ทำลายทิ้งโดยไม่ลังเลเลยนะ”


“โยนมันทิ้งไปเดี๋ยวนี้”


เมอร์เซเดสกล่าวเสียงเย็น


เทพแห่งการนองเลือด?


อีกฝ่ายมอบความรู้สึกเลวร้าย ไม่ต่างจากก้อนเนื้อสีแดงในนรก


ลำพังการหายใจร่วมอากาศเดียวกันก็ทำเอาขนลุกแล้ว


เธอจะไม่ทนเห็นพ่อของตัวเอง โอบกอดพลังของเทพโสมมไว้กับตัว


มิได้กลัวว่าพ่อจะเป็นอันตราย


แค่ป้องกันไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่สมควร


นี่คือปณิธานอัศวินของเธอ


“ไม่ใช่ว่ามเหสีเสนอตัวเป็นผู้นำตระกูลเองหรือ? ถ้าเป็นผู้นำตระกูล จะเพิกเฉยต่อวิชาของตระกูลได้อย่างไร? พลังไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็น ‘พระเกียรติ’ ของพระองค์ เป็นสัญลักษณ์ที่ตระกูลของเรารับใช้มานานหลายร้อยปี ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้คำว่า ‘โยนมันทิ้งไป’ นั่นเป็นการดูหมิ่นพวกเรา”


“หุบปากแล้วทำตามที่ฉันสั่ง”


เสียงเมอร์เซเดสต่ำลงอีกหนึ่งขั้น


เส้นผมสีฟ้ามอบความรู้สึกราวกับบุปผาท่ามกลางทุ่งหิมะ


บรรยากาศเย็นยะเยือกถึงเพียงนั้น


ถึงจุดที่เมอร์เซเดสแสดงความรู้สึกที่แท้จริง


หรืออีกนัยหนึ่ง เธอมองว่าเอ็กไซล์ไม่ได้มีระดับสูงกว่าตน


“หืม…”


ตระกูลแวนซ์ที่แทบไม่ถูกเรียกใช้งานนับตั้งแต่ยุคจักรพรรดิฮวนเดอร์


รอยยิ้มเจือจางกระจายไปรอบปากเอ็กไซล์ ผู้คอยปกป้องตระกูลที่ถดถอยตามลำพัง


ตัวเอ็กไซล์เองก็ประหลาดใจ


เพราะนี่คือรอยยิ้มแรกในรอบหลายทศวรรษ


สตรีผมสีฟ้าผู้เกิดมาพร้อมเนตรมองทะลุ และมีสติปัญญาเหนือมนุษย์


ลูกของใคร?


มันคาใจมาตลอด


และเพิ่งได้ทราบความจริงในวินาทีนี้


ลูกของฉันไม่ผิดแน่…


นิสัยพูดก่อนทำ


กล้าบอกให้พ่อตัวเองหุบปาก


เป็นหลักฐานยืนยันว่า สายเลือดแวนซ์ในตัวเธอเข้มข้นเพียงใด


‘ขอโทษด้วยนะที่รัก’


ฉันอดสงสัยไม่ได้ จนต้องทำแบบนั้น…


เอ็กไซล์ที่พยายามสลัดความรู้สึกผิด กางแขนทั้งสองข้างออก


ผิวหนังที่เผยให้เห็นผ่านแขนเสื้อยาว ราวกับเป็นภาพตัดแปะของท้องฟ้ายามค่ำคืน


แสงดาวนับไม่ถ้วนปรากฏบนผิวสีน้ำเงินเข้ม


เมื่อเทียบกับพลังเทพของกริดที่คล้ายแสงอัสดง สิ่งนี้ดูชั่วร้ายกว่าชัดเจน


ให้ความรู้สึกเหมือนปราณอสูรสีดำสนิทของบาเอล


ดวงตาของเมอร์เซเดสที่ไม่คุ้นชินกับ ‘เทพมาร’ เริ่มส่องแสง เป็นความพยายามที่จะเรียนรู้แนวคิดใหม่


แต่เอ็กไซล์ไม่เปิดโอกาส


“ฉันตัดสินใจแล้ว”


ซ่า!


ร่างเอ็กไซล์กระจายเหมือนหมอก


ผู้นำตระกูลแวนซ์ที่แข็งแกร่งที่สุดตลอดกาล


เอ็กไซล์แตกต่างจากบรรพชน


มันคือคนเดียวที่เชื่อมต่อกับพลูโตได้อย่างลึกซึ้ง


ถ้ามีอดีตผู้นำตระกูลแวนซ์แค่สักคน


สักคนที่เก่งได้ครึ่งของเอ็กไซล์


อดีตจักรพรรดิฮวนเดอร์คงไม่ละเลยเอ็กไซล์ แถมยังจะออกหน้าเชื้อเชิญด้วยตัวเอง


ฮวนเดอร์จะต้องยอมรับพลังของตระกูลแวนซ์ และเชื่อใจเอ็กไซล์อย่างไร้ข้อกังขาแน่นอน


นั่นจะช่วยปกปิดได้แม้กระทั่ง ความผิดพลาดที่ทอดทิ้งลูกตัวเอง


“ฉันจะควักลูกตามเหสีเพื่อชดใช้บาปที่บังอาจเสียมารยาท จากนั้นก็ฝึกเธอจนกว่าจะเชื่องและพร้อมเป็นผู้นำตระกูลรุ่นถัดไป”


หลังจากรับพลังเทพสถิตร่าง คำพูดคำจาเอ็กไซล์ก็ไร้ความยำเกรง


ภาพลักษณ์ของชายแก่ที่ทำตัวนอบน้อมต่อหน้ามเหสีแห่งจักรวรรดิ อันตรธานหายไปทันที


พลังอันท่วมท้นทำให้การรับรู้ความจริงลดลง


ซู่ว!


ร่างเอ็กไซล์ที่กระจายออกไปเหมือนหมอก กลับมารวมตัวอีกครั้งในพริบตา


ต่อหน้าเมอร์เซเดส


พลังเทพสีฟ้าเข้มกระจายไปทุกทิศราวกับกระแสไฟฟ้า ทุกเส้นแข็งกว่าเหล็กและคมกว่ามีด


พลังเทพที่เกิดมาเพื่อ ทำให้ทุกสิ่งพังพินาศ


เทียบกับพลังเทพของแอสการ์ดที่ยังดูอบอุ่นแม้จะหันหลังให้มนุษย์ พลังเทพของพลูโตดูบิดเบี้ยวกว่าหลายขุม


เคร้ง!


ดาบที่เมอร์เซเดสยกขึ้นมาตั้งรับ ส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ


พลังเทพสีฟ้าเข้มกำลังกัดเซาะคมดาบเสือขาว


ระบุให้ชัดก็คือ มันอาศัยหลักการ ‘แยกส่วนจากภายใน’


นี่คืออำนาจของเทพแห่งการนองเลือด พลูโต


เข่นฆ่า ทำลายชีวิต สสาร หรือแม้กระทั่งชะตากรรม


“ทุกวัน… ฉันจะนั่งตรงนี้และสวดวิงวอน”


นับตั้งแต่เมอร์เซเดสกลายเป็นเด็กรับใช้ปิอาโร่


เอ็กไซล์ไม่ถูกฮวนเดอร์เรียกหาอีกเลย


ผ่านมาแล้วหลายทศวรรษ


มันขังตัวเองอยู่ในนี้ทุกวัน เพื่อคอยสื่อสารกับเทพ


เป็นเหตุผลว่าทำไม <เข้าทรง> ของเอ็กไซล์ถึงทรงพลังกว่าใครในประวัติศาสตร์


พรสวรรค์ระดับฟ้าดินที่ถูกหล่อหลอมด้วยความโดดเดี่ยวและกาลเวลา


“ฉันตัดขาดจากโลกเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ”


ชิ้ง!


พลังเทพสีฟ้าเข้มที่เมอร์เซเดสสลัดออก ห่อหุ้มรอบข้อมือและนิ้วของเอ็กไซล์จนกลายเป็นรูปทรงดาบสั้น


ดาบที่ผสานเข้ากับแขนเอ็กไซล์


ดาบสองคม


เป็นสัญญาณการใช้วิชาดาบแวนซ์


“ฉันเคยหลงลืมโลกใบนี้ไปพร้อมกับตัวเอง… แต่โชคดีได้มเหสีช่วยย้ำเตือน ฉันคนนี้จึงเกิดความปรารถนาใหม่”


ได้ยินมาว่า จักรวรรดิถูกสร้างใหม่หลังจากเกิดสงครามกับกองทัพอสูร…


ก่อนหน้านั้น เอ็กไซล์ไม่เคยแยแส


แต่ข่าวคราวของเมอร์เซเดสทำให้มันเริ่มสนใจ


เธอกลายเป็นมเหสี?


เอ็กไซล์เริ่มสนใจมหาจักรพรรดิ ผู้มีรสนิยมวิปริตถึงขั้นจับเจ้าของดวงตาปีศาจทำเมีย


ขณะเดียวกัน มันมองเห็นลู่ทางที่ตระกูลแวนซ์จะกลับมาผงาด


เอ็กไซล์ไม่คิดจะฟื้นฟูตระกูล


มันแค่อยากแสดงฝีมือที่ขัดเกลามานานหลายสิบปีให้โลกได้ประจักษ์


บางที นี่อาจเป็นความปรารถนาของเทพพลูโต ไม่ใช่เอ็กไซล์


เทพแห่งการนองเลือด


พลูโตหวังให้ชื่อเสียงที่ถูกลืมเลือนของตน กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง


ไม่ว่ามองมุมไหนก็เป็นเรื่องดี


เอ็กไซล์มีความสุขที่เมอร์เซเดสกลับมาเยือน


เมอร์เซเดสไม่ได้เป็นแค่เมียจักรพรรดิ แต่ยังเป็นเมียเทพ


เช่นนั้นแล้ว เธอจะมองพลูโตด้วยสายตาแบบใด?


ถ้าเกิดยอมรับพลูโตขึ้นมา…


ชักอยากรู้แล้วสิ


“ขอควักลูกตาล่ะนะ”


คำสาปที่เคยทรมานฉันมานานนับสิบปี…


“จงยอมจำนนต่อเทพ!”


จงอ้าแขนรับพรที่ช่วยค้ำจุนฉันมานับสิบปี…


เอ็กไซล์ประกาศเจตจำนงพร้อมกับแกว่งดาบ


เคร้ง!


เคร้งเคร้งเคร้ง!


มันโหมโจมตีราวกับระลอกคลื่น


เอ็กไซล์ผู้ใช้ดาบคู่จู่โจมด้วยวิถีพิสดาร เป็นคู่ต่อสู้ประเภทที่พบได้ไม่บ่อย


อาศัยความช่วยเหลือจากพลังเทพ มันสามารถจู่โจมได้ต่อเนื่องในหนึ่งลมหายใจ


มือที่กลายเป็นดาบสั้นเปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา จนเกิดเป็นภาพลวงตาคล้ายโกร่งดาบหมุนวน


พลังเทพของพลูโตยิ่งทำให้เอ็กไซล์แข็งแกร่ง


ไม่เพียงจะคงสภาพเป็นดาบ แต่ยังสร้างหมอก กำบัง และกระแสไฟฟ้าที่ช่วยกลบช่องว่างวิชาดาบของเอ็กไซล์


พลังเทพที่แผ่ออกมาและหายไปเป็นระยะ สร้างแรงกดดันมหาศาลแก่เมอร์เซเดส


ทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหวจะถูกตีกรอบ


แต่หญิงสาวมิได้แยแส


จิตใจเมอร์เซเดสแน่วแน่นับตั้งแต่ยืนกรานว่าจะไม่ใช่โล่


เคร้ง!


“…!”


การโหมบุกของเอ็กไซล์หยุดลงเป็นครั้งแรก


ดาบสีใสที่ถูกพลังเทพของพลูโตกัดกร่อน ยังคงรักษารูปร่างเดิมไว้ได้


เอ็กไซล์มิอาจต้านทานอำนาจของดาบสีใส ที่ปะทะกับพายุดาบของตนด้วยพลังทำลายมหาศาล


ดาบคู่ถูกยกไขว้กันเพื่อป้องกัน


เคร้ง! เคร้ง!


ณ ห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลแวนซ์


รูม่านตาที่เบิกกว้างกำลังสั่นไหว


เป็นดวงตาของเอ็กไซล์ ผู้ถูกอัดกระแทกกำแพงจนกระเด็นซ้ำไปมา


ที่นี่ถูกใช้สื่อสารกับเทพมาหลายร้อยปี


กล่าวคือ มันเป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์


หากไม่ใช่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์


ป่านนี้ชั้นใต้ดินคงพังถล่มไปนานแล้ว และคฤหาสน์ตระกูลแวนซ์คงทรุดตัว


การโจมตีของเมอร์เซเดสมีพลังทำลายถึงเพียงนั้น


ชิ้ง!


ปราณดาบชัยชนะอันงดงามซึ่งถูกสร้างจากการเขียนปณิธานอัศวินหลายข้อ กระจัดกระจายไปทุกทิศราวกับเกล็ดหิมะท่ามกลางลมหนาว


กึ่งกลางคือเมอร์เซเดสที่ดูคล้ายสัตว์ประหลาดจากแดนเหนือ ที่เอ็กไซล์เคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว


สัตว์ร้ายที่ทำลายหิมะหมื่นปีได้ด้วยพละกำลัง


“เสร็จสิ้นการวิเคราะห์”


เมอร์เซเดสรวบรวมปราณดาบที่กระจัดกระจาย


เผยให้เห็นร่างกายของเธอที่เต็มไปด้วยบาดแผล


ชุดเกราะที่ทรุดโทรมราวกับถูกกาลเวลาหลายร้อยปีกัดกร่อน


แต่ยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ


เพราะพวกมันถูกสร้างโดยเทพโอเวอร์เกียร์ผู้อยู่เหนือกาลเวลา


“วิชาไร้ประโยชน์”


“วิชาไร้ประโยชน์…? เธอดูแคลนวิสัยทัศน์ของบรรพชนเกินไป นั่นคือวิชาที่มเหสีอยากเรียนเพื่อแบกรับบาปของตระกูลไม่ใช่หรือ”


เข้าทรง


วิชาดาบอันไร้ที่ติ ซึ่งอาศัยการเข้าทรง


เมอร์เซเดสเองก็ตระหนักว่า เอ็กไซล์ยังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริง


ท่ามกลางพลังเทพสีฟ้าเข้มของพลูโต จุดแสงสีขาวกำลังส่องประกายคล้ายดวงดาว


จากการวิเคราะห์ของเนตรมองทะลุ นั่นคือแก่นแท้ที่ควรต้องระวัง


แต่ท่าทีของเมอร์เซเดสมิได้แปรเปลี่ยน


“เพราะฉันเพิ่งได้รู้ว่า มันคือวิชาไร้ประโยชน์”


สิ่งที่เมอร์เซเดสต้องการจากตระกูลคือวิชาดาบ


หรือไม่ก็แค่อยากเรียนวิชาดาบจากพ่อ


พลังเทพ?


ของแบบนั้นไม่จำเป็น


เพราะเธอมีพลังเทพแสนอ่อนโยน ของเทพองค์เดียวที่ตนศรัทธาอยู่แล้ว


และมันเพิ่งลืมตาตื่น


“เข้าทรง”


ชิ้ง!


แสงสว่างส่องลงมายังห้องใต้ดินอันมืดมิดที่ต้องพึ่งพาศิลาเรืองแสง


เป็นแสงสว่างวาบ แต่อ่อนโยนและไม่แสบตา


“สนธยา…?”


เอ็กไซล์ขนลุกซู่


มันตามสถานการณ์ไม่ทันไปสักพัก


ทำไมเมอร์เซเดสถึงใช้เข้าทรงได้?


ในเมื่อที่นี่คือเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งการนองเลือด พลูโต


เป็นมิติที่พลังงานของเทพตนอื่นมิอาจแทรกแซง


“…เนตรมองทะลุ?”


หรือว่าเธอบรรลุหลักการของพลังเทพด้วยเนตรมองทะลุ จากนั้นก็วิเคราะห์และทำลายโครงสร้างของเขตแดนศักดิ์สิทธิ์?


เธอกลายเป็นตัวอะไรไปแล้ว?


“ในเมื่อไม่ยอมทิ้งไป ฉันจะชิงมาเอง… คุณอาจตายได้ ระวังตัวด้วย”


ปราณดาบสีส้มไหลเวียนรอบกายเมอร์เซเดสที่กล่าวเสียงเย็น


***


[อัครสาวกของท่าน ‘เมอร์เซเดส’ ขอใช้ <เข้าทรง>]


<เข้าทรง>

อนุญาตให้เป้าหมายใช้พลังเทพของท่าน

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ท่านสามารถสถิตร่างเป้าหมายได้โดยตรง

อย่างไรก็ดี การสถิตร่างโดยตรงอาจสร้างความเสียหายแก่ร่างกายและจิตใจเป้าหมายอย่างรุนแรง

การอนุญาตให้เป้าหมายใช้พลังเทพของท่าน ไม่ได้แปลว่าท่านจะสูญเสียพลังเทพ

ทรัพยากรทั้งหมดที่ต้องใช้กับทักษะ จะถูกจ่ายโดยผู้ขอเข้าทรง


“…กำลังสนุกอยู่สินะ”


เวลาเดียวกัน


กริดที่เปิดระบบใหม่ได้เพราะเมอร์เซเดส กำลังกระอักกระอ่วน


ชายหนุ่มจินตนาการภาพเมอร์เซเดสกำลังเต้นรำในชุดโชโกรี


ภาพจำของคงทรงที่มีบทบาทสำคัญ (?) ในพิธีกรรมคืนชีพเสือขาวและมังกรคราม ยังคงสลักอยู่ในใจกริดไม่รู้ลืม

______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน 2,059   ★ ★ จบบริบูรณ์  ★ ★
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#จ้าวแห่งยุทธภัณฑ์ #BJKNovel #BJK_Novel #Overgeared_แปลไทย #Overgeared #นิยาย_เกมออนไลน์ #พระเอกเทพ

Comments

recent post


♥ All Chapters ♥
ออกทุกเย็น
ช่วงเวลา 18.00 - 24.00